หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 25 ปิดประตูสำนึกผิด

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 ปิดประตูสำนึกผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 ปิดประตูสำนึกผิด
แบบอักษร

 

“นายน้อย…” ซูหลีเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ไป๋ฉินก็ไล่ตามมา พลางกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกอยู่บ้าง “เมื่อครู่คุณหนูรองเข้าไปพัวพันนายท่านอีกแล้ว ไม่รู้ว่าคุณหนูรองจะพูดกับนายท่านเรื่อง...” 

ซูหลีเลิกคิ้ว กล่าวว่า “พูดอะไร” 

“พูดเรื่องวันนี้เจ้าค่ะ” ไป๋ฉินมองซูหลีปราดหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลง เรื่องราวในวันนี้ จะมากจะน้อยอย่างไรก็มีสาเหตุมาจากไป๋ฉิน 

ตอนที่ไป๋ฉินเห็นนายน้อยของนางออกหน้าเพื่อนาง นางตกตะลึงยิ่งนัก 

จะพูดอย่างไร จิตใจที่นางมีต่อนายน้อยก็ไม่มีวันเปลี่ยน แต่จู่ๆ นายน้อยก็ดีกับนางเช่นนี้ ในใจไป๋ฉินพลันอบอุ่นวาบ 

เพราะเป็นเช่นนี้ ไป๋ฉินยิ่งเป็นกังวลว่าซูหลีจะถูกลงโทษ 

“อย่าได้กังวล” ซูหลียกยิ้มอย่างไม่สนใจ นับจากตอนที่นางลงมือทำเรื่องเหล่านี้ ก็คิดไว้แล้วว่าซูเนี่ยนเอ๋อร์จะมาฟ้องซูไท่ 

ทว่าเปรียบกันแล้ว ซูหลียังเชื่อใจซูไท่อยู่บ้าง 

เรื่องที่นางเกือบตายที่หมู่บ้านหวงซานครั้งก่อน ซูไท่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ระหว่างทางกลับจวนสกุลซู เขาเอาแต่ทำสีหน้าอึมครึม 

ซูหลีเองก็รู้ ในใจซูไท่ ยังคงสนใจบุตรชายคนนี้อยู่ 

ต่อให้ซูเนี่ยนเอ๋อร์จะฟ้องซูไท่อย่างไร ขอเพียงซูหลีมิได้ทำเรื่องรุนแรงเกินจะรับได้ อย่างมากก็ลงโทษเล็กๆ น้อยๆ ให้เรื่องจบ 

“ก็จริงเจ้าค่ะ แต่วันนี้คุณหนูรองสอบติดสำนักฉยงสือ นายท่านดีใจยิ่งนัก...” ไป๋ฉินเอ่ยคำพูดนี้ออกมา ก็ตระหนักได้ว่าตนเองพูดไม่ถูก นางรีบหยุดปากตนเองไว้ พลางจ้องมองซูหลี 

ซูหลีปิดปากเงียบ แค่เรื่องที่ซูเนี่ยนเอ๋อร์สอบติดสำนักฉยงสือ ก็ทำให้นางครุ่นคิดวิธีการได้มากขึ้น 

เรื่องที่ซูหลีแสร้งแต่งกายเป็นชาย คงไม่อาจแก้ไขได้ในชั่วระยะเวลาอันสั้น และดูเหมือนว่ายามนี้บุรุษจะลงมือสะดวกกว่าสตรี 

เช่นนั้นทำไมนางไม่อาศัยฐานะบุรุษ มาจัดการเรื่องราวบางอย่างเล่า 

...... 

เป็นดังคาด ตอนเย็นมีมามาที่คอยดูแลเรื่องต่างๆ ข้างกายหลี่ซื่อมาถ่ายทอดคำพูดแก่นาง บอกว่าซูไท่มีคำสั่งลงมา ให้ซูหลีปิดประตูสำนึกผิดสามเดือน  

การปิดประตูสำนึกผิดในครานี้ ถือเป็นการลงโทษกับสิ่งที่ซูหลีได้กระทำลงไปในวันนี้ 

หลังจากซูหลีได้ยินดังนั้น ก็มิได้เงยหน้าขึ้นมอง นางยังคงนั่งกินข้าวต่อไป 

ตอนที่นางยังมิได้ไปหมู่บ้านหวงซาน ตอนเย็นจะไปทานข้าวที่ตำหนักหลัก พร้อมกับหลี่ซื่อและซูเนี่ยนเอ๋อร์ 

ทว่าหลังจากกลับมาจากหมู่บ้านหวงซาน ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด นางก็นิสัยเปลี่ยน นางจะให้คนนำอาหารมาส่งที่เรือนตน ไม่สนใจหลี่ซื่อและซูเนี่ยนเอ๋อร์สองคนแม่ลูกอีก 

อย่าว่าแต่หลี่ซื่อกับซูเนี่ยนเอ๋อร์ไม่เข้าใจเลย แม้แต่คนข้างกายหลี่ซื่อก็ยังไม่เข้าใจ 

“รู้แล้ว ไปได้” ซูหลีเห็นมามาที่มาถ่ายทอดคำพูดให้ซูหลียังยืนอยู่ที่เดิม ก็พลันเอ่ยปากขึ้น 

มามาผู้นั้นกะพริบตา ออกจะไม่เข้าใจอยู่บ้าง 

นายน้อยไปหมู่บ้านหวงซานเพียงครั้งเดียว ไฉนจึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ แต่ก่อนซูหลีมิได้มีท่าทีเช่นนี้ต่อมามาผู้นี้เลย!  

อีกทั้งซูหลียังมือเติบยิ่งนัก แต่ละครั้งจะตบเงินให้พวกนางไม่น้อย 

แต่ครั้งนี้ นางมาถ่ายทอดคำพูดแก่ซูหลีด้วยตนเอง ซูหลีจะจบง่ายๆ เช่นนี้หรือ 

“มามา เชิญ” ไม่รอให้มามาผู้นั้นได้สติ ไป๋ฉินก็ก้าวออกมา ส่งนางออกจากเรือน 

ไป๋ฉินไม่ชอบพวกข้ารับใช้เหล่านี้นานแล้ว พวกนางทำเหมือนนายน้อยเป็นบ่อเงินบ่อทอง บัดนี้นายน้อยเปลี่ยนไป นับเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว! 

เพียงแต่ไป๋ฉินคิดไม่ถึงว่า นายน้อยของพวกนางจะมีความคิดพิสดารอยู่ 

หลังจากนางกลับมาจากส่งมามาผู้นั้น ก็เห็นซูหลีจ้องมองนางด้วยสายตาวาววับ  

ความคิดเห็น