หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 22 ถ่ายภาพ

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 ถ่ายภาพ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 535

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2563 15:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 ถ่ายภาพ
แบบอักษร

 

วันรุ่งขึ้น หลินหว่านไปถ่ายโปรโมตงานการกุศลเพื่อคุ้มครองสัตว์ที่ตึกเจิ้นเทียน ตึกเจิ้นเทียนเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งรวมที่ตั้งสำนักงานสื่อเอเจนซี่ บริษัทโฆษณา ถ่ายภาพเป็นต้น ที่นี่ 

มีทั้งช่างภาพมืออาชีพและสตูดิโอถ่ายภาพที่ดีที่สุด 

วันนั้นหลินหว่านมาถึงที่ทำงานด้วยชุดออกกำลังกายเรียบๆ แต่ด้วยใบหน้างามสะดุดตากับรูปร่างสูงเพรียวของเธอ แม้จะอยู่ในชุดเรียบง่ายอย่างชุดออกกำลังกาย เมื่ออยู่บนร่างของหลินหว่านก็เต็มไปด้วยความสดใสมีชีวิตชีวา 

ในวันเดียวกันนั้น อันซิงก็มีงานถ่ายภาพที่ตึกเจิ้นเทียนเช่นกัน ภายในห้องแต่งตัว อันซิงขยับตัวอย่าง 

ไม่เป็นสุขด้วยอยากเห็นหลินหว่านสวมเสื้อโค้ตขนสัตว์เดินเข้ามา ก็เลยถูกฝ่ายผู้จัดด่าว่าเสียไม่มีดี 

จวบจนหลุดจากสถานที่ถ่ายโฆษณามาได้ เธออุตส่าห์หาพวกตากล้องปาปารัสซี่มาคอยตามแอบถ่าย แผนก็คือพอพวกปาปารัสซี่ถ่ายได้ภาพหลินหว่านถูกต่อว่าที่สวมเสื้อโค้ตขนสัตว์แล้ว ก็ให้รีบเอาขึ้นสื่อออนไลน์ วิจารณ์ว่าพอมีชื่อเข้าหน่อยก็หลงลืมตัว สร้างภาพ ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมทำตัวเป็นเซเลป ไม่รับผิดชอบต่องาน 

เช่นนี้ก็จะสามารถเหยียบหลินหว่านให้จมดิน แม้ว่าไม่อาจทำให้เธอออกจากวงการไปได้ แต่ก็ระบายแค้นได้บ้าง คิดถึงตรงนี้อันซิงก็ยกมุมปากเหยียดยิ้มสะใจออกมาอย่างลืมตัว 

แต่สิ่งที่อันซิงนึกไม่ถึงก็คือ หลินหว่านมาที่ห้องแต่งตัวด้วยชุดวอร์มที่เรียบง่าย ไม่มีเสื้อโค้ตขนสัตว์อะไรนั่นเลย 

ฝ่ายจัดงานประชาสัมพันธ์การกุศลมาพบหลินหว่านที่ห้องแต่งตัวแล้วชมเชยว่า “คุณหลินนี่ช่างเรียบง่ายสมถะจริงๆ นะครับ แต่งตัวติดดินอย่างนี้ เข้ากับธีมงานการกุศลเพื่อคุ้มครองสัตว์ของเราพอดี เรากำลังต้องการภาพลักษณ์ติดดินกินข้าวแกงแบบนี้อยู่ทีเดียว” 

หลินหว่านยิ้มน้อยๆ พูดอย่างเกรงใจว่า “คุณชมเกินไปแล้ว ปกติฉันชอบแต่งตัวแบบนี้อยู่แล้วเท่านั้นเองค่ะ” 

ฝ่ายจัดงานไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ให้ช่างแต่งหน้ามาแต่งหน้าให้หลินหว่าน พร้อมกับเลือกชุดที่จะถ่ายภาพเพื่อเตรียมการถ่ายภาพประชาสัมพันธ์ 

อันซิงนั่งจ้องจนตาจะหลุดอยู่บนเก้าอี้แต่งหน้า เธอคิดไม่ถึงว่าหลินหว่านจะรู้จักใช้วิธีการแบบนี้ด้วย 

เมื่อก่อนนี้หลินหว่านมักจะชอบใช้ของที่แฟนคลับให้มา เธอบอกว่าจะได้ไม่เสียน้ำใจแฟนคลับที่ส่งมาให้ ถ้าหากพวกเขาได้เห็นว่าของที่ส่งมาได้ใช้ หรือได้รับการยอมรับ จะต้องดีใจมากแน่นอน 

ครั้งนี้ทำไมไม่ตกหลุมนะ จดหมายที่ส่งไปพร้อมกับของขวัญนั่น เขียนอย่างตั้งอกตั้งใจให้สะเทือนอารมณ์ ไม่ว่าใครได้เห็นจดหมายที่ได้ใจขนาดนั้นเป็นต้องน้ำตาร่วงกัน อย่าว่าแต่เป็นหลินหว่านเลย 

“โห ฉันคิดไม่ถึงเลยนะว่าเธอออกมาข้างนอกจะเรียบง่ายได้ขนาดนี้ อย่างเธอน่าจะแต่งตัวให้เลิศสุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง คนทั้งบางจะได้รู้ได้เห็นว่าเธอสวยยังไงล่ะ หืม” อันซิงพูดกระแนะกระแหนพลางมองเงาหลังหลินหว่านในกระจกที่อยู่อีกด้านหนึ่ง 

หลินหว่านตอบกลับอย่างเกรงใจสุดๆ “ฉันรู้สึกว่านั่นน่าจะเป็นสไตล์ของเธอต่างหาก ถึงอย่างไรบ้านตระกูลอันก็มีกิจการใหญ่โตนี่ ตอนนี้ฉันก็แค่คนตัวเล็กๆ ไร้ที่พึ่งพิง เทียบไม่ได้กับเธอที่เป็นคุณหนูใหญ่บ้านตระกูลอันหรอก” 

“เธอนะเหรอไร้ที่พึ่ง เหอะ ขำตายล่ะ เธอเห็นคนอื่นเขาตาบอดกันรึไง เซียวจิ่งสือไม่ใช่ที่พึ่งพิงของเธอเหรอ ปกป้องกันยังกับอะไรดี” อันซิงพูดสะบัดเสียงขุ่น 

หลินหว่านยังรักษาท่าทีเกรงอกเกรงใจ “เซียวจิ่งสือเป็นนายจ้างของฉัน นายจ้างที่ไหนจะไม่ปกป้องคนของตัวเองบ้างล่ะ อ้อ ฉันลืมไป นายจ้างอย่างบ้านตระกูลอันของพวกคุณไม่ทำอย่างนั้น พวกคุณทำลายลูกจ้างของตัวเอง ไล่ล่าฆ่ากันให้สิ้นซากเลยด้วย” 

ชั่วขณะนั้น อันซิงโกรธจนหน้าขาว เธอร้องว่า “แก...แกอย่ามือสาดขี้ใส่บ้านตระกูลอันของเรานะ ใครกันล่ะที่อ้วนจนกลายเป็นหมูตอน จะมีบริษัทบันเทิงที่ไหนยอมสนับสนุนยัยอัปลักษณ์กันล่ะ แก...แกมีอะไรกับเขาแล้วล่ะสิ เขาถึงได้ปกป้องแกอย่างนี้ไงล่ะ” 

“ฉันว่าเธอควรจะรู้จักรับผิดชอบคำพูดตัวเองบ้างนะ ฉันอาจจะไม่แคร์ แต่ถ้าเรื่องถึงหูเจ้านายฉันละก็ ฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะสนใจไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เธอจะบอกว่าเซียวจิ่งสือขึ้นเตียงกับหญิงอัปลักษณ์ที่มีน้ำหนักตัวเจ็ดสิบกว่ากิโลกรัม เธอพูดออกไปแบบนี้มีคนเชื่อหรือเปล่าล่ะ” หลินหว่านยันกลับไปแบบ 

ไม่เกรงใจ จากนั้นลุกขึ้นไปลองเสื้อผ้าที่ห้องเปลี่ยนเสื้อ 

ช่างแต่งหน้าที่ด้านข้างฟังบทสนทนาของคนทั้งสองแล้วก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าให้อันซิงอย่างเอือมระอา เห็นชัดว่าความขัดแย้งคราวนี้อันซิงเป็นคนเริ่มก่อน ดูแล้วก็ไม่ใช่คนที่จะร่วมงานกันได้ง่ายๆ อย่างว่าคนมีเสาหลักให้พึ่งพิงนี่อยากทำอะไรก็ทำได้ตามใจล่ะนะ 

ฝ่ายอันซิงก็เดือดที่ถูกหลินหว่านยันกลับมาจนบื้อใบ้ ได้แต่กล้ำกลืนลงท้องไป คิ้วขมวดแน่นทั้งหน้าระบายด้วยคำว่า ‘โมโหโทโส’ 

“คุณหนูอันคะ คุณพร้อมแล้วหรือยัง จะเริ่มถ่ายแล้วนะคะ ช่างภาพมารอแล้วค่ะ” ผู้ช่วยมาเร่งที่ด้านข้าง อันซิงจึงออกจากห้องแต่งตัวไปยังสตูดิโอถ่ายภาพ 

“เฮ้ เธอเป็นอะไรไป ทำหน้าบูดขนาดนี้จะให้ใครดู แฟนคลับติดหนี้เธอหรือไงหา” ช่างภาพตะโกนขึ้นมาอย่างรำคาญใจ อันซิงเคยถูกช่างภาพต่อว่าแบบนี้ที่ไหนกัน ที่ผ่านมาช่างภาพที่ถ่ายภาพเธอล้วนทราบว่าเธอมีความสัมพันธ์อะไรกับเทียนซิงกรุ๊ป ใครๆ ต่างก็เกรงอกเกรงใจเธอกันทั้งนั้น อันซิงเบะปากอย่างไม่พอใจ แต่ก็ฝืนเค้นรอยยิ้มออกมาหน่อยหนึ่ง 

“เป็นธรรมชาติหน่อยสิ คุณนี่ยิ้มยังไงถึงได้แข็งทื่อได้ขนาดนี้” ช่างภาพไม่พอใจเอามากๆ “คุณรู้หรือเปล่าว่าวันนี้เราถ่ายกันด้วยหัวข้ออะไร สดใสกับวัยทีน เด็กสาววัยทีนที่สดใสที่ไหนกันหน้าหงิกอย่างกับใครตายได้ขนาดนี้น่ะ” 

ทางด้านอันซิง เนื่องจากหลินหว่านไม่ยอมตกหลุมที่เธอวางไว้ ถึงกับโมโหจนยิ้มไม่ออก สีหน้าเต็มไปด้วยโทสะ ผู้ช่วยที่ด้านข้างได้แต่คอยเอ่ยปากขอโทษขอโพยช่างภาพตลอด 

ช่างภาพคอยบอกเตือนอยู่หลายครั้งแต่ไม่เป็นผล จนช่างวางกล้องในมือลงที่ด้านข้างแล้วโพล่งออกมาอย่างเหลืออดว่า “ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอจะเป็นใครมาจากไหน แต่กับฉันที่นี่ มีแต่ดาราที่ถ่ายงานได้ดีกับถ่ายงานไม่ดี มีหรือไม่มีความเป็นมืออาชีพ คุณถ่ายงานไม่เป็น ท่าทางการแสดงออกไม่ได้เรื่อง จัดการตัวเองไม่ได้ก็ไปซะ อย่าอยู่ที่นี่ให้เสียเวลาผม” 

อันซิงได้ฟังคำต่อว่าอย่างแรงขนาดนี้ก็หน้าแดงก่ำ ถลึงตาใส่ช่างภาพ เหมือนกับจะบอกว่า ‘แล้วจะได้เห็นดีกัน’ จากนั้นก้าวพรวดๆ ออกจากสตูดิโอถ่ายภาพไปอย่างเดือดจัด 

ส่วนอีกด้านหนึ่ง การถ่ายภาพโปรโมตงานการกุศลของหลินหว่านกลับราบรื่นอย่างยิ่ง ตัวหลินหว่านเองมีความกลมกลืนกับแบบที่ถ่าย บวกกับสไตลิสต์ออกแบบให้ดูสดใสมีสุขภาพดี จึงออกมาเป็นสาวน้อยสวยใสวัยแรกแย้มขนานแท้ ผนวกกับความสามารถและความเป็นมืออาชีพของหลินหว่าน ภาพถ่ายที่ออกมาจึงมีความดึงดูดใจอย่างมากจนเกินความคาดหมายของฝ่ายผู้จัด 

ช่างภาพที่เดิมถ่ายภาพให้อันซิงบังเอิญได้เห็นท่าทางการแสดงออกของหลินหว่านตอนถ่ายภาพจากสตูดิโอที่อยู่ติดกัน เขาพอใจเธอมาก ความสามารถในการแสดงออกของเธอตรงกับที่เขาต้องการพอดี ดังนั้นเองหลังจากหลินหว่านถ่ายภาพโปรโมตงานการกุศลเสร็จเรียบร้อย เขาก็เข้ามาหาและยื่นนามบัตรขอให้เธอมาถ่ายภาพในวันพรุ่งนี้ หลินหว่านตอบรับด้วยความตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง 

 

ความคิดเห็น