หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 20 เดือดดาล

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 เดือดดาล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 794

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2563 15:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 เดือดดาล
แบบอักษร

 

การถ่ายละครในส่วนบทของหลินหว่านเสร็จสิ้นลง ในเวลาเดียวกันก็มีบริษัทหลายแห่งคิดแย่งตัวหลินหว่านให้มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าของตน 

สินค้าแบรนด์เนมระดับพรีเมียมหลายรายติดต่อเข้ามาให้หลินหว่านเป็นพรีเซนเตอร์ ส่วนหลินหว่านก็ตอบกลับอย่างบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะรับงานสินค้าตัวใด 

เธออยากจะก้าวหน้าบนเส้นทางบันเทิงนี้ และอยากจะให้ตัวเองมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักเป็นที่นิยมยิ่งขึ้น 

หลังถ่ายละครจบ หลินหว่านมาพิจารณาดูแล้วก็ตัดสินใจรับเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าระดับพรีเมียม ชิ้นหนึ่ง โดยสินค้าดังกล่าวให้ข้อเสนอและค่าตอบแทนที่ดีทีเดียว 

สินค้าพรีเมียมนี้เป็นแบรนด์ดังที่กำลังฮิตในหมู่คนทำงานรุ่นใหม่ กล่าวได้ว่าเป็นเทรนด์ที่กำลังนิยมกัน ดารามากมายต่างอยากจะเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าตัวนี้ ดังนั้นการได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ดังนี้ 

จึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสามารถของเธอ และยังเป็นการยกระดับชื่อเสียงของเธออีกด้วย 

ในเมื่อเป็นแบรนด์ใหญ่ก็ย่อมมีการแข่งขันสูง หลินหว่านรับเป็นพรีเซนเตอร์เพิ่มเข้ามาคนหนึ่ง ย่อมหมายถึงต้องมีพรีเซนเตอร์ที่ต้องหลุดจากงานคนหนึ่ง 

บังเอิญว่าสินค้าพรีเมียมนี้เป็นแบรนด์ที่ก่อนหน้านี้อันซิงเคยสนใจอยากเป็นพรีเซนเตอร์ให้พอดี 

แต่เนื่องจากติดต่อทาบทามแล้วฝ่ายตัวแทนสินค้านั้นไม่ได้ตอบรับกลับมา อันซิงกำลังเป็นกังวลใจ 

เรื่องนี้อยู่พอดี คิดว่าถึงอย่างไรก็ต้องเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์นี้ให้ได้ 

ก่อนหน้านี้บ้านตระกูลอันคอยออกหน้าแทนอันซิงในการติดต่อตัวแทนสินค้านี้ในเอเชีย 

นอกจากนี้คนในวงการบันเทิงที่ให้ความสนใจอันซิงสักหน่อยต่างก็ทราบว่าเมื่อเดือนก่อนอันซิงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์นี้ เป็นที่ทราบกันไปทั่วทั้งวงการแล้ว 

คิดไม่ถึงว่าสิ่งที่อันซิงคิดอยากจะได้มาตลอด ชั่วเวลาไม่กี่วันก็ถูกหลินหว่านที่ซึ่งเพิ่งฮอตขึ้นมาไม่นานได้ไปครองง่ายๆ แน่นอนว่าอันซิงต้องเดือดสุดๆ แน่นอน 

ฝ่ายอันซิงกำลังคิดหาทางแก้ปัญหาเรื่องพรีเซนเตอร์ ก็ได้ยินเสียงผู้จัดการรับโทรศัพท์สายหนึ่ง จากนั้นเขามีสีหน้าเปลี่ยนไป แล้วหันมาพูดกับอันซิงด้วยสีหน้าหมดหวัง “งานพรีเซนเตอร์แบรนด์นั้นถูกหลินหว่านแย่งไปแล้ว พวกเขาชิงตัดหน้าไปก้าวหนึ่ง” 

“อะไรนะ งานพรีเซนเตอร์ของฉันถูกมันแย่งไปงั้นหรือ มันมีดีอะไร นังแพศยาจริงๆ ” 

อันซิงใบหน้าแดงก่ำ กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความโกรธ เธอกำหมัดแน่นมาดสุภาพสตรีไม่มีเหลืออยู่เลยสักนิดเดียว 

“มันใช้วิธีการอะไร เลวมาก ก่อนหน้านี้ฉันติดต่อตัวแทนนั่นยังไม่ยอมหลุดปากสักคำ มิน่าล่ะ ที่แท้ก็มีตัวเลือกอยู่แล้วนี่เอง!” 

ผู้จัดการที่ด้านข้างพูดปลอบใจเธอว่า “ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่งานพรีเซนเตอร์จะเป็นไรไป” 

“เวลาผ่านไปอีกหน่อยพวกเราก็รับงานพรีเซนเตอร์อื่นได้ อย่างเธอคิดจะรับงานพรีเซนเตอร์ยังไม่ง่ายหรือไง” 

“ฉันแค่ยอมไม่ได้น่ะ จะยอมให้มันแย่งงานฉันไปแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!” อันซิงพูดอย่างโมโห 

“ฉันต้องให้มันจ่ายค่าตอบแทนที่สาสมแน่” 

“มันคิดว่าแค่ถ่ายละครสองสามเรื่องก็จะขึ้นฟ้าเป็นดาราได้งั้นเหรอ ช่างน่าหัวเราะ” อันซิงคิดอย่างเดือดดาล 

อันซิงยิ่งคิดก็ยิ่งขัดเคืองใจ ด้วยนิสัยของเธอยอมทนกับเรื่องนี้ได้อย่างไรกัน เดิมทีก็ไม่ชอบหน้าหลินหว่านอยู่แล้ว ตอนนี้ยังกล้ามาหักหน้ากันซึ่งๆ หน้าแบบนี้อีก 

เนื้อที่กำลังจะเข้าปากแต่กลับถูกหลินหว่านแย่งไปต่อหน้าต่อตา แถมทุกคนยังรู้เรื่องแล้วอีกด้วย สำหรับอันซิงแล้วนั่นคือหลินหว่านกำลังเปิดศึกท้าทายกับเธอ 

ถ้าหากตอนนี้หลินหว่านมาอยู่ตรงหน้า เธอคงบีบคอให้ตายคามือได้จริงๆ  

ขณะที่อันซิงกำลังคิดว่าจะเล่นงานหลินหว่านได้อย่างไรนั้นเอง อวี๋เสวี่ยเวยก็มาหาอันซิง 

“อันซิงอยู่ไหมคะ ฉันมีเรื่องจะหาเธอน่ะ” หญิงสาวแต่งตัวเนี๊ยบ ปากสีแดงเพลิง เดินย่ำบนรองเท้าส้นสูงเดินเข้ามาถามหาอันซิง 

“เชิญค่ะ เธออยู่ด้านใน” มีคนพาเธอเข้ามาหาอันซิง 

“คุณมาหาฉัน มีอะไรหรือ” 

อันซิงคิดในใจว่าเมื่อหลายวันก่อนเธอสองคนยังตั้งแง่ประจันหน้ากันอยู่เลย ทำไมจู่ๆ มาหาเธอถึงนี่ได้ หรือว่ายังมีคนกล้ามาแหย่รังแตนเธอตอนนี้ ที่ผ่านมาข่าววงการบันเทิงก็กระจายไปเร็วสุดอยู่แล้ว 

หรือว่าจะรู้ข่าวพักนี้ของเธอเข้าจึงมาหาเรื่องเยาะเย้ย หรือมาตอกย้ำเธอกันแน่ คิดว่าบ้านมีฐานะดีแล้วคิดจะมาข่มกันถึงบ้านได้รึ อันซิงแอบคิดอยู่ในใจ 

อันซิงที่หลายวันนี้อารมณ์ไม่ดีรู้สึกรำคาญ แต่ก็ยังรักษาภาพลักษณ์ความเป็นดาราของตัวเอง อีกทั้งอยากรู้ด้วยว่าอวี๋เสวี่ยเวยมาทำไม จึงพยายามกดเสียงตัวเองให้ต่ำเข้าไว้ 

อวี๋เสวี่ยเวยยิ้มให้กับอันซิงเหมือนจะบอกให้เธอวางใจ ทั้งยังส่งสายตาให้คนรับใช้ออกจากห้องไป 

อันซิงเหมือนจะรับรู้ได้ จึงสั่งให้คนรับใช้ออกไป 

ส่วนคนรับใช้นั้นก็เหมือนจะรู้ดี ทำงานอยู่กับดาราถ้าหากไม่รู้จักดูสถานการณ์ก็คงจะถูกไล่ออกไป 

นานแล้ว 

พวกเธอต่างก็รู้ว่าวงการบันเทิงนั้นน้ำลึก[1] แน่นอนว่ารู้เรื่องยิ่งน้อยก็ยิ่งดี 

คนรับใช้รีบออกไปทันที แล้วยังปิดประตูอย่างเบามือด้วย 

“ในห้องนี้มีแค่พวกเราสองคน ตอนนี้คุณมีอะไรก็พูดออกมาสิ” อันซิงพูดพลางจ้องมองอวี๋เสวี่ยเวยอย่างระแวดระวังอยู่บ้าง 

ถึงอย่างไรเมื่อหลายวันก่อนพวกเธอสองคนยังตั้งแง่เข้าหากันอยู่เลย ถ้าจะบอกว่าระแวงระวังก็คงต้องมีกันบ้าง ต่อให้เป็นคนธรรมดาทั่วไปก็ต้องคิดเช่นนี้เหมือนกัน 

“ไม่ต้องเข้าใจผิด ฉันไม่ได้มาหาเรื่องหรอกนะ เธอไม่ต้องมองฉันแบบนี้หรอก” อวี๋เสวี่ยเวยพูดเหมือนไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน และยังหาที่นั่งใกล้กับอันซิงแล้วนั่งลง 

“ฉันได้ข่าวระยะนี้ของเธอแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้บางทีฉันอาจจะช่วยเธอได้” ริมฝีปากแดงสดของเธอยกยิ้มขึ้น 

อวี๋เสวี่ยเวยพอเห็นอันซิงก็ยิ้มให้ พอเอ่ยปากก็แสดงความตั้งใจของตัวเองออกมา 

ในวงการบันเทิงแล้วศัตรูของศัตรูก็คือเพื่อน นี่เป็นนิสัยเดิมแท้ของผู้หญิงเลยทีเดียว 

อวี๋เสวี่ยเวยหาโอกาสมาหาอันซิง พูดกับเธออย่างเปิดอกถึงเป้าหมายของตัวเอง 

ถ้าหากอวี๋เสวี่ยเวยไม่มั่นใจเต็มร้อยก็คงไม่มาหาอย่างนี้แน่ เธอต้องรู้เส้นสนกลในของเรื่องอย่างดี แน่นอนว่าเรื่องดีไม่มีบอกต่อ เรื่องร้ายเล่าขานนับพันลี้ 

“เรื่องอะไรล่ะ แล้วเธอจะช่วยฉันได้ยังไง” เดิมทีอันซิงยังเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ยิ่งได้ยินคำพูดของอวี๋เสวี่ยเวยก็ยิ่งประหลาดใจเข้าไปอีก 

“เรื่องศัตรูตัวฉกาจของเธอไง พอดีฉันก็ไม่ชอบขี้หน้าแม่นี่เหมือนกัน! คิดว่าเธอคงอยากเล่นงานหล่อนอยู่เหมือนกันใช่ไหมล่ะ” อวี๋เสวี่ยเวยเผยอรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมอีกครั้ง ไม่สิ น่าจะเป็นมุ่งร้ายถึงจะถูก 

ผู้หญิงพอร้ายกาจขึ้นมาน่ากลัวยิ่งกว่าผู้ชายเสียอีก 

ที่จริงแล้วเดิมทีอวี๋เสวี่ยเวยกับอันซิงไม่ใช่คนประเภทที่จะมานั่งคุยอยู่ด้วยกันอย่างสงบได้เลย พูดได้ว่าเป็นคู่ชกที่อยู่คนละฟากเวทีก็ว่าได้ 

ในงานเลี้ยงคราวที่แล้วอวี๋เสวี่ยเวยที่มีภูมิหลังครอบครัวดีกว่าอันซิงมาก ยังแอบหัวเราะเยาะเย้ยอันซิง จนทำให้อันซิงโมโหแทบเป็นแทบตาย 

แต่คิดไม่ถึงว่าตอนนี้อวี๋เสวี่ยเวยกลับเป็นฝ่ายมาหาเธอ 

พอฟังว่าอวี๋เสวี่ยเวยมายื่นไมตรีให้ อันซิงก็นับว่าสงบใจลงได้ 

“เธอจะช่วยฉัน? เธอจะให้ฉันเชื่อได้ยังไง แล้วเธอมาช่วยฉันเพราะมีเป้าหมายอะไรกันแน่” 

 

------ 

[1] น้ำลึก หมายถึง สถานการณ์ซับซ้อน ยากจะหยั่งถึง ยากลำบาก ต้องคำนึงถึงสภาพรอบข้างให้มาก ทั้งมีนัยของสถานการณ์ที่มีอันตรายอีกด้วย 

ความคิดเห็น