email-icon facebook-icon Line-icon

เพียงคืนเดียวเขาก็เปลี่ยนจากเพื่อนพี่ชายกลายเป็นสามี

บทที่ 5 บทพิสูจน์รัก (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 5 บทพิสูจน์รัก (50%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2563 22:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 บทพิสูจน์รัก (50%)
แบบอักษร

บทที่ 5 บทพิสูจน์รัก 

 

“พิมพ์” 

แผ่นหลังบางสั่นเทาราวลูกนกถูกฝนที่นอนตะแคงบนเตียงสะเทือนใจคนมองจนต้องเม้มปากแน่น รณกรก้าวเดินไปนั่งลงใกล้ เอื้อมมือไปแตะไหล่ไหวเอนอย่างแผ่วเบา 

“พิมพ์” เขาลูบไล้ช่วงไหล่อย่างปลอบโยน “มันกลับไปแล้ว” 

พิมพ์รักไม่ตอบอะไร เพียงยกมือปาดน้ำตา เม้มปากกลั้นเสียงสะอื้น ก่อนผละกายลุกขึ้นนั่งตัวตรง 

“ฉันจะกลับ” เสียงบอกสั่นพร่าเล็กน้อย หากกระแสเสียงเย็นชาจนน่าใจหาย 

“พิมพ์” 

หญิงสาวไม่ตอบอะไรอีก ลุกขึ้นจากเตียง เดินไปคว้ากระเป๋าของตนแล้วเร่งฝีเท้าเดินออกไป หากขยับเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงัก เมื่อร่างสูงโถมกายเข้ากอดรัดจากทางด้านหลัง 

“อย่าไป” น้ำเสียงแหบพร่า ยามกดใบหน้าหล่อเหลาลงบนไหล่บาง “อย่าไปเลยนะ” 

พิมพ์รักกัดริมฝีปากล่างจนเจ็บแสบ ข่มใจไม่ให้ไหวเอนกับกากระทำหรือคำพูดของ ‘เพื่อนพี่’ อีก หญิงสาวแกะมือหนาที่กอดรัดตนเองออก ทว่าแกะอย่างไรมือเหนี่ยวหนึบก็ไม่คลายออก 

“ปล่อย” น้ำเสียงแห้งแล้งกระแทกกระทั้นในช่วงท้ายอย่างชัดเจน 

หากคนไม่ยอมปล่อยก็ยังคงกอดแน่นขึ้น กดใบหน้าลงบนบ่าบอบบางพร้อมบอกเสียงอู้อี้ 

“พี่ขอโทษ” รณกรเข้าใจความรู้สึกของพิมพ์รักดี หญิงสาวคงยังไม่พร้อมบอกใครเรื่องความสัมพันธ์อันฉุกละหุกที่เกิด เพราะหากเปิดเผยความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่ม คำถามมากมายจากคนรอบกายคงยากจะอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ ตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือหวั่นเกรงกับเรื่องราวเหล่านั้นเลย แต่ความรู้สึกและชื่อเสียงของพิมพ์รักอาจได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ซี่งเขาไม่อาจยินยอมได้ 

“พี่สัญญาว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้อีก ถ้าพิมพ์ยังไม่พร้อม พี่ก็ยอมเป็นน้อยแบบนี้เรื่อยไป ขอแค่พิมพ์แวะมาหาพี่บ้าง” 

พิมพ์รักเลิกคิ้ว หันขวับกลับมาทันที 

“พูดบ้าอะไรของคุณ ใครน้อย ใครใหญ่ อะไรคะ” ท้ายประโยคเสียงค่อนข้างแข็งห้วน ดวงตากลมโตวาววับจนคนฟังเลิ่กลั่กหาคำแก้ตัวเป็นพัลวัน 

“ไม่ใช่ครับ คือพี่หมายถึงพี่ตามใจพิมพ์ทุกอย่าง แค่พิมพ์อย่างทิ้งพี่ไปนะ” กล่าวพร้อมรวบร่างบางเข้ามากอดเอาไว้แน่น 

คราวนี้พิมพ์รักเบิกตามองคนพูดจาประเลาะตนเองแบบไม่มีอ้อมค้อม กรอกตามองไปมาอย่างระอาในใจ 

“เป็นเด็กหรือไง” 

รณกรยิ้มเผล่ ผละออกมา รวบมือเรียวมากุมเอาไว้ “นอนที่นี่อีกสักคืนนะ” 

พิมพ์รักมองมือของตนที่กำลังถูกกุมเอาไว้แน่น แล้วถอนหายใจแรงๆ แม้บางส่วนในใจจะเอนเอียงไปกับการกระทำของเขา ทว่าก็ไม่อาจเต็มร้อยได้ เพราะอดีตของตนรวมกับชื่อเสียงที่ได้ยินเข้าหูของเขามาตลอดเช่นกัน 

หญิงสาวสับสนกับความรู้สึกของตน และสับสนกับการกระทำของเขา 

“ถามจริงๆ นะคะ” น้ำเสียงเบาลง หากกระแสเสียง และแววตาจริงจังขึ้นมาก “คุณต้องการอะไรจากฉัน” 

ไม่แน่ใจว่ามันเป็นคำถามที่ค้างคาใจหรือคำสบประมาทความรู้สึกของเขากันแน่ รณกรจ้องมองคนถามคำถามนี้อย่างจริงจัง เผลอปล่อยมือที่กุมเอาไว้ พร้อมขบกรามแน่น 

ที่เขาพูดไปหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้มันไม่ได้สร้างความมั่นใจให้พิมพ์รักบ้างเลยหรือ… 

ชายหนุ่มน้อยใจ เจ็บใจ รวมไปถึงแค้นใจในตัวเองมากกว่าจะโกรธเคืองคนตรงหน้า หรือเขาจะไม่น่าเชื่อใจถึงขนาดนั้น แม้จะพยายามอธิบายความรู้สึกที่มีในหัวใจออกมาทั้งหมดให้เธอฟัง หากมันก็ยังไม่แทรกซึมเข้าไปในเศษเสี้ยวความรู้สึกของเธอเลยหรือ… 

แล้วเขาควรต้องทำเช่นไร พูดอย่างไรในพิมพ์รักเปิดหัวใจแง้มให้เขาแทรกเข้าไปได้บ้าง 

“พิมพ์” ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก จ้องมองใบหน้าของคนที่ตนเองอยากมอบความจริงใจให้ทั้งหมดที่มี 

อดีตของเขาไม่ได้สวยหรู ที่ผ่านมามีผู้หญิงผ่านเข้ามามากมายแล้วเลยผ่านไป ในสายตาของใครต่อใครเขาอาจเป็นเพล์บอย เป็นหนุ่มโสดเจ้าสำราญ ไม่มีอะไรมั่นคงในความสัมพันธ์ หรือเจ้าชู้ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง เขาแค่ยังไม่เจอใครหรือบางทีภายในหัวใจส่วนลึกเขาอาจ… กำลังรอใครสักคน 

และตอนนี้คนคนนั้นก็ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาเรียบร้อยแล้ว 

“พี่ไม่ใช่ผ้ายที่ดี อันนี้พี่รู้ตัว” เขาหัวเราะเบาๆ เมื่อดวงตากลมโตเบิกมองอย่างตื่นตกใจ 

เขารู้ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ชายแสนดี ไม่ใช่พระเอกในนิยาย แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายจนคนทั้งโลกต้องเกลียด 

“พี่คงทำให้เราเชื่อในทุกคำพูดของตัวเองไม่ได้” เขารู้แค่ลมปาก พ่นออกไปมีแค่น้ำลายใครจะเชื่อง่ายๆ กัน ยิ่งเป็นคนที่ผ่านเรื่องราวมากมายในอดีตยิ่งยากเหลือเกิน แต่เขาจะไม่ยอมแพ้เช่นกัน 

“แต่พี่จะแสดงให้เราเห็นเอง นานแค่ไหนพี่ก็จะรอ ขอแค่พิมพ์มอบโอกาสให้พี่บ้าง” รอยยิ้มกว้างและอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ยิ่งเสริมให้คนหน้าตาดีมีเสน่ห์อีกเท่าตัว 

พิมพ์รักตาพร่าไปเล็กน้อย ด้วยไม่ทันตั้งตัวว่า ‘เพื่อนพี่ชาย’ จะหน้าตาดีได้ร้ายกาจขนาดนั้น 

“เอ่อ” หญิงสาวค้นหาคำตอบในความรู้สึกของตนเองพร้อมๆ กับจ้องมองใบหน้าของคนที่กำลังส่งยิ้มฉีกกว้างมาให้ด้วยแววตาจริงใจ 

แม้จะผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมามากมายจากในอดีต ปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองมากพอสมควร แต่ส่วนลึกในใจของผู้หญิงทุกคนย่อมอยากมีรักที่มั่นคง มีคนรักที่ดี หรือแม้กระทั่งมีใครสักคนโอบกอดในยามที่ตนเองหนาวสั่นขาดความเข้มแข็ง พิมพ์รักก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป หล่อนมีฝัน มีความต้องการ และเหนือสิ่งอื่นใด 

หล่อนมีหัวใจ… ไม่ต่างกัน 

ก้อนเนื้อก้อนเล็กๆ ที่อกซ้ายมันยังเต้น แม้จะเชื่องช้า และบาดเจ็บ หากมันก็ยังนับเป็นหัวใจที่เต้นได้เช่นคนอื่น

พิมพ์รักถอนหายใจหนักๆ แววตาไหวระริกยามสับสน มองคนตัวสูงตรงหน้าอย่างใคร่ครวญ

เขาไม่ใช่คนเลว… แม้จะใช้วิธี ‘สกปรก’ ในการเข้าหา และสร้างความสัมพันธ์กับเธออย่างมีแผนการ

ทว่าหญิงสาวไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในยามที่หัวใจแห้งแล้งโดดเดี่ยว ผู้ชายคนนี้คือคนที่เดินเข้ามารดน้ำให้หัวใจดวงน้อยที่บาดเจ็บได้ มีชีวิตชีวามากขึ้น

แววตา น้ำเสียง รอยยิ้ม หรือแม้กระทั่งอ้อมกอดของเขา ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนมัน… อบอุ่นอ่อนโยนมากเหลือเกิน

สัมผัสจากมือหนาค่อยๆ กะเทาะกำแพงน้ำแข็งที่สูงชั้นและหนาวเหน็บของคนช้ำรักได้อย่างดี

เวลาเพียงไม่กี่วันที่ได้ใกล้ชิดกันในสถานะความสัมพันธ์ที่มากกว่าแค่ ‘เพื่อนพี่ชาย’ กับ ‘น้องสาวเพื่อน’ ทำลายทัศคติหลายต่อหลายอย่างที่เคยมีในตัวเขาไปทีละนิด รณกรที่เคยเป็นเพล์บอยที่ไม่เคยเปิดตัวผู้หญิงที่คบหา เป็นนักรักในสายตาของคนอื่นกลับชอบพูดอะไรเลี่ยนๆ ร่ำร้องขอสถานะที่ชัดเจนของตน และที่สำคัญเขาเป็นคนโรคจิตที่คิดไม่ซื่อกับน้องสาวอายุแปดขวบของเพื่อนได้อย่างหน้าไม่อาย

‘ตอนนั้นฉันแปดขวบเองนะ’ หล่อนถามเขาในช่วงที่ทานข้าวด้วยกัน อีกฝ่ายไม่ตอบ แต่ยิ้มซื่อๆ ส่งมาให้แทน

มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ ทั้งอบอุ่น ดีใจ หากข้างในก็ยังไม่วางใจอะไรได้เต็มร้อย ด้วยความสัมพันธ์ของเธอและเขาเกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน แถมทุกอย่างยังเกิดจากแผนการของเขาอีกด้วย

ดังนั้นจะให้ผู้หญิงที่ถูก ‘ล่อลวง’ มาเสียตัว เปิดใจให้ผู้ชายที่ล่อลวงตัวเองมาได้อย่างไร

นี่มันชีวิตจริง ไม่ใช่นิยายหรือละครไทยหลังข่าวนะ!

พิมพ์รักเม้มปาก ถอนหายใจหนักๆ อีกสักครั้ง พอจะเดาได้ว่าต่อให้ตนปฏิเสธหรือบอกปัดความสัมพันธ์กับ ‘ตาเฒ่า’ นี่ไป อีกฝ่ายก็คงต้องการแสดงตัวว่าเป็น ‘สามี’ ของตนไปเรื่อยอย่างแน่นอน ยกตัวอย่างประโยคเมื่อครู่

“พี่ก็ยอมเป็นน้อยแบบนี้เรื่อยไป ขอแค่พิมพ์แวะมาหาพี่บ้าง” 

เขาพูดราวกับว่าเธอเป็นสามีใจร้ายที่มีบ้านเล็กบ้านใหญ่จนเขาต้องเว้าวอนขอให้แวะมาหาบ้าง จะบ้าเหรอ!

หญิงสาวส่ายหน้า ระอาคนหน้ามึนในใจ ก่อนเอ่ย

“ฉันจะไปซื้อของที่ห้าง”

นี่นับเป็นการชวนไหม เธอไม่แน่ใจ แต่ถ้านับว่าเป็นการไล่ไหม แน่นอนว่าใช่!

ทว่า… คนตรงหน้าของเธอมักคิดทุกอย่างในทางบวกเสมอ ไม่เช่นนั้นแววตาของเขาไม่สว่างวาบขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มฉีกกว้างกว่าเดิมแน่นอน

“ดีครับ พี่ก็ว่าจะไปซื้อของเข้าบ้านของเราเหมือนกัน”

คำว่า ‘บ้านของเรา’ พร้อมรอยยิ้มฉีกกว้างแสนละมุนละไมส่งผลต่อหัวใจคนมองไม่มากก็น้อย พิมพ์รักกระแอมเบาๆ ในลำคอ กะพริบตาปรับความรู้สึกตัวเอง ก่อนเดินนำลงมาจากชั้นบนโดยไม่พูดอะไร แม้คนที่วิ่งตามหลังต้อยๆ จะพูดเป็นต่อยหอยจนถึงรถของอีกฝ่ายก็ตาม

รณกรอาสา หว่านล้อมจนถึงขั้นข่มขู่ให้คนตัวบางยอมขึ้นรถของตัวเอง พิมพ์รักนั่งเงียบๆ เหม่อมองท้องฟ้าอย่างคนครุ่นคิดอะไรหลายอย่าง กระทั่งรถเคลื่อนตัวเข้ามาถึงลานจอดรถ คนที่นั่งนิ่งมาตลอดจึงได้ขยับตัว ทว่าจังหวะที่ขยับตัว เขาได้ยินเสียงเตือนข้อความเข้าจังแอปพลิเคชั่นยอดนิยม

พิมพ์รักก้มหน้าลงเปิดอ่าน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ยามใช้มือเรียวพิมพ์ตอบข้อความเหล่านั้นจนคนที่นั่งข้างๆ ถึงกับขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกล้าหรี่มองเครื่องมือสื่อสารในมือเรียวอย่างวางแผน

กระทั่งคนตัวบางตอบข้อความแล้วเสร็จจึงเงยหน้าขึ้นมา ตีหน้าเรียบนิ่งเช่นเดิมกับเขา คนที่นั่งมองมาตลอดจึงเลิกคิ้ว แววตาแฝงเร้นความน้อยอย่างชัดเจน

“เสร็จแล้วเหรอ”

“ค่ะ” อีกฝ่ายตอบสั้นๆ ก่อนเปิดประตูลงจากรถไป ทิ้งให้คนน้อยใจเงียบๆ ต้องหงุดหงิดงุ่นง่านยิ่งกว่าเดิม ทว่าสุดท้ายก็ต้องทิ้งความคับอกคับใจแล้วลงจากรถ วิ่งต้อยๆ ตามหลังคนตัวบางไปติดๆ

พิมพ์รักพาชายหนุ่มติดสอยห้อยตามมายังร้านประจำของตัวเอง เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ที่เปิดในส่วนลึกของห้าง การตกแต่งเรียบง่าย แต่มีความทันสมัย และสบายตา หญิงสาวรู้จักร้านเล็กๆ ร้านนี้ด้วยความบังเอิญ เนื่องจากครั้งแรกที่มาอยู่ที่นี่ หล่อนแทบไม่รู้จักส่วนไหนของจังหวัดเลย แม้กระทั่งเส้นทางเดินของห้างยังหลง แต่เพราะหลงนั่นแหละจึงได้รู้จักร้านนี้ รวมถึงเจ้าของร้านที่น่ารักทั้งสองคน

“มอคค่าไม่หวานเหมือนเดิมใช่ไหมคะ” ชายหนุ่มท่าทางสุภาพยิ้มละมุนยามเอ่ยถาม พิมพ์รักพตอบรับด้วยรอยยิ้ม หันไปมองคนเดินต้อยๆ ตามหลังจึงหันไปถามอีกฝ่ายบ้าง

“คุณดื่มอะไรไหม”

รณกรทันเห็นรอยยิ้มหวานหยดที่ชายหนุ่มเจ้าของร้านส่งให้หญิงสาว หัวคิ้วคนขี้หวงขมวดแน่น แต่ก็ยอมพยักหน้าพร้อมเอ่ยสั่งออเดอร์ของตน

“ผมเอาลาเต้แก้วนึง”

พิมพ์รักขมวดคิ้ว เมื่อเห็นแววตาคนกล้าเริ่มมีร่องรอยความไม่พอใจ ยิ่งอีกฝ่ายมองหน้าเจ้าของร้านหนุ่มแล้วยิ่งเห็นประกายความหึงหวงอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้รณกรออกอาการมากกว่าที่เป็นอยู่ หญิงสาวจึงต้องแนะนำอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการ

“นี่คุณภีม สามีของคุณแก้วตาเจ้าของร้าน”

 

นิยายยังเป็นต้นฉบับดิบๆ ไม่มีการขัดเกลา ไม่มีการตรวจคำผิด 

แต่งเสร็จลงทันที ขออภัยในความผิดพลาดไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว