หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 21 เอาคืน

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 เอาคืน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 597

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 เอาคืน
แบบอักษร

 

“ฉันช่วยเธอก็เหมือนช่วยตัวฉันเอง พวกเราต่างก็ไม่ชอบแม่นั่น หรือว่าหล่อนแย่งงานพรีเซนเตอร์ของเธอไปขนาดนี้แล้วเธอยังจะเฉยอยู่ได้อีกเหรอ” 

อันซิงนิ่งเงียบ มองดูเธออย่างสำรวจ 

“แม่นั่นตอนนี้ชักเอาใหญ่ ฉันเป็นรุ่นพี่เลยต้องสั่งสอนหล่อนซะบ้าง พอดีว่าฉันไม่ชอบขี้หน้าหล่อนมานานแล้ว คราวนี้เลยอยากให้หล่อนได้เห็นดีบ้าง” อวี๋เสวี่ยเวยพูดอย่างเมามันในอารมณ์ 

ราวกับว่าระหว่างเธอกับหลินหว่านมีความแค้นล้ำลึกกันมาอย่างนั้น ความริษยาอาฆาตของผู้หญิงนี้ช่างน่าอันตรายจนถึงตายได้ 

“ได้ อย่างนั้นฉันจะเชื่อเธอสักครั้ง” อันซิงเลือกที่จะพักเรื่องเกาเหลาเก่าก่อนหลังจากได้ยินคำพูดของอวี๋เสวี่ยเวย เพื่อร่วมมือกับเธอในตอนนี้ 

“ฉันจำเป็นต้องมีเธอคอยช่วยเหลือ เรามาร่วมมือกันดีไหมล่ะ” อวี๋เสวี่ยเวยแกว่งแก้วไวน์แดงที่อันซิงยังไม่ทันได้ดื่ม 

“เธอจะให้ฉันทำอะไรบ้าง” อันซิงจ้องอวี๋เสวี่ยเวยพลางถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง อันที่จริงเธออยากจะทำมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสดีๆ เท่านั้นเอง 

“อีกสองสามวันข้างหน้าหลินหว่านมีออกงานกิจกรรมรายการหนึ่ง ตอนนั้นจะเป็นโอกาสดีที่สุด พวกเราจะอยู่ที่นี่คอยดูแม่นั่นขุดหลุมฝังตัวเอง” อวี๋เสวี่ยเวยพูดโดยแฝงความนัยเอาไว้ 

“งานกิจกรรม? งานอะไรกัน เธอไปสืบมาได้ยังไงกัน” อันซิงสงสัยว่าอวี๋เสวี่ยเวยเตรียมการมาอย่างดีก่อนหน้านี้แล้ว 

“ฉันสืบมาได้ยังไงไม่สำคัญ เรื่องแค่นี้มันง่ายมากสำหรับฉัน ที่สำคัญคือเรื่องที่ฉันสืบมาได้นี้เป็นเรื่องจริงแน่” 

อันซิงผงกศีรษะ 

“งานการกุศลนี้เป็นงานใหญ่ดังมากทีเดียว ฉันได้ยินมานานแล้ว” 

“แต่ว่าตอนจัดงานจะเกิดเรื่องได้หรือไง หรือเธอเตรียมอะไรอย่างอื่นอีก” อันซิงถามรัวๆ 

“งานกิจกรรมต้องไม่เกิดเรื่องผิดพลาด แต่แม่นั่นผิดพลาดได้นี่” อวี๋เสวี่ยเวยเทไวน์แดงในแก้วออก จากนั้นหยิบเสื้อโค้ตสีขาวตัวหนึ่งออกจากกระเป๋า 

“เธอดูนี่ซะ พวกเราจะใช้เสื้อโค้ตสีขาวตัวนี้ให้เป็นประโยชน์” 

“ประโยชน์อะไรน่ะ” อันซิงพูดอย่างแปลกใจ 

“คืออย่างนี้ งานชิ้นต่อไปของหลินหว่านเป็นงานประชาสัมพันธ์ขององค์กรการกุศลเพื่อคุ้มครองสัตว์แห่งหนึ่ง” 

“โปรโมตงานการกุศล? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชุดเสื้อผ้าที่หลินหว่านจะใส่ล่ะ” เธอถามอย่างสงสัย 

“เกี่ยวยังไงถึงเวลานั้นเธอก็รู้เอง ถ้าหากวันนั้นหลินหว่านสวมเสื้อชุดนี้ อย่างนั้นที่เหลือฉันจัดการเอง ถึงตอนนั้นทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องง่ายแล้ว ขอเพียงหลินหว่านยอมติดเบ็ด เราก็มีโอกาสให้หล่อนได้รู้ว่าอะไรเรียกว่าวงการบันเทิง” 

“ใช่สิ แย่งงานพรีเซนเตอร์ของฉัน ฉันไม่มีทางยอมให้มันได้ดีแน่” 

“มันไม่ยอมให้ฉันเป็นสุข ฉันก็ไม่ยอมให้มันมีที่หายใจได้หรอก” อันซิงยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น 

ที่แท้ก่อนหน้านี้อวี๋เสวี่ยเวยให้คนไปสืบความเคลื่อนไหวในระยะนี้ของหลินหว่านมา จึงได้รู้ว่างานชิ้นต่อไปที่หลินหว่านรับมาเป็นงานประชาสัมพันธ์ขององค์กรการกุศลเพื่อคุ้มครองสัตว์แห่งหนึ่ง 

จากนั้นอวี๋เสวี่ยเวยก็รีบให้คนไปจัดเตรียมเสื้อโค้ตสีขาวตัวนี้ 

เพียงแต่อวี๋เสวี่ยเวยยังไม่สามารถเข้าถึงตัวหลินหว่านได้ เธอจึงนึกถึงอันซิง เพราะระหว่างนั้นหลินหว่าน 

ดันไปเหยียบตาปลาอันซิงเข้าต่อหน้าต่อตาสาธารณชน 

ดังนั้น อวี๋เสวี่ยเวยก็เลยตามหาตัวเธอจนเจอ 

“เอาล่ะนะ ไม่มีอะไรแล้ว เรื่องนี้จะช้าเร็วแม่นั่นก็ต้องได้รับรู้ผลการกระทำของตัวเอง น่าจะมีคนรอดูหล่อนอับอายขายหน้ามากมายอยู่ คราวนี้ฉันจะคอยดูว่าหล่อนจะยังหัวเราะได้อีกหรือเปล่า” ไม่รู้ว่า 

อวี๋เสวี่ยเวยพูดเพื่อปลอบใจอันซิงจริงหรือเปล่า แต่ทั้งสองก็ตกลงร่วมมือกันจนได้ กล่าวได้ว่าพวกเธอดูไม่เหมือนคู่กัดฟัดไม่เลิกอีกแล้ว 

วันนี้ในขณะที่หลินหว่านกำลังทำงาน เธอมองดูคนทำงานที่อยู่รอบข้าง กว่าจะหาเวลาว่างมานั่งพักได้สักครู่ สไตลิสต์ยืนอยู่ด้านข้างคอยตบแป้งเติมหน้าให้เธอ 

“พวกเรามาถ่ายฉากต่อไปกัน” หลังจากพักผ่อนสักพัก ผู้กำกับก็ตะโกนให้เริ่มทำงาน เธอลุกขึ้นยืน รู้สึกยังปวดเมื่อยเอวอยู่บ้าง ลิลลี่มองหลินหว่านที่ยืนขึ้นแล้วจัดแต่งปอยผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ 

หลายวันนี้งานพรีเซนเตอร์เข้ามามากจนยุ่งหัวหมุนไปหมด หลินหว่านในฐานะนักแสดงมืออาชีพยังคงมุ่งมั่นกับงาน การทำให้ดีที่สุดเป็นมาตรฐานของเธอ ว่าแล้วหลินหว่านที่ยังปวดเมื่อยหลังก็เดินออกไปเตรียมตัวถ่ายภาพ 

“เป็นยังไงบ้าง เตรียมพร้อมหรือยัง” ผู้กำกับขยับกรอบแว่น หลินหว่านผงกศีรษะ ถ่ายภาพมาทั้งวันในที่สุดก็เสร็จสิ้นลง ท้องฟ้าเวลานี้มือลงเข้าสู่ช่วงพลบค่ำแล้ว 

“คิดไม่ถึงว่าวันวันหนึ่งจะผ่านไปเร็วขนาดนี้” เธอสวมชุดออกกำลังกายแบบเรียบง่ายเดินลงบันไดมา มองดูพระอาทิตย์ตกที่ด้านนอก แม้ว่าจะยังสวมแว่นกันแดด แต่ดูเหมือนภาพตรงหน้าได้ชะล้างเอาความเหนื่อยล้าทั้งวันของเธอไปจนหมด วันนี้เหนื่อยมากจริงๆ หลินหว่านนวดคอตัวเองด้วยความรู้สึกไม่สบายนัก 

แม้ว่าตอนอยู่ต่อหน้าผู้คนเธอจะเป็นดาราที่งดงามเปล่งประกายคนหนึ่ง แต่เมื่อถอดคราบจอมปลอมนั้นออก เธอก็เป็นเพียงคนคนหนึ่งที่สุดแสนจะธรรมดา พอคิดถึงตรงนี้เธอก็รู้สึกเหนื่อยใจอยู่บ้าง 

จนกระทั่งเมื่อกลับถึงบริษัท จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกเธอจากด้านหลัง “รอเดี๋ยวสิ” 

หลินหว่านหันกลับไปก็พบว่าเป็นลิลลี่ สไตลิสต์ของเธอ หลินหว่านยืนยิ้มมองดูคนที่วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา 

“ทำไมเหรอ มีอะไรหรือเปล่าคะ” หลินหว่านพูดแล้วเห็นว่าลิลลี่ยื่นกล่องใบใหญ่ใบหนึ่งให้เธอ “นี่เป็นของที่แฟนคลับส่งให้เธอน่ะ หนักมากเลย” พูดไปพลางในที่สุดก็เดินมาถึงห้องพักผ่อนของหลินหว่าน 

กล่องสวยหรูดูดีมาก ด้านบนเสียบจดหมายฉบับหนึ่ง หลินหว่านรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แฟนคลับแบบไหนกันนะที่ส่งจดหมายมาให้ ซองจดหมายทำจากหนังวัว หลินหว่านเก็บปอยผมทัดไว้หลังหูแล้วเปิดซองจดหมาย 

จดหมายเป็นตัวอักษรเขียนด้วยลายมือเรียบร้อยสวยงาม เนื้อหาโดยรวมเขียนว่าชอบหลินหว่านมาก สนใจเธอตั้งแต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก อ่านถึงตรงนี้หลินหว่านรู้สึกปลื้มใจมาก ที่แท้แล้วเธอยังมีแฟนคลับ 

แบบนี้อยู่ด้วย 

ลิลลี่ที่ด้านข้างขอร่วมวงด้วย เขาอ่านเนื้อหาในจดหมายไปด้วยกัน “คนนี้ดูเหมือนจะรู้ความเคลื่อนไหวของเธอมากๆ เลยนะ” พูดพลาง ลิลลี่ก็ชี้ไปที่เนื้อหาหลายจุดบนจดหมาย จดหมายของแฟนคลับเขียนมาอย่างใส่ใจในรายละเอียด แม้ว่าหลินหว่านจะไม่ได้เห็นคนเขียนจดหมาย แต่ก็รู้สึกได้ว่าคนคนนี้น่าจะเป็นคนอย่างไร 

“ทั้งๆ ที่พวกเราไม่ได้เปิดเผยสถานที่จัดกิจกรรม แต่แฟนคลับคนนี้คอยติดตามตลอดเลย” ระหว่างพูดหลินหว่านก็สังเกตเห็นแล้วเช่นกัน แฟนคลับของดาราสมัยนี้รับรู้ข่าวสารกันเร็วมาก ประเด็นนี้หลินหว่านได้สัมผัสมากับตัวเองเลยทีเดียว 

หลินหว่านอ่านจดหมายแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ แม้ข้อความในจดหมายไม่ได้ยาวนัก แต่เนื้อหาชวนให้ต้องคิดไปอีกนาน ทั้งสองใช้เวลาดูจดหมายอยู่นาน ลิลลี่นั่งค้อมตัวอยู่ที่ด้านหนึ่ง สองมือกอดอก พูดออกมาประโยคหนึ่งว่า “อันที่จริงเป็นดารานี่ก็ดีนะ มีแฟนคลับส่งของขวัญมาให้ด้วย” 

ขณะพูดหลินหว่านมองสบตาเขาพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ หลินหว่านเปิดกล่องออก ข้างในมีเสื้อโค้ตตัวหนึ่ง หลินหว่านหยิบออกมา ทั้งสองมองดูเสื้อโค้ตสีอ่อนซึ่งที่จริงก็เหมาะกับบุคลิกของหลินหว่านทีเดียว 

แต่ว่ามีลิลลี่เตือนสติ ทำให้เธอไม่ให้สวมชุดนี้ 

 

ความคิดเห็น