นารีมีมง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รสรักแฟนเก่า-01-รองประธาน

ชื่อตอน : รสรักแฟนเก่า-01-รองประธาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2563 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รสรักแฟนเก่า-01-รองประธาน
แบบอักษร

5 ปีผ่านไป

 

8 โมงตรง

'เป็นเวลาของการเคารพธงชาติ'

 

หญิงสาวในชุดทำงานเสื้อสีขาวแขนยาวผูกโบว์ตรงคอ เข้าชุดกับกระโปรงทรงเอสีชมพูหวานแหววเพียงเข่า หยุดยืนกระทันหันเมื่อรับรู้ว่านี่เป็นเวลาของการเคารพธงชาติ

เสียงประกาศกร้าวผ่านทุกช่องทางการสื่อสารมวลชนไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุหรือแม้กระทั่งหอกระจายเสียงต่างก็ร้องเป็นเสียงเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงตั้งแต่ประเทศไทยยันจบชโย

เมื่อสิ้นสุดคำร้องผู้คนถึงได้แยกย้ายกันไปตามทางที่ตนจะไป หนึ่งในนั้นก็คือ 'เอวา' หญิงสาวที่มักจะนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานทุกวันในตอนเช้า เธอกำลังรีบเร่งเพื่อไปยังที่ทำงานให้ทันในเวลา8โมงครึ่ง

โดยที่ทำงานของเธอนั้นเป็นตึกสูง50ชั้นตั้งอยู่ใจกลางเมือง โดยรอบเป็นกระจกทั้งหมด ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์หรือพวกของประดับบ้านทั้งหลายแหล่

นับว่าเป็นความโชคดีของเอวาที่เธอได้เข้ามาทำงานที่นี่เพราะโดยปกติแล้ว บริษัทแม็กซ์เวลอินดัสทรีนั้นไม่ได้รับใครเข้ามาทำงานง่ายๆโดยเฉพาะเด็กจบใหม่อย่างเธอยิ่งแล้วใหญ่

แต่เพราะคุณอาของเธอนั้นเป็นหุ้นส่วนของที่นี่ มันจึงไม่ยากเลยที่จะได้เข้ามาทำงานร่วมกับบริษัทที่มีประธานผู้ก่อตั้งเป็นคนต่างชาติแถมยังได้ร่วมทำงานกับคนมีฝีมือมากมายอีกต่างหาก

จะเรียกว่าใช้เส้นก็ไม่เชิงเพราะเธอเองก็มีความสามารถอยู่ไม่น้อย ทั้งเก่งภาษาอังกฤษแถมยังมีหัวในเรื่องการค้าขายอีกด้วย

หากแต่ว่าตำแหน่งที่เธอทำในบริษัทนี้นั้นไม่ใช่ฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายติดต่อประชาสัมพันธ์แต่อย่างใด เพราะเธอเข้ามาในฐานะเลขาของคุณอาอภินันท์ อาแท้ๆของเธอนั่นเอง

สองเท้าเล็กบนส้นสูง3นิ้วพาตัวเองขึ้นลิฟต์มายังชั้น47ของบริษัท ซึ่งเป็นชั้นที่เธอทำงานอยู่

กระเป๋าสะพายกับแฟ้มเอกสารมากมายที่เธอขนกลับไปทำที่บ้านเมื่อคืน ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานอย่างใจเย็น

ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้นวมประจำตำแหน่งหน้าห้องเจ้านาย

 

Rrrrrrrrr ~~

เสียงโทรศัพท์แบรนด์หรูสั่นครืดๆในจังหวะที่เธอกำลังจะเปิดคอม

เอวากดรับสายในทันทีเพื่อไม่ให้คนปลายสายรอนาน

"สวัสดีค่ะเอวาพูดค่ะ"เสียงหวานน้ำตาลเรียกพี่ถูกกรอกผ่านสมาร์ทโฟนไปยังผู้ถือสาย

"เอวาวันนี้อามีงานสำคัญหรือเปล่า"

"สักครู่นะคะ"

หญิงสาวหยิบสมุดเล็กขนาดพกพาขึ้นมาเปิดพลิกไปพลิกมาก่อนจะรายงานกลับไปยังผู้ที่ถือสายรอ

"ตอน10โมงคุณอามีประชุมใหญ่ร่วมกับผู้บริหารส่วนตอนเที่ยงมีนัดทานข้าวกับลูกค้าค่ะ"

"โอเควันนี้อาจะเข้าสายหน่อยนะประมาณ9โมงเอวามีอะไรก็ไปทำเถอะอาหมดธุระแล้ว"

"รับทราบค่ะคุณอา"เธอพูดติดหัวเราะนิดหน่อยก่อนนิ้วเรียวจะกดวางสายผู้เป็นอา แล้วหันกลับไปจดจ่อหน้าคอมดังเดิม

วันนี้งานของเธอก็ไม่ได้มีอะไรมากแค่เคลียร์เอกสารบนโต๊ะให้เสร็จแล้วก็เข้าร่วมประชุมกับคุณอาของเธอตอน10โมงก็เป็นอันเสร็จสิ้นแล้ว

หญิงสาวนั่งเคลียร์งานไม่นานเวลาก็ล่วงเลยมาถึง9โมง40เธอลุกขึ้นจัดแต่งเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องทำงานของคุณอภินันท์

ซึ่งก็คือคุณอาของเธอแต่สรรพนามนั่นไม่เหมาะที่จะใช้เรียกที่นี่ เธอจึงจำเป็นต้องเรียกตามคนอื่นๆในบริษัทเพื่อเป็นการให้เกียรติท่าน

 

ก๊อก ๆ ๆ

 

เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้น เรียกให้คนที่อยู่ด้านในขานรับ

"เข้ามา"

สิ้นเสียงทุ้มลงประตูทรงสี่เหลี่ยมก็ถูกเลื่อนออก เผยให้เห็นทุกสิ่งที่ตั้งอยู่ภายในไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหราสมกับเป็นบริษัทเฟอร์นิเจอร์ยักใหญ่ และรวมไปถึงบุคคลที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานสีน้ำตาลเข้ม

บนใบหน้าชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นประมาณนึงที่สามารถบ่งบอกถึงอายุได้เป็นอย่างดี

"คุณอภินันท์คะใกล้เวลาประชุมแล้วค่ะอีก18นาที"

"โอเค"

เอกสารถูกปิดลง ร่างอ้วนท้วมลุกขึ้นยืนตรงขยับแว่นตาเพียงนิดแล้วก้าวเดินฉับๆนำหน้าเลขาออกไป

ทั้งสองเข้ามานั่งอยู่ภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท หุ้นส่วนมากมายรวมถึงหัวหน้าฝ่ายต่างๆที่สำคัญนั่งเรียงรายกันแทบจะทุกตัวของเก้าอี้ยกเว้นเสียแต่ตรงหัวโต๊ะและด้านข้างอีกหนึ่งตัวที่ยังว่างอยู่

พิจารณาแล้วน่าจะเป็นของผู้บริหารใหญ่นั่นก็คือคุณอภิรดีซึ่งเป็นภรรยาของผู้ก่อตั้งที่เสียไปเมื่อ7ปีก่อน ท่านจึงขึ้นมารับหน้าที่ตรงนี้แทน แต่ได้ข่าวว่าท่านทำงานเก่งมากสมกับเป็นภรรยาของคุณ โทมัส แม็กซ์

ส่วนอีกที่ก็น่าจะเป็นของลูกชายท่านที่จะเข้ามารับตำแหน่งรองประธานบริษัทแทนคุณจักรินท์ที่ท่านเพิ่งจะลาออกไปเพราะอายุมากแล้ว

 

แกร๊ก~

 

เสียงประตูห้องดังขึ้นดึงให้ทุกสายตาจดจ้องไปที่ประตูพร้อมยืนขึ้นต้อนรับท่านประธานบริษัท

ผู้หญิงวัย55ท่าจะได้เดินเข้ามาพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้กับทุกคนที่อยู่ในห้อง ก่อนจะตามมาด้วยผู้ชายตัวสูงๆในชุดสูทสีดำสนิท

 

แต่เอ๊ะ.......

 

ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงหน้าคุ้นๆ โครงหน้าหล่อเหลานั่นไหนจะดวงตาสีน้ำตาลเข้มอีก

"พี่ฌอน.."

เสียงแผ่วเบาถูกเอ่ยออกมาจากปากเล็กเมื่อนึกขึ้นได้ว่าชายที่อยู่ในชุดสูทนั้นก็คือแฟนเก่าของเธอตอนอยู่มหาลัย

 

ซวยละทำไงดี....

 

หญิงสาวพยายามเปล่งเสียงเรียกคุณอาของเธอเพื่อที่จะขอตัวออกไปจากห้องนี้ เธอยังไม่อยากให้เขาเห็นหน้าเธอตอนนี้ แต่เรียกเท่าไหร่คุณอาของเธอก็ไม่หันมา

ซึ่งอาจจะไม่ได้ยินเพราะเสียงของเธอเบามาก ณ ตอนนี้ทุกคนกำลังเพ่งมองไปยังสองแม่ลูกด้านหน้า ซึ่งเป็นโอกาสดีที่เธอคิดจะหนีออกไปแต่ทว่าทันทีที่ขาเล็กเริ่มก้าวเดินเสียงของรองเท้าส้นสูงที่ใส่มาดันส่งเสียงดังลั่น ทำให้ทุกคนหันมาจดจ้องที่เธอเป็นตาเดียว

"เอ่อ..ขอโทษค่ะ"เอวาทำหน้าบิดเบี้ยวรีบยกมือไหว้ขอโทษทั้งผู้บริหารและทุกคนในห้องก่อนจะก้มหน้าลงเงียบๆ ภายในใจกังวลคิดไปไกลไม่รู้ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าจะมองเห็นเธอหรือเปล่า ภาวนาขออย่าให้เห็นเพราะเธอพยายามยืนหลบหลังของอภินันท์สุดฤทธิ์

"ไม่เป็นไรจ่ะ"เสียงติดแหบเพียงนิดของผู้เป็นประธานเอ่ยขึ้นพร้อมส่งยิ้มมาให้หญิงสาวเป็นเชิงบอกว่าให้อภัย

"ทุกคนนั่งลงเถอะค่ะ..วันนี้ดิฉันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนะคะที่เรียกทุกคนเข้าประชุมก็เพราะว่าอยากจะแนะนำลูกชายของดิฉันให้ทุกคนได้รู้จักอย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้ว่าจะให้ฌอนเค้าเข้ามารับตำแหน่งรองประธานบริษัทต่อจากคุณจักรินท์ยังไงก็ฝากทุกคนช่วยสอนงานให้ด้วยนะคะ"

คุณหญิงอภิรดีร่ายยาวหยืดก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้ลูกชาย

"สวัสดีครับผมฌอน แม็กซ์ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"

เสียงแนะนำตัวจากชายหนุ่มตัวโตที่ยืนอยู่ด้านหน้าไม่ได้ทำให้เอวาที่พยายามก้มหน้าหลบสายตาของชายหนุ่มเงยขึ้นสนใจได้

เธอเอาแต่มุดหน้าลงหัวแทบจะติดพื้นอยู่แล้ว จนฌอนที่ยืนอยู่ข้างหน้าเริ่มสังเกตเห็นท่าทางแปลกๆเพราะด้วยชุดกระโปรงสีชมพูที่เธอใส่มานั้นเด่นเกินใครและเธอก็เอาแต่มุดหน้าก้มแบบนั้นเขายิ่งสงสัยจนอยากรู้ว่าเธอเป็นอะไร

"เอ่อ..ขอโทษนะครับไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงที่ใส่กระโปรงสีชมพูเป็นอะไรหรือเปล่า"

ฌอนผายมือไปยังเอวาที่นั่งอยู่ติดริมฝาผนังเขาไม่ได้จะแกล้งหญิงสาวแต่อย่างใด หากแต่เขาเพียงสงสัยว่าเธอเป็นอะไรมากไหมเห็นเอาแต่ก้มหน้าก้มตา

แต่ในใจเด็กสาวกลับเต้นไม่เป็นจังหวะมันสั่นโครมๆเหมือนจะวายซะเดี๋ยวนั้น เมื่อได้ยินรองประธานหมาดๆเอ่ยเรียกผู้หญิงที่ใส่กระโปรงสีชมพูซึ่งภายในห้องนี้ก็ไม่มีใครที่กล้าแต่งตัวหวานแหววขนาดนี้นอกจาก'เธอ'

"เอวา"อภินันท์เอ่ยเรียกเลขาสาวของเขาเบาๆเมื่อเธอไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา

สัญชาตญาณบอกว่าตอนนี้ทุกสายตากำลังมุ่งตรงมายังเธอ หากเธอไม่ยอมตอบออกไปทุกคนก็จะมองไม่เลิกแล้วมันจะยิ่งเป็นการถ่วงเวลาให้เธอต้องอยู่ในนี้นานขึ้น

"เอ่อ..ปวดท้องนิดหน่อยค่ะดิฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ"

ไม่รอให้ใครอนุญาตเอวาก็ลุกพรวดเดินออกไป นาทีนี้เธอยอมเสียมารยาทดีกว่าให้ผู้ชายที่เธอเกลียดเห็นหน้าของเธอ ถึงแม้ว่าอนาคตข้างหน้าอาจจะต้องเจอหน้ากันเข้าสักวันแต่ยังไงก็จะต้องไม่ใช่วันนี้

"ฟู่วว~"เสียงลมหายใจถูกพ่นออกมาหลังจากที่เธอหนีออกจากห้องนั้นมาได้ หญิงสาวเพียงยืนอยู่หน้ากระจกเมียงมองตัวเองแล้วนึกไปถึงความทรงจำเก่าๆที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขา

นี่เธอต้องหลบหน้าเขาไปอีกนานเท่าไหร่..

 

เอวาเปิดน้ำใส่มือ ล้างลงบนใบหน้านวลเบาๆ ถอนหายใจออกมาอีกพรืดใหญ่ ก่อนจะหันหน้าเตรียมเดินออกไปจากห้องน้ำแต่ทว่ายังไม่ทันที่จะก้าวออกไป

ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดเข้ามาโดยคนที่อยู่ด้านนอกแล้วล็อคมันอย่างไว

เธอถึงกับหน้าเหวอทันทีที่เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย

 

"หนีฉันหรอ..เอวา"

 

หนีไม่พ้นจ้าฌอนฉายาตามติดเป็นวิญญาณมาโผล่ในห้องน้ำอีกแล้วคุ้นๆมั้ยเหมือนเคยเกิดอะไรขึ้นในห้องน้ำ

ฝากคอมเม้นคนละ 1 คอมเม้นให้ไรท์ชื่นใจหน่อยได้ไหมคะอยากมาอัพตอนใหม่ไวๆแล้ว

☺️😊

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น