ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 04 #A-accept

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.พ. 2563 13:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
04 #A-accept
แบบอักษร

“มาแล้วครับบบบ” ผมเดินเข้าบ้านยิ้มแย้มแจ่มใส

“ทางบ้านโทรมาหรอลูก” แม่เซฟถาม

“พี่ชายครับ โทรมาให้กลับบ้านก่อนสามทุ่ม”

“งั้นมึงก็รีบกิน กินเสร็จละกูไปส่ง”

“ไม่ต้องรีบเว้ย กูบอกพี่ละว่าจะไปนอนหอเดียวกับไอ้ต้า” ผมตักข้างเข้าปาก

“หื้มมม แม่ครับอร่อยมากเลยครับ” ผมตักกับข้าวใส่จาน ชิมทุกเมนูคือมันอร่อยทุกอันเลยเว้ยกินแล้วผมอยากจะห่อกลับบ้านไม่ก็เอาแม่มาทำข้าวให้กินทุกมื้อ

“อันที่แม่ทำทำไมมันไม่อร่อยออกหน้าบ้างอะ” แม่เซฟถามผมพร้อมยิ้มเล็กยิ้มน้อย

“อันที่มึงกินอันแรกแล้วอร่อยอะ อันนั้นกูทำ”

“เฮ้ยไอ้เพื่อนเซฟ มึงทำได้ดีขนาดนี้แม่ต้องคายตะขาบให้มึงสืบต่อแน่ๆ” รู้เลยครับว่าลูกใครทำอร่อยทั้งแม่ทั้งลูก

“ยายก็ทำอร่อยนะเจ้าลูกคุณหนู” คุณยายจับมือผมพร้อมยิ้มให้

“ทำอร่อยกันทั้งบ้านเลยนะครับเนี้ย” ผมจับมือยายแล้วเอามาแนบหน้าผมคุณยายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เอามืออีกข้างมาจับหน้าของผม ยายน้ำตาไหล

“ยาย! ยายเป็นไรครับ” เซฟลุกขึ้นมาเดินไปด้านหลังยายแล้วจับไหลทั้งสองข้างของยายไว้

“จี น้องจี” ยายน้ำตาไหลหนักกว่าเดิมผมรู้สึกได้ถึงความสั่นที่มือของยายมือยายสั่นมากพลางลูบหน้าผมไปมา

“แม่คะ” แม่เซฟเดินมาดูด้วยอีกคน

“น้องจีไม่กลับบ้านหรอลูก กินเยอะๆนะกลับบ้านดีๆ” ยายลดมือลงพลางควานหาตัวเซฟเมื่อเจอยายจับมือเซฟ

“ไปส่งเพื่อนดีๆนะลูก ขับขี่ปลอดภัยนะเซฟนะ” เซฟหันมามองผมหลังจากที่ยายพูดจบผมทำหน้างงและไม่ใช่แค่ผมที่งง แม่ของเซฟรวมถึงตัวเซฟเองก็งงทำสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน

“ครับยาย”

“รับปากยายนะลูก ดูแลกันดีๆนะลูกนะ”

“ครับยาย ผมสัญญา” เซฟพูดจบยายของเซฟหันมาจับมือแม่ของเซฟต่อ

“งั้นกินข้าวกันเถอะนะลูก กินกันเยอะๆนะจะได้มีแรงจะได้โตเร็วๆนะลูกนะ”

21:25 น.

‘หอพักT’

“เออ เดี๋ยวขึ้นไป” ผมวางสายลงหลังจากคุยกับต้าเพื่อนสนิทอีกคนของผมเราสองคนเรียนคณะเดียวกัน ผมกับไอ้เซฟรู้จักกันก็ผ่านมันนี่แหละที่แนะนำให้

“ให้กูขึ้นไปส่งปะ” เซฟถามตอนนี้ผมอยู่หน้าหอ(หอที่อยู่เป็นหอนอก)

“มึงจะขึ้นไปเยี่ยมไอ้ต้าหรอวะ”

“เปล่า ก็เผื่อมึงอยากให้กูไปส่งไงเหมือนที่ยายกูพูดไว้อะ”

“เออพูดถึงยายมึง กูยังสงสัยอยู่เลยว่ายายร้องไห้ทำไมวะ” ผมทำหน้าคิดซึ่งเรื่องนี้มันก็หน้าคิดอยู่เหมือนกันนะหลังจากที่ยายพูดเรื่องนี้จบยายก็ทำตัวปกติกินข้าวชวนคุยต่างๆนาๆเหมือนปกติ ผมก็ป้อนข้าวยายยายก็ยิ้มให้แล้วบอกผมว่าเก่งจริงๆโตขึ้นเยอะเลย ‘คิดแล้วก็ขำ’ ผมยิ้มขึ้น เหมือนกับยายหมายถึงยิ่งกินก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆซึ่งผมคิดว่ามันน่ารักดี

“ยิ้มห่าไรของมึง เดี๋ยวก็เครียดเดี๋ยวก็ยิ้มเป็นไบโพลาหรอวะ” เซฟมองหน้าผมงงๆ

“ก็ครอบครัวมึงอะ อยู่ด้วยแล้วอบอุ่นดี” ผมยิ้มให้มันพลางอิจฉามันนิดๆ

“อิจฉาอะดิ”

“เออ”

“แต่ก็อย่างที่มึงว่า ยายกูแม่งก็เล่นเอางงเหมือนกันมึงเห็นปะทั้งกูทั้งแม่คืองงกันไปหมด” ผมเดินมาข้างๆผมแล้วหมุบลงบนหลังคารถ

“ช่างมันเถอะ กูไม่คิดมากหรอกยายมึงคงเอ็นดูกูเลยน้ำตาไหลแหละ” ผมเอนตัวพิงรถหันไปมองไอ้เซฟที่หมุบอยู่

“เออๆ ไม่คิดมากก็ได้” เซฟเงยหน้าขึ้นมา

เสื้อของมันตรงคอค่อนข้างกว้างจากมุมของผมมันทำให้เห็นรอยสักที่ไหปราร้าของมัน ‘Saisawat’ ชื่อจริงของมันที่สักอยู่ กระดูกตรงไหปราร้าของมันเห็นรอยสักในแนวนูนขึ้นทำให้รอยสักสวยขึ้นกว่าเดิมทำให้ผมนึกถึงประโยคที่มันพูดขึ้นว่าทำไมถึงสักลายนี้ ‘ชื่อจริงกูเองอะ สักไว้ให้กูจำว่ากูเป็นใครสักไว้วันนี้เพราะกูในตอนนี้เข้มแข็งที่สุด’ ทำไมมันถึงทำให้ผมยิ้มขึ้นมาก็ไม่รู้ ‘มันเก็บความรู้สึกเข้มแข็งของตัวเองไว้เพื่อกอดตัวเองในตอนที่มันอ่อนแอ แม่งคำพูดมึงโคตรแมนเลยไอ้เพื่อนเวร’

“เอาอีกแล้วนะมึง ยิ้มคนเดียวอีกละให้กูพาไปหาหมอปะ”

“ก็กูดูรอยสักมึงละคิดถึงคำพูดแมนๆของมึงได้ไง กูเลยยิ้ม”

“ยิ้ม?”

“เออ ทำไมยิ้มไม่ได้หรือไงกูคนนะเว้ย” ผมพูดจบละเดินออกมา

“จะไปแล้วหรอวะ” เซฟถามขึ้น

“เออ ขอบใจเว้ยที่มาส่ง” เป็นเพื่อนกับมึงมาตั้งนานกูพึ่งเคยเห็นมุมนี้ของมึงไอ้เซฟ มุมที่มึงมันแตกต่างจากไอ้เซฟที่กูรู้จัก

กิ่งก่องงง กิ่งก่องงง

“ไอ้ต้า!”

ก๊อกก๊อกก๊อก ก๊อกก๊อกก๊อกก๊อก

“ไอ้สัสจีมึงจะเคาะให้ข้างห้องกูตื่นมาด่าหรือไงไอ้เวง” ไอ้ต้าร์เปิดประตูมาพร้อมคำด่า

“ก็กูกดกริ่งแล้วมึงไม่เปิด”

“ไอ้สัสมึงก็ให้เวลากูเดินหน่อยไม่ได้หรือไง”

“ถ้าได้ละกูจะเคาะห้องมึงหลังจากกดกริ่งหรือไง”

“โอ้ย ไอ้เวร” มันเดินเข้าห้องไป

“...” ผมมองมันเดินไอ้ต้าหันมาหาผมที่ไม่ยอมเข้าห้องมันสักที

“ให้กูจุดธูปอันเชิญมึงหรือไง้?” ปากหมาเหมือนไอ้เซฟเลยนะมึง

11:49 น.

“เฮียยยยย” ผมเดินกางแขนกว้างรอกอดจากเฮีย

“หยุดเลยไอ้จี กูหมั้นแล้วอีกอย่างพี่น้องเค้ากินกันไม่ได้”

“อะไรอะเฮียในหนังเค้ายังได้เลยบางทีเฮียกับผมอาจไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆก็ได้นะ”

“พูดขนาดนี้มึงจะเอากู?”

“หึ! คนอย่างเฮียใครจะเอา” ผมมองเฮียตั้งแต่หัวถึงตรีน

“พราวไง” เฮียเจมองหันไปหาพี่พราวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่

“พี่พราวนะพี่พราว ไม่รู้หน้ามืดตามั่วมาเอาเฮียได้ยังไง”

“ปากหรอนั้น หน้าเตะจริงๆนะปากมึงเนี้ย” เฮียเจยกตรีนขึ้นทำท่าจะเตะผม

“สองพี่น้องคู่นี้นี่ตีกันทุกวัน แต่ก่อนไม่เห็นเป็น” พี่พราวขมวดคิ้ว

“แต่ก่อนเฮียเค้าจีบพี่พราวอยู่ไงครับเลยแสร้งทำดีให้พี่พราวเห็น”

“อ้าวไอ้นี่อยากแดกตรีนจริงๆละม้างงงง” เฮียเจลุกขึ้นไล่ตีผม

“เจอย่าไปทำน้องมัน จีแค่แกล้งเฉยๆเอง”

“พราวเอาอีกแล้วอะ พราวเข้าข้างมันอีกแล้วอะ” เฮียเจหยุดไล่ผมแล้วเดินไปอ้อนพี่พราวเหมือนลูกหมา ไอ้ผมเห็นละก็มั่นไส้อยากจะอ้วกขึ้นมา ทำตัวแบ๊วเชียวนะเฮียไม่เห็นดุเหมือนตอนอยู่กับผมบ้างเลย

“จีไม่มีเรียนหรอ”

“อ่อ มีครับผมมาเอาหนังสือเดี๋ยวก็ไป”

“หอบไปให้หมดเลยนะมึง ไม่ต้องมาอยู่กับกู”

“อ้าวเฮียพูดงี้ผมก็ยิ่งอยากอยู่ต่อดิ”

“ไอ้เวง เอาอีกรอบไหมมึง” เฮียไม่อ่อนโยนอีกแล้วอะเฮียเอาแต่อยากตีน้องอะ

“ผมไปก่อนนะครับพี่พราว เดี๋ยวเพื่อนมันจะมารับกลัวเก็บของไม่ทัน” ผมไหว้ลาพี่พราวแถมเดินแล่บลิ้นใส่เฮียเจ

‘ย้อนไปวันนี้ตอน 9:02 น.’

“ฮัลโลเฮีย” ผมกดโทรหาเฮียก่อนจะไปหา

(ว่าไง มึงไม่ได้ไปก่อเรื่องไว้ใช่ไหมหะ!!)

“เฮียก็เห็นผมเป็นคนยังไง”

(เป็นเด็กเปรตไง)

“เฮียอ่าา เฮียเหยียดส่วนสูงอะ”

(ก็มึงสูง)

“ไม่ดูตัวเอง” เฮียสูงตั้ง 185 ซม

(ว่ามามีไร)

“จะไปย้ายของออก เฮียจะได้มีชีวิตคู่เต็มที่สักที”

(พึ่งคิดได้ไง?)

“เฮียอย่าพึ่งมารุนแรงสิ อ่อนโยนหน่อยก็ได้นี่น้องนะ”

(ก็เพราะว่ามึงเป็นน้องไง กูเลยกล้าใจร้ายใส่เพราะกูรู้ว่ายังไงมึงก็ไม่คิดว่ากูด่าจริง) โหย ซึ้งแบบนี้ขอไม่ซึ้งดีกว่าพี่

“แสดงว่าที่ผ่านมาเฮียด่าเล่น”

(ไม่ กูด่าจริง) ไอ้เฮียบัดซบ!!

(แล้วมึงจะเข้ามาตอนไหน ละมึงจะไปพักที่ไหน)

“เกือบๆเที่ยงแหละมีเรียนบ่าย มาอยู่ห้องข้างบนไอ้ต้าห้องมันว่างอยากอยู่สูงกว่ามัน” เอาจริงๆมันชอบซื้อโมเดลแมวมากองใส่ห้องเลยกลัวมันลามมาฝากโมเดลแมวมันที่ห้องผม

(เออ ดูแลตัวเองด้วย)

“เป็นห่วง?”

(ห่วงห้องข้างๆมึงกลัวมึงเมาแล้วเข้าไปปล้ำ) ก็ยังคีพลุคเฮียปากเสียอยู่วันเย็นค่ำ

“เฮียก็ดีๆนะเฮีย รักกันยั่งยืนนะพี่แต่งเมื่อไหร่บอก”

(เออขอบใจ มึงด้วยแต่งตอนไหนก็บอก)

“แต่งกับใครเฮียแฟนยังไม่มี”

(บอกไว้ไง คนอย่างมึงเรียนจบทำงานสิบปีก็ยังไม่มีเมียหรอกกูดูละ)

“งั้นรอเลี้ยงลูกเฮียเลย เมียไม่เอาละ”

(สัส เก็บเงินแต่งก่อน)

“ครับเฮีย ไปอาบน้ำแล้ว”

ผมวางโทรศัพท์ลงนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงไอ้ต้า ‘อีกสิบปีกกูก็ไม่มีเมียจริงๆหรอวะ’ ผมคิดไปคิดมาว่าทำไมมีแต่คนบอกว่าผมจะไม่มีเมีย ทั้งคนนอกคนในต่างก็บอกผมแบบนี้ทุกคนทั้งที่ผมออกจะหล่อนิสัยดีแถมรวยอีกต่างหาก ‘หรือกูดูแลคนอื่นไม่เก่งวะ’ อาจจะใช่ก็ได้แต่ก็อาจจะไม่ผมออกจะดูแลเพื่อนเก่งคนอื่นผมก็ดูแลเก่ง ทั้งคนแก่ เด็ก คนไข้ คนป่วย คนพิการต่างๆนาๆผมก็ออกจะดูแลเก่ง

“เป็นห่าไรของมึง กลิ้งเป็นสายไหมหอเลยนะมึง” ต้าแต่งตัวอยู่หันมาถามผม

“ต้าเอาจริงๆเลยนะ แบบจริงจัง”

“เออ ว่ามา”

“ทำไมพวกมึงคิดว่ากูจะไม่มีเมียวะ” ไม่อ้อมนะเพื่อนนะถามกันตรงๆขนาดนี้แล้ว

“ก็มึงใจดีกับทุกคน” หะ!!? แค่เนี่ยนะ

“แล้ว?”

“มึงแคร์คนอื่นไปเรื่อย เสน่ห์แรงไปเรื่อยจนคนอื่นคิดว่ามึงเจ้าชู้” กูเนี่ยนะ!?

“อีกอย่างมึงแม่งก็ไม่เห็นจะเข้าหาใครก่อนเลย”

“กูเข้าหาเว้ย เข้าไปคุยไปทักกูเข้าหาคนอื่นออกจะบ่อย” ข้อนี้ผมขอเถียงครับคุณเพื่อน

“แล้วไง เข้าไปแบบที่จะจีบปะ” เอ่อออ ก็ไม่

“...” กูไม่ได้ชอบนี่จะเข้าไปแบบจีบเพื่อ

“มึงไม่ชอบใครสักทีไง แล้วชาติไหนมึงจะมีเมีย” ชาตินี้แหละเพื่อนเอ๋ยแค่ไม่รู้จะตอนไหน

“เจอคนที่ชอบเมื่อไหร่กูว่าตอนนั้นมึงคงสามสิบสี่สิบละ หมดน้ำยา”

“สัส ขึ้นเลยนะเรื่องหมดน้ำยา” ผมไม่เคยใช้กับใครแต่ผมมั่นใจว่ามันเร่งแรงนะครับ

“กูก็พูดไปงั้นแหละ รีบทำไมวะชีวิตมึงอยากได้เมียแล้วหรือไง?”

“ยัง”

“เออ งั้นก็ไม่ต้องเครียดไปอาบน้ำไปมึงกูนัดสาวไว้” สัสขยี้ใจกู

 

ใบมิ้นตั้น🌼: เรื่องไปไม่ถึงไหนเลยค่ะ555 ตอนนี้ใบมิ้นตั้นพยายามเขียนให้ยาวๆกว่าตอนที่ผ่านมานะคะเพราะรู้สึกว่าตอนที่ผ่านๆมาสั้นเหลือเกินㅠㅅㅠ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาดูนะคะ/ถึงอาจจะแค่เลื่อนผ่านมาเจอก็ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ใบมิ้นตั้นตั้งใจเขียนมากๆเลยนะคะฝากช่องยูทูป saveg ของคู่นี้ด้วยนะคะ//กราบงามๆ

ความคิดเห็น