ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 06 #M-myself

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2563 06:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
06 #M-myself
แบบอักษร

‘เซฟ’

‘หอพักT’

“ขอบใจที่มาส่งนะเว้ย”

“ถ้ากูไม่มาส่งมึงละใครจะมาส่ง” ผมหันไปมองไอจีละพูดใส่ ผมคงไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกทั้งปล่อยมันดูหนังคนเดียวทั้งที่ชวนมันมาแล้วยังนอนหลับทั้งเรื่องอีกต่างหาก ใช่ครับผมไม่ใช่คนใจร้าย

“กูจะนั่งพรมมา” ‘ไอ้สัส’ ผมถอนหายใจแล้วพูดเบาๆไอ้จีกับไอ้ต้าอยู่ด้วยกันนานๆแล้วชักจะพากันป่วยทางจิต นับวันยิ่งบ้าขึ้นทุกวัน

“แล้วมึงไม่ให้กูไปช่วยขนของแล้วหรือไง” ก่อนมาดูหนังมันบอกว่าจะให้ผมมาเอาของห้องไอ้ต้าไปไว้ห้องมัน แต่มันดันปล่อยให้ผมพามันขับไปดูหนังเฉย

“กูจ้างให้คนเอาของขึ้นไปไว้ให้แทนละ” ฟังละมั่นไส้คนรวยจริงๆเลย ใช้เงินทิ้งๆขว้างๆแบบนี้น่าจะปลิวมาหาผมสักแผ่นสองแผ่น

“ใครวะ กูรู้จักปะ?”

“ขึ้นไปเดี๋ยวมึงก็รู้” สรุปก็คือยังไงกูก็ได้เดินขึ้นไปเหมือนเดิมㅠㅡㅠ

‘ห้องจี’

แอดดดดด

“อ้าวไอ้จี!”

“ไอ้ต้า!” ผมมองไอ้ต้าที่อยู่ในห้องไอ้จี สภาพคือไม่แย่แต่เหงื่อคือชกไปหมด

“ไอ้จีกูเอาของขึ้นมาไว้หมดละ จ่ายค่าจ้างที่เหลือให้กูได้ละ” เดี๋ยวนะ ค่าจ้าง? ของที่เหลือ?

“ไอ้ต้า! อย่าบอกนะว่ามึงถูกไอ้จีจ้างให้ขนของขึ้นมา” ผมชี้ของที่กองอยู่ตรงกลางห้อง

“เออดิ กูแม่งเป็นทุกอย่างให้มันละ” ต้าบ่นพึ่มพึมพึ่มพึม

“ไอ้จี นี่เพื่อนมึงนะเฮ้ย!” รู้ว่ามีเงินเลยจ้างคนอื่นมาขนของแต่นี่มันเพื่อนมึงนะเว้ย

“เออ เพื่อนกู”

“ใช่กูเพื่อนมัน” ไอ้ต้าตอบขึ้นแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไรมาอีกคน นี่พวกมึงไม่คิดว่ามันเหมือนนายกับขี้ข้าเลยหรอวะ? แก้ปัญหาด้วยเงิน จะไปดูหนังกับกูเลยจ้างเพื่อนสนิทตัวเองมาขนของ มันไม่มากเกินไปหรือไงวะ

“แต่ไอ้ต้ามันเพื่อนสนิทมึง มึงจ้างเพื่อนให้ขนของเนี้ยนะ”

“ก็เออดิ ไอ้ต้ามันบอกให้กูจ้างมันขนของให้ กูจะได้ไปดูหนังกับมึง” หะ? อะไรของพวกมึงวะ

“เออ กูไม่ได้ทำให้ฟรีๆด้วยกูคิดเงิน กูร้อนนนนน” ไอ้ต้าทำท่าร้อนเงินเหมือนไส้เดือนโดนแดด

“...” ผมมองพวกมันสองคน ความสนิทแบบไหนของพวกมัน?

“ว่าแต่มึงจะห่วงอะไรไอ้ต้ามันนักหนา” ไอ้จีกอดอกยืนมองผม

“กูห่วงเพราะมันเป็นเพื่อนกูไง แต่เหมือนมันแม่งจะสนิทกับมึงเกินที่กูจะห่วงได้ละ” สนิทกว่านี้ก็คงล้างตีนให้กันแล้ว

“งั้นกูไปละ อยากอาบน้ำ” ไอ้ต้ายกมือบ้ายบายเดินออกจากห้องไป

“...” ห้องเงียบกริบจนเสียงแอร์ยังจะดังกว่า

“ห่วงมันออกหน้าออกตา” ไอ้จีเดินไปตรงเตียงแล้วถอดเสื้อ

“ก็มันเพื่อนกู” ผมนั่งลงบนเตียงแล้วมองมันหาเสื้อผ้า สงสัยจะไปอาบน้ำ

“แล้วกูอะ ไม่ใช่เพื่อนมึงหรอวะ” ไอ้จีโยนผ้าขนหนูใส่หน้าผม ไอ้สัสสกปรก

“กูห่วงทั้งสองคนนั้นแหละ” ผ้าขนหนูหอมจังวะ

“มึง” ไอ้จีมองผมตั้งแตาหัวถึงปลายเล็บเท้า ทำไมวะ? กูมันทำไม

“อะไร”

“มึงไม่ได้ล้างตีนอยู่ใช่ปะ” ผมก้มมองเจ้าเท้านุ่มนิ่มของผม มันไม่ได้สกปรกนี่หวาแถมกูไม่ได้เอาขึ้นมาบนเตียงมึงด้วย

“เออ” ผมยกขึ้นให้มันดู

“มานี่มา”

“อะไรของมึงวะไอ้จี” ผมโดนไอ้จีลากมาห้องน้ำ มันจับผมนั่งลงบนขอบอ่างอาบน้ำโดยเอาเท้าเข้าอ่าง

“กูล้างให้” แล้วมึงจะลงไปนั่งในอ่างทำไมวะ ตอนล่างเท้ากูมันก็ไหลไปหามึงดิ

จีเปิดน้ำจากฝักบัวมาล้างเท้าให้ผม มือมันอ่อนโยน(แถมใหญ่)ล้างน้ำเสร็จก็เอาสบู่อาบน้ำมาถูแล้วก็ล้างน้ำเป็นอันเสร็จ ผมนั่งมองมันล้างให้อยู่เงียบๆในห้องมีแค่เสียงน้ำหยด น้ำที่ล้างเท้าผมไหลไปทางไอ้จีจนน้ำเปียกตูดมันหมดแต่มันก็ยังล้างเท้าให้ผมต่อ

“เสร็จละ” ผมยกเท้าขึ้นมาดูผลงานที่มันทำ

“ก็สะอาดดีนี่หวา ล้างให้คนอื่นบ่อยหรอวะ!”

“ตีนมึงสะอาดอยู่ละ กูแค่ล้างให้มันไม่เปื้อนเฉยๆ” มันเงยหน้าขึ้นมามองผม มองมันมุมนี้ก็ไอ้อารมณ์อีกแบบ ปกติผมมองมันด้วยมุมที่ผมเป็นคนเงยมองมันมาตลอดㅠㅡㅠ

“สะอาดขนาดไหนวะ” สะอาด?แต่ก็ยังล้างให้

“สะอาดขนาดนี้”

“0_0!” ผมตกใจที่มันเอาเท้าผมไปเหยียบเข่ามันที่ชันขึ้นมา

“ไอ้สัส มึงเปียกหมดละ” ผมยกเท้าออก กางเกงมันเป็นรอบเท้าผมประทับอยู่เต็มๆ

“เปียกๆไปเหอะ ยังไงกูก็จะอาบน้ำอยู่ละ” มันลุกออกจากอ่างไป

“...”

“มองห่าไรของมึง จะอาบน้ำกับกูหรือไง?” ผมได้ยินแบบนั้นผมรีบลุกไปเลยครับแถมผมได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากมันด้วย

“งั้นกูกลับบ้านก่อนนะ” ผมใส่รองเท้าที่อยู่ชั้นรองเท้าของมันอย่างช้าๆ

“ขับรถดีๆนะเว้ย” เสียงดังผ่านประตูห้องน้ำออกมา

“เออ ขอบใจ” ผมเดินออกมาจากห้องมันพร้อมล็อกให้เรียบร้อย

‘วันต่อมา 05:45 น.’

ติ้ง

“...”

ติ้ง ติ้ง ติ้ว

“...”//ขมวดคิ้ว

ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง...

“โว้ยยย!!” ผมลุกขึ้นเปิดโทรศัพท์ดู

‘ข้อความจาก ไอ้เปรต’

(ไอ้เซฟ)

(มึงนอนยัง)

(เอ้าไอ้สัสตีห้าแล้วนี่หวา)

(เออมึง)

(กูนอนไม่หลับ)

(กูไม่ง่วง)

(ทำไงดีวะ)

(มึงคงหลับแล้ว)

(งั้นไม่กวนละ)

(มึงปิดการแจ้งเตือนด้วยใช่ปะเลยยังไม่อ่าน?)

(หรือมึงปิดเสียงโทรศัพท์?)

(หรือมึงไม่เปิดเน๊ต)

(มึงไม่ออนนี่!)

(งั้นกูไม่กวนละ)

“ไอ้สัส” ผมกุมขมับแล้วกดพิมพ์ตอบมัน

“นอนไม่หลับก็เรื่องของมึง กูจะนอน!!” ผมกดส่งพร้อมปิดเสียงโทรศัพท์ละหลับต่อ

‘07:50 น.’

“เซฟ มากินข้าวก่อนสิลูก” ผมเดินลงมาหาแม่สุดที่รักของผม

“ยายอะแม่” ผมกวาดสายตามองหายายของผม ท่านตาบอดตั้งแต่ยังสาวๆแม่บอกว่าท่านตาบอดตั้งแต่ตอนผม7 ขวบ

“ยายนั่งฟังเทศอยู่ห้องพระน่ะลูก”

ผมเดินไปกอดแม่เพื่อดูว่าวันนี้แม่ทำอะไรให้ทานบ้าง พลางซบออดอ้อนแม่ที่ผมรักสุดใจ กลิ่นอาหารหอมเตะจมูกกลิ่นที่คุ้นเคยตั้งแต่เด็ก รสชาติอร่อยตลอดแต่ผมรู้สึกได้ว่าแม่เศร้าตอนที่ทำอาหารเสมอ ผมหอมแก้มแม่เหมือนที่เคยทำประจำ แม่ยิ้มหันมาจุ๊บหน้าผากผม

“เซฟของแม่น่ะ เก่งที่สุดเลยนะ” น้ำเสียงนุ่มเรียบง่ายของแม่ฟังดูเศร้าแต่ก็มีความสดใส แม่ยิ้มให้ผมเล็กน้อยหน้าแม่เหมือนรวมหน้าของคุณยายไว้ด้วย ผมเห็นแล้วน้ำตาค่อยๆคลอแต่ต้องอดเอาไว้

“แม่ผมเก่งกว่าอีกครับ” ผมจุ๊บหน้าผากแม่กลับ

“หน้าเซฟเนี้ย เหมือนพ่อเลยนะ” ผมลูกพ่อไงครับแม่

“หล่อเหมือนกันใช่ไหมครับ”

“แน่นอนสิ หล่อทั้งพ่อทั้งลูก” แม่หัวเราะเล็กน้อย

“ผมไปหายายก่อนนะครับ ไปจุ๊บสักหน่อย” แม่หยิกแก้มผมก่อนผมออกมา

‘ห้องพระ’

ผมเดินยิ้มแย้มมาห้องพระอยู่ชั้นสอง ห้องพระเป็นห้องต่อกับห้องนอนของยาย เป็นห้องนอนเฉพาะสำหรับคนตาบอดมีที่จับให้ มีการคุ้มกันเพื่อความปลอดภัยและมีการแจ้งเตือนเผื่อคุณยายเกิดเหตุฉุกเฉิน ผมทดสอบกลิ่นปากโดยเอามือป้องปากไว้แล้วเปา ‘โอเคกลิ่นได้ละ’ ผมค่อยๆเปิดประตูห้องพระออกเบาๆจะได้ไม่เสียงดังรบกวนยาย

“เด็กๆของฉันโตกันหมดแล้วสินะ”

ผมหยุดชะงักเมื่อได้ยินยายพูด ผมไม่อยากกวนยายมากจึงหยุดรอยายพูดจบก่อน

“ทั้งจีทั้งเซฟต่างก็โตจนยืนตั้งหลักฐานด้วยตัวเองได้แล้ว อนาคตของทั้งสองต้องดีมากแน่ๆ”

“...”

“ถ้าฉันอยู่ต่อ ฉันจะมีโอกาศได้เห็นเหลนไหมนะ?” เสียงคุณยายถอนหายใจ

“ฉันพึ่งเห็นหน้าหลานครั้งสุดท้ายตอนก่อนหลาน 7 ขวบเองนะ อึก” เสียงยายสะอื้นขึ้น

“ยายครับ” ผมค่อยๆเดินเข้าไปหายาย ยายเช็ดน้ำตาแล้วหันมาหาผม

“อ้าวเซฟ มาตอนไหนหื้ม?” ผมนั่งกอดยาย

“ยายครับ ผมรักยายนะ”

“เจ้าหลานรักคนนี้ โตเป็นหนุ่มแล้วมาพูดรักมั่วๆแบบนี้ไม่ได้นะ” ยายลูบหัวของผมเบาๆ

“ก็ผมรักยายนี่ครับ” ผมหอมแก้มยาย

“แม่ม หลานยายนี่นะ” ยายยกมือทั้งสองมาจับหน้าของผม ยายน้ำตาไหลผมจึงเช็ดน้ำตาให้ยายเบาๆ

“หลานยายต้องหล่อมากแน่ๆเลย”

“หล่อเหมือนพ่อไงครับ”

“รู้อะไรไหม ตอนพ่อของหลานมาหายายนะยายตกใจเลยว่าคนคนนี้คิดได้ยังไงมารักลูกสาวสุดสวยของฉัน ตอนนั้นน่ะคือตอนที่ตาของยายข้างหนึ่งเริ่มมัว แม่ของหลานบอกว่าเขาน่ะหล่อและเป็นคนดีมากเลยค่ะแม่ ยายก็ตกใจมากสุดท้ายวันที่ยายรู้ว่าตัวเองตาไม่ดียายนี่รู้สึกผิดแทบไม่ทัน”

“ยายมองคนที่ความหล่อหรอครับ”

“แต่ก่อนก็เป็นแบบนั้น แต่พอตาของหลานทิ้งยายไปยายเลยรู้ว่าคนที่รักเราน่ะดีกว่าคนหล่อๆเยอะเลย” ยายยิ้มขำๆ

“เราไม่พูดถึงเรื่องนี้กันดีกว่า ลงไปทานข้าวกันเถอะครับ” ผมคลายกอดออก

“เซฟ”

“ครับ”

“เซฟเก่งขึ้นมากเลยนะ” ยายจับมือผมไว้แน่น

“แม่ของลูกบอกว่าลูกลายใส่ด้านหลังตรงไหล่ขวาใช่ไหม?” ผมตกใจเล็กน้อยไม่คิดว่าแม่จะเล่าให้ยายฟัง ผมกลัวว่ายายจะไม่ให้ผมสักผมเลยไม่ได้บอก

“หลานของยายน่ะเข้มแข็งที่สุดแล้วก็เก่งที่สุดเลยนะ” ยายน้ำตาไหลอีกครั้งแต่ผมก็พร้อมที่จะเช็ดน้ำตาให้คุณยายเสมอ

“ถ้าหลานเจอใครสักคนที่หลานยอมอ่อนแอต่อหน้าเขาหรือเขายอมแสดงอ่อนแอต่อหน้าหลาน ยายอยากจะให้หลานให้ความสำคัญกับเขานะ เพราะมันแปลว่าทั้งหลานและเขาไว้ใจซึ่งกันและกัน ถึงยอมแสดงด้านอ่อนแอออกมาให้แค่ระหว่างเขาและหลานได้เห็น”

“ครับ”

 

12:36 น.

“เฮ้อออออ ทำไมเรียนมันยากจังวะ!” ไอ้บูมตะโกนขึ้น

“ยากก็ต้องเรียน มึงจำตอนพยายามสอบเข้าได้ไหมเพราะฉะนั้นมึงต้องเรียนให้จบ” ไอ้ต้าโดดเข้ากอดไหล่ไอ้บูม มันมีเรียนเช้าเหมือนกันเลยมานัดเจอกันรอกินข้าวเที่ยงพร้อมกัน

“ไอ้ต้ามึงก็พูดไป บ่ายนี้มึงมาตัดโมช่วยกูเลย”

“ค่าจ้างงง”

“โถ่ ไอ้สัส”

ผมยิ้มให้กับพวกมัน เจอกันทีไรกวนประสาทกันตลอดไม่เคยเบื่อแต่เอ๊ะ! ทำไมมันมาคนเดียววะ? ผมมองหาไอ้จีแต่ก็ไม่เห็นผมเลยเปิดแชทดูเผื่อมันทักมาแต่ก็ไม่มีสักข้อความ

“ไอ้จีมันมีเรียนบ่ายต่อ สงสัยมีงานคาบนั้นด้วยแหละเห็นมันบอกว่าเย็นนี้กลับก่อนเลยไม่ต้องรอ” ไอ้ต้าพูดขึ้น

“เลิกเรียนตอนไหนวะ กูจะชวนมันไปแดกเหล้า” ไอ้บูมถาม

“แดกลงแดกเหล้าห่าไรของมึง ตัดโมดิสัส” ต้าตบหัวบูมเข้าให้ ผมและพวกมันเดินกอดคอกันเดินไปกินข้าว

‘17:11 น.’

‘ข้อความ ไอ้เปรต’

“จีกูรอมึงอยู่ตรงม้านั่งที่เดิมนะ เรียนเสร็จละไปหาไรกินกัน”

‘ปิดข้อความ ไอ้เปรต’

ผมนั่งรอไอ้จีอยู่ม้าหินอ่อนที่เดิมที่พวกผมชอบมานั่งเล่นกันตอนปี1กับปี2 พอเริ่มโตขึ้นต่างฝ่ายต่างมีงานที่ต้องทำ มีอนาคตที่วาดฝันไว้ ‘ไอ้จีจะวาดฝันไว้ยังไงวะ’ ผมหมูบลงบนโต๊ะหินอ่อนเอานิ้วขีดเขียนไปมา ‘อนาคตของกู มันจะเป็นไปได้ไหมวะ’ ผมนึกถึงอนาคตที่ผมวาดไว้แล้วถอนหายใจ ตาค่อยๆปิดลง

“...”

“มึงนี่ทำกูเป็นห่วงได้ตลอดเลยนะ” เสียงเบาๆผ่านเข้าหูมาแต่ผมคงฝันไปเอง

ความคิดเห็น