หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 25 พรุ่งนี้พบกัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 พรุ่งนี้พบกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 พรุ่งนี้พบกัน
แบบอักษร

 

ยอดตูมของชาเขียวถือว่าเป็นของชั้นดี มู่หรงหวั่นเห็นชายคนนี้มีท่าทีง่ายๆ สบายๆ อีกทั้งการแต่งกายก็ดูต่างจากคนสามัญทั่วไป มีสง่าราศี จึงเดาว่าชาติกำเนิดของเขาคงไม่ธรรมดาเป็นแน่ แม้จะไม่ใช่ชาวเมือง แต่ก็ต้องเป็นคนจากตระกูลใหญ่โตมีชื่อเสียงจากชนบท 

เมื่อละครจบลงแล้ว หนิงอวี้พับตั๋วเงินใบหนึ่งเป็นสี่เหลี่ยม รวบรวมพลังแล้วซัดตั๋วเงินใบนั้นออกไปยังโต๊ะเก็บเงิน มันปักลึกลงไปในเสาเสียสามส่วน มู่หรงหวั่นเห็นชายคนนี้จ่ายเงินอย่างคล่องมือ ทั้งวิทยายุทธก็ยอดเยี่ยม ในใจพลันเกิดความรู้สึกหลงรักขึ้นมาเป็นล้นพ้น 

“ได้ยินว่าในเมืองมีสระหมิงหูทิวทัศน์งดงามนัก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เจ้าจะพอมีเวลาพูดคุยกับข้าสักหน่อยหรือไม่ หวั่นเอ๋อร์ การจิบชากลางสายลมและสายน้ำที่ทอประกายในสระ นับว่าเป็นเรื่องดีงามบนโลกมนุษย์เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว” 

มู่หรงหวั่นพยักหน้ารับ ดวงตาฉายแววพึงพอใจพร้อมพูดขึ้นว่า “พรุ่งนี้ยามเซิน[1] หวั่นเอ๋อร์จะรอคุณชาย” หนิงอวี้เห็นนางหันหลังจากไปแล้วจึงยกมุมปากยิ้มเจือด้วยความเยาะเย้ย มู่หรงหวั่นช่างอ่อนหวานเย้ายวนนัก ภาพของนางตอนนี้ซ้อนทับกับความงามพิไลที่แฝงไว้ด้วยรังสีอมหิตเมื่อชาติปางก่อนได้อย่างลงตัวนัก 

“คุณชาย” หนิงอวี้ฟื้นคืนสติด้วยใบหน้าบึ้งตึง เบื้องหน้าคือชายวัยกลางคนมีใบหูขนาดใหญ่ใบหน้าอวบอูมคนหนึ่ง ชายคนนั้นเห็นนางขานรับก็รีบโค้งตัวคำนับพลางพูดว่า “ข้าน้อยเป็นเถ้าแก่ของหอจิงเหอ เมื่อสักครู่ตั๋วเงินที่คุณชาย...” 

“ข้าให้รางวัลเจ้า” หนิงอวี้หันกายกลับ สาวเท้ายาวจากไป  

“เปล่าขอรับ คุณชายทำเสาเสียหายต้องชดใช้ด้วย” 

หนิงอวี้บุ้ยปาก โยนตั๋วเงินไปหนึ่งใบแล้วรีบเดินจากไปโดยมีหงหลิงคอยตามอยู่ด้านหลัง “ฮ่าๆๆๆ โธ่เอ๋ย” หงหลิงเดินออกจากโรงละคร หัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหล 

หนิงอวี้จ้องเขม็งมายังนาง ทันใดนั้นต่างก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ หนึ่งนายหนึ่งบ่าวค้ำกำแพงหัวเราะกันอยู่นาน ถึงได้เช็ดน้ำตาแล้วจากไป 

“คุณชาย ท่านคิดอ่านอะไรเอาไว้หรือ”  

หนิงอวี้ได้ยินก็ใช้มือข้างหนึ่งลูบคางสองสามที รู้สึกว่าคำพูดนี้ดูแปลกๆ ครั้นแล้วก็เอาพัดกระดาษขึ้นมาเคาะหัวหงหลิงหนึ่งทีเบาๆ “อะไรที่เรียกคิดอ่านกันเล่า นี่คือแผนการอันแยบคายต่างหาก โง่เสียจริง แค่นี้ก็ดูไม่ออก” 

หงหลิงได้ยินก็ได้แต่ลูบผมอย่างน้อยใจ บุ้ยปากพูดขึ้น “เอาแต่ว่าข้าโง่ แถมยังมาตีข้าอีก ข้าเจ็บนะ” 

หนิงอวี้เผลอหัวเราะออกมา โยนพัดในมือออกไปไกล จากนั้นจึงรับมือหงหลิงมาไว้แทนแล้วลูบเบาๆ “โอ๋ ไม่เจ็บแล้ว ไม่เจ็บแล้ว เจ้าดูสิ คุณชายอย่างข้าจัดการโยนเจ้าตัวการร้ายนั่นทิ้งไปแล้ว” 

หงหลิงแสดงสีหน้าบอกให้รู้ว่าถึงแม้ตนจะโง่ แต่ใช่ว่าจะมากลั่นแกล้งกันได้ง่ายๆ นางจ้องหนิงอวี้เขม็ง หนิงอวี้จึงวางมือลงบนไหล่หงหลิงแล้วพูดขึ้นเสียงดัง “เอาละ อย่าโกรธไปเลย ข้าจะพาเจ้าไปเลี้ยงอาหารที่หอจุ้ยเซียงสักมื้อ!” 

“โอ้ย! กลางถนนใหญ่เช่นนี้ใครกันโยนพัดออกมา!”  

หงหลิงหลุดหัวเราะพรืด หนิงอวี้ดึงมือนางแล้วรีบวิ่งไปยังโรงเหล้า 

—— 

“คุณหนู พรุ่งนี้ท่านจะไปพบคุณชายท่านนั้นจริงหรือเจ้าคะ” สาวใช้มุ่นคิ้วพูดด้วยเสียงอันเบา ทันทีที่มู่หรงหวั่นคิดถึงเขาคนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจจนตัวสั่น มุมปากยกยิ้ม ดูประหนึ่งสาวน้อยผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก 

“แน่นอน”  

“แต่ว่าคุณหนู ท่านหมั้นแล้วนะเจ้าคะ อีกไม่นานก็จะออกเรือนไปกับหลิงอ๋องแล้ว อีกอย่างนายท่านคงไม่ยอมให้ท่านแต่งงานกับชายที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าหรอก” 

มู่หรงหวั่นได้ยินพลันหน้านิ่วคิ้วขมวดชะงักงันไป ใช่แล้ว ต่อให้นางชอบซั่งกวนแล้วจะอย่างไร อีกไม่นานนางก็ต้องออกเรือนกับหลิงอ๋องแล้ว แต่ว่านางชอบหลิงอ๋องจริงหรือ ได้เป็นพระชายาหลิงอ๋องคือเป้าหมายของนางตั้งแต่ยังเล็ก จะการกระทำหรือคำพูดใดๆ ก็ล้วนแต่เพื่อเป้าหมายนี้ 

ทว่านี่คือเป้าหมายที่บิดานางเป็นผู้วางไว้ หาใช่สิ่งที่นางปรารถนาไม่ แต่ตอนนี้นางเป็นถึงว่าที่พระชายา อีกเพียงก้าวเดียวก็บรรลุฝันนั้นแล้ว ถ้าจะต้องตัดใจทิ้ง เช่นนั้นก็เท่ากับต้องสละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนทำมาตลอดสิบหกปี 

‘ถึงแม้ว่า...ถึงแม้ว่าซั่งกวนจะปรากฏตัวขึ้น ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง’ นางตาสว่างจากความสับสนในทันใด มู่หรงหวั่นดวงตาฉายแววมุ่งมั่น ซั่งกวนเป็นคนชนบท ไม่รู้เรื่องพระราชโองการแต่งงานแน่นอน บางทีนางอาจจะได้เสพสุขสักครั้งหนึ่งค่อยอำลาแยกทางจากเขา แล้วไปแต่งงานกับหลิงอ๋อง 

“ข้ารู้จักว่าอะไรควรไม่ควร” มู่หรงหวั่นเหลือบตามองยังสาวใช้ด้วยสีหน้าที่โหดเหี้ยม แฝงแววข่มขู่อยู่ในที “ทางที่ดีเจ้าก็ควรระวังปากไว้ให้มาก อย่าได้หลุดอะไรออกมาเป็นอันขาด” 

สาวใช้ได้ยินเช่นนั้นก็รีบทรุดเข่าลงกับพื้น รีบร้อนโขกหัวพลางพูดขึ้นเสียงเบา “บ่าวจะจำไว้เจ้าค่ะ” 

“ลุกขึ้นเถอะ” มู่หรงหวั่นพูดอย่างไม่ใส่ใจ พอคิดว่าพรุ่งนี้จะได้พบกันก็อดไม่ได้ที่จะเขินจนแดงไปทั้งหน้า 

 

------ 

[1] ยามเซิน เวลาประมาณ 15.00-17.00 น. 

ความคิดเห็น