ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 การต้อนรับสะใภ้ของภพมาร

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 การต้อนรับสะใภ้ของภพมาร

คำค้น : วายจีน 18+ yaoi นิยายวาย ท้องได้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.พ. 2563 16:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 การต้อนรับสะใภ้ของภพมาร
แบบอักษร

ตอนที่ 11 การต้อนรับสะใภ้ของภพมาร 

 

"อืมมมม " เจ้าจิ้งจอกหิมะลืมตาขึ้นมาเช้านี้เสี่ยวเฟิงรู้สึกไม่ค่อยสดชื่นนัก คงเป็นเพราะเมื่อคืนเขาฝันร้ายอีกแล้ว ฝันถึงเรื่องราวในอดีตที่ฝังลึกอยู่ภายในใจเกินกว่าจะลืมได้

"ตื่นแล้วรึ มีภรรยาบ้านไหนตื่นทีหลังสามีเหมือนเจ้าบ้างเสี่ยวเฟิง" คิ้วงามขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินเสียงของรัชทายาทมาร เสี่ยวเฟิงรู้สึกหงุดหงิดตั้งแต่ตื่นนอนช่างต่างกับหลี่จิ้งที่ดูจะอารมณ์ดีเสียเหลือเกิน

"เจ้า! " ให้ข้าอยู่อย่างสงบสักวันไม่ได้หรืออย่างไร!

"ถือว่าเจ้าโชคดีที่มีสามีอย่างข้า เพราะไม่เพียงไม่ถือสาเจ้า แต่ข้ายังพาลูกไปแต่งตัวรอเจ้าตื่นมากินข้าวพร้อมกันอีกด้วย ลุกขึ้นเร็วเข้าเสี่ยวไป๋หิวมากแล้ว" หลี่จิ้งเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี เพราะก่อนจะปลุกร่างบางเขาแอบได้กินเต้าหู้เจ้าจิ้งจอกดื้อเสียจนอิ่มหนำสำราญแล้ว ในเมื่อเขาอุตส่าห์มาปลุกถึงเตียงก็ต้องมีค่าตอบแทนกันบ้าง

 

 

เสี่ยวเฟิงตามออกมาทั้งหน้าตาบึ้งตึง เพราะตื่นขึ้นมาก็ต้องเจอหน้าหลี่จิ้งแล้ว วันนี้ทั้งวันเขาคงพบเจอแต่โชคร้ายเป็นแน่ แล้วก็เป็นอย่างที่เสี่ยวเฟิงคิดไว้ไม่มีผิด.....ยังไม่ทันได้คีบอาหารเข้าปากเรื่องก็วิ่งมาหาเขาจนได้

 

 

"ทูลองค์รัชทายาทฝ่าบาทมีรับสั่งให้พาพระชายาและองค์ชายเสี่ยวไป๋เข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ" มู่หรงมารรับใช้ของราชาหลี่เฉินเข้ามารายงานถึงโต๊ะอาหาร

"กลับไปทูลฝ่าบาทว่าวันนี้ข้ายังไม่ว่างพาพวกเขาไป" หลี่จิ้งคีบอาหารใส่จานของลูกชายโดยหาได้ใส่ใจคนของราชาภพมาร

"ฝ่าบาททรงทราบว่าองค์รัชทายาทมีราชกิจล้นมือ ทรงตรัสว่าหากองค์รัชทายาทไม่ว่างก็ให้พระชายากับองค์ชายไปพบเพียงสองคน ไม่ต้องรบกวนองค์รัชทายาทก็ได้พ่ะย่ะค่ะ" คำพูดฟังดูเกรงอกเกรงใจแต่ความหมายนั้นตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง

มือที่กำลังคีบอาหารใส่จานให้เสี่ยวไป๋ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่หลี่จิ้งจะตอบรับคำเชิญของราชาภพมารด้วยท่าทีเรียบเฉยเช่นเดิม

 

"เช่นนั้นก็ไปทูลเสด็จพ่อว่าหลังจากกินข้าวเสร็จแล้วข้าจะพาพระชายากับองค์ชายไปเข้าเฝ้า"

"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ" มารมู่หรงรับคำ

คนของราชาหลี่เฉินกลับไปแล้ว เสี่ยวเฟิงสังเกตว่าบรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดลง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มารเจ้าเล่ห์ยังอารมณ์ดีที่ได้แกล้งเขาอยู่แท้ๆ

"ให้คนไปตามอวี้หลันมา บอกด้วยว่าเตรียมตัวให้พร้อม" หลี่จิ้งออกคำสั่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเสี่ยวเฟิงจนร่างบางทำตัวไม่ถูก เขาไม่ชินกับสายตาห่วงใยที่รัชทายาทมารส่งมาให้เช่นนี้

"ทะทำไมถึงมองข้าอย่างนั้น" เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวเฟิงถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจนัก

"ไม่มีอะไรหรอก กินข้าวเถอะ เจ้าผอมลงมากเวลาข้ากอดแล้วไม่นิ่มมือเหมือนเมื่อก่อน"

"เจ้าอยากตายรึไง" เสี่ยวเฟิงกัดฟันด่าเบาๆ เพราะเสี่ยวไป๋ก็อยู่ด้วยเขาไม่อยากให้ลูกได้ยินแต่ก็อดไม่ได้

"หึหึ" หลี่จิ้งรู้สึกมีความสุขยามที่ได้กลั่นแกล้งเจ้าจิ้งจอกดื้อตัวนี้ยิ่งนัก

 

บรรยากาศกลับมาปกติอีกครั้ง หลี่จิ้งยังเอ่ยหยอกล้อเสี่ยวเฟิงมือก็คีบอาหารใส่จานให้ไม่หยุดจนเมื่อสองแม่ลูกกินข้าวเสร็จ อวี้หลันก็มาถึงตำหนักของเขาพอดี เขาจึงปลีกตัวมาออกสนทนากับญาติฝั่งมารดาตามลำพัง

"เกิดอะไรขึ้นเหตุใดเจ้าถึงให้ข้าเตรียมตัว" มารพิษถามหลานชายด้วยสีหน้าปกติ แต่ความจริงแล้วเขารีบร้อนจนหยิบยาผิดขวด แทนที่จะเป็นพวกยารักษาแต่กลับเป็นยาพิษร้ายแรงเสียนี่

"กันไว้ก่อน"

"กันอะไร" มารพิษอวี้หลันถามขึ้น

"เสด็จพ่อให้ข้าพาเสี่ยวเฟิงกับเสี่ยวไป๋ไปเข้าเฝ้า เขาต้องมีแผนอะไรอยู่แน่ ท่านรออยู่ที่ตำหนักข้าหากเกิดอะไรขึ้นจะได้รับมือได้ทัน" น้ำเสียงของหลี่จิ้งนั้นเรียบนิ่งแต่ภายในใจกำลังเป็นห่วงจิ้งจอกสองแม่ลูกอยู่ไม่น้อย

"เจ้ามารเฒ่านั่นคิดจะทำอะไรอีก" อวี้หลันนั้นเกลียดราชามารหลี่เฉินเข้ากระดูกดำ เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใด แม่ของหลี่จิ้งจึงได้ปักใจรักในตัวของหลี่เฉินนักหนา เจ้ามารโลภมากพันนั้นมีอะไรดีกัน!

"ยังไม่รู้ แต่คงไม่เป็นผลดีกับเสี่ยวเฟิงแล้วก็เสี่ยวไป๋แน่"

"เจ้าควรเตือนให้เสี่ยวเฟิงระวังตัว" มารพิษเตือนหลานชายให้บอกเรื่องที่ควรรู้ในภพมารกับชายาของเขาเอาไว้

"แต่บางที เจ้าอาจจะต้องระวังเสี่ยวเฟิงเอาไว้ด้วย"

"หมายความว่ายังไง" คิ้วของหลี่จิ้งขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินที่อวี้หลันพูดเช่นนั้น

"หากเจ้ามารเฒ่านั่นคิดใช้เสี่ยวเฟิงเป็นเครื่องมือทำร้ายเจ้า แบบนี้ไม่อันตรายกว่าหรือ....จากที่ข้าดูตอนนี้เสี่ยวเฟิงเองก็คงอยากจะฆ่าเจ้าอยู่เหมือนกัน"

 

แม้ว่ามารอวี้หลันจะไม่รู้จักนิสัยชายาของหลานชายดีนัก แต่จากที่ผ่านมาความสัมพันของหลี่จิ้งกับเสี่ยวเฟิงดูคลายจะเป็นศัตรูกันมากว่าคู่รัก ถ้าหากราชาหลี่เฉินใช้เสี่ยวเฟิงกำจัดรัชทายาทของตัวเอง ต่อให้เป็นหลี่จิ้งก็ย่อมมีโอกาสพลาดได้เช่นกัน

"......" รัชทายาทมารยังนิ่งเงียบ เพราะสิ่งที่อวี้หลันคาดเดานั้นไม่ผิดแม้แต่นิด

"ข้าเดาว่าเจ้ายังเอาชนะใจเสี่ยวเฟิงไม่ได้ ดังนั้นการที่เขาจะร่วมมือกับหลี่เฉินก็มีโอกาสเป็นไปได้มาก หากพ่อของเจ้ามีข้อแลกเปลี่ยนที่น่าพอใจ....อย่างเช่น ส่งพวกเขากลับพิภพสัตว์เทพ" อวี้หลันลูบคางมนของตัวเองอย่างใช้ความคิด ตอนนี้สถานการณ์ในภพมารนั้นตึงเครียด เหล่าขุนนาง แม่ทัพมาร แบ่งกันออกเป็นหลายฝ่าย มิตรฝ่ายเขาก็มีแต่ศัตรูก็มากโขอยู่เหนือนกัน

"พวกเขาต้องอยู่ที่นี่!"หลี่จิ้งเผลอตวาดออกมาโดยไม่รู้ตัว ไม่คิดว่าเมื่อเป็นเรื่องของจิ้งจอกสองแม่ลูก อารมณ์ของเขาจะอ่อนไหวถึงเพียงนี้

"เสด็จพ่อไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ "

"ก็ถูกของเจ้า คนอย่างมารเฒ่าหลี่เฉินที่หวงบัลลังก์ยิ่งกว่าสิ่งใด แล้วเขาจะปล่อยเสี่ยวไป๋น้อยไปอย่างนั้นหรือ"

"ตอนนี้เขายังไม่กล้าแน่" หลี่จิ้งตอบอย่างมั่นใจแต่ก็ไม่ได้ประมาทราชาหลี่เฉินเช่นกัน

"ข้าก็หวังว่าคนของเจ้าจะเลือกถูกฝั่ง เพราะหากเสี่ยวเฟิงเลือกเข้าร่วมกับหลี่เฉิน ข้าจะไม่ปล่อยเขาเอาไว้แน่" มารพิษเอ่ยอย่างจริงจัง

"ห้ามแตะต้องเสี่ยวเฟิง.....หากถึงวันนั้นข้าจะเป็นคนจัดการเอง" หลี่จิ้งเอ่ยวาจาหนักแน่น เจ้าจิ้งจอกดื้อตัวนั้นมีเขาแตะได้เพียงผู้เดียว

"หึหึ เจ้าจิ้งจอกตัวนี้ทำหลานชายข้าเปลี่ยนไปมากทีเดียว" มารพิษยกยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อก่อนหลี่จิ้งเป็นพวกชอบทำอะไรตามใจ ใครจะอยู่หรือตายก็หาได้สนใจ

"พูดมาก คนที่ถูกแแม่ข้าหักอก แล้วยังกล้ามาสอนเรื่องความรักกับข้า" รัชทายาทมารเองก็เจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน

"เจ้าเด็กนี่ นั่นมันตอนที่ข้ายังเด็กต่างหากเล่า" อวี้หลันมีท่าทีเลิ่กลั่กเมื่อหลานชายเอ่ยถึงเรื่องในอดีตของตนเอง

 

น้อยคนที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้วมารพิษอวี้หลันหาใช่น้าแท้ๆ ของรัชทายาทมาร ความจริงแล้วแม่ของหลี่จิ้งเก็บมารกำพร้าตนหนึ่งมาเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ อวี้หลันเคยบอกว่าจะให้แม่ของหลี่จิ้งเป็นเจ้าสาว น่าเสียดายที่นางตกหลุมรักราชาภพมารไปแล้ว แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังพักดีต่อนาง

ก่อนนางจากไปเขารับปากจะดูแลหลี่จิ้งให้ดี ในตอนนั้นมารน้อยหลี่จิ้งน่าเอ็นดูมากทีเดียว ใครจะคาดคิดเล่าว่าพอโตขึ้นจะกลายเป็นมารมากเล่ห์เช่นนี้ แต่ก็โทษเขาไม่ได้ต้องโทษที่หลี่จิ้งมีพ่อเช่นเจ้ามารเฒ่านั่น! เพราะหากหลี่จิ้งใสซื่อไร้พิษสงจะเอาชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร

"แล้วเจ้าจะพาพวกเขาไปจริงหรือ หากว่าหลี่เฉินคิดจะทำอะไรพวกเขา...."

"เผ่าพันธุ์มารก็คงถึงคราวต้องเปลี่ยนราชา" รัชทายาทมารเอ่ยเสียงเย็นเยือก ที่ผ่านมาเขาไม่คิดอยากครอบครองภพมารแต่หากบิดาของเขายังไม่หยุด เขาก็ไม่อาจอยู่เฉยได้อีก

 

เรื่องราวภายในภพมานั้นซับซ้อนแต่ความสัมพันธ์ระหว่างรัชทายาทกับราชาของภพมารนั้นเรียบง่ายกว่ามาก บิดาสอนให้เขารู้ว่า 'ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะมีชีวิตรอด ไม่สนว่าต้องฆ่าใคร โลกของมารก็เป็นเช่นนี้......'

 

50%

 

ลมหายใจของเสี่ยวเฟิงเริ่มติดขัดเพียงแค่ยืนอยู่หน้าประตูของราชามาร เขตแดนที่บ่งบอกถึงอำนาจสูงสุดของหมู่มารทั้งบวง หากไม่ได้อยู่ด้านหลังของหลี่จิ้งเขาคงไม่สามารถยืนอยู่ได้ ต่างกับเสี่ยวไป๋ที่จูงมือเดินข้างบิดาโดยไม่รู้สึกอะไรเลย คงเป็นเพราะว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยมีสายเลือดของรัชทายาทมารอยู่ในตัวจึงสามารถซึมซับไอมารได้ ต่างจากมารดาที่อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ

 

"แฮ่กๆๆ" เสี่ยวเฟิงหอบหายใจน้อยๆ เหงื่อยเริ่มซึมไปทั่วกรอบหน้า เขาก็รู้สึกถึงไอมารเข้มข้นที่อบอวนไปทั่วบริเวณ ไม่ว่าอย่างไรภพมารก็เป็นสถานที่ที่เขาไม่ควรมายู่จริงๆ

หลี่จิ้งหันมาสบตากับร่างบางที่สีหน้าไม่สู้ดีนักในมือของเขาถือสร้อยรูปร่างคล้ายหินอะไรสักอย่าง ยามสะท้อนแสงจะกลายสีแดงเข้มวาววับ รัชทายาทมารไม่ได้อธิบายอะไรเขาคล้องสร้อยเส้นนั้นไว้ที่คอของเสี่ยวเฟิงอาการอึดอัดเมื่อครู่ก็หายไปในทันที

 

"อัญมณีเลือด สวมไว้กับตัวตลอดอย่าได้ถอดออกมา เจ้าเป็นสัตว์เทพสายเลือดบริสุทธิ์หากอยู่ในภพมานนานๆจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ สร้อยเส้นนี้จะช่วยเจ้าได้"

"ข้าไม่คิดจะอยู่ที่นี่นานนักหรอก" เสี่ยวเฟิงบัดมือของหลี่จิ้งที่คลอเครียอยู่กับพวงแก้มของเขาออก แต่ก็ยอมสวมสร้อยเส้นที่หลี่จิ้งให้แต่โดยดี

"หากคิดว่าไปได้ก็ลองดู" เห็นรอยยิ้มกวนโทสะของมารหนุ่มแล้วเสี่ยวเฟิงแทบอยากจะกระชากสร้อยทิ้งเสียตั้งแต่ตรงนั้นแต่ติดที่ว่ามันดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ออก

"หลี่จิ้งถอดออกให้ข้าเดี๋ยวนี้นะ!"

"หึหึ ไม่ถอด เป็นจิ้งจอกน้อยมีเจ้าของคนอื่นจะได้ไม่กล้ายุ่งกับเจ้าอย่างไรเล่า" ชายาส่งสายตาอาฆาตมาให้แต่หลี่จิ้งกลับหัวเราะชอบใจ

 

เขาไม่ได้บอกเรื่องของอัญมณีเลือดกับเสี่ยวเฟิงไปทั้งหมด แท้จริงแล้วอัญมณีเลือดกลั่นมาจากเลือดของเขาเอง ไม่เพียงจะทำให้เสี่ยวเฟิงใช้ชีวิตในภพมารได้ แต่ยังช่วยป้องกันอันตรายจากมารที่มีชนชั้นต่ำกว่าเขาได้อีกด้วย ใครเล่าจะกล้าแตะต้องคนของรัชทายาทมารผู้นี้ ยกเว้นก็เพียงผู้ที่อยู่หลังประตูบานนี้เท่านั้น.......

"ในเมื่อมาถึงแล้วใยจึงไม่เข้ามาเล่า" เสียงทรงอำนาจอยู่เบื้องหลังประตูดังขึ้น ทำให้อารมณ์ของเสี่ยวเฟิงสงบลงทันที 

"ท่านพ่อ ท่านปู่ดุมากไหมขอรับ" เด็กน้อยถามอย่างไร้เดียงสา

"เข้าไปเจ้าก็จะรู้เอง" เพราะแม้แต่ตัวเขาก็ไม่อาจบอกได้ว่าราชาภพมารเป็นคนเช่นไรกันแน่

เสี่ยวเฟิงสังเกตว่าหลี่จริงท่าทีเปลี่ยนไป นัยต์ตาคูนั้นสะท้อนความรู้สึกบ้างอย่างออกมายามที่เอ่ยถึงราชาหลี่เฉินจนแม้แต่คนนอกอย่างเขายังสัมผัสได้ เพียงแต่เขาบอกไม่ได้ว่าเป็นความรู้สึกแบบไหน เพราะบางครั้งนัยน์ตาของรัชทายาทมารก็มีความเจ็บปวดแฝงอยู่ในนั้น

 

เมื่อประตูเปิดออกเสี่ยวเฟิงก็ได้พบกับเจ้าแห่งภพมาร ราชาหลี่เฉิน ครั้งก่อนเขาได้ยินเพียงเสียงเท่านั้น แต่เขายังจำได้ดีว่าวันนั้นราชาหลี่เฉินเป็นคนสั่งให้หลี่จิ้งกำจัดองค์รัชทายาทเฟยหลงที่อยู่ในท้องของพระชายาไป่เหอ คนที่ฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กบริสุทธิ์หน้าตาเป็นเช่นนี้นี่เอง

"เสด็จพ่อลูกพาเสี่ยวเฟิงแล้วก็เสี่ยวไป๋มาเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ"

"สายเลือดของศัตรู จิ้งจอกพวกนี้มีค่ามากพอใหเจ้ายอมสงบศึกกับพิภพสัตว์เทพเลยหรือ" ช่างเป็นคำทักทายที่เสียดแทงหัวใจของเสี่ยวเฟิงได้ดียิ่งนัก

 คิดว่าเขาอยากอยู่ที่นี่หรือไร ลูกชายของท่านนั่นแหละที่ลากข้ามา!

 

เสี่ยวเฟิงได้แต่ขบกรามแน่เพื่อระบายความโกรธ มารสองพ่อลูกนี่ช่างทำให้เขาเกลียดได้ไม่ต่างกันเลย อารมณ์ของเสี่ยวเฟิงกำลังประทุขึ้นเรื่อยๆ แต่คำพูดของหลี่จิ้งกลับทำให้รู้สึกใจสั่นอย่างน่าประหลาด คนที่ยืนเคียงข้างเอ่ยวาจาออกมาชัดเจน จนยังสะท้อนอยู่ในใจของเขาไม่หยุด....

"พวกเขามีค่ากว่านั้นมากพ่ะย่ะค่ะ"

ความคิดเห็น