หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 23 แย่งงานถ่ายแบบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 แย่งงานถ่ายแบบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 499

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2563 15:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 แย่งงานถ่ายแบบ
แบบอักษร

 

แต่ในตอนที่หลินหว่านตอบรับคำเชิญของช่างภาพนั้นเอง อันซิงก็มองเห็นจากอีกฟากหนึ่ง พริบตานั้นเพลิงโทสะลุกโชน อันซิงโมโหจนควันออกหู หน้าตาถมึงทึงเดินกระแทกส้นสูง กลับบ้านตระกูลอันไป 

“คุณปู่ นังแพศยาหลินหว่านนั่นแย่งงานถ่ายแบบของหลาน คุณปู่ต้องช่วยหลานนะคะ” อันซิงกลับถึงบ้านก็ร้องห่มร้องไห้ฟ้องอันโฮ่วสยง 

อันโฮ่วสยงเลิกคิ้วสูง พูดเสียงราบเรียบ “อะไรนะ หลินหว่านกล้าแย่งงานถ่ายแบบเธอหรือ แย่งงานชิ้นไหนล่ะ” 

“ก็ที่วันนี้หลานไปถ่ายแบบให้ ‘แฟชั่นบาซาร์’ ธีมในโรงเรียนไงคะ นังหลินหว่านแย่งมันไปเฉยเลย หลานถ่ายอยู่ดีๆ แต่แม่นั่นมาถ่ายภาพโปรโมทงานการกุศลเพื่อคุ้มครองสัตว์อยู่ที่ด้านข้าง มันทำท่ายั่วยวนช่างภาพแล้วก็แย่งงานไปเลย หลานไม่ยอมนะคะ งานของหลาน จะให้มันแย่งไปเฉยๆ อย่างนี้ไม่ได้นะคะ” 

อันซิงกระโดดข้ามส่วนที่ตัวเองทำงานไม่เป็นมืออาชีพพอจนถูกช่างภาพต่อว่าออกไป แต่งเติมสีสันละเลงจนได้เรื่องใหม่ที่ดูว่าเธอแสนจะน่าสงสาร 

“งั้นรึ ถ้าอย่างนั้น ปู่จะให้คนโทรไปแฟชั่นบาซาร์ เอางานโฆษณาของหลานกลับมา โอเคไหม ของของบ้านตระกูลอันเราจะยอมให้คนอื่นมาแย่งไปได้ยังไงกันล่ะ” อันโฮ่วสยงพูดอย่างมั่นใจ 

อันซิงเดินมาตรงหน้าอันโฮ่วสยง คล้องแขนเขาไว้ออดอ้อนว่า “ไม่ค่ะ หลานไม่อยากได้งานนั่นแล้ว ก็แค่ถ่ายแบบนิตยสารเอง คุณปู่คะ หลานคิดว่าเราน่าจะปล่อยข่าวลงอินเทอร์เน็ตว่าหลินหว่านแย่งงานถ่ายแบบไปหน้าด้านๆ หลานรู้สึกว่าอย่างนี้น่าจะทำให้มันเจ็บได้มากกว่า ดูซิว่าเสียความนิยมเสียแฟนคลับแล้วมันยังจะยืนหยัดอยู่ในวงการบันเทิงได้อีกไหม ให้มันได้ใจไปก่อนเถอะ เป้าหมายของพวกเรา 

อยู่ที่ไล่มันออกจากวงการไปนี่คะ” 

อันโฮ่วสยงนิ่งคิดไม่กี่วินาที สำหรับอันซิง หลานสาวคนนี้ อันโฮ่วสยงรักตามใจมาตั้งแต่เล็กจนโต ต้องการอะไรก็ได้ดังใจทุกอย่าง ยิ่งคราวนี้อันซิงพูดได้ถูกต้องมีเหตุผล สำหรับเทียนซิงกรุ๊ปแล้ว การกลบฝังหลินหว่านไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีกเป็นเป้าหมายสูงสุด ดังนั้นเขารับปากเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว จากนั้นจัดคนให้กระจายข่าวหลินหว่านแย่งงานถ่ายแบบลงในสื่อออนไลน์ 

ดังนั้นค่ำวันเดียวกัน สื่อบนอินเทอร์เน็ตก็ปรากฏข้อความ  

[หลินหว่านไร้ยางอายแย่งงานหน้าด้านๆ ] 

[ดาราหางแถวหลินหว่านหน้าด้านแย่งงานดาราแนวหน้า] 

 โจมตีแบบปูพรมกระจายไปทั่ว 

พออวิ๋นซีเห็นข้อความบนอินเทอร์เน็ต ก็รีบถามหลินหว่านที่นั่งอยู่ด้านข้าง “เกิดเรื่องอะไรเหรอ ทำไมจู่ๆ บนเน็ตถึงมีข่าวทำนองว่าเธอแย่งงานคนอื่นล่ะ วันนี้เธอไปทำอะไรมาหือ” 

หลินหว่านรับแท็บเล็ตจากมืออวิ๋นซีมาอ่านดูข่าวบนอินเทอร์เน็ต เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เข้าใจว่าเรื่องอะไร “นี่คงเป็นฝีมือก่อกวนของอันซิงอีกแล้ว ก็ที่ตอนกลางวันฉันบอกเธอว่า พรุ่งนี้มีนัดช่างภาพให้ฉันไปถ่ายแบบยังไง งานนี้นะดูเหมือนเป็นของอันซิงแต่วันนี้เธอทำงานไม่ถูกใจช่างภาพ เลยถูกช่างภาพไล่เปิดไป ตอนนี้กลับมาแว้งกัดว่าฉันแย่งงาน” 

พูดแล้วหลินหว่านก็ถอนใจเฮือก “เฮ้อ พวกเขานี่น้ะ ไร้ยางอายจนเคยชินซะแล้ว เอาเถอะ เรื่องแบบนี้เดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว ก่อนนั้นพวกเขาเล่นงานสาดโคลนฉันซะใหญ่โต ตอนนี้ก็ผ่านไปได้แล้วไม่ใช่เหรอ” 

หลินหว่านส่งคืนแท็บเล็ตให้อวิ๋นซี ด้วยท่าทางไม่ยินดียินร้าย เรื่องที่เกิดขึ้นดูจะไม่กระทบกระเทือนอารมณ์เธอสักเท่าไร หลินหว่านยังคงอ่านบทละครของเธออย่างตั้งใจ 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันจะให้ศิลปินของฉันถูกใส่ร้ายเปล่าๆ ปลี้ๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก” ในฐานะผู้จัดการมือทองอวิ๋นซีไม่ยอมให้ศิลปินในความดูแลของเธอต้องตกอยู่ในภาวะวิกฤตบนโลกออนไลน์ด้วยเรื่องน้ำเน่าแบบนี้ 

“น่าเสียดายที่พวกเราไม่มีหลักฐานที่อันซิงถูกช่างภาพด่าเพราะทำงานไม่เป็นมืออาชีพ ไม่อย่างนั้นเอาขึ้นเน็ตไปก็ได้เห็นดำเห็นแดงกันไปข้าง ฉันต้องคิดหาวิธีให้พวกสาดโคลนนี่สงบลงก่อน” 

“เอ๋ เดี๋ยวนะ เสี่ยวหว่าน เธอมาดูนี่สิ ดูเหมือนว่าช่างภาพเธอคนนั้นจะออกมาชี้แจงบนเน็ตล่ะ มีคนเข้ามาดูกันเพียบเลย” อวิ๋นซีไปดูเพจหน้าแรกของเวยปั๋วเห็นโพสต์ของช่างภาพอาเคเข้า เธอเรียกให้หลินหว่านเข้ามาดูอย่างตื่นเต้น “คิดไม่ถึงว่าช่างภาพคนนี้มีคุณธรรมน้ำใจทีเดียวเลยนะ ไม่เลวๆ ไม่ยอมก้มหัวให้พวกใช้อำนาจเผด็จการ ฉันชอบ” 

หลินหว่านขยับเข้าไปดูข้อความบนเวยปั๋วจากแท็บเล็ตของอวิ๋นซี ข้อความว่า 

[ผมชื่ออาเค เป็นช่างภาพของนิตยสาร ‘แฟชั่นบาซาร์’ คิดว่าคนในวงการน่าจะรู้จักผมดี วันนี้คุณอันซิงมีนัดถ่ายภาพชุดให้กับ ‘แฟชั่นบาซาร์’ ฉบับล่าสุด 

แต่ว่า ในฐานะช่างภาพ ผมมีความจำเป็นต้องรับผิดชอบต่องานในอาชีพของผม คุณอันซิงโพสต์ท่าถ่ายภาพไม่มืออาชีพเอามากๆ ไม่มีแม้แต่จิตสำนึกของความเป็นนักแสดง ใส่อารมณ์ส่วนตัวเข้ามาในงาน ตลอดเวลาในการถ่ายภาพ ท่าทางการจัดร่างกายแข็งทื่อ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีความกระตือรือร้นในการทำงาน 

เนื่องด้วยผมต้องรับผิดชอบต่อผู้อ่าน จึงปฏิเสธที่จะร่วมงานกับดาราที่ไม่เคารพในอาชีพของตน และขอยุติความร่วมมือกับคุณอันซิงในการถ่ายแบบให้กับนิตยสาร ‘แฟชั่นบาซาร์’ 

ขณะที่ผมกำลังกังวลใจเรื่องภาพถ่ายลงนิตยสาร ‘แฟชั่นบาซาร์’ ฉบับนี้ก็เห็นคุณหลินหว่านซึ่งกำลังถ่ายภาพอยู่สตูดิโอถัดไป การแสดงออกที่เต็มไปด้วยพลังและความสดใสของวัยแรกรุ่นของเธอประทับใจผมมาก ผมเห็นว่าเธอมีคุณสมบัติที่ผมจะร่วมงานด้วย และเป็นนางแบบที่เหมาะสมในการถ่ายภาพปกของนิตยสาร ‘แฟชั่นบาซาร์’ ฉบับนี้ที่สุด 

ผมจึงเข้าไปขอนัดคุณหลินหว่านเพื่อถ่ายแบบลงนิตยสาร ‘แฟชั่นบาซาร์’ ฉบับล่าสุด คุณหลินหว่านยอมรับปากช่วยให้ผมปฏิบัติงานในหน้าที่ถ่ายภาพต่อไปได้ จึงขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง 

ดังนั้นคำวิจารณ์บนอินเทอร์เน็ตที่กล่าวหาคุณหลินหว่านแย่งงานนั้นจึงไม่เป็นความจริง หวังว่าท่านผู้มีปัญญาจะหยุดคำเล่าลืออันเป็นเท็จ อันซิงที่ไม่เป็นมืออาชีพ ไม่เคารพในงานวิชาชีพจนสูญเสียงานไปไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร ควรจะสำนึกใคร่ครวญตัวเอง โอกาสย่อมเป็นของผู้มีความสามารถเสมอ] 

ข้อความนี้ได้เผยความจริงออกมา ด้านล่างมีคนกดไลก์สารพัดชนิด ในคอมเมนต์ล้วนสนับสนุนหลินหว่านและช่างภาพ ทั้งยังมีกูรูจากทุกสารทิศส่งต่อไปอีก 

“ว้าว ฉันนี่โชคดีชะมัดเลยใช่ไหมเนี่ย ช่างภาพนี่เป็นคนจริงไม่ทิ้งอุดมการณ์เลยนะ” หลินหว่านอุทานจากก้นบึ้งของหัวใจ เธอยังคิดว่าคงไม่มีคนออกมาพูดแก้ต่างให้เธอหรอก ใครๆ ก็กลัวอำนาจของเทียนซิงกันทั้งนั้น คิดไม่ถึงว่ายังมีคนที่ไม่เหมือนใครอยู่จริงๆ  

“ยังไม่หมดๆ ทางนี้ยังมีกูรูวงการแสดงอีกเพียบเลย โพสต์หนุนเธอกันหมดเลย” อวิ๋นซีค้นดูในเวยปั๋วแล้วก็ยิ่งตื่นเต้นดีใจ 

“ฉันอ่านให้เธอฟังนะ นี่ของตู้เซวี่ยน บริษัท เซวี่ยนจื่อบอกว่า วงการบันเทิงเป็นโลกของคนที่มีความสามารถ ตัดสินกันด้วยความสามารถ (ถ้ามีความสามารถ) ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ย่อมจะมาหาถึงที่เอง 

“ยังมีเหล่าตันนักข่าวชื่อดังสายบันเทิง ชมเชยเธอด้วย บอกว่า การปฏิบัติตัวของหลินหว่านตั้งแต่เข้าวงการมาทุกคนต่างก็เห็นกันอยู่ เธอเป็นคนมีความสามารถ ได้รับการชื่นชมก็เป็นเรื่องสมควรอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น จากที่ได้พบกันแม้จะน้อยครั้ง แต่ก็เห็นได้ว่าหลินหว่านเป็นคนสุภาพอ่อนโยน อ่อนน้อมถ่อมตัว ดังนั้นที่ว่าแย่งงานนั้น เห็นชัดว่าเป็นความเข้าใจผิดของคนโง่ที่ถูกหลอก ยังมีอีกเยอะเลย ตอนนี้ชาวเน็ตต่างก็อยู่ข้างพวกเราแล้วล่ะ ฮ่าๆ ” 

ความคิดเห็น