facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 เพื่อนใหม่ (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 เพื่อนใหม่ (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2563 18:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 เพื่อนใหม่ (2/2)
แบบอักษร

ติ๊งต่อง... 

เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง กวินชูป้ายที่ดูเหมือนจะเป็นป้ายสุดท้ายขึ้นมา ใจฉันเต้นแรงหนักกว่าเก่าเมื่อได้อ่านข้อความสุดท้ายของเขา 

‘ผมรู้ว่าคุณคงมีเหตุผลที่ช่วยผู้ต้องหาคดีคนหาย คุณอาจมีภารกิจที่ต้องทำและผมคิดว่าคงมีอะไรสักอย่างที่ผมจะช่วยคุณได้บ้าง เหมือนที่คุณปู่ของผมเคยทำ’ 

 

“เจ้าไปหลบก่อน อย่าออกมาจนกว่าข้าจะแน่ใจว่าคนผู้นี้มาดี” คลาวด์เอ่ยเสียงเบา แล้วฉันก็รีบหมุนล้อวีลแชร์พาตัวเองไปแอบอย่างรวดเร็ว 

ฉันได้ยินเสียงคลาวด์เปิดประตู แล้วกวินก็เข้ามาข้างในห้อง ฉันพยายามหาช่องทางที่จะแอบดูพวกเขาสองคน กวินดูอึ้งไปมากเมื่อได้เจอคลาวด์แต่เขาดูจะอึ้งกว่าเดิมเมื่อได้เห็นสภาพห้องที่เราอยู่ 

“สะ...สวัสดีครับ” เขายกมือไหว้คลาวด์...อืม ออกจะดูเป็นคนซื่อๆ นะ 

“มีใครเห็นภาพของข้าอีกไหม นอกจากเจ้า” ดูเหมือนว่าคลาวด์จะตรงเข้าประเด็นเลยทันที 

“ไม่มีครับ พอผมเห็นข่าว ผมรีบไปที่สถานีตำรวจทันที ยิ่งเห็นว่ามันดูไม่ใช่ฝีมือของคนธรรมดา ผมเลยเริ่มสืบเรื่องนี้จนได้รู้ว่ามีกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งที่หันมาทางสถานีตำรวจ ผมก็รีบไปเอาภาพนั้นออกมา พอเห็นว่าเป็นคุณผมก็รู้โดยทันทีว่าผมต้องช่วยคุณได้” กวินยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ ก่อนจะหยิบของบางอย่างยื่นให้คลาวด์ 

“มันคือสิ่งใด” 

“ไฟล์จากกล้องวงจรปิด ผมไม่มีสำรอง ผมคืนให้คุณครับ” 

“ข้าต้องยืนยันอะไรบางอย่างก่อน” คลาวด์เอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นมือไปจับมือของกวิน ฉันรู้ว่าเขากำลังพยายามอ่านใจแน่ๆ คลาวด์ใช้เวลาไม่นานก็ปล่อยมือกวิน ท่าทีระวังตัวลดน้อยลง 

 “ปู่บอกผมว่าคุณอ่านใจได้ บางทีคุณอาจเคยเจอผมมาก่อนตอนที่ผมยังเป็นเด็ก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอคุณตัวเป็นๆ ครับ” กวินยิ้ม 

“เขาเล่าทุกอย่างให้เจ้าฟังเลยหรือไง” 

“ครับ...เพราะผมเก็บความลับเก่ง...แล้ว เธอคนนั้นอยู่ที่นี่กับคุณด้วยหรือเปล่าครับ” กวินถามถึงฉันและฉันเห็นว่าคลาวด์ดูชั่งใจมากที่จะให้ฉันออกไปเจอกวิน 

“ตอบข้ามาก่อนว่าเจ้าจะปิดเรื่องนี้เป็นความลับเท่าชีวิตของเจ้า และจะไม่ทำสิ่งใดที่จะเกิดอันตรายต่อนาง” 

“แน่นอนครับ ผมรอเวลานี้มาตั้งนาน เวลาที่จะได้ทำภารกิจสำคัญกับคุณ” ฉันว่านะ...กวินคนนี้ต้องเป็นเด็กเนิร์ดแน่ๆ  

“ภารกิจของข้ามีเพียงภารกิจเดียวคือปกป้องข้าวผัด เจ้าคิดว่าทำได้หรือไม่” 

“ได้ครับ ผมสัญญาว่าจะปกป้องข้าวผัดอย่างดีที่สุด” 

“ถึงแม้ว่านางจะเป็นฆาตกรที่ตำรวจกำลังตามจับน่ะหรือ” ฉันรู้ว่าคลาวด์ลองใจเขา 

“คุณคงไม่เสียเวลาปกป้องฆาตกรโดยไม่มีเหตุผลหรอกครับ ผมเชื่อแบบนั้น” 

“เช่นนั้นก็ลองดู...เจ้าออกมาได้แล้ว” คลาวด์พูดกับกวิน ก่อนจะหันมาเรียกฉัน 

ฉันค่อยๆ พาตัวเองออกไปเผชิญหน้ากับกวิน เขาดูแปลกใจเล็กน้อยที่ได้เห็นฉัน แหงล่ะ...ฉันว่าเขาต้องรู้บ้างแหละว่าฆาตกรคนนี้พิการ แต่คงไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง 

“ยังเด็กอยู่เลย” กวินยิ้มเจื่อนเล็กน้อย 

“อายุยี่สิบ ไม่เด็กเท่าไหร่หรอก” ฉันเบะปากใส่กวิน 

“แต่ก็เด็กกว่าที่คิดนะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” กวินยื่นมาตรงหน้าฉัน ฉันยื่นมือไปจับมือเขาก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ และยินดีต้องรับสู่หายนะ” 

“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” กวินเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงปนรอยยิ้ม 

“ขนาดนั้นไหมก็ดูเอาจากสภาพห้องแล้วกัน” 

“จริงสิ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมห้องพังขนาดนี้” กวินขมวดคิ้วถามฉันกับคลาวด์ 

“มีการต่อสู้ อย่างที่เจ้าเห็นในข่าว เรากำลังจะย้ายที่อยู่ เจ้ามาก็ดีแล้ว...งานแรกของเจ้าคือจัดหายานพาหนะให้ข้า” 

 

ในที่สุดฉันก็ได้นั่งรถแบบคนปกติ หลังจากที่คลาวด์ให้เงินกวินไปซื้อรถ เขาก็จัดการทำมันอย่างรวดเร็วแล้วเอารถมาให้เรา คลาวด์ขับรถพาฉันมาที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่บนเขา...เอ่อ เรียกว่าอยู่ในป่าเลยจะดีกว่า 

บ้านหลังใหญ่สไตล์อินดัสเทรียล-ลอฟท์ ที่จะเน้นการโชว์พื้นผิวของบ้าน ใส่ลูกเล่นโดยการปล่อยโครงสร้างบ้านไว้แบบเปลือยๆ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สสลับกับวัตถุสีดำและปูนเปลือย ให้ความรู้สึกดิบๆ แบบเท่ๆ  มันคือบ้านในฝันของฉันเลย ฉันยิ้มไม่หุบเมื่อรู้ว่าต่อไปเราจะได้มาอยู่ที่นี่ 

“นี่บ้านคุณเหรอ” ฉันเอ่ยถามเขา ทันทีที่เรามาถึง 

“ใช่” 

“คุณมาสร้างไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย” 

“ข้าจ้างมนุษย์ผู้หนึ่งให้สร้างขึ้นเมื่อแปดปีก่อน ก่อนที่จะตามตัวเจ้าเจอข้าอยู่ที่นี่” 

“สุดยอดไปเลย! แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ฉันอยากให้แม่มาอยู่กับเราด้วย” 

“เจ้าก็รู้ว่าทำเช่นนั้นไม่ได้” 

“ถึงได้บอกไงว่าถ้าจะให้ดี...คุณพาฉันเข้าไปข้างในหน่อย” ฉันยื่นมือไปให้คลาวด์อุ้ม 

เขาอุ้มฉันแล้วพาเข้ามาในตัวบ้าน พอได้เห็นด้านในแล้ว บอกตามตรงเลยว่าฉันรักบ้านหลังนี้มากๆ เหมือนกับว่ามันถูกสร้างมาเพื่อเป็นบ้านของฉันเลย...ฉันชอบปูนเปลือย ชอบหน้าต่างบานใหญ่ ชอบบันไดวน ถึงแม้จะใช้มันไม่ได้ก็เถอะ 

“เจ้าดูจะชอบที่นี่” คลาวด์เอ่ยถามฉัน 

“มากที่สุดเลยล่ะ” ฉันฉีกยิ้มบอกเขา 

“ข้าจะจัดห้องพักให้เจ้าด้านล่าง มันง่ายต่อเจ้า” 

“จริงสิ...ฉันไม่เคยเห็นคุณนอนเลย” ตั้งแต่ที่รู้จักกับเขามา ฉันไม่เคยเห็นเขานอนหรือพักผ่อนเลยสักครั้ง 

“ข้านอนต่อเมื่อเจ้าหลับ ตื่นมาก็ตอนที่เจ้าหลับ เจ้าเลยไม่ได้เห็นข้านอน” 

“คุณคงนอนน้อยเอามากๆ เลยใช่ไหม” 

“แล้วเหตุใดต้องเสียเวลากับการนอนมากๆ ล่ะ กวินมาถึงแล้ว เขาไปหาของใช้มาให้เจ้า” 

สิ้นคำพูดคลาวด์ เสียงรถของกวินก็วิ่งเข้ามาหยุดที่หน้าบ้าน ไม่นานเขาก็เข้ามาพร้อมกับวีลแชร์คันใหม่และข้าวของมากมาย 

ขณะที่คลาวด์ง่วนอยู่กับการติดต่อมีอาที่ห้องสื่อสารของเขา กวินก็ช่วยฉันจัดข้าวของให้เข้าที่ พอได้เห็นสิ่งต่างๆ ที่เขาซื้อมา ฉันก็แทบจะบ้าขึ้นมาให้ได้ 

“คลาวด์บอกให้คุณซื้อไอ้นี่มาให้ฉันด้วยเหรอ” ฉันหยิบกางเกงชั้นในขึ้นมา มันมีแต่ลายผลไม้กับลายกระต่าย เหมือนกางเกงในเด็กประถม 

“เขาบอกให้ผมซื้อของใช้ให้คุณ กางเกงในก็เป็นสิ่งที่คุณต้องใช้นะ” เขายิ้ม ทำราวกับว่าการที่ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเพิ่งรู้จักผู้หญิงคนหนึ่งเพียงแค่วันเดียวจะสามารถซื้อชั้นในให้กันได้โดยไม่ต้องคิดอะไร 

“ฉันใส่เฉพาะลูกไม้สีดำ” อืม...ที่จริงฉันใส่อะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่กางเกงในเด็กแบบนี้ 

“งั้นต่อไปผมจะซื้อแบบนั้นให้คุณนะ” 

“มันไม่ควรมีครั้งต่อไปแล้วมั้ย คุณไม่ควรซื้อกางเกงในให้ฉัน มันส่วนตัวเกินไป” ฉันถลึงตาใส่กวิน ส่วนเขาก็เอาแต่หัวเราะ 

“ฮะๆ ผมคิดไม่ถึงเลย ผมขอโทษนะข้าวผัด...ว่าแต่...” กวินทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างออกมา 

“อะไร” 

“คุณควรเรียกผมว่าพี่วินนะ เพราะผมอายุยี่สิบสองแล้ว ผมแก่กว่าคุณสองปี” 

“คลาวด์แก่กว่าฉันตั้งหกร้อยแปดสิบห้าปี ฉันยังไม่เรียกเขาว่าพี่เลย” 

“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ” กวินเผยสีหน้าเจื่อนๆ ออกมา จนฉันต้องหัวเราะเพราะมันดูตลก 

“ฮะๆ ก็ได้ๆ ฉันจะเรียกคุณว่าพี่วิน โอเคปะ” 

“ครับ...งั้นผมจะเรียกคุณว่าข้าวผัด” แล้วฉันก็หุบยิ้ม มองบนใส่เขาอย่างอดไม่ได้ 

“ก็ฉันชื่อข้าวผัดไง...” 

 

หลังจากที่ฉันกับพี่วินจัดของในห้องนอนเสร็จ เราก็ออกมาที่ห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน พี่วินซื้อของในครัวมาครบครันจนฉันแอบทึ่งที่เขามีเวลาเพียงนิดเดียวก็สามารถหาซื้อของมากมายขนาดนี้มาได้ 

“กินอะไรดี” 

“พี่วินทำอะไรเป็นบ้างล่ะ” 

“ทำไม่เป็นหรอก แต่เปิดสูตรในอินเทอร์เน็ตเอาก็ได้” 

“งั้นก็เอาไก่ผัดเม็ดมะม่วง ปลาทอดน้ำปลา แล้วก็แกงเขียวหวานไก่กับไข่เค็ม” 

“มันจะไม่เยอะไปเหรอ แถมแต่ละอย่างยากๆ ทั้งนั้นเลย” พี่วินแสนซนคนซื่อทำหน้าเจื่อนอีกครั้ง แล้วฉันก็หัวเราะออกมา 

“ฮะๆ แค่แกล้งเล่นเฉยๆ เอาแค่ไข่เจียวหรืออะไรง่ายๆ ก็พอ” ฉันยิ้มบอกเขาก่อนจะหันไปเห็นว่าคลาวด์กำลังยืนมองเรามาจากชั้นสอง 

“คุยกับมีอาเสร็จแล้วเหรอ” ฉันยิ้มถามเขา 

“เสร็จแล้ว” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้อง 

“เป็นอะไรอีกล่ะ” ฉันบ่นเพราะเห็นเขาทำหน้านิ่งใส่ฉัน 

“พี่กะว่าจะถามอยู่ว่าข้าวผัดเจอกับคลาวด์ได้ยังไง แล้วเรื่องคดีมันเป็นยังไงกันแน่” พี่วินเอ่ยถามขณะที่กำลังตอกไข่ใส่ถ้วย 

แล้วฉันก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ฉันรู้ให้พี่วินฟังระหว่างที่เรากำลังนั่งกินข้าว ฉันแอบขำทุกครั้งที่เห็นว่าพี่วินตั้งใจฟังสุดๆ เก็บรายละเอียดทุกเม็ดเหมือนกำลังฟังอาจารย์บรรยายในห้องเรียน ดีนะที่เขาไม่เอาสมุดมาเล็กเชอร์ 

“แล้วแบบนี้ถ้าคลาวด์ได้คำตอบทุกอย่างแล้วเขาก็จะกลับไปดาวเฮอร์เมติกใช่ไหม” พี่วินถามด้วยความสงสัย 

“พี่คิดว่าไงล่ะ คิดว่าเขาจะยอมทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับมนุษย์โลกกับเราไหม” ฉันถามกลับ 

“ไม่แน่หรอก...ใครจะไปรู้ สุดท้ายแล้วเขาอาจจะอยากอยู่กับข้าวผัดที่นี่ก็ได้” 

“ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดีสิ...” ฉันเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเผลอพูดความคิดของตัวเองออกมา 

“อย่าบอกนะว่า...” พี่วินวางช้อนลงจานข้าว แล้วเบิกตาโตมองฉัน 

“มะ...ไม่ใช่สักหน่อย! ข้าวผัดแค่กลัวว่าถ้าเขาไม่อยู่แล้วจะไม่มีคนดูแลข้าวผัดเฉยๆ” ฉันรีบโกหกทันควัน 

“แต่ข้าวผัดก็ดูจะไม่ใช่คนที่คิดแต่เรื่องของตัวเองแบบนั้นสักหน่อย” 

“ยังไงก็ช่าง...เลิกคุยเรื่องนี้ แล้วมาคุยเรื่องของพี่วินดีกว่า พี่เป็นใครมาจากไหนนอกจากเป็นหลานคุณปู่เพื่อนของคลาวด์น่ะ” 

“พี่เป็นนักศึกษาดาราศาสตร์ ตอนนี้เหลือแค่ทำธีสิสพี่ก็จะเรียนจบแล้ว ที่บ้านของพี่เป็นหมอกันหมด ทั้งพ่อ แม่แล้วก็พี่ชาย มีแค่พี่คนเดียวที่สนใจเรื่องดวงดาว” พี่วินเริ่มเล่าพร้อมรอยยิ้ม ดูเหมือนว่าเขาจะยิ้มอยู่เสมอ ผิดกับใครบางคน... 

“พี่วินสนใจเรื่องดวงดาวเพราะคุณปู่ใช่ไหม” 

“อื้ม ตอนเด็กๆ คุณปู่ชอบเล่าถึงคลาวด์ ตามประสาคนแก่น่ะ ก็มีเพ้อๆ บ้าง พ่อพี่บอกเสมอว่าคุณท่านหลงๆ ลืมๆ แล้ว อย่าไปฟังมาก แต่พี่ไม่คิดแบบนั้นนะ พี่เชื่อในสิ่งที่ท่านพูดหมดทุกอย่าง และเชื่อมาตลอดว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง ก่อนที่คุณปู่จะเสียท่านบอกกับพี่ว่าหากได้เจอคลาวด์อีกครั้ง ท่านก็จะตายตาหลับ...แต่ถึงทุกวันนี้พี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าท่านได้เจอคลาวด์หรือเปล่า แล้วคุณปู่ก็ให้รูปถ่ายนี้ไว้กับพี่” พี่วินหยิบรูปออกมาดูอีกครั้งก่อนจะส่งให้ฉัน 

“พี่เหมือนกับคุณปู่มากเลย” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่สายตาของฉันจับจ้องอยู่แต่ใบหน้าของคลาวด์ที่อยู่ในรูป ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเขาก็ยังดูดีราวกับเป็นเทพบุตรอยู่เสมอ 

“ไม่ใช่แค่หน้าตานะที่เหมือน นิสัยก็ด้วย พ่อพี่พูดอยู่บ่อยๆ ” ฉันยิ้มรับ ก่อนจะคืนรูปถ่ายให้พี่วิน 

“ว่าแต่คืนนี้พี่วินจะค้างที่นี่หรือเปล่า” กว่าจะขับรถกลับก็ใช้เวลาตั้งสี่ห้าชั่วโมง 

“อื้ม คลาวด์อนุญาตให้พี่พักที่นี่ได้” 

“ดีเลย มีพี่วินอยู่ข้าวผัดจะได้มีเพื่อนคุย”  

ฉันว่าฉันเข้ากับพี่วินได้ดีนะ คุยด้วยแล้วสบายใจ แถมไม่ดุเหมือนใครบางคน... 

“ข้าวผัด ทำไมถึงไม่รักษาขาล่ะ พี่ถามได้ไหมว่าเดินไม่ได้ตั้งแต่เกิดหรือว่าเกิดจากอุบัติเหตุ” 

“อุบัติเหตุ ตกจากตึกสี่ชั้นตอนอายุสิบสอง” 

“แย่จัง...แล้วไม่ลองยื่นเรื่องรักษาดูล่ะ พี่ว่ามันน่าจะพอรักษาได้นะ” 

“ก่อนหน้าจะเกิดเรื่อง แม่ข้าวผัดทำมาทุกวิถีทางแล้ว แต่ก็รักษาไม่หายจะผ่าตัดเปลี่ยนมาใช้ขาเทียมก็ไม่มีเงินมากพอ ยื่นเรื่องขอขาฟรีก็ไม่เคยได้ จนตอนนี้ข้าวผัดกลายเป็นฆาตกรลงข่าวหน้าหนึ่ง ต่อให้รวยล้นฟ้าไปรักษาที่ไหนตำรวจก็คงตามมาจับทันที” 

“พี่ว่ามันยังมีวิธีนะ” พี่วินทำเสียงตื่นเต้น 

“วิธีอะไร” 

“ลองขอให้คลาวด์ใช้นวัตกรรมจากดาวเฮอร์เมติกมารักษาดูไหม” 

จริงด้วย...ทำไมฉันไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย ขนาดตอนฉันเกือบตายเพราะพิษจากดาร์กเนสยังมียามารักษาได้ นี่แค่ขาเดินไม่ได้ ฉันว่ายังไงมันก็ต้องมีทางรักษาได้แน่ๆ  

ฉันบอกพี่วินว่าจะลองคุยเรื่องนี้กับคลาวด์ดู เราแยกย้ายห้องใครห้องมันหลังจากที่กินข้าวเสร็จ ฉันจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนสุดเห่ยที่พี่วินซื้อมาให้ แล้วก็ลองเรียกเขาจากในใจดู และไม่นานเกินรอ คลาวด์ก็มาอยู่ในห้องนอนของฉัน 

“วันนี้คุณแทบไม่คุยอะไรกับฉันเลยนะ ขลุกอยู่แต่ในห้องสื่อสารนั่นอยู่ได้” ฉันบ่นเขาด้วยน้ำเสียงกึ่งงอนเล็กน้อย 

“เจ้าก็มีมิตรคอยพูดคุยด้วยอยู่แล้ว” 

“มันเหมือนกันหรือไง” พูดอย่างกับว่าพี่วินจะมาแทนที่เขาได้อย่างนั้นแหละ! 

“จะต่างอะไร หากความต้องการของเจ้ามีเพียงแต่การพูดคุย” 

“ฉันไม่ได้ต้องการแค่เพื่อนคุย ฉันต้องการคุณ!” ฉันมองค้อนใส่เขา 

“เจ้าเรียกข้ามามีเรื่องอะไร” แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่อง เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ฉันบอกความรู้สึกต่อเขา... 

“พี่วินบอกว่าที่ดาวคุณน่าจะมีอะไรสักอย่างที่รักษาขาให้ฉันได้” คลาวด์หลุบตามองต่ำเมื่อได้ยินที่ฉันพูด  

“ใช่” เขาตอบออกมาสั้นๆ ช่างเป็นอะไรที่เย็นชาได้ใจจริงๆ  

“รักษาขาให้ฉันได้ไหม ฉันอยากเดินได้ ไม่อยากนั่งบนวีลแชร์บ้านี่อีกแล้ว” 

“ข้าจะลองปรึกษาเรื่องนี้กับมีอา” คลาวด์พูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง ฉันเลยรีบคว้ามือเขาเอาไว้ 

“ฉันหนาว” แอร์ยี่สิบห้าองศาไม่ได้ทำให้ฉันหนาวนักหรอก ฉันเพียงอยากกุมมือเขาเอาไว้ อยากให้เขาอยู่กับฉัน 

“ลดอุณภูมิลงอีกจะช่วยให้เจ้าอุ่นขึ้น” 

“อยู่กับฉันได้ไหม อย่างน้อยก็จนกว่าที่ฉันจะหลับ” ฉันส่งสายตาขอร้องเขา เมื่อไหร่เขาถึงจะเข้าใจว่าฉันต้องการเขามากแค่ไหน เมื่อไหร่เขาจะเข้าใจว่าฉันชอบเขามากจริงๆ ฉันอยากให้เขาเชื่ออย่างที่ฉันเชื่อว่าความรักมันจะไม่ทำให้ใครต้องเจ็บปวดถ้าหากว่ามันคือความรักที่สมหวัง... 

ความคิดเห็น