facebook-icon Twitter-icon

เชียร์พริมโรสด้วยน้า

5. แม่เลี้ยงใจร้าย

ชื่อตอน : 5. แม่เลี้ยงใจร้าย

คำค้น : unlove,รัก,โรแมนติก,แม่เลี้ยง,ใจร้าย,ร้าย,ด้วย,รัก,โมโห,ปะทะ,ดราม่า,รัก,โรแมนติก,ลงเรือ,ฟิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 321

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 01:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5. แม่เลี้ยงใจร้าย
แบบอักษร

รถยนต์คันหรูขับเข้ามาในเขตรั้วคฤหาสน์ของตระกูลพชรวรวงค์โดยมีเด็กรับใช้มากมายออกมาต้อนรับว่าที่เจ้าบ่าวของคุณหนูพริมโรสที่ขับรถมาส่งเธอด้วยตัวเอง เขาสวมชุดสูทสีดำเรียบหรูราวกับนายแบบดัง แถมยังสวมแว่นกันแดดสีดำยิ่งเพิ่มดีกรีความฮอตเมื่อยามเปิดประตูลงจากรถก่อนจะเดินมา มือเรียวสวยถอดแว่นกันแดดออกจนเด็กรับใช้แทบกรี๊ดลั่นเพราะความหล่อของเขาทีาเปล่งประกายออร่าออกมาหากไม่รู้ว่าเขาคือทายาทของตระกูลดังที่ทำธุรกิจการค้าเพชรคงคิดว่าเขาคือดารา ซุปเปอร์สตาร์แน่นอน ชายหนุ่มเปิดประตูให้พริมโรสที่ลงจากรถมาราวกับเจ้าหญิง การกระทำนั้นช่างน่าอิจฉาเสียจริงหากคุณหนูของพวกเธอได้แต่งงานออกไปคงมีความสุขเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เป็นแน่ 

"กลับกันมาแล้วเหรอจ๊ะเด็กๆ" เสียงของรพีพรรณ์ช่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษที่เห็นว่าปรินซ์ดูแลพริมโรสเป็นอย่างดี เธอรีบสวมบทบาทแม่ที่ดีออกมาถามไถ่ด้วยความห่วงใย 

"สวัสดีครับคุณหญิง ผมพาว่าที่เจ้าสาวมาส่งแล้วนะครับ" ปรินซ์ยกมือสวัสดีรพีพรรณ์ก่อนจะหันไปหาพริมโรสที่ดูจะเฉยชาเมื่ออยู่ต่อหน้าแม่ของเธอจนเขาอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมกัน 

"เข้ามาทานอะไรข้างในก่อนไหม พริมโรสจ๊ะชวนพี่เข้ามาข้างในก่อนสิ" รพีพรรณ์เชื้อเชิญ เธอยิ้มให้ลูกเลี้ยงที่จะนำเงินมหาศาลมาให้โดยที่เธอไม่ต้องทำอะไรมาก หากแต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากพริมโรสเลยจนทำให้เธอหน้าเสีย 

"ไม่เป็นไรครับคุณหญิง พอดีผมมีประชุม ไว้โอกาสหน้านะครับ" ปรินซ์กล่าวยิ้มๆแก้สถานการณ์แทนพริมโรสที่ยืนอยู่ข้างๆ 

"ขอบคุณนะคะที่มาส่ง" พริมโรสกล่าว เธอคงทนเล่นละครเหมือนรพีพรรณ์ไม่ได้ถึงไม่ยอมทำอะไรที่รพีพรรณ์สั่งเลยแม้แต่น้อย 

"ด้วยความยินดีครับ พี่ไปประชุมก่อนนะ" ปรินซ์ยิ้มน้อยๆให้พริมโรสที่ยังคงดูเย็นชากับเขาเหลือเกินแต่ท่าทีที่นุ่มนวลนั้นแทบทำให้เด็กรับใช้คนอื่นๆแทบละลายเพราะสายตาคู่นั้นที่มองพริมโรสด้วยความเอ็นดู 

"ผมลานะครับคุณหญิง" ปรินซ์ยกมือไหว้รพีพรรณ์อีกครั้ง รพีพรรณ์รับไหว้จากว่าที่ลูกเขยสุดหล่อทั้งที่รู้สึกไม่พอใจพริมโรสอยู่ลึกๆแต่ต้องทำเป็นยิ้มใจดีจนปรินซ์กลับขึ้นรถยนต์ไป 

พริมโรสเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงเดินเข้าไปด้านในคฤหาสน์โดยมีพิกุลเดินตามไป แต่เสียงดังที่ตามมาด้านหลังทำให้เด็กรับใช้อย่างพิกุลเสียวสันหลังวาบเมื่อรู้ว่ารพีพรรณ์เดินตามมา 

"เรื่องพื้นฐานแค่นี้แกทำไม่ได้รึไง" รพีพรรณ์ที่เคยรับบทแม่ที่ดีบัดนี้ได้คืนกลับเป็นคุณหญิงรพีพรรณ์ที่ทุกคนในคฤหาสน์รู้จักดังเดิม 

"คุณหญิงก็พูดได้แล้วทำไมต้องบังคับให้ฉันพูดล่ะคะ" พริมโรสมองรพีพรรณ์ด้วยแววตาแสนเย็นชา เธอไม่อยากต่อปากต่อคำกับแม่เลี้ยงใจร้ายจึงทำได้แค่เดินหนี  

"นังพริม อย่ามาคิดปีกกล้าขาแข็งกับฉัน ฉันสั่งให้ทำอะไรแกก็ต้องทำ" รพีพรรณ์ขึ้นเสียงพลางเดินมาบีบข้อมือของพริมโรสอย่างแรง หญิงสาวพยายามแกะมือของรพีพรรณ์ออกทั้งที่เจ็บเหลือเกิน 

"ไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงินเหรอคะถึงทำเหมือนฉันไร้หัวใจ จะยกให้แต่งงานกับใครก็ได้" พริมโรสกล่าวอย่างเหลืออดจนบรรยากาศภายในห้องโถงเริ่มคุกรุ่นไม่มีเด็กรับใช้คนไหนกล้าเข้ามาช่วยคุณหนูต่อให้ห่วงแสนห่วงแต่ถ้าใครมีปัญหากับคุณหญิงรพีพรรณ์ก็มีแต่จะจบไม่สวยกันทั้งนั้น 

"แกไม่จำเป็นต้องมีหัวใจหรอก เด็กที่เป็นภาระแบบแกแค่ฉันเลี้ยงดูแกมีข้าวมีน้ำให้กิน มีการศึกษา แค่นี้ยังไม่หัดสำนึกพระคุณบ้าง นังเด็กเนรคุณ" รพีพรรณ์ผลักพริมโรสให้ล้มลงก่อนจะดึงผ้าพันคอที่ปกปิดรอยช้ำจากการถูกทำร้ายร่างกายออกแล้วบีบซ้ำที่ต้นคอขาวที่เริ่มมีรอยแดงเกิดขึ้นเพราะแรงบีบ 

"พระคุณเหรอ คนที่ทำร้ายร่างกายฉันยังเรียกว่าผู้มีพระคุณอีกเหรอ เอาสิในเมื่อฉันไม่มีชีวิตจิตใจอยากจะทำร้ายฉันสักกี่พันครั้งก็เชิญ แต่ฉันจะไม่ให้คุณหญิงได้สมหวังหรอก" พริมโรสกัดฟันกล่าว 

"อย่ามาปากดีกับฉัน ถ้าวันนั้นแกตายตามพ่อแกไปซะฉันก็คงไม่ต้องทนลำบากบริหารกิจการคนเดียวหรอก" รพีพรรณ์กล่าวถึงเรื่องที่น่าเจ็บปวดที่อยู่ในใจพริมโรสมาตลอดหลายปีจนเธอยอมปล่อยมือจากการขัดขืน 

"คุณหญิงพอเถอะค่ะ" พิกุลเข้ามาขอร้องเพราะทนเห็นคุณหนูของเธอเจ็บปวดจากคำพูดที่ทำร้ายจิตใจอีกไม่ได้แล้ว 

"แกไม่ต้องมายุุ่งถ้าไม่อยากถูกไล่ออกนังพิกุล" รพีพรรณ์ตวาดเสียงดังจนพิกุลไม่กล้าเข้ามาหานอกจากมองคุณหนูนั่งนิ่งทั้งน้ำตาหากแต่หญิงสาวที่ด้านชาคนนั้นไร้ซึ่งหยดน้ำใดในแววตา 

"จำใส่หัวของแกไว้ อย่ามาทำอวดดีกับฉันแล้วก็หัดทำตัวดีๆกับคุณชายตระกูลศิรินทรวัฒนาภรณ์เข้าไว้ นั่นเป็นเรื่องที่แกต้องทดแทนพระคุณแม่อย่างฉัน" รพีพรรณ์เอานิ้วแตะศีรษะของพริมโรสที่นั่งนิ่งทั้งที่หัวใจแหลกไม่มีชิ้นดี 

"พาเจ้านายของแกกลับเข้าห้องได้แล้ว ล็อคกุญแจให้แน่นหนาเหมือนเดิม" รพีพรรณหันไปสั่งพิกุลที่นั่งปาดน้ำตาอยู่ก่อนจะกระแทกเท้าเดินออกไปพิกุลจึงรีบตะเกียกตะกายเข้ามาหาคุณหนูของเธอที่นั่งแน่นิ่งอยู่เพียงลำพัง 

"คุณหนูคะ เจ็บมากไหมคะ โถ" พิกุลเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงสุดซึ้งไม่อาจกลั้นน้ำตาได้ที่เห็นคุณหนูของเธอตกอยู่ในสภาพนี้ 

"อย่าร้องไห้สิพิกุล ฉันไม่เป็นไรหรอก" พริมโรสกล่าวทั้งที่ปาดน้ำตาให้พี่เลี้ยงของเธอที่กำลังร้องไห้อยู่ 

"คุณหนู ขอโทษนะคะที่พิกุลช่วยอะไรคุณหนูไม่ได้เลย" พิกุลพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ก่อนจะช่วยประคองพริมโรสให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง 

"ฉันชินแล้วล่ะ เรื่องแบบนี้" พริมโรสเดินนำพิกุลขึ้นบันไดอย่างเงียบๆจนมาถึงห้องนอนของเธอที่มีโซ่และกุญแจข้อเท้าวางกองอยู่ที่พื้น 

พิกุลหยิบมันขึ้นมาอย่างทุลักทุเลใจหนึ่งก่อนสงสารคุณหนูที่ต้องถูกล่าม อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าถ้าขัดคำสั่งจะถูกรพีพรรณ์ไล่ออก พริมโรสรู้ดีว่าพิกุลลำบากใจจึงแบมือขอกุญแจข้อเท้าจากมือของพิกุล 

"ฉันจะใส่มันเอง" หญิงสาวกล่าวด้วยแววตาที่เลื่อนลอย คำสั่งนั้นทำให้พิกุลจำต้องยื่นกุญแจข้อเท้าให้กับผู้เป็นนายอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอสวมมันที่ข้อเท้าและถูกพันธนาการดังเดิมพลางนั่งบนเตียงเงียบๆ 

"เดี๋ยวพิกุลไปหายามาให้นะคะ" พิกุลกล่าวด้วยความเป็นห่วงเมื่อต้นคอของพริมโรสเริ่มเป็นรอยช้ำเพราะการกระทำอันโหดร้ายของรพีพรรณ์ 

"อืม" หญิงสาวตอบสั้นๆไม่แสดงสีหน้าใดบนใบหน้า อาจจะจริงอย่างที่รพีพรรณ์ต่อว่า คนอย่างเธอไม่จำเป็นต้องมีหัวใจก็ได้เพราะอยู่ไปก็ไม่มีค่าอะไรนอกแต่จะเป็นภาระให้ เธอควรตายไปพร้อมพ่อของเธอจริงๆ แค่คิดเช่นนั้นแววตาของพริมโรสก็ดูหม่นหมองลงอีกครา 

ตึกศิรินทรวัฒนาภรณ์ ไดมอนด์ สูงเด่นในย่านธุรกิจภายใต้การบริหารงานของในนามของชญานนท์ ศิรินทรวัฒนาภรณ์ หนุ่มหล่อสุดฮอตที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในเวลานี้ แม้ยังมีอายุน้อยแต่ประสบการ์ทำงานของเขาก็นานนับเจ็ดปีมาแล้ว ชญาพนธ์คอยสอนและให้คำปรึกษาที่ดีจนไว้วางใจให้ปรินซ์ขึ้นมารับช่วงต่อในการบริหารกิจการต่อ 

ภายในห้องประชุมที่แสนตึงเครียดปรินซ์ผู้เป็นประธานคนใหม่มิได้มีความประหม่าแต่อย่างใด เขายังทำหน้าที่ผู้นำได้ดีทั้งรับฟังความเห็นและเสนอแนวทางต่างๆที่เป็นที่หน้าพึงพอใจจนไม่มีข้อครหาใดต่อให้เขาจะอายุน้อยที่สุดในบริษัทก็ตาม 

ปรินซ์เดินกลับมาที่ห้องทำงานด้วยความเหนื่อยล้า ช่างเป็นการประชุมที่ยาวนานและเป็นครั้งแรกที่ชญาพนธ์ไม่ได้เข้าร่วมแต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี 

มือเรียวสวยเลื่อนหน้าจอมือถือดูข้อความที่ยังไม่ได้อ่านจนมาสะดุดตาที่ข้อความของเอวาที่ส่งเข้ามา 

'Ava : ยินดีด้วยนะ' 

ดวงตาของชายหนุ่มจ้องมองข้อความที่ส่งมาด้วยความรู้สึกโหยหารักแรกที่ไม่มีวันเป็นจริง ชายหนุ่มได้แต่เก็บซ่อนความรู้สึกนั้นในแววตาของเขาก่อนจะเลื่อนผ่านข้อความนั้นโดยไม่ได้ตอบสิ่งใดเพราะแหวนหมั้นที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของเขาคอยย้ำเตือนไม่ให้ปรินซ์ลืมว่าเขาหมั้นหมายกับใครคนหนึ่งอยู่ 

'Primrose' 

'พรุ่งนี้ไปรับนะครับ (อ่านแล้ว)' 

ชายหนุ่มเลื่อนลงมาดูโปรไฟล์ของว่าที่เจ้าสาวในอนาคต ข้อความที่เขาส่งไปให้เมื่อวานเธอยังอ่านไม่ตอบด้วยซ้ำ 

'ถ้ารู้ก็ล้มเลิกงานแต่งสิคะ' ประโยคแสนเย็นชานั้นชวนให้นึกถึงสีหน้าไร้อารมณ์ที่ช่างอ่อนหวานละมุนและดวงตาที่แสนเย็นชาคู่นั้นที่สะกดให้เขาจุมพิตริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเป็นการสั่งสอนที่เธอทำเย็นชาใส่เขา แค่คิดปรินซ์ก็ยิ้มออกมาอย่างไม่มีเหตุผลว่าที่ทำไปเพราะเขาอยากเอาชนะพริมโรสหรือแอบรู้สึกดีอยู่ลึกๆกันแน่ 

'ยินดีด้วยนะ (อ่านแล้ว)' 

สถานะอ่านแล้วปรากฏชัดเจนเมื่อปรินซ์ได้อ่านข้อความที่เอวารวบรวมความกล้าส่งมันไปให้รักแรกในใจของเธอจนป่านนี้ยังไม่มีข้อความใดตอบกลับมาหาเธอเลย 

"ถ่ายเสร็จแล้วเหรอครับ" เสียงของซินทำให้เอวารีบเก็บมือถือไว้ก่อนจะหันมายิ้มให้กับชายหนุ่มที่เดินเข้ามา 

"เพิ่งถ่ายเสร็จน่ะ" เอวาถูกรวบเอวเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของซินที่กำลังปรายตามองมือถือของเอวาเครื่องนั้นด้วยแววตาไม่ชอบใจก่อนจะเชยคางของหญิงสาวขึ้นช้าๆ มือของเขาลูบไล้ใบหน้างามเมื่อยามสัมผัสเพื่อสื่อความหมายบางอย่าง 

"ซิน" เอวาเรียกชื่อของชายหนุ่มเมื่อเขากำลังจะโน้มใบหน้าลงมาจุมพิตริมฝีปากของเธอ 

"ครับ" ซินขานรับเบาๆทั้งที่มองเอวาไม่ละสายตา 

"ที่นี่ห้องแต่งตัวนะคะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น" เอวาตีแขนซินเบาๆเพื่อเตือนให้เขารู้ แต่กลับถูกชายหนุ่มโน้มตัวเข้ามาจูบเสียก่อน เขาไม่ยอมปล่อยเธอให้เล็ดลอดจากการเกาะกุมและบดขยี้ริมฝีปากงามด้วยสัมผัสที่แสนเร่าร้อนในขณะที่มือของเขาเลื่อนเข้าไปหยิบมือถือของเอวาขึ้นมาพลางถอนริมฝีปากออกและกอดเธอไว้ 

"ก็เอวาของผมน่ารักขนาดนี้จะให้ผมไปทำแบบนี้กับใครล่ะครับ" ซินกล่าวทั้งที่เปิดดูข้อความล่าสุดที่เอวากดส่งไปซึ่งมันขัดใจเขาเป็นอย่างมากแม้คำพูดนั้นจะดูเหมือนไม่มีอะไร 

'ยินดีอย่างนั้นเหรอ เหอะ คนอย่างนายมันโชคดีเกินไปแล้วที่ไม่ต้องทำอะไรเลยก็มีคนมอบความรักให้ น่ารำคาญใจชะมัด' 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว