หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 24 ป้าอ๋องลาสนม

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 ป้าอ๋องลาสนม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 ป้าอ๋องลาสนม
แบบอักษร

 

ตอนอยู่ในตำหนักอ๋อง หงหลิงให้ตายอย่างไรก็ไม่ยอมปลอมตัวเป็นชาย หนิงอวี้ก็ยอมแต่โดยดี เมื่อออกนอกตำหนักอ๋องแล้ว ก็ทีนี้ก็ทีใครทีมัน หนิงอวี้หัวเราะเบาๆ แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์อยู่สามส่วน 

ครู่เดียว ซูถง[1]หน้าตาคมขำคนหนึ่งก็ปรากฏตัวเบื้องหน้า หงหลิงสองมือเค้นชายเสื้อ จ้องถมึงทึงยังนางด้วยท่าทางทั้งอายทั้งโกรธ หนิงอวี้โยนเงินออกไปสองตำลึง แล้วรีบเดินออกร้านไปอย่างรวดเร็ว 

บนถนนผู้คนเดินไปมาขวักไขว่คึกคักอย่างยิ่ง “ท่านดูสิ นี่คือลูกกลอนทรงพลังที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษตระกูลข้า!”  

“ซาลาเปาจ้า ซาลาเปาสดๆ ใหม่ๆ” 

“คุณชาย พวกเราจะไปไหนกันแน่ขอรับ” “ถึงแล้วเจ้าก็รู้เองแหละ” วันนี้ขึ้นเจ็ดค่ำ ทุกเดือนเมื่อถึงวันขึ้นเจ็ดค่ำชุนเสวี่ยนักแสดงเลื่องชื่อแห่งหอจิงเหอจะต้องออกมาแสดงเรื่องป้าอ๋องลาสนม เมื่อชาติก่อนมู่หรงหวั่นจะมาดูไม่ขาดแม้แต่เดือนเดียว 

เดินจนถึงด้านในหอจิงเหอ จึงจัดแจงเหมาห้องด้านข้างโถงห้องหนึ่ง “ไอ้หยา ท่านไม่บอกแต่แรก ก็แค่มาดูละครมิใช่หรือ ไยจึงต้องปลอมตัวเป็นชายด้วยเล่า”  

หนิงอวี้ไสขนมไปหน้าหงหลิงแล้วพูดขึ้น “ป้าอ๋องลาสนมที่ชุนเสวี่ยแสดงนี้คนแห่มาดูกันทั้งเมืองเชียวนะ” 

ตัวละครรับบทเป็นนางปรากฏกายสู่เวที ชายเสื้อโบกพลิ้วปลิวไหวอ่อนช้อย ปากแดงแต้มชาดค่อยๆ ขยับเปิด เสียงขับร้องสูงต่ำขึ้นลงเสนาะหู  

“ตัวเอกมาแล้ว” หงหลิงมองตามสายตานางไป คนที่มานั้นคือมู่หรงหวั่นมิใช่หรือ 

หนิงอวี้จัดการเสื้อผ้าให้เข้าที่ จนทำให้หงหลิงรู้สึกประหลาดใจ “คุณชาย ท่านจะทำอะไรหรือ” 

“ก็แค่ละครเรื่องรักแรกพบเท่านั้น” หนิงอวี้ยกมุมปากยิ้ม ผลักประตูห้องด้านข้างโถงแล้วเดินออกไป ที่อยู่เบื้องหน้าก็คือมู่หรงหวั่นที่มีใบหน้ายิ้มแย้มภาคภูมิ 

ทั้งสองคนค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้กัน หนิงอวี้ใช้ปลายนิ้วดีดเปลือกเมล็ดสนที่หงหลิงกินทิ้งไว้ออกไปหนึ่งอัน เปลือกเมล็ดสนนั้นดีดโดนกลางน่องจนมู่หรงหวั่นทำให้ถลาโซเซเหมือนจะล้ม หนิงอวี้สาวเท้าไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วคว้าตัวนางเอาไว้ในอ้อมกอด 

เมื่อมู่หรงหวั่นเห็นใบหน้างามสง่าคมขำนั้นในระยะประชิด จึงสัมผัสได้ถึงไออุ่นและความหอมในอ้อมกอดพลันก็หน้าแดงขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ หนิงอวี้คลายมือ แล้วกดเสียงทุ้มต่ำพูดขึ้นว่า “แม่นาง เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่” 

เมื่อมู่หรงหวั่นได้ยินสติจึงค่อยๆ กลับคืนมา ก่อนจะตอบกลับเสียงเบา “ไม่เป็นอะไร ขอบคุณ...ขอบคุณคุณชายมาก ไม่ทราบว่าคุณชายท่านนี้มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร วันหน้าหวั่นเอ๋อร์จะได้ขอให้ท่านพ่อส่งของแสดงน้ำใจไปยังบ้านท่าน” 

“ข้าหาใช่ชาวเมืองไม่” หนิงอวี้โบกพัดในมือเบาๆ “ข้าแซ่ซั่งกวน นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย อย่าได้เก็บมาใส่ใจเลย” 

“ข้าลาละ” หนิงอวี้หมุนตัวกลับ แต่ถูกดึงชายเสื้อเอาไว้ มู่หรงหวั่นรู้ตัวว่าตนกำลังเสียมารยาทจึงรีบปล่อยชายเสื้อทันใด นางเอ่ยขึ้นเสียงเบา “ไม่เช่นนั้น...ไม่เช่นนั้นวันหลังหวั่นเอ๋อร์ขอเชิญคุณชายมาดูละครแทนการขอบคุณด้วยกันสักเรื่องแล้วกัน” 

หนิงอวี้หัวเราะเบาๆ พลางพูดตอบ “กำหนดวันหรือจะสู้พบกันโดยบังเอิญ เช่นนั้นก็เรื่องนี้เลยแล้วกัน ป้าอ๋องลาสนม ข้าได้เปิดห้องด้านข้างโถงไว้ เชิญแม่นางมาด้วยกันเถิด” มู่หรงหวั่นได้ยินก็รู้สึกดีใจเป็นล้นพ้น ใบหน้าเห่อแดงด้วยความเขินอาย สาวใช้ข้างกายกระตุกแขนเสื้อนางสองสามที นางผลักสาวใช้ออกอย่างรำคาญแล้วเดินตามหลังหนิงอวี้ไป 

หงหลิงยืนอยู่นอกหน้าต่างได้แต่นิ่งอึ้งตาค้าง เห็นคนสองสามคนเดินเข้าห้องด้านข้างโถงไปก็หยิบขนมมาหนึ่งชิ้นเพื่อบังตัวเองไว้ ไม่อยากเชื่อเลยว่านอกจากพระชายาจะปลอมตัวแล้วยังสามารถเลียนเสียงเป็นผู้ชายได้อีกด้วย นางคิดจะเอาศัตรูหัวใจมาเป็นของเล่นหรืออย่างไร ครั้นเมื่อเชื่อมโยงกับคำพูดที่ได้ยินมาเมื่อตอนเช้า ทุกอย่างก็ดูกระจ่างขึ้นมาทันที คิดไม่ถึงว่าที่สุดแล้วคุณหนูก็ยังตัดใจจากหลิงอ๋องไม่ได้ จิ่นอ๋องเองก็ช่างน่าสงสารเหลือเกิน 

ในห้องด้านข้างโถงอีกปีกหนึ่งเว่ยหยวนมุ่นคิ้วนิ่งไม่พูดจา นึกไม่ถึงว่าหญิงสาวที่ชื่อมู่หรงหวั่นนั้นจะอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของอวี้เอ๋อร์ ดูแล้วรู้สึกขัดตาเสียจริง มั่วหลีซึ่งยืนอยู่ด้านข้างได้เห็นสีหน้าก็รู้ทันทีว่าท่านอ๋องกำลังคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนี้อยู่ จึงได้แต่ลอบกลอกตามองบน 

“ขอเรียนถามแม่นางมีนามว่าอันใด”  

“มู่หรงหวั่น คุณชายจะเรียกว่าหวั่นเอ๋อร์ก็ได้” หนิงอวี้พยักหน้ารับ ครั้นแล้วก็เปิดฝากาน้ำชาออก สูดกลิ่นหอมของชาแล้วพูดขึ้น “แค่โรงละครเล็กๆ เช่นนี้ สามารถมียอดตูมของชาเขียวได้นับว่าไม่เลวนัก แต่ดูเหมือนจะใช้ไฟแรงเกิน กลิ่นหอมของชาถึงได้สูญไป” 

 

------ 

[1] ซูถง คือ เด็กรับใช้ชาย ทำหน้าเป็นเพื่อนเล่นและเรียนหนังสือให้กับลูกของเจ้านายในสมัยโบราณ 

ความคิดเห็น