หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 27 คร่าพรหมจรรย์

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 คร่าพรหมจรรย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2563 15:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 คร่าพรหมจรรย์
แบบอักษร

 

“แขกผู้ทรงเกียรติมาแล้ว” เถ้าแก่เนี้ยเห็นเกี้ยวสวยหรูเกินทั่วไปเช่นนั้น จึงรีบร้อนวิ่งออกมาต้อนรับ  

หนิงอวี้โยนแท่งเงินออกมาจากม่านเกี้ยวหนึ่งแท่ง แล้วกลับมาพูดด้วยเสียงของผู้หญิงอีกครั้ง “ห้องพักชั้นบนหนึ่งห้อง” 

เถ้าแก่เนี้ยโบกมือแล้วร้องขึ้นหนึ่งคำ เก็บแท่งเงินนั้นมางับไว้ในปากอย่างสำราญใจ เกี้ยวถูกแบกโคลงเคลงเข้าไปในโรงเตี๊ยมแล้วขึ้นบันไดไป เสี่ยวเอ้อร์จึงรีบหยุดพวกเขาไว้พร้อมพูดขึ้น “นี่อะไรกัน ต้องให้เกี้ยวส่งถึงห้องเชียวหรือ ไม่มีขาหรืออย่างไร”  

“โอ้ย เจ็บๆๆ เถ้าแก่เนี้ย อย่าตีข้า”  

“เจ้าทึ่มนี่ แขกว่าเช่นไรก็เช่นนั้น” ผู้คนในโรงเตี๊ยมเห็นเกี้ยวถูกแบกเข้าไปก็พากันซุบซิบ เถ้าแก่เนี้ยเห็นเช่นนั้นจึงเท้าเอวด่าลั่น “มองอะไรกัน พวกเจ้ายุ่งอะไรด้วย มีปัญญายุ่งอย่างนั้นหรือ รีบกินรีบดื่มรีบจ่ายเงินแล้วไสหัวไปให้พ้น เจ้าพวกยาจกพวกนี้นี่ ” 

ถึงจะถูกต่อว่าเช่นนั้น ผู้คนทั้งหลายก็ยังจ้องเขม็งไปทางเกี้ยวนั้นเป็นตาเดียว กระทั่งเกี้ยวหยุดลงตรงหน้าประตูห้อง มีสตรีนางหนึ่งปกปิดหน้าไว้เข้าไปในห้องโดยมีคนคอยประคอง จากนั้นจึงมีคุณชายอีกคนใช้พัดกระดาษบังหน้าเดินตามเข้าไปข้างใน 

หงหลิงประคองร่างที่อ่อนปวกเปียกนั้นไปยังขอบเตียง หนิงอวี้โยนเงินสองตำลึงสองสามก้อนออกไป แล้วออกปากไล่คนแบกเกี้ยวเหล่านั้น “คุณชาย หรือว่าท่านคิดจะคร่าพรหมจรรย์ของนาง” หงหลิงคิดมาตลอดทาง ในที่สุดก็จับต้นชนปลายได้ถูก 

“ก็มิได้โง่เขลานี่” หนิงอวี้ใช้มือขยำศีรษะหงหลิงเบาๆ  

ทันทีที่สัมผัสถึงร่างกายที่แข็งทื่อของนางจึงรู้ได้ทันทีว่าเรื่องราวไม่ได้เป็นตามที่ควร นางเห็นหงหลิงขมวดคิ้วพูดขึ้นว่า “ทำไมถึงต้องทำกันขนาดนี้ พรหมจรรย์คือสิ่งสำคัญที่สุดของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง แม้คุณหนูมู่หรงหวั่นจะนิสัยไม่ดี แต่ทำถึงเพียงนี้มันเกินไปแล้วนะ” 

หนิงอวี้ยิ้มเหือด สักครู่จึงพูดขึ้น “หงหลิง เจ้าคิดว่าทำไมข้าถึงต้องทำเรื่องนี้เล่า” 

“พระชายา ทรงมีเหตุผลส่วนพระองค์ แต่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ ไม่อำมหิตไปหน่อยหรือเพคะ” 

เหตุผลอย่างนั้นหรือ หนิงอวี้มองไปยังสีหน้าอันน่าเวทนาของหงหลิงแล้วได้แต่ยิ้มแห้งๆ แค่นางฆ่าเจ้าเพียงเท่านั้นก็พอให้ข้าเฆี่ยนศพนางไปสามวันแล้ว อำมหิตอย่างนั้นหรือ สิ่งที่มู่หรงหวั่นทำไปทั้งหมดล้วนแล้วแต่สร้างความเคียดแค้นจนน่าขนลุกขนพอง แม้แต่ฟ้าดินก็ไม่อาจให้อภัยนางได้  

อีกทั้งหากปล่อยมู่หรงหวั่นไป แล้วใครจะปล่อยตนเล่า เลือดเนื้อในท้องนาง ทั้งทะเลเลือดกว้างใหญ่นั้นด้วย ตกดึกฝันร้ายเหล่านี้จะหวนคืนมา นางได้แต่แอบร้องไห้สะอื้นอยู่เพียงลำพัง ไหนจะเจตนามุ่งหมายเอาชีวิตตอนอยู่ที่หน้าผาในสำนักชีนั่นอีก ทั้งหมดนี้จะให้ปล่อยไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ 

นางตั้งใจจะบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมด แต่เมื่อเห็นท่าทางใสซื่อไร้เดียงสาของหงหลิงเช่นนั้นก็ตัดสินใจที่จะเก็บเรื่องราวเมื่อชาติที่แล้วไว้กับตัวเองเสีย 

หนิงอวี้ยกมือขึ้นลูบแก้มหงหลิง แล้วพูดขึ้นเสียงเบา “เจ้ารู้แค่ว่า ทุกสิ่งที่ข้าทำลงไปล้วนแต่ผ่านการใคร่ครวญมาอย่างรอบคอบแล้ว” 

หงหลิงก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร สักครู่ใหญ่จึงพูดขึ้นว่า “หงหลิงรู้แล้ว” หนิงอวี้เห็นหงหลิงหน้านิ่วคิ้วขมวดก็รู้ได้ทันทีว่านางยังไม่เชื่อเช่นนั้น แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจัดการมู่หรงหวั่น สำหรับหงหลิงไว้รอกลับไปก่อนค่อยอธิบายให้นางฟัง 

หนิงอวี้ดึงเอาเชือกหนังวัวเส้นบางขดหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อมัดมู่หรงหวั่นไว้ แล้วใช้ผ้าผืนหนึ่งอุดปากนาง เมื่อเสร็จสิ้นหนิงอวี้ก็จัดการเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ ใช้มือปาดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วล้วงเอาขวดเล็กๆ สีดำขวดหนึ่งออกมาจากแขนเสื้ออีกครั้ง 

นางเอาขวดใบนั้นยื่นไปที่ปลายจมูกมู่หรงหวั่น ไอสีชมพูอ่อนถูกมู่หรงหวั่นสูดเข้าไป แค่ชั่วขณะเดียวมู่หรงหวั่นก็มึนงงไม่ได้สติ ใบหน้าแดงก่ำ ปากก็พึมพำอยู่สองสามคำ 

เสียงเคาะประตูดังขึ้น หงหลิงพลันสีหน้าตกตะลึง หนิงอวี้ลุกขึ้นไปเปิดประประตูโดยไม่รีบร้อน คนที่มานั้นมีทีท่าลับๆ ล่อๆ ใบหน้าแสนอัปลักษณ์อย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่เห็นสาวงามบนเตียงก็พลันน้ำลายไหลยืด 

หนิงอวี้ใช้พัดบังยิ้มไว้แล้วพูดขึ้น “เงินมา ของไป” ชายผู้นั้นรีบล้วงเงินสองตำลึงสองก้อนออกมาจากเสื้อคลุมแล้วรีบโผขึ้นเตียงอย่างทนรอไม่ไหว 

หนิงอวี้มือข้างหนึ่งกำเงินไว้ อีกข้างก็จูงหงหลิงเดินไปยังห้องข้างๆ ที่มีผนังไม้บดบังสายตา มีเพียงเสียงดังเบาๆ ที่ลอดเข้ามาในห้อง หงหลิงนั่งบนเก้าอี้ไม่พูดสิ่งใด สีหน้าเหม่อลอย 

หนิงอวี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วพูดขึ้นเสียงเบา “หงหลิง ข้าจะบอกเจ้าเรื่องหนึ่ง เจ้าฟังไว้ให้ดี ข้าจะพูดแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว” 

ความคิดเห็น