email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 บอกราตรีสวัสดิ์แทนคำลา เพื่อวันพรุ่งนี้เราจะได้พบกันอีก (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 บอกราตรีสวัสดิ์แทนคำลา เพื่อวันพรุ่งนี้เราจะได้พบกันอีก (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2563 18:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 บอกราตรีสวัสดิ์แทนคำลา เพื่อวันพรุ่งนี้เราจะได้พบกันอีก (2/2)
แบบอักษร

(มาถูกใช่ไหม) 

“ครับ อีกสิบนาทีก็ถึงแล้ว” เอ่ยตอบขณะรีบวิ่งขึ้นรถบัส เด็กหนุ่มหนีบเครื่องมือสื่อสารไว้ที่ซอกแขนพลางยื่นบัตรไปแตะจ่ายค่ารถ 

(ถ้าลงจากป้ายหน้าห้องสมุดแล้วก็เดินมาอีกสามตึกนะ ตึกสีอิฐ หาไม่ยากหรอก) 

“ครับ โอเคครับ แล้วเจอกัน” 

ร่างสูงจากปลายสายเอ่ยย้ำเรื่องเส้นทางอีกครั้งก่อนจะวางสายไป พอดีกับที่หรูซื่อได้ที่นั่ง ถ้าไม่นับว่าเคยไปมาก่อน อะพาร์ตเมนต์ของอี้เฉินก็หาไม่ยากเท่าไหร่หรอกแม้ว่าจะเพิ่งไปครั้งแรกก็ตาม แถมเมื่อวานตัวเขาในร่างของโม่เฉียนก็ไปแถวนั้นมาแล้วแต่อี้เฉินก็ยังไม่วางใจอยู่ดี 

ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีอย่างที่ตกลงกันไว้รถบัสก็จอดเทียบป้ายหน้าห้องสมุด เด็กหนุ่มยืนรอจนกระทั่งรถวิ่งผ่านไปแล้วจึงวิ่งข้ามถนนมา เดินผ่านร้านซับเวย์ไปและเดินต่อไปอีกสามตึกก็ถึงจุดหมาย 

ตึกสีอิฐสูงห้าชั้น บ้านของอี้เฉิน น่าเสียดายที่วันนี้ห้องสมุดคนแน่นเป็นพิเศษจนไม่มีที่นั่งเหลือเลยสักนิด อี้เฉินที่ไปก่อนเวลาจึงโทรมาแจ้งข่าวและเปลี่ยนสถานที่นัด ซึ่งก็คืออะพาร์ตเมนต์ของชายหนุ่ม 

หรูซื่อมองรอบๆ อย่างสนใจ ที่นี่เปลี่ยนไปนิดหน่อย ดูเหมือนว่าเจ้าของอะพาร์ตเมนต์จะทาสีตึกใหม่ทั้งหมด ครั้งสุดท้ายที่มาที่นี่มันเมื่อไหร่กันนะ ในความรู้สึกของหรูซื่อคือเมื่อหนึ่งเดือนก่อน แต่ในความเป็นจริงมันผ่านมาหกเดือนแล้ว ตึกสีอิฐซีดจางถูกทาใหม่จนกลับมาสีเข้มดังเดิมราวตึกที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ 

มือบางล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความหาเจ้าของบ้านเพื่อบอกว่าตนเดินทางมาถึงแล้ว รออยู่ไม่นานร่างสูงของอี้เฉินก็วิ่งเหยาะๆ ออกมาจากด้านในตัวตึก เดาว่าเจ้าตัวคงจะนั่งรออยู่ที่โถงชั้นล่าง 

“สวัสดีครับ” หรูซื่อค้อมหัวทักทาย อี้เฉินพยักหน้าแล้วบอกให้เดินตามเข้าไปด้านใน ระหว่างที่รอลิฟต์พวกเราไม่ได้คุยอะไรกันเลยสักนิด จนกระทั่งที่ขึ้นมาถึงชั้นที่อี้เฉินอาศัย 

“โอ๊ะ! ซู~” ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก พบเข้ากับแมวสีขาวนั่งรออยู่ตรงหน้า หรูซื่อยิ้มร่าและวิ่งเข้าไปหามันทันที จนอี้เฉินที่ยืนมองอยู่ต้องขมวดคิ้ว 

“เธอรู้ชื่อของมันได้ยังไง” 

ในวินาทีนั้นเองที่เด็กหนุ่มรู้สึกตัว เขารีบผละออกจากแมวตรงหน้า มีเพียงรอยยิ้มโง่ๆ เท่านั้นที่กำลังแสดงออกมาทางใบหน้าหวาน “คือ...ผมก็แค่พูดไปเรื่อยน่ะครับ เจ้านี่มันเหมือนแมวของคนที่ผมรู้จัก” 

เด็กหนุ่มเกาหัวแกรก ไม่ว่าเมื่อไหร่คำแก้ตัวก็ยังดูงี่เง่าเสมอ 

เป็นนานที่เราต่างสบตากันเงียบๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นคล้ายมีอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายเขาก็เลือกไม่เอ่ยมันออกมา 

“อย่างนั้นเหรอ” อี้เฉินเลิกคิ้วแล้วเดินนำเข้าไปในห้อง หรูซื่อรู้ว่าเขาไม่ได้เชื่อมันทั้งหมดหรอก แต่เขาก็แค่ไม่อยากใส่ใจมันเท่านั้น 

เด็กหนุ่มเดินตามเข้ามาเงียบๆ ในขณะที่อี้เฉินกำลังกางโต๊ะเล็กสำหรับเขียนหนังสือและจัดแจงสถานที่ให้เหมาะสมกับกิจกรรมในวันนี้  

“แปลกนะ ที่มันสนใจเธอ” อี้เฉินหันมามอง สายตาของเขาจ้องไปที่ขาของเด็กหนุ่ม เมื่อเลื่อนสายตาลงตามก็พบว่าเจ้าขนปุยสีขาวกำลังคลอเคลียไปมาที่ขาของหรูซื่ออยู่ 

“มันอาจจะชอบผมก็ได้นะครับ” 

“เหรอ แต่ปกติมันแทบจะไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เลยล่ะ ถึงแม้ว่าบางครั้งนั่นจะหมายรวมถึงฉันด้วยก็ตาม” พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนที่ร่างสูงจะเดินหายเข้าไปในห้องนอน หรูซื่อก้มลงมองแมวน้อยที่อยู่ข้างๆ พลางย่อตัวลงนั่ง มือซีดลูบหัวของมันช้าๆ โดยที่มันเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร 

“ฉันก็คิดถึงแกเหมือนกันนะ” เด็กหนุ่มพึมพำเสียงเบาพร้อมด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นในตอนที่เห็นว่าอี้เฉินเดินออกมาพร้อมหนังสือกองโต 

“หนังสือพวกนี้เป็นของที่ฉันเคยใช้ตอนสอบเข้าน่ะ” หนังสือเล่มหนาถูกวางลงบนโต๊ะ หน้าตาของมันไม่ได้ดูแปลกใหม่เท่าไหร่เพราะมันเป็นแบบเดียวกับที่หรูซื่อเคยมีตอนใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนกัน “...ว่าแต่เธอน่ะ” 

“ครับ?” 

“ทำไมถึงอยากเข้าคณะนี้ล่ะ” 

“ความฝันของผมคือการได้เป็นอัยการครับ” ตอบพร้อมรอยยิ้มทันทีโดยไม่ลังเล อี้เฉินอึ้งไปชั่วครู่ก่อนที่สีหน้าจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม 

แค่รู้สึกตกใจ เพราะเด็กคนนี้ทำให้เขานึกถึงใครบางคนที่เคยตอบคำถามเดียวกันเมื่อสี่ปีก่อน 

“...อืม ถ้าอย่างนั้นก็ตั้งใจเข้านะ” 

               

“…” 

“เมี้ยว~” 

“...” 

“เมี้ยว~” 

“อะ...” หรูซื่อสะดุ้งเพราะก้อนขนปุยอะไรบางอย่างกำลังพยายามที่จะมุดขึ้นมาบนตักของตน เด็กหนุ่มหยุดมือที่กำลังแก้โจทย์ปัญหาอยู่แล้วก้มลงมองใต้โต๊ะ 

“ซู” เอ่ยเสียงเบาเพราะเจ้าแมวตัวน้อยยังพยายามที่จะมุดขึ้นมาบนตัก หรูซื่อชำเลืองดูอี้เฉินที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาไม่ไกลจากโต๊ะที่เขานั่งอยู่แล้วก้มลงไปคุยกับแมวตัวน้อยอีกครั้ง “อะไรของแกเนี่ย” 

ดูท่าว่ามันต้องการจะยึดตักของเขาเป็นเบาะเพื่อนอนกลางวันสินะ 

“เธอพักก่อนก็ได้นะ ทำมาตั้งนานแล้ว” เสียงของอี้เฉินดังขึ้น ชายหนุ่มพูดโดยไม่ได้เงยหน้าจากหนังสือ และหรูซื่อก็อยากจะทำแบบนั้นเพราะเขานั่งนานจนขาเริ่มปวดแล้ว แต่มันก็ติดที่ว่าเจ้าเหมียวตัวน้อยนี่น่ะสิ 

“พี่เฉินครับ” ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องให้เจ้าของแมวอย่างอี้เฉินมาช่วยเหลือ คนถูกเรียกหันมาพลางเลิกคิ้วเป็นคำถาม หรูซื่อชี้นิ้วลงมาบนตักที่มีก้อนปุยสีขาวขดตัวอยู่สบายและโชคดีที่อี้เฉินเองก็เข้าใจว่าหรูซื่อต้องการจะสื่ออะไร ร่างสูงวางหนังสือลงก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ เขาย่อตัวลงจนได้กลิ่นโคโลญอ่อนๆ มือใหญ่พยายามจะอุ้มเจ้าขนปุยนี่ออกไปแต่ดูเหมือนจะไปยั่วโมโหมันเสียมากกว่า 

“อะ...” อี้เฉินสะบัดมือหลังจากที่โดนกงเล็บจากเจ้านายแสนเอาแต่ใจข่วน โทษฐานที่มารบกวนเวลาพักผ่อน 

“อย่าดื้อสิซู รู้จักเขาหรือไง” อี้เฉินพยายามที่จะอุ้มเจ้าเหมียวน้อยออกมาจากตักของหรูซื่อ ถึงแม้ว่าจะโดนข่วนเข้าไปอีกหลายที แต่สุดท้ายแล้วก็สามารถอุ้มมันออกไปได้แล้วเดินไปนั่งที่โซฟา โดยที่เจ้าแมวน้อยเอาแต่ตะกุยกรงเล็บใส่ไม่เลิกรา 

พระเจ้า เขาต้องเจ็บมากแน่ๆ ซูน่ะมือหนักจะตาย และร่างสูงก็มักจะโดนมันข่วนเป็นประจำถึงแม้ว่าจะเป็นเจ้าของ ต่างจากหรูซื่อที่ได้รับความรักมากกว่าความโหดร้าย ยกเว้นว่าหากไม่เผลอไปทำให้มันโกรธจริงๆ อย่างเช่นการพยายามจับอาบน้ำ เขาเคยโดนอยู่หนหนึ่งซึ่งมันเจ็บเอามากๆ แถมเลือดยังซึมอีก แสบใช่เล่นเลย 

“มานั่งตรงนี้สิ” อี้เฉินบอกในขณะที่สองมือก็จับซูวางไว้บนตัก 

หรูซื่อเดินไปนั่งบนโซฟาข้างร่างสูง สายตาแอบชำเลืองมองรอยข่วนบนแขนทั้งสองข้าง และแน่นอนว่าเมื่อเจ้าแมวน้อยเห็นก็รีบลุกพรวดแล้วปีนขึ้นมาบนตักของเด็กหนุ่มทันทีจนหรูซื่อหลุดหัวเราะ ตรงข้ามกับอี้เฉินที่มุ่ยหน้า 

“สงสัยจริงๆ ว่าอะไรที่ทำให้มันติดเธอขนาดนี้” ซึ่งหรูซื่อได้แต่ส่ายหน้าไปมาแล้วอมยิ้ม มือเล็กลูบลงไปบนขนฟูนุ่มสีขาวสะอาดของเจ้าแมวน้อย บางที...ซูอาจจะจำเขาได้…หรือเปล่านะ? ดวงตาสีฟ้าคู่สวยของมันยามที่เงยขึ้นสบเข้ากับดวงตาของหรูซื่อ มันคล้ายกับที่มันเคยมองตัวเขาในร่างของหยางหรูซื่อบ่อยครั้ง 

“มันชื่ออะไรนะครับ” 

“เหมือนอย่างที่เธอเรียกตอนแรกนั่นแหละ ซู” 

“ฟ่อ!!” ครั้นพอจะเอามือไปลูบอย่างคนอายุน้อยกว่าบ้างแต่กลับโดนขู่ฟ่อกลับมาพร้อมขาหน้าที่กางกรงเล็บรอ อี้เฉินชักมือกลับก่อนจะมุ่ยหน้า ยิ่งทำให้หรูซื่อหัวเราะเสียงดังเข้าไปใหญ่ 

“ฮ่าๆ ดูท่ามันจะเกลียดพี่เอามากๆ เลยครับ” 

“ทั้งที่ฉันเป็นเจ้าของมันแถมคอยให้ข้าวให้น้ำมาตลอดเลยเนี่ยนะ” ร่างสูงถอนหายใจ “ทีปกติล่ะชอบปีนขึ้นมานอนบนตัวได้ทั้งวัน” 

“บางทีพี่อาจจะกวนมันมากเกินไป” พูดไปพลางมือบางก็คอยลูบปุยขนนุ่มไปด้วย “นอนสบายใจเลยน้า~” นิ้วเรียวจิ้มลงไปเบาๆ บนหัวเล็กๆ นั่น เจ้าแมวน้อยเอียงหัวหลบอย่างรำคาญแต่ก็ไม่ได้ตื่นมาตอบโต้ 

ถึงจะบ่นไปอย่างนั้น แต่ทว่าเมื่อมองดูภาพตรงหน้าริมฝีปากอิ่มก็อดที่จะคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้ ภาพที่ได้เห็นทำให้เขามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก 

มันก็นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นภาพแบบนี้ ซูนอนหลับสนิทอยู่บนตักของใครบางคน กับเสียงหัวเราะสดใส และนิ้วเรียวที่เอาแต่จิ้มไปมาเพื่อก่อกวนการนอนหลับของแมวน้อยบนตัก 

นานมากแล้วจริงๆ 

 

“วันนี้ก็เผลออยู่เกินเวลาอีกแล้ว” 

“เธอก็ตามใจมันมากเกินไป จะอุ้มมันออกก็ได้นี่” 

ที่อี้เฉินหมายถึงก็คงจะเป็นเจ้าซู แมวน้อยที่ใช้ตักของหรูซื่อนอนเพลินจนเลยเวลาเลิกเรียนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมตัวเขาก็ยังเผลองีบตามมันไปอีก 

“หรือที่จริงหาเรื่องอู้ล่ะเรา ฮึ?“ มือใหญ่เอื้อมไปผลักหัวคนเด็กกว่าเบาๆ 

“ยังไงพรุ่งนี้เจอกันที่ร้านคุณลีอานะครับ” หรูซื่อเลือกที่จะเมินคำบ่นของร่างสูง แล้วหัวเราะกลบเกลื่อนไปแทน 

“กลับดีๆ ล่ะ” 

“เอ่อ พี่เฉินครับ” หรูซื่อเงียบไปครู่หนึ่งเพราะลังเลกับคำถามที่กำลังจะถามออกไป “คราวหลัง...ผมมาเล่นกับซูได้อีกไหมครับ” คนถูกถามเลิกคิ้ว เขาแสดงสีหน้าเป็นเชิงว่ามีเหตุผลที่จะไม่ได้ด้วยเหรอ ก่อนจะพยักหน้าตอบเบาๆ 

และเมื่อได้รับคำอนุญาตเด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง 

“ถ้าอย่างนั้น ฝันดีนะครับ” 

“อะไร ยังไม่ได้จะเข้านอนเสียหน่อย” ร่างสูงกลั้วหัวเราะเพราะคำลาแสนแปลกประหลาดนั่น 

หรูซื่อส่งยิ้มน้อยๆ 

“เอ่ยลากันด้วยคำว่าราตรีสวัสดิ์ยังดีกว่านะครับ เพราะนั่นมันหมายความว่าวันพรุ่งนี้เช้าเราจะยังได้พบกันอีก ไม่เหมือนกับคำว่าลาก่อนที่เราอาจจะไม่ได้พบกันอีก” ...ต่อไป 

ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดพวกนั้นหรือเปล่าที่ทำให้อี้เฉินเงียบไป หรูซื่อตัดบทสนทนาด้วยการยกมือโบกลาอีกคนก่อนที่จะเดินออกมา 

บอกราตรีสวัสดิ์เหมือนกับเมื่อวาน 

บอกราตรีสวัสดิ์แทนที่จะเป็นคำลา...เพื่อที่วันพรุ่งนี้เราจะได้พบกันอีก 

ความคิดเห็น