นารีมีมง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รสรักแฟนเก่า-03-ขอกันหน้าด้านๆ

ชื่อตอน : รสรักแฟนเก่า-03-ขอกันหน้าด้านๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2563 12:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รสรักแฟนเก่า-03-ขอกันหน้าด้านๆ
แบบอักษร

 

เอวาเดินกลับมายังโต๊ะทำงานด้วยท่าทางแปลกๆ หลังจากที่โดนผู้ชายใจร้ายกระทำย่ำยีเธอในห้องน้ำนานกว่าสามสิบนาที

ขาเรียวยังสั่นพร่าไม่หาย กลางกายสาวทั้งเจ็บและแสบอยู่เนืองๆ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ยัดสิ่งแปลกปลอมแท่งใหญ่เข้าไปแต่ก็ไม่วายใช้นิ้วเรียวยาวของเขาทั้งกระทุ้งดึงเข้าดึงออกทำเอาเธอเสร็จไปจนได้

ก่อนจะทิ้งเธอไว้แบบเดิมเหมือนกับห้าปีที่แล้วไม่มีผิด โดยไม่ลืมทิ้งทวนคำพูดที่น่ารังเกียจอีกตามเคย

"เสียวถึงใจเธอมั้ย..."

 

 

หญิงสาวนั่งลงตรงเก้าอี้นวมตัวเดิม คิดไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้

 

มันทั้งเจ็บและเสียวปะปนกัน...

 

แต่ทว่าความอายมันดันมากกว่าทั้งสองอย่าง ใบหน้าเล็กก้มลงกับฝ่ามือตัวเอง ถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนคนที่เดินออกมาจากห้องสังเกตเห็น

"เอวาเป็นอะไรหรือเปล่า"

"ปะ..เปล่าค่ะคุณอา"

หญิงสาวรีบเงยหน้าขึ้น จัดผมเผ้าที่เริ่มไม่เป็นทรงอย่างเงอะๆงะๆ

"ไม่สบายหรือเปล่าหน้าซีดเชียวกลับไปพักมั้ยเดี๋ยวอาไปส่ง"

"หนูสบายดีค่ะคุณอาไม่ต้องเป็นห่วงหนูยังแข็งแรงดีดูสิคะ"

เธอพูดติดหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมยกแขนขึ้นโชว์กล้ามเนื้อที่อยู่ภายในเสื้อ แสดงความแข็งแรงที่แทบจะไม่มีให้อภินันท์เห็นเผื่อจะช่วยให้ท่านรู้สึกสบายใจขึ้นเลิกกังวลเรื่องของเธอ

"เอาเถอะๆไม่ต้องอวดอาหรอกอารู้ว่าเราน่ะแข็งแรง...แต่วันนี้ไม่ต้องไปพบลูกค้ากับอานะเดี๋ยวอาวานให้เราช่วยจัดเตรียมเอกสารการประชุมครั้งหน้าให้หน่อย"

ชายสูงอายุไม่ถึงกับมากมาย สั่งงานทิ้งไว้ให้เลขาสาวช่วยจัดการ ก่อนจะเดินออกไปด้วยมาดนิ่งๆตามแบบฉบับของหุ้นส่วนรายใหญ่ ที่ใส่ใจการทำงานมากกว่าการได้รับเงินเดือนเป็นไหนๆ

เมื่อถึงเวลาเที่ยง หญิงสาวจึงรีบลงไปทานข้าวโดยเลือกร้านอาหารที่อยู่ใกล้บริษัท เธอไม่อยากเสียเวลาเดินทางไกล เพราะยังมีเอกสารที่รอให้เธอจัดการอยู่อีกกองพะเนิน

บ่ายคล้อยเห็นจะได้หญิงสาวจึงกลับเข้าออฟฟิศ มุ่งตรงไปยังชั้น47ที่คุ้นเคย ในมือถือแก้วกาแฟขนาดพอดีติดมือมาด้วยพร้อมทั้งขนมหวานอีกสองสามอย่าง

เมื่อมาถึงชั้น47เธอก็รีบจ้ำอ้าวกลับโต๊ะทำงานทันที แต่กระนั้นสายตากลับปะทะเข้ากับใครบางคนที่ไม่ได้รับเชิญนั่งหน้าสลอนอยู่ตรงโต๊ะทำงานของเธอ

ใบหน้ายิ้มแย้มที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเบาๆพลันหุบยิ้มลงในทันตา

 

เขามาทำไมกัน...

 

"ให้ฉันรอนานไปนะ"หน้าตาเรียบเฉยเริ่มเอ่ยบทสนทนา ชวนอีกฝ่ายคุย พร้อมหมุนก้าวอี้นวมของเจ้าหล่อนไปมาเล็กน้อย นิ้วเรียวเขี่ยไปมากับเอกสารบนโต๊ะ

"นายมาทำไม"

"ฉันมาหาคุณอภินันท์"

ก้าวอี้ที่หมุนไปมาหยุดนิ่งลงแล้ว สองมือใหญ่ประสานเข้าหากัน นัยน์ตาสีเข้มเริ่มฉายแววจริงจังไม่ล้อเล่น ทว่ากลับลุกพรวดยืนขึ้นสุดความยาวตัวเดินตรงมาหาร่างเพรียวที่ยืนห่างออกไป

มือหนาเชยคางมนขึ้น ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่กำลังสั่นระริกเหมือนลูกนกก็ไม่ปาน เธอยังไม่หายกลัวที่เขาใช้นิ้วกับเธอในห้องน้ำ ซึ่งเขาดูจะมีความช่ำชองในเรื่องอย่างว่าเอามากเลยทีเดียว ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าถึงมันจะไม่ได้ใหญ่เหมือนอย่างอื่นแต่ก็ทำเอาเธอเสียวจนแทบร้องขอชีวิต

 

"ชงกาแฟให้ฉันหน่อยเร็วๆด้วยล่ะเพราะถ้าช้าฉันเกิดหิวอย่างอื่นขึ้นมา.."

น้ำเสียงชายหนุ่มเริ่มแหบพร่าลงปากหยักขยับเข้าใกล้ริมหูสวยก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำเอาเจ้าหล่อนใจหายวูบ

"ฉันจะกินเธอแทน"

ว่าเสร็จก็เดินเข้าไปนั่งรอในห้องทำงานของอภินันท์หน้าตาเฉยไม่รอให้หญิงสาวได้พูดจาคัดค้านใดๆ

 

ถาดทรงกลมที่แต่งแต้มด้วยลวดลายดอกไม้รอบๆถูกยกเข้าไปพร้อมกับแก้วกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นในยามบ่าย

โต๊ะรับแขกที่ห่างจากโต๊ะทำงานประมาณหนึ่งห้อมล้อมด้วยโซฟาราคาแพง และตรงกลางเป็นโต๊ะกระจกที่ประดับประดาอยู่ด้วยแจกันดอกไม้สดเล็กๆที่เลขาสาวมักจะจัดไว้เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับห้องทำงานของผู้เป็นเจ้านาย

เอวาวางถาดลงบนโต๊ะก่อนจะยกแก้วกาแฟออกโดยไม่มีเสียงพูดจาแม้แต่สักคำ ชายหนุ่มเพียงนั่งมองเธอนิ่งๆด้วยท่าทางสบายๆ แต่กลับเป็นเธอที่รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเมื่อต้องอยู่กับเขาเพียงสองต่อสองภายใต้ห้องที่เงียบสงัดแบบนี้

เธอจึงรีบจัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนจะก้าวออกจากห้องไปโดยที่ไม่มีเสียงทัดทานใดๆจากผู้ชายที่เธอเกลียดตามมาให้ระแคะระคายหู

 

แปลก...

 

บ่ายสองกว่าแล้วแต่อภินันท์ยังไม่กลับเข้ามาจนกระทั่งเสียงลิฟต์ดังขึ้น ร่างอ้วนท้วมที่เธอกำลังนึกถึงก็ย่างก้าวออกมาจากลิฟต์พอดิบพอดี

อภินันท์ส่งยิ้มให้เลขาสาวที่ลุกขึ้นยืนต้อนรับเขาทุกครั้งที่เจอหน้า

"คุณอภินันท์คะท่านรองประธานมารอพบค่ะ"

"มานานแล้วหรอทำไมไม่โทรบอกอาล่ะ"

"ดิฉันคิดว่าคุณอภินันท์ยังคุยธุระกับลูกค้าไม่เสร็จเลยไม่กล้าโทรไปรบกวนน่ะค่ะ"

"ไม่เป็นไรๆงั้นอาขอตัวก่อนนะ"

ประตูบานใหญ่ของห้องทำงานประจำตำแหน่งของอภินันท์ถูกเลื่อนออก เจ้าตัวเดินเข้าไปทักทายจับไม้จับมือขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ที่ให้รอ

"ต้องขอโทษคุณฌอนด้วยนะครับที่ให้รอนาน"

"ผมไม่ถือโทษโกรธอะไรเลยครับ"

อภินันท์สำผัสได้ถึงคำพูดที่ถ่อมตนให้เกียรติ ไม่มีน้ำเสียงเย่อหยิ่งเจือปนเลยสักนิดของคู่สนทนา

"ผมขอเข้าประเด็นเลยแล้วกันนะครับ"

"เอ้อวัยรุ่นสมัยนี้ใจร้อนจริงเชียวนะฮ่าๆๆแต่ก็เอาเถอะผมชอบมันทันใจดี"

"งั้นผมขอไม่อ้อมค้อมแล้วกันนะครับคือผมอยากให้เลขาของท่านย้ายมาเป็นเลขาของผมภายในวันพรุ่งนี้"

นัยน์ตาสีเข้มฉายแววจริงจังขึ้นอีกครั้ง บอกให้คนที่อยู่เบื้องหน้ารู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่น เพราะไหนๆเขาก็จะเข้ามารับตำแหน่งอย่างเต็มตัวในวันพรุ่งนี้ และสิ่งที่ควรมีก็คือเลขาคู่ใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่รับผิดชอบเป็นถึงรองประธานบริษัท

"คุณฌอนว่าไงนะครับ"

"คุณฟังไม่ผิดหรอกครับตอนนี้ผมยังไม่มีเลขาซึ่งนับว่าเป็นตำแหน่งสำคัญที่คนเป็นรองประธานควรจะมีดังนั้นผมจึงอยากจะขอเลขาของคุณที่มีความชำนาญอยู่แล้วให้ย้ายมาเป็นเลขาของผมแทนจะได้ไหมครับพอดีว่าผมรู้สึกถูกชะตากับเธอยังไงบอกไม่ถูก"

เสียงหัวเราะและรอยยิ้มเหี่ยวย่นของคนมีอายุเรียบลงทันตาเห็น เปลี่ยนอากัปกิริยามาเป็นจริงจังภายในเสี้ยววินาที

"ถ้าคุณฌอนขอกันตรงๆแบบนี้ผมก็ยากจะปฏิเสธเอาเป็นว่าผมจะบอกเอวาให้เธอย้ายไปทำงานกับคุณพรุ่งนี้แล้วกันนะครับ"

หุ้นส่วนใหญ่ตกปากรับคำท่านรองประธานหนุ่มอย่างว่าง่ายแต่ก็แอบใจหายนิดนึงที่จะต้องให้หลานสาวไปทำงานกับคนอื่นทั้งที่เธอเพิ่งจะเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ

"ขอบคุณท่านมากนะครับ..งั้นผมขอตัวลาก่อน"

ฌอนยกมือไหว้เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ด้วยการไปมาลาไหว้ให้สมกับที่ถูกอบรมมาอย่างดี

ร่างสูงเดินออกจากห้องไปในขณะที่เดินผ่านโต๊ะทำงานของเลขาในอนาคต ก็ไม่วายหยุดลงหันไปส่งยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์แสนกลให้กับเจ้าหล่อน ที่ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังจะต้องเจอศึกหนักจากเขาในไม่ช้า

 

แอแงยัยหนูเอวากำลังจะเจอศึกหนักช่วยน้องด้วย

อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจให้นารีสักคนละ1เม้นด้วยนะคะจะได้มีกำลังใจมาอัพต่อให้อ่านไวๆ

🥰

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น