ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 การต้อนรับสะใภ้ของภพมาร 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 การต้อนรับสะใภ้ของภพมาร 2

คำค้น : วายจีน 18+ yaoi นิยายวาย ท้องได้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 20:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 การต้อนรับสะใภ้ของภพมาร 2
แบบอักษร

ตอนที่ 12 การต้อนรับสะใภ้ของภพมาร 

 

 

"ถึงกับสร้างอัญมณีเลือดขึ้นมา คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะให้ความสำคัญกับศัตรูถึงเพียงนี้" 

"เป็นเพียงของแทนใจเล็กน้อยเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ" หลี่จิ้งตอบเสียงเรียบ เขาไม่อยากให้ราชามารไม่พูดถึงอัญมณีเลือดมากนักว่าเพราะอะไรมันจึงได้เป็นของสำคัญ 

ราชามารนั่งบนบัลลังก์วางท่าสมกับอำนาจที่มี ราชาหลี่เฉินปรายตามองจิ้งจอกสองแม่ลูกอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง สายตาที่ตอบกลับจากจิ้งจอกหิมะตัวนี้ไม่แล้วเลยทีเดียว แสดงออกชัดเจนว่าเกลียดชังพ่อสามี 

นับว่าเป็นการกระทำที่ไม่รู้จักกลัวตายแตกต่างกับจิ้งจอกมารตัวน้อยที่หลบอยู่ด้านหลังของบิดา ราชามารมองหาความแข็งแกร่งในตัวของหลานชายนั้นแทบไม่มี ไร้ประโยชน์เขามองไม่เห็นค่าของสองแม่ลูกนี้ว่าจะเป็นดั่งคำของรัชทายาทเลยแม้แต่น้อย 

"เจ้าคือเสี่ยวไป๋รึ" ราชาหลี่เฉินถามขึ้น 

หลี่จิ้งดันร่างลูกชายให้ออกมายืนด้านหน้า เพื่อทำความเคารพราชาแห่งภพมารผู้เป็นซึ่งปู่ของเจ้าจิ้งจอกน้อย ถึงแม้จะหวาดกลัวอยู่บ้างแต่เสี่ยวไป๋ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย 

"เสี่ยวไป๋ คารวะท่านปู่ขอรับ" หลี่จิ้งยิ้มให้ลูกชายที่ถึงแม้จะสั่นกลัวแต่ก็กล้าที่จะเงยหน้าสบตากับราชามาร 

"อ่อนแอ" ราชามารเอ่ยออกมาสั้นๆ แต่สร้างความไม่พอใจให้กับแม่จิ้งจอกเป็นอย่างมาก ทว่าคนที่ตอบกลับนั้นไม่ใช่ตัวเขาแต่เป็นเจ้าตัวเล็กที่ตอบด้วยวาจาฉะฉาน 

"ข้าไม่ได้อ่อนแอ" 

"หึหึ ฝีปากกล้านัก แล้วที่เจ้าสั่นกลัวอยู่นั่นเล่าจะว่าอย่างไร" ราชามารถามหลานชาย 

"เพราะข้ายังเป็นเด็ก จะกลัวผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกขอรับ แต่เมื่อโตขึ้นข้าจะแข็งแกร่งเหมือนท่านพ่อแล้วก็จะปกป้องท่านแม่ให้ได้" เด็กน้อยตอบด้วยสายตาแน่วแน่ 

"ฮ่าฮ่าๆๆ ครึ่งมารอย่างเจ้านะรึจะปกป้องผู้ใดได้ ช่างไม่รู้จักเจียมตน" ราชาหลี่เฉินเย้ยหยัน ดูชอบใจที่ได้เห็นแววตาโกรธเคืองของเด็กน้อย ดวงตากลมโตทอประกายสีแดงวาววับพร้อมกับไอมารที่เริ่มออกมาจากร่างเล็กยิ่งทำให้ราชาหลี่เฉินหัวเราะชอบใจ 

"เสี่ยวไป๋! " เสี่ยวไป๋หันไปมองรอบตัวลูกชายด้วยสายตาตกตะลึง เจ้าจิ้งจอกน้อยไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน 

"ไม่ต้องตกใจ สายเลือดมารในตัวของเสี่ยวไป๋เพิ่งตื่นขึ้น" หลี่จิ้งเตือนเสี่ยวเฟิงอย่างใจเย็น สำหรับสายเลือดบริสุทธิ์นั้นจะมีพลังติดตัวมาตั้งแต่เกิดแต่ครึ่งมารนั้นจำเป็นต้องมีแรงบางอย่างมากระตุ้นพลังจึงจะตื่นขึ้นมา 

"ลูกจะไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่" ความกังวลของคนเป็นแม่นั้นไม่อาจห้ามได้ เสี่ยวเฟิงยังมองลูกชายไม่ละสายตาด้วยความเป็นห่วง 

"ถึงเสี่ยวไป๋จะตัวเล็กแต่พลังของเขาแข็งแกร่งมาก เจ้าวางใจเถอะ" 

"ลูกข้ากำลังจะกลายเป็นมาร เจ้าจะให้ข้าวางใจได้อย่างไร" เสี่ยวเฟิงตอบกลับ 

"จิ้งจอกมารน้อยต่างหากเล่า เขามีทั้งสายเลือดของข้าแล้วก็เจ้าอยู่ในตัวถึงเป็นครึ่งมารแต่พลังก็ไม่ได้ด้อยกว่าผู้ใด" หลี่จิ้งอธิบาย 

"หึหึ เจ้าจิ้งจอกน้อยเขี้ยวเพิ่งงอกก็แยกเขี้ยวขู่ข้าแล้วรึ" ราชามารเอ่ยเย้าแหย่อีกครั้ง เขาเพียงต้องการทดสอบพลังของครึ่งมารน้อยนี่เท่านั้น แต่เท่านี้ก็บอกพิสูจน์ได้แล้วว่าเสี่ยวไป๋เป็นสายเลือดของหลี่จิ้งจริงๆ 

"ข้าจะกัดทุกคนที่ทำร้ายแม่ของข้า" 

คำพูดดูช่างไร้เดียงสาสำหรับผู้ใหญ่ทั้งสามคน แม้สถานการณ์จะเคร่งเครียดเสี่ยวเฟิงก็อดยิ้มเอ็นดูลูกชายไม่ได้ อายุเท่านี้ยังคิดจะปกป้องแม่ แต่เขาอยากจะบอกเสี่ยวไป๋เหลือเกินว่าคนแรกที่ควรถูกกัดคือพ่อของเจ้านั่นอย่างไรเล่า 

"พอได้แล้วเสี่ยวไป๋" หลี่จิ้งวางมือลงบนบ่าของเจ้าจิ้งจอกน้อยเบาๆ ก่อนจะดันให้กลับไปยืนอยู่ด้านหลังเช่นเดิม 

"อภัยที่ลูกสั่งสอนเขาไม่ดี แต่ที่ทำไปก็เพื่อปกป้องตนเองเท่านั้น หวังว่าเสด็จพ่อจะไม่ถือสาเด็กไร้เดียงสาอย่างเสี่ยวไป๋" รัชทายาทมารเข้ามาควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ก่อนที่จะมีเรื่องบานปลายเกิดขึ้น 

ตอนแรกหลี่จิ้งคิดว่าเสี่ยวไป๋เป็นเด็กเรียบร้อยว่านอนสอนง่าย เขาเพิ่งได้รู้วันนี้เองว่า เจ้าจิ้งจอกน้อยไม่ได้ถอดแบบเสี่ยวเฟิงมาเพียงหน้าตาแต่ยังถอดแบบนิสัยของแม่มาด้วย ไม่สิ! เจ้าตัวน้อยนี่ดื้อเงียบเดาใจยากกว่าเสี่ยวเฟิงเสียอีก 

"หึหึ หลี่จิ้งตอนนี้ลูกชายอายุเท่าไหร่" 

"ย่างเข้าห้าขวบแล้ว พ่ะย่ะค่ะ" 

"จัดอาจารย์สอนการใช้พลังมารให้เขาแล้วรึยัง เป็นถึงองค์ชายของภพมารจะทำขายหน้าใช้พลังมั่วซั่วเช่นนี้ไม่ได้" ราชาภพมารเอ่ยขึ้นไม่ได้ใส่ใจกับเจ้าจิ้งจอกน้อยอีก 

"มารพิษอวี้หลันเป็นอาจารย์ของเขาพ่ะย่ะค่ะ" 

"เจ้าไม่ไว้ใจคนของข้าอย่างนั้นรึจึงได้มอบให้ อวี้หลันเป็นคนดูแลเสี่ยวไป๋" บรรยากาศภายในห้องกลับมากดดันอีกครั้ง มารสองพ่อลูกสบตากันเหมือนจะทนสอบความอดทนของอีกฝ่าย แล้วก็รัชทายาทมารที่ตอบคำถามของราชาภพมาร 

"พระองค์ทรงทราบอยู่แล้ว" หลี่จิ้งต้องเพียงสั้นๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก 

"หึ เอาเถอะ ลูกชายของเจ้าจะให้ใครดูแลก็เป็นเรื่องของเจ้า ส่วนเรื่องสำคัญในภพมารนั้นเป็นเรื่องที่ข้าละเลยไม่ได้ วันนี้ที่เรียกพวกเจ้ามาก็เพียงอยากจะทำความรู้จักกับผู้ที่ทำให้ลูกชายของข้ายอมยกทัพกลับภพมารตามลำพังเสียหน่อย" 

"เสด็จพ่อไม่ต้องเป็นห่วง ข้าสามารถดูแลคนของข้าได้ เขาจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับภพมารอย่างแน่นอน" 

"หึ ไม่ต้องร้อนรนถึงเพียงนั้นรัชทายาท ข้าไม่ทำอะไรชายาของเจ้าหรอก เพียงแค่พ่อสามีอยากพูดคุยกับสะใภ้ตามลำพังสักหน่อยไม่ได้เชียวรึ" หลี่จิ้งรู้ดีว่าที่ราชาภพมารต้องการคุยเสี่ยวเฟิงตามลำพังจะต้องมีแผนการบางอย่างอยู่แน่ 

"วันนี้คงไม่เหมาะนัก" 

"หรือความจริงแล้วชายาเจ้าอยู่ห่างสามีมิได้เลย" ราชาหลี่เฉินมีรอยยิ้มที่คล้ายกับหลี่จิ้งไม่มีผิด ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เสี่ยวเฟิงเกลียดมันนักหนา 

เพียงได้ยินคำพูดที่เหมือนกล่าวหาว่าเขายั่วยวนหลี่จิ้งให้หลงใหลจนห่างกันไม่ได้ หากแต่จะพ่นคำพูดตามใจก็มิใช่เรื่อง เพราะเขาไม่รู้ว่าราชาหลี่เฉินมีแผนการอะไรอยู่ไว้ เขาจึงอยากลองเสี่ยงดู บางครั้งการเผชิญหน้าก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า...... 

"ได้รับเกียรติถึงเพียงนี้ ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร" เสี่ยวเฟิงเอ่ยขึ้นจากที่เงียบอยู่นาน ร่างบางยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย 

 

50%

 

 

"เสี่ยวเฟิง เจ้าคิดจะทำอะไร" หลี่จิ้งรั้งข้อมมือบางของเจ้าจิ้งจอกดื้นให้ขยับเข้ามาใกล้ มารหนุ่มเค้นเสียงดุดันเอ่ยถามให้ได้ยินกันเพียงสองคน

"พ่อสามีเอ่ยปากอยากสนทนากับข้าทั้งที แล้วลูกสะใภ้อย่างข้าจะเสียมารยาทได้อย่างไร" เสี่ยวเฟิงเอ่ยท้าทายแกมประชดอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินตามราชาหลี่เฉินเข้าไปในห้องที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้

ก่อนประตูปิดลงเสี่ยวเฟิงหันกลับมาหาลูกชายแต่สายตากลับสบเข้ากับนัยน์ตาห่วงใยของหลี่จิ้งอย่างพอดี เสี่ยวเฟิงทำตัวไม่ถูกจึงหลบสายตาโดยการหันกลับมาเผชิญหน้ากับราชาแห่งภพมารอีกครั้งก่อนที่ประตูจะปิดลง

 

 

"กล้ารับคำเชิญของข้านับว่าใจกล้าไม่เบา เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะสังหารเจ้าหรือ" ราชาหลี่เฉินเอ่ยถามขณะที่หย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ของโต๊ะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องที่ดูคล้ายกับห้องประชุมอะไรสักอย่าง

"ท่านไม่ทำหรอก" เสี่ยวเฟิงตอบ น้ำเสียงของเขายังมั่งคงอยู่เช่นเดิมไม่ได้มีท่าทีกังวลแต่อย่างใด

"ดูเจ้าจะมั่นใจเสียเหลือเกินนะ จิ้งจอกหิมะ" ไอมารรอบกายของราชาหลี่เฉินเข้มข้นข้น ถึงแม้เสี่ยวเฟิงจะไม่ได้รับอันตรายแต่ก็รับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่ราชามารส่งมาให้

 

 

ร่างบางเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามของราชามารแม้ว่าจะไม่ได้ถูกเชิญก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็บอกได้แล้วว่าราชาหลี่เฉินกับรัชทายาทไม่ได้ลงรอยกันมากนัก หากเขาจะอ้างชื่อของหลี่จิ้งมาหนุนหลังเสียหน่อยก็คงจะพอช่วยได้บ้าง

"สามีของข้ารออยู่ด้านนอก ข้าไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้ท่านกับรัชทายาทต้องมาขัดแย้งกันเอง และอีกอย่างข้าก็คิดว่าราชาหลี่เฉินคงไม่ทำเรื่องโง่เขลาเช่นนั้นแน่" คำตอบของเสี่ยวเฟิงทำให้ราชาหลี่เฉินพอใจไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างน้อยเจ้าจิ้งจอกตัวนี้ก็ไม่ได้โง่

"ว่าเรื่องของท่านมาดีกว่า" เสี่ยวเฟิงเปิดหัวขอสนทนาขึ้น เพราะท่ามกลางแรงกดดันที่มากขึ้นเรื่อยๆ เขาเองก็ไม่มั่นใจนักว่าจะเผลอไปยั่วโทสะของราชาภพมารเข้าเมื่อใด

"หึหึ แต่ที่ข้าได้ยินมาดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้นนะ"

"สามีภรรยาก็เหมือนลิ้นกับฟัน เรื่องเช่นนี้คนนอกจะรู้ดีเท่ากับคนในครอบครัวได้อย่างไรเล่า" ยังดีที่สติของเขายังดีอยู่จึงตอบโต้ราชามารได้โดยที่ไม่เผยพิรุธใดออกมา

"เป็นเช่นนั้นหรอกหรือ" สายตาที่สะท้อนออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นั้นบ่งบอกว่าราชามารไม่ได้เชื่อคำพูดของเสี่ยวเฟิงเลยแม้แต่นิด

"ราชาหลี่เฉิน ท่านต้องการจะพูดอะไรกันแน่" เมื่อรู้ว่าไร้ประโยชน์ที่จะโกหกต่อไป เสี่ยวเฟิงจึงหยุดเล่นสงครามน้ำลายกันแค่เพียงเท่านั้น

"ตามธรรมเนียมแล้วพ่อสามีต้องมีของรับขวัญลูกสะใภ้ ข้าเพียงแค่ทำตามธรรมเนียมก็เท่านั้น"

 

 

ราชาหลี่เฉินสะบัดมือเพียงครั้งเดียวขวดยาก็ปรากฏอยู่บนโต๊ะสองขวด เสี่ยวเฟิงมองอย่างไม่เข้าใจว่าราชามารต้องการจะบอกอะไรกับเขากันแน่

"ยาสองขวดนี้มอบให้เจ้า ถือว่าเป็นของขวัญจากข้า"

ตากลมจ้องมองขวดยาราวกับมันเป็นของแปลกประหลาด เขาไม่คิดจะหยิบมันขึ้นมาด้วยซ้ำ

"ในขวดคืออะไร"

"หนึ่งขวดนั้นคือยาพิษ ส่วนอีกขวด..." ราชามารก้าวเพียงพริบตาเดียวก็มายืนอยู่ข้างกายของเสี่ยวเฟิงแล้ว ราชาหลี่เฉินกระซิบเสียงเบาข้างหูของจิ้งจอกหนุ่มจนเจ้าของร่างบางถึงกับลืมเก็บอาการหวาดระแวงเอาไว้ เสี่ยวเฟิงลุกพรวดจากเก้าอี้แล้วรีบถอยออกห่างตามสัญชาตญาณ

"หึหึ เป็นจิ้งจอกน้อยที่ขี้ตกใจเสียจริง"

"เหตุใดจึงมอบยาสองขวดนี้ให้กับข้า"

"ข้าบอกไปแล้วว่าเป็นของขวัญ ส่วนจะใช้หรือไม่ก็สุดแล้วแต่เจ้า ออกไปได้แล้ว" ราชามารเดินกลับไปนั่นที่เก้าอี้เช่นเดิมก่อนจะสะบัดมือให้ประตูเปิดออก

 

 

ทันทีที่ประตูเปิดออกหลี่จิ้งก็ก้าวเข้ามาด้านในห้องอย่างรวดเร็ว เขาใช้สายตาสำรวจร่างบางครู่หนึ่งจึงได้เอ่ยถามขึ้น

"เจ้า....เป็นอะไรหรือไม่"

เสี่ยวเฟิงมองไปบนโต๊ะอีกครั้งยาสองขวดก็ไม่ได้อยู่บนนั้นแล้ว ทว่ามันอยู่ในมือของเขาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ก่อนที่รัชทายาทมารจะสังเกตเห็น เสี่ยวเฟิงก็ซ่อนมันเอาไว้ในแขนเสื้อให้เรียบร้อยก่อนจะตอบคำถามของหลี่จิ้ง

"ข้าไม่เป็นไร"

"รัชทายาทเจ้าคิดว่าข้าจะทำอะไรชายาเจ้ารึยังไง เอาล่ะ วันนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยมาก พวกเจ้ากลับไปได้แล้ว"

 

 

หลี่จิ้งปรายตามองราชามารเพียงครู่เดียวก็คว้าข้อมือของเสี่ยวเฟิงออกไปทันที แต่ก็นับว่าเขาใจเย็นมากแล้วแม้จะมั่นใจว่าราชามารยังไม่คิดประกาศสงครามกับเขาตอนนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถห้ามความรู้สึกกระวนกระวายที่อยู่ภายในใจได้

"หลี่จิ้งข้าเจ็บ"

"เรามีเรื่องต้องคุยกัน" เสี่ยวเฟิงลอบกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่ นานแล้วที่หลี่จิ้งไม่ใช้น้ำเสียงกดดันเช่นนี้กับเขา

 

ความคิดเห็น