หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 24 ไม่เข้าสำนักฉยงสือ

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 ไม่เข้าสำนักฉยงสือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2563 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 ไม่เข้าสำนักฉยงสือ
แบบอักษร

 

ซูหลีกำลังครุ่นคิดอยู่อีกด้านหนึ่ง ฝั่งซูเนี่ยนเอ๋อร์ก็ถามขึ้น 

ทั้งยังจงใจเอ่ยเสียงดัง 

“คุณชายอย่าได้เคืองโกรธ เพียงแค่...” ​ไป๋ฉินกลัวซูหลีจะคิดเล็กคิดน้อยกับซูเนี่ยนเอ๋อร์ เรื่องที่ซูเนี่ยนเอ๋อร์สอบติดแต่ซูหลีสอบไม่ติดในวันนี้ ในใจซูไท่ย่อมต้องคลาแคลงใจ 

“สอบไม่ติด” ไม่รอให้พ่อบ้านตอบซูเนี่ยนเอ๋อร์ ซูหลีก็เอ่ยปากขึ้นเอง 

“น้องรอง พี่ชายเจ้ามีความรู้เท่าไร ในใจเจ้ามิใช่ไม่รู้ คำพูดเช่นนี้ก็อย่าได้ถามขึ้นมาอีก!” ซูหลีแสยะปาก ก่อนจะยกเท้าเตรียมเดินเข้าจวน 

“บัดซบ!” นางยังไม่ทันได้เดินออกไปแม้แต่ครึ่งก้าว ก็ได้ยินเสียงตวาดอย่างเดือดดาล 

ซูหลีหยุดฝีเท้าลง หันหน้ากลับไป ก็เห็นซูไท่เดินลงจากรถม้า 

นางกวาดสายตามองซูเหนี่ยนเอ๋อร์เล็กน้อย ก็เห็นในดวงตาซูเนี่ยนเอ๋อร์มีแววได้ใจพาดผ่าน ในใจก็พลันเข้าใจแจ่มแจ้ง 

ดูท่าซูเนี่ยนเอ๋อร์คงรู้ว่ารถของซูไท่มาถึงนานแล้ว อีกฝ่ายจงใจขุดหลุมล่อให้นางกระโดดลงไปชัดๆ!  

“เจ้าเป็นพี่ มุมานะไม่เท่าเนี่ยนเอ๋อร์ ยังมีหน้ามาพูดจาสามหาวเช่นนี้อีก!” ซูไท่มองซูหลี ในใจก็ยิ่งเดือดดาล 

เขามิได้คาดหวังว่าซูหลีจะสอบได้ลำดับเท่าซูเนี่ยนเอ๋อร์ ขอเพียงสามารถเข้าสำนักฉยงสือได้ก็พอแล้ว 

แต่คิดไม่ถึงว่าระดับของซูหลีจะ... 

“ท่านพ่อกล่าวได้ถูกต้องแล้ว!” ซูไท่ตวาดเสียงดังลั่น ซูหลีกลับพยักหน้ารับอย่างเฉยชา ซูไท่จ้องมอง รู้สึกว่าตนเองโกรธนางจนผมแทบจะขาวหมดหัวแล้ว! 

“ท่านพ่ออย่าได้โกรธท่านพี่หลีเลยเจ้าค่ะ” เวลานี้ ลูกที่ว่า ‘เฉลียวฉลาดรู้ความ’ อย่างซูเนี่ยนเอ๋อร์ ย่อมต้องเป็นผู้ออกหน้า 

“ท่านพี่หลีแค่รักสนุกไปบ้างก็เท่านั้น หากปีหน้าท่านพี่เอาจริงเอาจังขึ้นมา ย่อมสอบติดสำนักฉยงสือแน่” นางไม่พูดยังจะดีเสียกว่า พูดมาขนาดนี้ ซูไท่ก็ยิ่งทวีความเดือดดาล! 

“รักสนุก! มันน่ะหรือรักสนุก!? อย่างมันเขาเรียกว่าไม่ร่ำไม่เรียนต่างหาก!” ซูเนี่ยนเอ๋อร์เจ้าแผนการเหมือนมารดานางจริงๆ ช่างเรียนรู้มาดีนัก นางคล้ายกับจะพูดปลอบโยนอีกฝ่าย แต่ความจริงกลับยิ่งทำให้ซูไท่มีโทสะถึงขีดสุด  

ในดวงตาของซูหลีมีแววเย้ยหยันวาดผ่าน นางหัวเราะเสียงเบา พลางกล่าวว่า “ท่านพ่อจะโกรธอะไรกันเล่า วันนี้วันดี อย่าทำให้น้องรองลำบากใจจะดีกว่า!” 

ซูเนี่ยนเอ๋อร์ได้ยินคำพูดของนาง ใบหน้ากลับแข็งค้าง 

ใช่แล้ว ในใจซูไท่ บุตรสาวอย่างซูเนี่ยนเอ๋อร์ ไม่มีทางเทียบซูหลีได้ตลอดไป 

ต่อให้นางสอบติดสำนักฉยงสือ เรื่องดีใหญ่หลวงเช่นนี้ ในใจซูไท่ก็ยังมีแต่ซูหลีที่ไม่ได้ความ 

ฐานะของบุตรชายกับบุตรสาว ย่อมไม่เหมือนกัน... 

“พูดจาเหลวไหลอันใดหา!” ซูไท่รู้สึกว่าหากตนเองยังพูดกับซูหลีต่อไป คงได้ปวดศีรษะยิ่งกว่าเดิม เขามองไปทางซูเนี่ยนเอ๋อร์ปราดหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “เข้าบ้าน!” 

สีหน้าปีติยินดีของซูเนี่ยนเอ๋อร์จางลงหลายส่วน เพราะการปฏิบัติที่แตกต่างกันของซูไท่ นางถึงคิดจะขับซูหลีออกจากสกุลซู  

ไม่เช่นนั้นแล้ว ซูหลีที่เป็นบุรุษ ย่อมไม่อาจช่วงชิงอันใดกับนางได้ 

“ขอรับท่านพ่อ!” ซูหลีประสานมือคารวะ พลางชำเลืองมองซูเนี่ยนเอ๋อร์ปราดหนึ่ง 

ชาตินี้นางคิดจะเข้าสำนักฉยงสือแล้ว 

ซูหลีคนเดิมเป็นคนไม่ร่ำเรียนเขียนอ่าน จู่ๆ สอบติดสำนักฉยงสือขึ้นมา เกรงว่าคงยิ่งทำให้ผู้คนสงสัย 

ทว่านางเองก็คงไม่อยู่นิ่งโดยไม่ทำอันใด 

เรื่องสกุลหลี่ นางได้แต่พึ่งตนเองแล้ว 

ด้วยระดับขั้นของซูไท่ และความสัมพันธ์ ‘พ่อลูก’ อันจืดจางระหว่างซูไท่กับซูหลีแล้ว หากคิดจะให้ซูไท่ออกหน้าล้างมลทินให้สกุลหลี่ เกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้ 

และเรื่องสกุลหลี่ยังมีความเกี่ยวพันมากมาย เกรงว่าซูไท่เองก็คงไร้กำลัง 

สิ่งที่นางพึ่งพาได้ มีเพียงตนเองเท่านั้น 

การที่ซูเนี่ยนเอ๋อร์สอบติดสำนักฉยงสือ ได้เป็นขุนนางหญิงที่ไร้อำนาจ สำหรับซูหลีแล้ว นับว่าไม่มีประโยชน์เลยสักนิด 

สิ่งที่นางต้องการ ก็คืออำนาจที่สามารถพลิกคดีสกุลหลี่ได้!  

ความคิดเห็น