Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจทุกไลค์ทุกเม้นต์นะครับ~ เรื่องที่2 พี่ล่ามโซ่น้องนับดาว

ล่ามโซ่ถูกทิ้ง : Ep.39 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

ชื่อตอน : ล่ามโซ่ถูกทิ้ง : Ep.39 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 796

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2563 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ล่ามโซ่ถูกทิ้ง : Ep.39 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว
แบบอักษร

 

 

นับดาว talk's

 

"ดูนะคะทุกคน" เสียงของพี่เป๊กกี้พูดขึ้นมาทำให้ฉันได้สติคืนมา

"นิมนต์ค่ะ" ฉันพูดไปพร้อมกับก้มหน้าลงเป็นการนิมนต์พระท่านรับอาหารตักบาตรค่ะ

 

เมื่อพระท่านหยุดเดินแล้ว ท่านเดินเลยฉันไปนิดหน่อย ทำให้ตัวฉันอยู่ตรงกับเด็กวัดคนนั้น ก่อนที่เด็กวัดคนนั้นจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันพร้อมฉันที่เงยหน้าไปมองหน้าเค้าพอดี

 

"!!!" ทันทีที่เห็นหน้าตาของเด็กวัดคนนั้นดวงตาของฉันก็เบิกโพลงกว้างทันที

"นับดาว..." ค่ะ..เค้า? เค้ามาที่นี่...ไม่สิ! ทำไมถึงมาเป็นเด็กวัดได้หล่ะ? เค้าเรียกฉันมาน้ำเสียงแผ่วเบา

"นับดาวลูก...มาตักบาตรจ้ะ" เสียงของแม่สายพูดขึ้นมาพร้อมกับใช้มือมาแตะที่ตัวฉัน

"คะ?" ทำให้ฉันออกมาจากผวังค์ของเค้าและก็มาขานรับท่านทันที

"ใส่บาตรจ้ะ" แม่สายพูดพร้อมกับมองหน้าฉันด้วยสายตาสงสัยนิดหน่อย

"อ๋อ...ค่ะ" ฉันตอบท่านไป

 

ฉันย้ายตัวไปให้ตรงกับพระองค์นั้นและใช้มือหยิบถ้วยข้าวมาจากแม่สายพร้อมตักใส่บาตรและตามด้วยใส่แกงจืดแกงเผ็ดขนมหวานและก็น้ำดื่มแบบแก้วและพอพระท่านปิดบาตรแล้วฉันก็เอาดอกไม้วางบนบาตร

 

"รับพรนะโยม" พระท่านพูดมาฉันจึงถอดรองเท้าและก็นั่งลงแบบยองๆพร้อมพนมมือรับพรจากพระค่ะ

"....." เมื่อพระท่านให้พรเสร็จฉันก็ยกมือขึ้นพรมที่หัวตัวเองค่ะ

 

ฉันเงยหน้าไปมองหน้าเค้าอีกทีนึงเพื่อความแน่ใจเมื่อพระท่านเดินไปทางด้านหน้าทำให้ฉันกับเค้าตรงกันอีกรอบนึงและเค้าก็ก้มหน้ามามองหน้าฉันอีกรอบนึง ใช่! ใช่เค้าจริงๆด้วย

 

"นิม๊นข่ะ / นิม๊นคร้าฟ" เสียงของนักท่องเที่ยวดังขึ้น

"เอ่อ...งั้นนับดาวขอตัวกลับเข้าไปด้านในก่อนนะคะ อ๊ะ..." ฉันพูดจบก็ลุกขึ้นยืนทันทีแต่ก็...รู้สึกหน้ามืดขึ้นมากระทันหัน

"เฮ้ย!"

"นับดาวลูก..." เสียงของแม่สายพูดขึ้นมา

"เอ่อ...คุณไม่เป็นอะไรนะครับ" เสียงของนักท่องเที่ยวคนนึงถามขึ้นมาพร้อมกับเข้ามารับตัวฉันไว้

"ขอบคุณนะคะ ฉันไม่เป็นอะไรแล้วหล่ะค่ะ" ฉันตอบเค้าไปพร้อมกับค่อยๆดันมือของฝรั่งคนนั้นออกไป

"นับดาวลูกเป็นอะไรหรือเปล่า?" แม่สายเดินเข้ามาถามฉันค่ะ

"นับดาว...ปวดหัวนิดหน่อยหน่ะค่ะ" ฉันพูดตอบไปเพียงแค่นั้น

"ป่ะจ้ะเดี๋ยวแม่พาเข้าบ้านนะ" และแม่สายก็กำลังจะพยุงฉันเดินไป

"เดี๋ยวผมช่วยไหมครับ?" ฝรั่งตาน้ำข้าวคนนั้นก็เดินเข้ามาถามฉันหันหน้าไปมองและมองเลยผ่านเค้าไปมองหน้าผู้ชายที่มองหน้าฉันอยู่เหมือนกันเค้าส่ายหน้าและเบะปากทำท่าเหมือนจะร้องไห้

"ก็ได้ค่ะ" ฉันตอบไปเพียงแค่นั้นผู้ชายคนนั้นก็เข้ามาพยุงฉันทันที

.

.

.

ล่ามโซ่ talk's

 

มองดูด้านหลังบางของนับดาวจนหายลับไปกับไอ้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ฝรั่งหน่ะหรอ? มันไม่ใช่สเปคของนับดาวหรอกครับ เพราะเมียผมชอบผม

 

"เฮ้อ~" และผมก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจในทันที

 

นับดาวโกรธผมหรอว๊ะ? โกรธผมเรื่องไรอ่ะ? เอาจริง...ควรเป็นผมด้วยซ้ำที่โกรธเธอ

ที่ผมมาในฐานะนี้ในวันนี้ก็เพราะว่า...ผมอยากมาเห็นให้แน่ใจว่า...นับดาวอยู่ที่นี่จริงอย่างที่ไอ้น่านน้ำบอกหรือเปล่า

และที่ผมมาช้าก็เพราะว่าผมมีงานที่ห้างอยู่ไงครับแต่...ตอนนี้ผมก็ให้ไอ้กัสโซ่ดูแลแล้วหล่ะนะเลยไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วหล่ะครับสำหรับงานที่กรุงเทพ แต่...งานกับนับดาวนี่สิงานใหญ่เลยหล่ะ จะเข้าถึงเธอยังไงดีว๊ะเนี้ย...?

.

.

.

นับดาว talk's

@บ้านลีลาวดี หน้าบ้าน เวลา05:45น.

 

"ส่งฉันแค่นี้ก็พอค่ะ ขอบคุณนะคะ" ฉันพูดขอบคุณเค้าไป

"ครับ" และฉันก็เดินเข้ามาในบ้านกับแม่สาย

 

ฝรั่งหน่ะไม่ใช่สเปคของฉันเลยสักนิดค่ะเพราะว่าฉันไม่ชอบไม่ได้แอนตี้นะคะแต่...ไม่ชอบฝรั่งที่จะเอาเป็นผัวก็ต้องคนสัญชาติเดียวกันอยู่แล้ว

 

@บ้านลีลาวดี ห้องนั่งเล่น เวลา05:50น.

 

"นั่งลงก่อนนะจ๊ะ...นับดาว" แม่สายพูดขึ้นมาพร้อมพยุงฉันมานั่งที่โซฟา

"นับดาวหลานย่าเป็นอะไรไปจ๊ะ?" เสียงของคุณย่าเอ่ยถามฉันขึ้นมา

"คุณแม่..." แม่สายเอ่ยเรียกคุณย่าของฉันพร้อมกับเดินเข้าไปพยุงคุณย่าฉันเดินมานั่งที่โซฟา

"นับดาวแค่...เวียนหัวนิดหน่อยหน่ะค่ะ" ฉันตอบท่านไป

"หืม? คงจะปรับกับอากาศที่นี่ยังไม่ได้สินะ" คุณย่าถามมา

"หล่ะมั้งคะ" ฉันตอบคุณย่าไปเพียงแค่นั้นก็นอนลงบนตักของท่าน

"คุณย่าขา~ นับดาวอยากฟังเรื่องของคุณพ่อและก็แม่สายค่ะ" ฉันพูดไปน้ำเสียงอ้อนๆ

"หืม? ฟังไปตั้งหลายรอบแล้วยังไม่เบื่ออีกหรอลูก?" คุณย่าถามมา

"ไม่ค่ะ นับดาวชอบแต่ว่า...ถ้าคุณย่าเบื่อที่จะเล่านับดาวไม่ฟังก็ได้ค่ะ" ฉันพูดไปด้วยน้ำเสียงน้อยใจนิดหน่อย

"แหม~ ขี้น้อยใจจริงๆเลยหลานย่ามาๆเดี๋ยวย่าเล่าให้ฟัง" คุณย่าพูดมา

"เอ่อ...งั้นหนูขอตัวไปเตรียมกับข้าวก่อนนะคะคุณแม่" แม่สายพูดขึ้นมา คุณย่าจึงพยักหน้าขึ้นสองสามทีเพื่อเป็นการอนุญาติไปค่ะ และแม่สายก็เดินออกไป

"สายใจกับแสงดาวเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆเพราะว่าแม่ของสายใจนั้นอายุสั้นเสียตั้งแต่ตอนสาวๆพ่อของสายใจจึงแต่งงานใหม่กับแรมดาวก็คือแม่ของแสงดาว"

"....."

"เพราะคุณนนเป็นเพื่อนบ้านกับย่ามาตั้งนานแล้วย่าเลยขอหมั้นลูกชายย่ากับลูกสาวแท้ๆของคุณนนก็คือ...แม่สายใจ"

"....."

"จนแม่สายใจกับแม่แสงดาวโตเป็นสาวกิริยาการวางตัวที่เรียกว่าคนละขั้นไหนจะการแต่งตัวที่ถูกสอนมาต่างกัน แม่แสงดาวเป็นคนที่แต่งตัวจัดและก็เข้าหาคนอื่นเก่ง ส่วนแม่สายใจเป็นคนที่แต่งตัวเรียบร้อยและเงียบๆเข้าหาคนไม่ค่อยจะเป็น"

"....." ฟังมาถึงตอนนี้แล้วก็น่าจะรู้แล้วนะคะว่าแม่ฉันเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ

"และหน้าตาของแม่แสงดาวที่จัดว่าสวยกว่าแม่สายใจมากแต่...ย่าก็ไม่คิดว่า...ตานพจะทำร้ายจิตใจแม่สายใจได้ถึงขนาดนั้น"

"....."

"วันที่คบกำหนดการดูตัวของสายใจกับตานพนั้นเกิดอุบัติเหตุทำให้คุณนนเสียหลังจากนั้นย่าเลยรับแม่สายใจมาเลี้ยงดูอบรมบ่มกิริยาให้กลายเป็นเจ้าสาวของตานพที่ดีที่สุดหลังจากที่คุณนนเสียชีวิตได้ไม่ถึงเดือนคุณปู่ของเราก็คิดจะให้ย่าไปสร้างบ้านหลังเล็กให้เค้า" หืม? คุณย่ายังไม่เคยเล่าฉากนี้นี่หน่า

"สร้างบ้านหลังเล็ก? หมายถึงให้คุณย่าไปขอเมียน้อยหน่ะหรอคะ?" ฉันถามคุณย่าไป คุณย่าพยักหน้า

"อื้มหื้ม และเธอคนนั้นก็ไม่ใช่ใครคนอื่นคนไกลแต่เป็นแม่แรมดาวแม่ของแม่แสงดาวนั่นแหละ"

"คุณย่าคงจะไม่ยอมใช่ไหมคะ?"

"สมัยก่อนผู้ชายจะมีภรรยาเยอะก็ไม่แปลกหรอกนะจ๊ะ นับดาว..."

"จะสมัยก่อนหรือสมัยนี้มันก็เหมือนกันถ้าผู้หญิงไม่ยอมแล้วผู้ชายมันจะทำไมหรอคะ?!" เริ่มขึ้นแล้วนะ

"หึหึ เอาจริงก็ไม่ทำไมหรอกจ้ะและก็คงไม่เลิกกับเราด้วยแต่ว่า...ถ้าเกิดเราไม่ยอมไปขอให้หล่ะก็พวกเค้าก็จะแอบไปมีอะไรลับหลังเราและเราก็จะถูกมองว่าเป็นพวก...บัวแล้งน้ำ" ห๊ะ!? ไม่ยอมให้ผัวมีเมียน้อยถูกมองว่าเป็นพวกไร้น้ำใจหรอว๊ะ

"....." สังคมสมัยนั้นโครตน่ากลัวว่ะแต่เป็นฉันนะฉันจะไม่ยอมเด็ดขาดถูกมองว่าเป็นม่ายผัวทิ้งยังไงก็เรื่องของมัน

"และการเข้ามาของสองแม่ลูกนั่นก็ทำให้ทั้งตานพและก็คุณปู่ของเราเปลี่ยนไป ตานพหลงระเริงกับความสวยของสาวแรกแย้มที่ไม่มีความเป็นกุลสตรีของแม่แสงดาวเต็มๆ ส่วนปู่ของเราก็หลงในกามของผู้หญิงมากความสามารถบนเตียงนั่นคงจะหลงจริตมารยาหญิงของแม่แรมดาวเข้าแล้วหล่ะ"

"....." แหม~ ปากร้ายแบบผู้ดีนะคะคุณย่าฉันเนี้ย

"ย่าจึงไปขอให้แต่ให้ไปหาที่อยู่กันใหม่ไม่ให้อยู่ในรั้วบ้านหลังนั้น"

"คุณย่าสุดยอดเลยค่ะ"

"หึหึ! แต่ว่า...ถ้าจะให้ผู้ชายเลือกคู่ชีวิตผู้หญิงที่มากในกามรมณ์กับผู้หญิงที่เรียบร้อยมีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนยังไงปู่ของเราก็เลือกย่าและปู่เราก็กลับมาขอเริ่มต้นกับย่าใหม่ในอายุสี่สิบกว่าๆ" คุณย่าฉันเด็ดขาดมากเลยนะเนี้ย

"แล้วคุณยายแรมดาวหล่ะคะ?" ฉันถามถึงคุณยายฉันไป

"แรมดาวก็ทำเหมือนกับวันนั้นไงจ้ะ วันที่แม่เรากับพ่อเราเลิกกันแต่งตัวนุ่งผ้าสั้นเหมือนอย่างกับนางโลมมาตามคุณปู่กลับไป ย่าก็เลยให้คุณปู่เราเลือกครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ย่าจะให้โอกาสปู่กลับเข้ามาในบ้านหลังนั้นทั้งๆที่บ้านหลังนั้นเป็นบ้านของคุณปู่ หึหึ!"

"คุณย่าเด็ดขาดมากค่ะ แล้วคุณปู่ก็เลือกคุณย่าใช่ไหมคะ?"

"ใช่จ้ะ คุณปู่ต้องเลือกย่าอยู่แล้วแต่...ตานพพ่อของเราหน่ะดันหลงรักแม่ของเราแบบหัวปรักหัวปรำแบบไม่ลืมหูลืมตาหลังจากนั้นพอย่าเห็นท่าไม่ค่อยจะดีย่าเลยจะจัดงานแต่งให้พ่อเรากับแม่สายใจพ่อของเราหน่ะเป็นคนซื่อมากพอย่าบอกให้แต่งเค้าก็แต่งนะแต่...ย่าไม่คิดว่าในงานแต่งงานของพ่อเรากับแม่สายใจนั้นพ่อของเราจะหิ้วแม่แสงดาวเข้ามาประกาศกลางงานว่า...เธอคือเมียของเค้า แม่สายใจจึงเป็นม่ายงานแต่งส่วนย่าก็ช็อคเข้าโรงพยาบาลแต่ว่า...ระหว่างที่ย่าอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นก็มีแต่แม่สายใจคอยดูแลส่วนค่ารักษาโรงพยาบาลนั้นทางพ่อเราต้องหาทางมาจ่ายให้ย่าซึ่งเป็นแม่อยู่แล้ว จริงมั้ย?" คุณย่าถามฉันมา

"อื้มๆ" ฉันไม่ตอบแต่พยักหน้าขึ้นลงแทนคำตอบแทน

"ย่าที่พอจะมีทรัพย์สินติดตัวและมีที่ดินเก่าของคุณพ่อของคุณแม่อยู่ที่เมืองกาณจน์ หลังจากที่ย่ารักษาตัวเสร็จแล้วย่าก็ไม่คิดจะอยู่กับแม่ของเราอยู่แล้ว ย่าก็เลยมาอยู่ที่นี่ทำรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อน โดยไม่ได้บอกพ่อกับแม่ของเรา" คุณย่าพูดมา

"แล้วแม่สายไม่มีผ่ะ....ไม่สิ สามีเลยหรอคะ?" เกือบแล้วเกือบหลุดคำว่าผัวออกมาแล้วไหมหล่ะ ฉันถามคุณย่าไปด้วยความสงสัยจริงๆถึงจะเคยรู้คำตอบอยู่แล้วก็เถอะ คุณย่าส่ายหน้าปฏิเสษมาเป็นการตอบว่า..."ไม่มี"

"ทำไมหล่ะคะ? หรือว่า...คุณพ่อ...หรอคะ?" ฉันถามท่านไปอีกคำถามนึงเสียงกระซิบกระซาบ

"ใช่" คุณย่าตอบมา

"หืม? เพราะเป็นม่ายงานแต่งหรอคะเลยไม่มีใครอยากมาขอ?"

"ไม่ใช่จ้ะ เพราะสายใจกลัวผิดหวังอีกเลยไม่อยากรักใครหน่ะจ้ะ" อ่า...ไม่ใช่ว่าจะเก็บซิงไว้ให้คุณพ่อเปิดหรอกหรอก็นึกว่าจะโรแมนติกกว่านี้ซ๊ะอีก

"แล้วทำไมคุณแม่ถึงได้เกลียดนับดาวจังเลยหล่ะคะ?"

"หืม? ก็เพราะว่านับดาวหน้าเหมือนย่าไงจ๊ะ สวยเหมือนกัน" ค่า~

"หึหึ แต่ว่า...นับดาวไม่มีความเป็นกุลสตรีเหมือนคุณย่าเลยนะคะ" ใช่ ไม่ได้ครึ่งเลยค่ะ

"ก็...ไม่ต้องเหมือนย่าสิคะ สมัยนี้บางทีผู้ชายอาจจะไม่ได้ชอบผู้หญิงที่เป็นกุลสตรีทุกระเบียบนิ้วก็ได้แต่แค่ไม่ทำตัวเหมือนหญิงนางโลมที่มีผู้ชายไม่ซ้ำหน้ามาผลัดเปลี่ยนไม่ซ้ำวันก็พอ" คุณย่าตอบมา

"นั่นสินะคะ" ฉันตอบรับคำตอบของท่านไปค่ะ

"คุณแม่คะ" เสียงของแม่สายเอ่ยเรียกคุณย่าค่ะ

"หืม?" คุณย่าครางในลำคอถามไปค่ะ ฉันจึงลุกขึ้นนั่งทันที

"มีแขกมาขอพบค่ะ"

"อื้ม พาเค้าเข้ามาพบแม่เลย" และแม่สายก็ก้มหัวให้คุณย่าหนึ่งทีเป็นอันว่าเข้าใจและหันหน้าไปพูดกับแขกคนนั้นว่า

"เชิญค่ะ" และแขกคุณนั้นก็เดินเข้ามา

"อ่า...คุณกฤษเชิญค่ะ มาแต่เช้าเลยนะคะ" เมื่อเห็นหน้าของผู้มาใหม่แล้วคุณย่าก็เอ่ยเรียกชื่อเค้าคนนั้นและเชิญมานั่งทันที

 

ฉันจึงยกมือไหว้ท่านไป อืม...เคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนนะ?

 

"อ่า...สวัสดีครับ คุณหญิงและก็คุณหนูคนนี้ใช่ไหมครับเจ้าของ?" คุณลุงกฤษเอ่ยสวัสดีคุณย่าฉันและก็ถามเกี่ยวกับฉัน

"ค่ะ" คุณย่าตอบไป

"สร้อยเส้นนี้ไม่ใช่พลอยชมพูนะครับ" ห๊ะ!? ลุงคนนั้นพูดมาพร้อมกับหยิบสร้อยที่ฉันฝากคุณย่าไปซ่อมให้ขึ้นมา

 

อ๋อ...จำได้แล้วว่าเคยได้ยินชื่อลุงแกที่ไหน ลุงแกเป็นผู้จัดการร้านเพชรพลอยของตระกูลไทธนาวัฒสาขาใหญ่ของจังหวัดกาณจนบุรีที่คุณย่าเคยพูดถึงนี่เอง

ก็วันที่ฉันมาที่นี่วันแรกไงคะ ที่ตลาดหน่ะค่ะที่ฉันขอถามคุณย่าหน่ะค่ะฉันถามคุณย่าไปว่า ที่นี่มีร้านซ่อมสร้อยพลอยหรือเปล่า หน่ะค่ะ และฉันก็...บอกคุณย่าไปเองว่า มันคือพลอยชมพู

 

"อ้าว! ไหนเราบอกย่าว่ามันคือพลอยชมพูไงหล่ะ?" คุณย่าถามฉันมา

"เอ่อ...นับดาว งื้ออ~ นับดาวขอโทษนะคะคุณย่า...นับดาวกลัวถูกขโมยหน่ะค่ะ" ฉันยอมรับความจริงพร้อมกอดเอวคุณย่าพร้อมซบอกของคุณย่าไปด้วย

"ก็ไม่แปลกหรอกครับที่คุณหนูจะกลัว" คุณลุงกฤษพูดมา ฉันจึงกลับไปนั่งเหมือนเดิม

"แล้วมันเป็นพลอยอะไรหล่ะคะ?" คุณย่าถามคุณลุงกฤษไปค่ะ

 

เอ่อ...ว่าแต่กูกลายเป็นคนมีมารยาทไปตั้งแต่เมื่อไหร่ว๊ะเนี้ย?

 

"มันเป็นเพชรสีชมพูที่ชื่อว่า พิงค์เลกาซี ครับ เป็นเพชรที่หายากที่สุดในโลกสีหนึ่งและราคาก็แพงมากด้วยนะครับ กะรัดนึงก็ตกที่ราคาแปดสิบห้าล้านบาทครับ" คุณลุงกฤษพูดมา

"แปดสิบห้าล้านบาท! นับดาวลูกไปเอาเงินซื้อสร้อยเพชรนี้มาจากไหน!?" คุณย่าถามฉันมาเสียงตื่นตระหนกและคงตกใจ

"มีคนซื้อให้นับดาวหน่ะค่ะ" ฉันพูดพร้อมกับรับสร้อยเพชรมา

"และจากที่ดูเป็นเพชรที่บริสุทธิ์ด้วยนะครับ เพราะงั้นราคาก็จะอัพขึ้นไปนิดหน่อยหน่ะครับ"

"อ่า...คนบ้า...ของแทนใจตัวเองเป็นพระที่สวมอยู่บนคอก็ได้หรอก...ไม่ต้องเป็นเพชรที่ราคาแพงขนาดนี้ก็ได้..." ฉันบ่นอุบอยู่คนเดียว อ่า...จู่ๆก็หน้าร้อนขึ้นมา

"คนรักหรอจ๊ะ? นับดาวหลานย่า...?" คุณย่าถามฉันมา

"ก็...ค่ะ คนรักของนับดาวซื้อให้ค่ะ" ฉันตอบคุณย่าไป

 

น่ะ..นี่ฉันยอมรับแล้วหรอว่าฉันรักเค้า ฮึ! มึงอ่ะยอมรับมาตั้งนานแล้วอินับดาว

 

"แล้วค่าทำเท่าไหร่หล่ะคะ? คุณกฤษ"

"ค่าซ่อมเพราะเป็นสร้อยเงิน925ครับเพราะงั้นทางร้านเราเลยเปลี่ยนเส้นให้เลยครับเพราะถ้าใช้การต่อมันจะมีตำหนิครับ ราคาสามพันบาทครับ" คุณลุงกฤษพูดมา

"เดี๋ยวนับดาวขึ้นไปหยิบเงินมาให้นะคะ" ฉันพูดพร้อมกับกำลังจะลุกขึ้นยืนแต่คุณย่า...

 

ตุ่บ~ กลับดึงมือฉันลงมานั่งที่เดิม

 

"เดี๋ยวย่าจ่ายให้จ้ะ แค่นี้เอง" คุณย่าพูดมา ฉันก็ยกมือไหว้ท่าน

"ขอบคุณคุณย่านะคะ" ก่อนที่จะเอ่ยขอบคุณท่านไป

"จ้ะๆ"

"คุณหนูคะ" เสียงของพี่เป๊กกี้เรียกฉันขึ้นมา

"คะ?" ฉันขานถามไป

"ถึงเวลาทำอาหารเช้าให้นักท่องเที่ยวทานแล้วค่ะ" พี่เป๊กกี้ตอบมา ฉันจึงหันหน้าไปดูนาฬิกา

 

เวลา07:00น.

 

อ่า...เจ็ดโมงแล้วหรอเนี้ย

 

"อ๋อ...ค่ะ งั้นรอนับดาวแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวนับดาวขอขึ้นไปเก็บของก่อน"

"คุณแม่คะ" เสียงแม่สายเรียกคุณย่าอีกแล้ว

"หืม?" คุณย่าก็ขานถามไปแบบเดิม

"มีแขกมาขอพบคุณนพค่ะ" แม่สายตอบคุณย่าไป หืม? ทำไมวันนี้มีแขกมาเยอะจัง

"งั้นเดี๋ยวนับดาวขี้นไปเรียกคุณพ่อให้ก็ได้ค่ะ" ฉันพูดไปเป็นการรับหน้าที่ และเดินขึ้นไปเรียกคุณพ่อด้านบน

 

@หน้าห้องคุณพ่อ

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ฉันเคาะประตูห้องของคุณพ่อไปสามที

 

"คุณพ่อคะ มีคนมาขอเจอข้างล่างค่ะ!" ฉันบอกคุณพ่อไป

"เดี๋ยวพ่อลงไปลูก!" เสียงคุณพ่อดังตอบออกมา

 

ฉันจึงเดินไปที่ห้องนอนของตัวเองค่ะ

 

@ห้องนอนของฉัน เวลา07:05น.

 

แอ๊ดดดด~ แกร๊ก! ฉันเปิดและปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง

ก่อนที่ตัวฉันเองจะเดินไปนั่งที่เตียงนอนพร้อมดูเพชรสีชมพูในมือ หัวใจของเค้าฉันว่าแล้วเชียวคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วด้วยว่า...ฉันยังรักเค้าอยู่

เหอะ! ยังคงรักเหมือนกับวันแรกที่ตัดสินใจจะรักนั่นแหละไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

"เฮ้อ~ ถอนหายใจอีกแล้วนะมึง" พูดกับตัวเองจบฉันก็เก็บมันลงที่เก๊ะของโต๊ะตั้งโคมไฟที่ข้างเตียง เสร็จแล้ว...ฉันก็เดินลงไปข้างล่างในทันที

 

อ่า...คุณพ่อยังไม่ลงมาอีกหรอแถมคุณย่าก็ยังไม่เชิญแขกเข้ามาอีกด้วย ฉันจึงเลิกสนใจและเดินไปที่ห้องครัวกลางแจ้งทันที

 

@ที่ที่จัดเป็นห้องครัวกลางแจ้งท่าน้ำบนพื้นดิน เวลา07:30น.

 

เข้าใจใช่ไหมคะว่ามันมีทั้งท่าน้ำบนแพและก็ท่าน้ำบนพื้นดินก่อนที่จะลงไปที่แพหน่ะค่ะ

 

"เอาแหละค่ะ ทุกคนวันนี้เราจะมาสอนทำอาหารไทยกันนะคะอาหารไทยวันนี้เป็น ต้มยำกุ้ง ค่ะ" พี่เป๊กกี้พูดไปพร้อมเน้นชัดคำว่า "ต้มยำกุ้ง"

"อ๋อๆ ผ๋ม ผ๋มเคยกิ๊น มันอร๊อยม๊ากม๊ากแต่มันจะเผ็ด!" อ่า...

"แต่...วันนี้เราจะทำเป็นต้มยำกุ้งน้ำใสค่ะ"

"ว้าว!!"

"ก่อนอื่นเริ่มจากต้มน้ำให้เดือดก่อนนะคะ"

"ค่ะ" ฉันจึงเดินไปเปิดเตาแก็สค่ะ

 

เอาจริง ฉันก็ทำไม่เป็นหรอกค่ะก็ทำตามขั้นตอนที่พี่เป๊กกี้บอกอ่ะนะ ก็กูไม่เคยทำนี่หว่า...!

 

"ระหว่างรอน้ำเดือดให้เราเอาข่าตะไคร้ใบมะกูดมาทุบๆก่อนนะคะ" อ่า...ข่าตะไคร้ใบมะกูดมันเป็นยังไงหล่ะเนี้ย

"พี่เป๊กกี้คะ อยู่ไหนหรอคะ?" ฉันจึงหันไปถามพี่เป๊กกี้ค่ะ

"นั่นไงคะ คุณหนูขา~" พี่เป๊กกี้พูดพร้อมกับชี้มาที่สามหน่อ

 

อะไรหรอคะ ไม่รู้สิเห็นมันมัดรวมกันไว้อ่ะฉันจึงแกะหนังยางออกและเอาจุ่มน้ำเพื่อล้างให้สะอาดก่อนที่จะเอาขึ้นมาวางไว้ที่เขียงและใช้มีดทุบค่ะ

ตุ่บ!! ตุ่บ!! ฉันทุบจนตะไคร้แบนนิดหน่อยและส่งกลิ่นหอมและก็ทุบข่ากับใบมะกูดเลยด้วยก็พี่เป๊กกี้พูดทั้งสามอ่ะฉันก็เห็นมันมีอยู่สามอย่างอ่ะ

 

"ว้าว!" เสียงนักท่องเที่ยวนั่นแหละ

"ต่อไปให้เอาเครื่องที่เราทุบไว้ไปใส่ในหม้อต้มน้ำเดือดค่ะ"

"อื้ม!"

"หลังจากนั้นเราก็จะใส่เครื่องปรุงรสสำเร็จรูปอัดสี่เหลี่ยมลงไปนะคะ" อ่า...

"อื้มม" เมื่อใส่เสร็จฉันก็ครางในลำคอออกมา

"จากนั้นก็เอาเท้าไก่ที่ล้างทำความสะอาดแล้วใส่ลงไปแต่ว่า...ต้องรอให้น้ำแกงส่งกลิ่นหอมก่อนนะคะ" เอ้า!? แต่ก็ดีที่ฉันยังไม่ได้ใส่ลงไปหล่ะนะ

"อ่า...หอมจัง" เสียงนักท่องเที่ยวผู้หญิงพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษ

"เมื่อหอมได้ที่แล้วก็ใส่เท้าไก่ลงไปเลยค่ะ"

"อ๊ะ! กระเด็นอ่ะ!" ฉันบอกพี่เป๊กกี้ไป มันร้อนนะเว้ย

"ใส่เบาๆสิคะ คุณหนูขา~ ใส่ตรงปากหม้อสิคะใกล้ๆกับน้ำหน่ะค่ะ" พี่เป๊กกี้บอกฉันมา

"อื้ม!" พยักหน้าตอบไปเบาๆและก็...ใส่ใหม่ คราวนี้ไม่กระเด็นแฮะ

"ถ้าทำแบบนี้ทุกคนก็จะสามารถปรุงรสชาติเองได้ค่ะ จะกินเปรี้ยว กินเค็ม กินเผ็ดก็จะสามารถปรุงเองได้ค่ะ" 

"ว้าว!!"

 

หลังจากที่ฉันทำกับข้าวเสร็จแล้วก็ต้องมีกับข้าวของแม่สายมาร่วมด้วยค่ะ ก็แค่ไม่ได้ทำให้ดูก็แค่นั้นเองค่ะ ฉันเริ่มชอบการทำอาหารแล้วสิ

อ่า...ยิ่งถ้าได้ทำให้คนที่รักกินแล้วเค้าชมว่ามันอร่อยมันจะต้องดีใจมากๆแน่เลยเนอะเค้า...เป็นเด็กวัดก็คงจะได้กินอาหารอร่อยๆฝีมือของแม่สายแล้วหล่ะ

ว่าแต่...เค้ามาทำอะไรที่นี่นะ? มาทำอะไรว๊ะ?

 

เพล้ง!!! เสียงจานตกแตกทำให้ฉันหันหลังไปมองแบบปุ๊บปั่บโดยลืมไปว่าตัวเองยังปรับกับบรรยากาศของที่นี่ไม่ได้

 

"อ๊ะ!" ทำให้ฉันหน้ามืดทันที

 

เคล้ง! ตุ่บ! ฉันจึงต้องเอามือยันกับโต๊ะทำกับข้าว

 

"นับดาวลูก...!?" เสียงของคุณพ่อเอ่ยเรียกชื่อฉันมาน้ำเสียงตกใจ

"อื้อๆ!" ฉันจึงต้องสะบัดหัวไล่ความมึนงงเหมือนโลกหมุนนี้ไป

"....." พยายามจะปรับตาให้เข้ากับแสงแดดที่ส่องผ่านต้นลีลาวดีลงมาแต่...ก็ไม่ไหว

"นับดาว!" น้ำเสียงนี้มัน...ไม่ใช่ของคุณพ่อหนิหน่า...ก่อนที่ภาพตรงหน้าของฉันจะดับวูบไป

.

.

.

ล่ามโซ่ talk's

 

"นับดาว!" ผมเรียกคนร่างบางที่กำลังจะล้มลงหมดสติบนพื้นไปแต่ดีที่ผมเข้าไปรับตัวของนับดาวทัน

"ล่ามโซ่! พานับดาวไปที่บ้านก่อนเลย" พ่อของนับดาวพูดขึ้นมา

"ครับ!" ผมตอบรับท่านไป ก่อนที่จะอุ้มนับดาวขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวและพานับดาวไปที่บ้านของเธอ

 

@บ้านสวนลีลาวดี บนห้องนอนของนับดาว เวลา08:45น.

 

"แม่สายใจโทรตามคุณหมอประจำบ้านมาซิ" คุณย่าของนับดาวพูดกับคุณน้าคนหนึ่ง

"ค่ะ คุณแม่"

"นับดาวครับ..." ผมเรียกนับดาวไปเสียงแผ่วเบา

 

การได้นั่งมองหน้าคนที่ผมรักถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถตอบรับผมได้มันมีความสุขมากก็จริงแต่ว่า...ถ้าเธอกำลังเจ็บปวดอยู่แบบนี้ผมก็อยากที่จะไปเป็นเธอแทน ทุกคนเข้าใจผมใช่ไหมครับ?

 

"เธอคือคนที่ซื้อสร้อยเพชรสีชมพูให้หลานสาวฉันสินะ" หืม? ห๊ะ!? แล้วคุณย่าของนับดาวรู้ได้ยังไงว๊ะ?

"ครับ...ผมเอง" ผมก็ยอมรับไปสิครับ

"ลงไปคุยกับฉันข้างล่าง" น้ำเสียงนิ่งๆแต่ยิ่งใหญ่ของคุณย่านับดาวเอ่ยสั่งผมมา

"เอ่อ...แต่ว่า..." ผมหันหน้าไปมองหน้าย่าก่อนที่จะหันไปมองหน้าของพ่อของนับดาว

"ไปเถอะล่ามโซ่ คุณแม่ใจดี" แต่ทันทีที่คุณพ่อพูดจบ

"ไม่ดี! โดยเฉพาะกับไอ้คนที่มันย่ำยีหลานสาวฉัน!" คุณย่าก็ตวาดขึ้นมาทันที

"....." ผมมองหน้าท่านเงียบ

 

แล้วกูเลือกอะไรได้ไหม? เลือกที่จะไม่ไปได้ป่าวว๊ะ? ในเมื่อเลือกไม่ได้ผมก็ต้องลงไปคุยกับท่านอย่างเลี่ยงไม่ได้นั่นแหละ

 

@ห้องรับแขก เวลา08:50น.

 

"เอ่อ...คุณย่ามีอะไรจะคุยกับผมหรือเปล่าครับ?" ผมถามท่านไป ถือวิสาสะมากไปป่าวว๊ะ? เรียกท่านว่าคุณย่าเนี้ย

"ลูกเต้าเหล่าใคร?" ท่านถามผมมาพร้อมกับตอบคำถามผมมาในตัวเลยอ่ะนะ

"ผมไม่มีพ่อแม่ครับ เป็นเด็กกำพร้าที่มาจากบ้านแสงดาวหน่ะครับ" ทันทีที่ผมตอบจบดวงตาของท่านก็เปิดกว้างด้วยความตกใจในทันที

"บ่ะ..บ้านหลังนั้นหรอ? แล้วเธอได้ถูกส่งไปขายที่ไหนหรือเปล่า?"

"เปล่าครับ ผมขอออกมาก่อนหน่ะครับ"

"อ่า...หรอ? แล้วรู้จักกับนับดาวได้ยังไง?" หืม?

"รู้จักตั้งแต่เด็กๆแล้วครับ พอเริ่มจำความได้ก็มีนับดาวคอยเล่นด้วยกันตลอดเลย" ผมตอบไปตามความจริง

 

ตั้งแต่เริ่มจำความได้ผมก็ชอบนับดาวเลยครับ ความรักของผมอ่ะมันคงทนมากนะครับจะบอกให้

 

"แล้วเธอเอาเงินจากที่ไหนมาซื้อเพชรราคาหลายสิบล้านให้หลานสาวฉัน?"

"พอดีผมทำธุรกิจส่วนตัวอยู่หน่ะครับ ก็เลยมีเงินซื้อมาได้"

"ธุรกิจอะไรจะได้เงินเยอะแยะขนาดนั้น?"

"เปิดห้างครับ"

"ใช้ต้นทุนเยอะก่อนหน้านั้นเธอทำงานอะไร?" นี่ท่านกำลังซักประวัติผมสินะ

"ประวัติของผมหน่ะ ไม่ดีเหมือนใครหรอกครับ แต่...สิ่งที่ผมอยากจะให้คุณย่าได้รู้ไว้คือ...ผมไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฏหมายแน่นอนและผมรักหลานสาวคุณย่าจริงๆครับ!" ผมพูดไปน้ำเสียงจริงจัง

"แล้วฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอจะรักหลานสาวของฉันจริงๆ?" 

"นั่นสินะครับ แค่คำพูดคงจะพิสูจน์ไม่ได้สินะครับ งั้นผมจะไม่พูดให้คุณย่าจำแต่ผมจะทำให้คุณย่าดูว่า...ผมจะรักนับดาวจริงๆและจะรักนับดาวคนเดียวตลอดไป" ผมพูดจบคุณย่าของนับดาวก็มองหน้าผมนิ่งๆ

"คุณแม่คะ คุณหมอมาแล้วค่ะ" เสียงของคุณน้าคนนั้นพูดขึ้นมา

"อืม พาขึ้นไปตรวจนับดาวเลยและเธอก็อยู่ด้วยนะแม่สายใจ"

"ค่ะ คุณแม่" ทันทีที่คุณน้าคนนั้นตอบรับคำเสร็จก็เดินขึ้นไปข้างบนในทันที

"....." และในห้องนี้ก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งนึง

"เธอจำเป็นต้องซื้อของแพงๆอย่างเพชรสีชมพูให้นับดาวเลยหรอ? คิดว่าหลานสาวของฉันซื้อได้ด้วยเงินหรือไง!?" ท่านเริ่มขึ้นเสียงหงุดหงิดถามผมมา

"เปล่านะครับ ผมแค่คิดว่า...นับดาวควรจะได้สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตอบแทนความรักบริสุทธิ์ที่เธอมีให้กับผม" ผมตอบท่านไป

"ผมให้นับดาวในวันที่ผมขอนับดาวแต่งงานแต่เธอปฏิเสษผมและก็โยนมันทิ้งลงน้ำทะเลครับ" ผมพูดไป

"แล้วเธอไม่รู้สึกเสียดายเลยหรอ? เพชรสีชมพูราคาตั้งเป็นสิบสิบล้านไม่ใช่หรอ? ทำไมเธอถึงไม่เลิกตามตื้อนับดาวสักทีหล่ะ? ทั้งๆที่ผู้หญิงบนโลกนี้ก็มีอีกตั้งเยอะแยะทำไมเธอถึงไม่ไปหา?" เหอะ! ทำไมท่านถึงถามคำถามนี้ว๊ะครับ?

"ผู้หญิงบนโลกนี้มีเยอะแยะก็จริงแต่คนที่ผมรักจริงๆมีแค่นับดาวคนเดียวครับ เพชรสีชมพูก็เป็นเพียงแค่ของแทนใจแต่...หัวใจของผมอยู่ที่นับดาวอยู่แล้วครับ"

"หึ! ฉันนึกว่าฉันกำลังดูละครอยู่นะ เธอคิดว่าความรักที่เธอมีให้กับนับดาวแบบนี้จะอยู่อีกกี่ปี? ในเมื่อเดี๋ยวหลานสาวของฉันก็ต้องแก่หรือไม่ก็ตายก่อนแก่เธอคิดว่าจะรักนับดาวได้นานขนาดไหนกันหล่ะ?"

"ถ้าถามว่าจะรักนับดาวแบบนี้ได้กี่ปีผมไม่สามารถระบุได้หรอกนะครับว่าจะรักเธอได้นานแค่ไหนแต่ถ้าถามว่าในตอนนี้ผมรักใคร คำตอบเดียวในใจคือนับดาวครับ และผมเชื่อว่า...ผมจะสามารถรักนับดาวแบบนี้ได้ต่อไปเรื่อยๆครับเหมือนอย่างที่ผมรักเธอเพียงคนเดียวมาโดยตลอด! เธอแก่ผมก็แก่ด้วย" ผมตอบไปพร้อมมองหน้าท่านด้วยสายตาจริงจังเทียบเท่ากับน้ำเสียง

"แล้วนับดาวหล่ะ? หลานสาวฉันได้รักเธอหรือเปล่า? อย่าเอาคำพูดสวยหรูพวกนี้มาพูดกับฉันเลยเอาไปพูดกับนับดาวให้หลานสาวฉันเปลี่ยนใจมารักเธอดีกว่า"

 

เอ๊!? ก็ท่านถามผม ผมก็ตอบไปตามความจริงไหมว๊ะ? เฮ้อ~ เอาใจเมียว่ายากแล้วเอาใจย่าเมียยิ่งยากกว่า มาหาว่าผมใช้คำพูดสวยหรูเฉยเลยครับ ทั้งๆที่ผมก็พูดไปตามที่ใจคิดอ่ะ ไม่รู้เว้ย! กูพูดเพราะใจสั่งให้พูด

 

"คุณแม่คะ? เกิดเรื่องแล้วค่ะ!" คุณน้าคนนั้นเดินลงมาจากบรรไดตอนไหนผมก็ไม่ได้ยินแต่ก็มาบอกคุณย่าของนับดาวด้วยน้ำเสียงตกใจ

"หืม? มีเรื่องอะไรสายใจ!?" คุณย่าของนับดาวก็ถามไปด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกัน

 

End ep.39

.

.

.

.

.

{To be continue}

 

"ขอโทษทีนะคะ ไม่ทราบว่ามีคนอยู่หรือเปล่าคะ?"

 

Talk

 

อ่า...อิไรท์ลืมอีกแล้วค่ะ ให้อภัยไรท์ด้วยคร้าบ

 

เกิดอะไรขึ้นกับนับดาวนะ? 55555

อิพี่โซ่เมิงแน่มากเลยรู้ป้ะที่เข้ามาทางนี้ แบบนี้เขาเรียกว่า เข้าตามตรอกออกตามประตู

.....

 

อิพี่เป็นเด็กวัดใส่เสื้อลายสก็อตมาเลยจ้า ส่ายหน้าเบะปากเหมือนจะร้องไห้ยังไง ดูตามรูปเลยค่ะ นับดาวหนูจะมีดอกไม้ทัดหูตลอดไม่ได้นะคะเพราะมันจะสวยเกินไป 55555

.....

 

ตอนหน้าจบแล้วนะคะ ง่าาา~ จะจบแล้วอ่ะ และอิไรท์เตอร์ก็โม้ไว้ซ๊ะเยอะเลยนะว่านับดาวร้ายกว่าขิงสรุปนับดาวไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะเป็นกรรมตามทันเองล้วนๆ

.....

 

ฝากติดตามอ่านตอนต่อไปกันด้วยนะคะ

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว