email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 บอกราตรีสวัสดิ์แทนคำลา เพื่อวันพรุ่งนี้เราจะได้พบกันอีก (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 บอกราตรีสวัสดิ์แทนคำลา เพื่อวันพรุ่งนี้เราจะได้พบกันอีก (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2563 18:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 บอกราตรีสวัสดิ์แทนคำลา เพื่อวันพรุ่งนี้เราจะได้พบกันอีก (1/2)
แบบอักษร

ร่างสูงขยับตัวก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น ยกมือขึ้นนวดเข้ากับแก้มข้างที่นอนทับแขนไปมา ภาพแรกที่เห็นตรงหน้าก็คือร่างเล็กของคนอายุน้อยกว่า โม่เฉียนกำลังก้มเขียนอะไรบางอย่างขะมักเขม้นบนหนังสือเล่มบาง 

เผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนกัน 

“คุณตื่นแล้ว” เด็กหนุ่มทักเมื่อเงยหน้าขึ้นหลังรู้สึกตัวว่าถูกจ้องอยู่ 

“ไม่รู้เผลอหลับไปตอนไหน โทษทีนะ” เด็กหนุ่มส่ายหน้าพลางยิ้มเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร “ว่าแต่ทำถึงไหนแล้ว?” 

“อ้อ! นี่ครับ” หนังสือเล่มบางถูกยื่นมาให้ อี้เฉินรับมาตรวจดู เขาไล่สายตาลงไปทีละข้อจนสุดท้ายก็พยักหน้าอย่างพอใจ 

“โอเคเลยนะ” 

“แต่ก็ใช้เวลานานมากเลยนะครับกว่าจะทำเสร็จ” กลัวว่าวันสอบจริงจะทำไม่ทันเนี่ยสิ อี้เฉินนอนหลับไปตั้งนาน แต่เขาก็เพิ่งทำเสร็จไปแค่ไม่กี่หน้า เจ็ดข้อจากยี่สิบ 

“ว่าแต่ตอนนี้กี่โมงแล้ว” 

“อ่า...” รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู “อีกสิบนาทีจะห้าโมงครับ” 

คำตอบนั้นทำให้คิ้วของคนอายุมากกว่าผูกกันจนแทบจะเป็นปม “ทำไมเธอไม่ปลุกฉัน” 

“คือ...ผมเห็นว่าพี่กำลังนอน ก็เลย...” ดวงตากลมหลุบต่ำ เกรงว่าอีกคนจะโกรธที่ไม่ยอมปลุก แถมยังเลยเวลาเรียนจากที่ตกลงกันไว้มานานมากพอสมควร ก็เห็นว่าอี้เฉินดูเหนื่อย หรูซื่อก็เลยไม่กล้าปลุก ส่วนตัวเองก็มีสมาธิกับการฝึกทำโจทย์เพลินจนลืมเวลาเช่นกัน 

“...ขอโทษนะครับ” อี้เฉินหายใจก่อนจะยกมือขึ้นปัดไปมา 

“กลับกันเถอะ” พยักหน้ารับพลางเก็บของทุกอย่างบนโต๊ะใส่กระเป๋า อี้เฉินลุกขึ้นนำหนังสือที่หยิบออกมาอ่านไปเก็บไว้บนชั้น รอจนอีกคนเดินกลับมาที่โต๊ะหรูซื่อถึงได้ลุกขึ้นบ้าง 

               

“ไว้เจอกันวันพรุ่งนี้นะ” หรูซื่อยกมือขึ้นโบกลาอีกคน แต่พอเห็นว่าอี้เฉินเดินตามตนมาอีกทางที่ไม่ใช่ทางเดินกลับอะพาร์ตเมนต์ก็นึกแปลกใจ 

“พอดีมีที่ต้องไปน่ะ” ร่างสูงเอ่ยตอบคำถามราวกับอ่านใจได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ และหรูซื่อก็สงสัยแบบนั้นจริงๆ เย็นป่านนี้แล้วอี้เฉินจะไปที่ไหนอีก นั่นไม่ใช่วิสัยของชายหนุ่มเลยสักนิด เขามักจะหมกตัวอยู่ในห้องของตัวเองมากกว่าถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร 

“ไปไหนเหรอครับ” 

“โบสถ์” 

หลังได้รับคำตอบเด็กหนุ่มนิ่งคิดไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย 

“ถ้าพี่ไม่ว่าอะไร...ผมขอไปด้วยได้ไหมครับ” 

 

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้คนทั้งสองถึงมายืนอยู่หน้าวิหารเก่าแก่แห่งนี้ 

มันค่อนข้างเกินความคาดหมาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดใจอะไร อี้เฉินเข้าไปนั่งอยู่ในโบสถ์พักใหญ่ เขาหลับตาลง และนั่งนิ่งอยู่แบบนั้นเป็นเวลานาน ใบหน้าซีดเซียวละจากร่างสูงข้างกายและจ้องมองไปยังรูปปั้นตรงหน้าซึ่งถูกตั้งอยู่กลางโบสถ์ ครั้งหนึ่งที่เคยมีชีวิตในอีกร่าง เขาเองก็เคยมาที่นี่บ่อยครั้ง เฝ้าอธิษฐานไปมากมายแล้วแต่ว่าในช่วงเวลานั้นกำลังรู้สึกอย่างไร 

สองมือยกขึ้นประสานหน้าผากมนจรดลงยังปลายสองมือ สำหรับตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาอยากจะอธิษฐาน 

อยากจะขอ...ให้อี้เฉินมีความสุข 

ให้ความสุข แด่คนที่ผมรัก 

หลังจากใช้เวลาพักใหญ่ในโบสถ์ อี้เฉินเป็นฝ่ายเดินนำออกมา และเขาอ้อมไปยังด้านหลังโบสถ์ ทุ่งดอกแดนดิไลออน ชายหนุ่มไม่ได้หันกลับมาบอกเขาว่า...ควรจะกลับบ้านไปได้แล้ว หรือถามว่า...เธออยากจะไปที่นั่นกับฉันไหม เขาแค่เดินนำไปเงียบๆ และหรูซื่อก็เป็นผู้ตามที่ดี 

แท่นหินที่ตั้งอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ยังคงตั้งอยู่ที่เดิม หลุมศพของเขา...ถึงจะได้เห็นมันเป็นครั้งที่สองแต่ก็ยังไม่ชินเสียที หรูซื่อคิดไม่ออกว่าเขาควรจะรู้สึกอย่างไรกับการมองหลุมศพของตัวเอง 

ร่างของเขากำลังหลับใหลอยู่ใต้พื้นนั่นสินะ 

เด็กหนุ่มชำเลืองมองร่างของอดีตชายคนรักที่ย่อตัวลงไป มือหนาไล้ไปบนแผ่นหินเย็นโดยไม่พูดอะไร ความเงียบรอบกายกับสายลมที่โชยบางเบาทำให้รู้สึกสงบ แต่มันก็ชวนให้รู้สึกเหงาทุกครั้งยามที่ได้เหม่อมองออกไปยังทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ 

“เคยมีคนบอกว่า หากเราสามารถเป่าดอกแดนดิไลออนให้ปลิวหมดภายในครั้งเดียวคำอธิษฐานจะเป็นจริง” หรูซื่อละสายตาจากทุ่งกว้างตรงหน้า แล้วก้มลงมองเจ้าของเสียง อี้เฉินนั่งอยู่ท่าเดิม มือหนาก็ยังคงไล้ไปบนแผ่นหินอย่างเลื่อนลอย 

“...เขาเป็นคนรักของฉันเอง” เสียงทุ้มเอ่ยท่ามกลางความเงียบที่ตนเป็นคนก่ออีกครั้ง “และตอนนี้เขาก็กำลังพักผ่อนอยู่ที่นี่มาพักใหญ่แล้วล่ะ” 

“…” 

“บางครั้งฉันก็หวังนะ ว่าสักวันหนึ่งเขาอาจจะตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล” ริมฝีปากฉายรอยยิ้มอ่อนแรงออกมา “แต่มันก็เป็นแค่ฝันลมๆ แล้งๆ แม้ว่าจะพยายามเป่าให้แดนดิไลออนปลิวไปดอกแล้วดอกเล่า” 

“ผมเสียใจด้วยนะครับ” นอกจากคำนี้แล้วหรูซื่อก็ไม่รู้เลยว่าตนควรจะพูดอะไร และรู้สึกแบบไหน ปุยเมล็ดของดอกแดนดิไลออนรอบหลุมศพถูกพัดปลิวไปกับสายลมทีละน้อย ตรงข้ามกัน...พวกมันดูเหมือนความหวังที่กำลังสลายไปมากกว่า แม้ว่าคำพูดนั้นหรูซื่อจะเป็นคนบอกกับอี้เฉินเองเมื่อนานมาแล้ว ชายหนุ่มเอาแต่หัวเราะและบอกว่ามันไร้สาระ พอกลับมาตอนนี้ สิ่งที่เคยขบขันกลับกลายเป็นความจริงซึ่งทิ่มแทงใจมากกว่า 

ไม่ว่าจะเป่าไปมากแค่ไหน แต่ความจริงก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ร่างของเขานอนอยู่ภายใต้พื้นหนาวเหน็บนั่นและจะคงอยู่แบบนั้นไปตลอดกาล 

“...อันที่จริง” อี้เฉินเงียบไป ราวกับพยายามที่จะพูดมันออกมา “ฉันเสียใจมาก” 

“มากจนไม่รู้ว่าวันต่อไปฉันควรจะทำอย่างไร” 

“ทุกอย่างมันมืดไปหมด ฉันเอาแต่มองรูปที่เราเคยถ่ายร่วมกันซ้ำๆ อยู่บนเตียงทั้งวัน” 

“ต้องดรอปเรียนเพราะไม่สามารถกลับไปเรียนได้ทั้งที่ยังเห็นภาพเขาอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา” 

“มันทั้งเหนื่อยแล้วก็เจ็บปวด เอาแต่จมอยู่กับความสูญเสียวันแล้ววันเล่าราวกับคนโง่ที่ไม่ยอมรับความจริง” ร่างสูงหันกลับมา ใบหน้าคมคายนั้นมีรอยยิ้มประดับอยู่ แต่ก็เป็นรอยยิ้มที่แสนอ่อนล้า ดวงตาของเราทั้งคู่สบประสาน หรูซื่อมองเห็นความโศกเศร้าฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น 

ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกผิด 

“ไม่หรอกครับ” เด็กหนุ่มส่ายหน้า “ไม่มีใครฝืนเข้มแข็งได้สำหรับเรื่องแบบนี้” 

รวมถึงหรูซื่อในตอนนี้ที่รู้สึกไม่ต่างกัน...แม้จะปากดีพูดไปแบบนั้น แต่เวลานี้เขาเองก็กำลังฝืนทำเป็นเหมือนเข้มแข็ง แล้วพูดออกไปราวกับว่าไม่ได้รู้สึกอะไร 

อี้เฉินมีท่าทีประหลาดใจกับคำพูดเมื่อครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นระบายรอยยิ้มที่ยิ้มออกมาจากใจจริงๆ 

“ขอบคุณนะ ที่คิดแบบนั้น” 

 

ไม่คิดว่าอี้เฉินจะดรอปเรียน 

สิ่งที่ได้ยินจากปากของชายหนุ่มอดีตคนรักเมื่อตอนเย็นสร้างความประหลาดใจกับหรูซื่อมาก ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจู่ๆ เขาถึงยอมพูดเรื่องพวกนั้นออกมา แต่ว่าสิ่งที่ได้ยินกลับทำให้หรูซื่อรู้สึกเศร้า 

เพราะเขาอี้เฉินถึงได้กลายเป็นแบบนั้น ทั้งที่อีกไม่นานก็จะเรียนจบแล้วแท้ๆ 

มือซีดก่ายหน้าผากไว้ในขณะที่นอนครุ่นคิดอะไรไปเรื่อย 

เหตุผลที่เขาเอาแต่หางานทำ เรื่องพวกนั้น... 

โทรศัพท์ข้างกายสั่นครืดจากแจ้งเตือนข้อความเข้า หรูซื่อเอี้ยวตัวหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะพบว่ามันคือข้อความจากอี้เฉิน เด็กหนุ่มเปิดอ่านข้อความนั้น เนื้อความสั้นๆ จากชายหนุ่มบอกเกี่ยวกับเวลาเรียนที่ขอเลื่อนไปช้ากว่าที่ตกลงไว้เล็กน้อยเพราะเขาติดธุระ หรูซื่อกดส่งเป็นสติกเกอร์ตอบกลับไป เขากำลังจะวางโทรศัพท์ลงแล้วแต่ก็คิดอะไรได้แล้วเปิดเข้าไปยังโปรแกรมแชตที่เพิ่งปิดไปเมื่อครู่ 

มันเป็นสิ่งที่เขาเคยบอกอีกคนทุกวัน 

หลังจากที่หน้าจอขึ้นข้อความแสดงว่าอีกฝ่ายอ่านแล้ว จึงกดปิดหน้าจอ 

- ฝันดีครับ - 

ความคิดเห็น