email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

อ่านแล้วระวังจะตกเป็นเหยื่อของพ่อเสือเลออนล่ะ หุหุ

ตอนที่ 45 สมาชิกใหม่ของบ้าน nc นิดๆ (rewrite)

ชื่อตอน : ตอนที่ 45 สมาชิกใหม่ของบ้าน nc นิดๆ (rewrite)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 46.1k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2563 14:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 45 สมาชิกใหม่ของบ้าน nc นิดๆ (rewrite)
แบบอักษร

ตอนที่ 45  

โดย แยมขนมปัง 

 

 

 

 

“โอ้โห!!! บ้างหลังใหญ่จังเลยฮะ เหมืองวังเลย อาทอยดูสิๆๆๆ”  

เสียงสดใสของเด็กน้อยเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้นกับสถานที่แปลกตาตรงหน้าที่เขามาเป็นครั้งแรก มือเล็กก็จับดึงมือเรียวของทอยไม่วางมือ  

หลังจากที่ไปรับอนิลที่โรงเรียน ทอยกับเลออนก็แวะพาอนิลกลับเข้าคอนโดก่อนเพื่ออาบน้ำให้เด็กน้อยตัวหอม แต่งตัวให้น่ารักสมวัย จะได้เป็นที่รักใคร่และเอ็นดูแก่ผู้พบเห็น แต่ทอยก็เชื่อว่าหากทั้งศินีและทรงพล พ่อและแม่ของเลออนได้เจอกับอนิล จะต้องตกหลุมรักและหลงเด็กน้อยจิ้มลิ้มคนนี้เหมือนที่เขากับเลออนเป็นอยู่แน่ๆ  

พอมาถึง เลออนก็พาอนิลและทอยเดินเข้าบ้าน ซึ่งดูแล้วเด็กน้อยจะตื่นเต้นเป็นพิเศษที่ได้มาบ้านของเขา การกลับบ้านครั้งนี้ของเลออน ทำเอาเหล่าแม่บ้านสาวใช้ต่างแปลกใจกว่าทุกครั้ง เพราะครั้งนี้เลออนไม่ได้พาแค่ทอยมา แต่ยังพาเด็กน้อยที่มีรอยยิ้มที่สดใสราวพระอาทิตย์แรกแย้มในยามเช้ามาด้วย  

“นั่งรอก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าให้เด็กไปตามคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายก่อนค่ะ”  

ป้านิดแม่บ้านคนเก่าแก่พูดบอก ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยว่าเด็กน้อยน่ารักคนนี้คือใคร แต่ก็ไม่คิดจะถาม ก่อนจะเดินแยกตัวเพื่อไปเรียกเด็กรับใช้ให้ไปตามเจ้าของบ้านทั้งสองคนลงมาทานอาหารเย็น  

 

“ไงไอ้ลูกชาย ช่วงนี้หายหน้าหายตาไม่กลับบ้านเลยนะ.....”  

ทรงพลที่เดินลงมาพร้อมศินีกล่าวทักลูกชาย ก่อนจะหันมองเด็กน้อยแก้มกลมที่นั่งระหว่างเลออนกับทอยด้วยรอยยิ้ม ส่วนศินียังคงมองนิ่งๆ ไม่ได้ถามอะไร อนิลเองพอเห็นคนที่ตัวเองไม่เคยเจอก็ขยับตัวเข้าหาเกาะแขนทอยไว้อย่างกลัวๆ ทอยจึงหันไปลูบหัวเด็กน้อยอย่างแผ่วเบาแล้วส่งยิ้มให้เด็กน้อยคลายความกังวล  

“ชื่ออะไรล่ะเจ้าตัวเล็ก”  

ทรงพลที่นั่งลงที่ตำแหน่งหัวโต๊ะ ถามเด็กน้อยที่เอาแต่จะหลบหลังทอยอย่างน่าเอ็นดู เรื่องราวของอนิลนั้น ศินีมาเปรยๆให้เขาฟังบ้างแล้ว รวมถึงเรื่องที่จะรับอนิลเป็นบุตรบุญธรรม ทรงพลก็ไม่ได้ขัดอะไร  

“ชาหวัดดีฮะ อนิลชื่ออนิลฮะ” 

เด็กน้อยพูดเสียงอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียงนัก แต่ก็ทำให้คนฟังได้ยินชัดเจน ทรงพลถึงกับยิ้มออกในความไร้เดียงสาของเด็กน้อย 

"อนิล อืม แปลว่าสายลมสินะ ชื่อความหมายดี"  

ทรงพลพูดแล้วมองเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจะหันไปมองลูกชายตัวเอง 

“เรื่องเด็กคนนี้ ป๊ายังไม่ชำระความนะ แกนี่จริงๆเลยเจ้าเล ทอยเองก็เหมือนกัน มีอะไรทำไมไม่มาปรึกษาจะได้ช่วยกันหาทางแก้” ทรงพลพูดบ่นเด็กหนุ่มทั้งสอง แต่ก็ล้วนมาจากความเป็นห่วง ซึ่งทั้งเลออนและทอยรับรู้ได้  

ศินีหันมองหน้าเด็กน้อยนิดๆ ที่ตอนนี้เอาแต่นั่งลูบท้องปอยๆ ชั่งน่าเอ็นดู คงหิวมากแล้วแต่ไม่กล้าพูดเพราะเห็นว่าผู้ใหญ่คุยกันอยู่ เป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ  

“ค่อยคุยกันเถอะค่ะคุณ ทานข้าวก่อน....ป้านิดให้เด็กจัดอาหารเลยจ้ะ” ศินีพูดกับสามี ก่อนจะหันไปบอกแม่บ้าน  

อาหารจึงค่อยๆทยอยออกมาทีละอย่าง แต่ละอย่างหน้าตาล้วนน่าทาน จนอาหารถูกนำมาจัดวางไว้เต็มโต๊ะ อนิลหันมองอาหารบนตกด้วยตาที่เบิกโตขึ้นอย่างกับไข่ห่าน  

“อาทอยฮะ อนิลกิงได้หมดเลยเหรอฮะ” อนิลกระตุกแขนเสื้อทอยแล้วกระซิบถาม แต่ไม่รู้เด็กน้อยกระซิบยังไง ทุกคนถึงได้ยินกันหมด 

“อะไรที่หนูอยากทาน ก็ทานได้หมดนั่นแหละจ่ะ”  

ศินีเป็นคนตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและรอยยิ้มที่สวยสมวัย ทอยเริ่มเห็นแววคนที่จะตามใจอนิลเพิ่มขึ้นอีกอัตราแล้วสิ เด็กน้อยหันมองหญิงสาววัยกลางคนที่เขาพึ่งจะเงยหน้ามองเต็มตา ก่อนที่เด็กน้อยจะขมวดคิ้วทำแก้มป่อง รู้สึกคุ้นหน้าหญิงตรงหน้าเป็นอย่างมาก เหมือนเคยเจอที่ไหน แต่เด็กน้อยก็นึกไม่ออก อยากจะถามแต่ก็ไม่มีความกล้าพอ เพราะยังไม่สนิทใจกับคนในบ้านหลังนี้สักเท่าไหร่ 

“ทานกันเถอะ อนิลคงหิวแย่แล้ว” ทรงพลพูดขึ้น ทุกคนจึงเริ่มทานอาหารกัน  

การทานอาหารเย็นในครั้งชั่งแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา เพราะสองแก้มกลมที่เคี้ยวอาหารจนแก้มตุ่ย ถึงแม้จะทานเลอะเทอะเพราะกล้ามเนื้อมือยังไม่แข็งแรงพอที่จะจับช้อนได้ถนัด แต่เด็กน้อยก็พยายามที่จะตักอาหารทานเอง โดยไม่ให้ใครป้อน จนมีข้าวหกเลอะ แต่ดีที่ศินีให้แม่บ้านเตรียมแผ่นรองไว้ตรงหน้า พร้อมผ้ากันเปื้อนสำหรับเด็กน้อยโดยเฉพาะ ไหนจะริมฝีปากจิ้มลิ้มที่อ้าปากกว้างรับอาหารที่ตัวเองโปรดปรานเข้าไป  

ชอบไก่ทอดสินะ 

ศินีคิดในใจเพราะเห็นว่าเด็กน้อยหยิบทานไม่หยุดปาก เธอทานไปด้วยจ้องมองเด็กน้อยไปด้วย จนเผลอจำรายละเอียดของโปรดที่เด็กน้อยชอบทาน และคิดว่าคงต้องทำให้ทานบ่อยๆ  

“อนิลครับ ทานผักด้วยครับ”  

ทอยพูดบอก พร้อมตักผัดผักใส่จานเด็กน้อย ถึงแม้โต๊ะอาหารจะสูงเกินกว่าที่เด็กตัวน้อยจะนั่งทานได้ แต่ทอยเองก็นึกแปลกใจที่เห็นเก้าอี้ตัวสูงสำหรับเด็กถูกจัดเตรียมไว้ให้ แต่ก็คิดว่าคงเป็นศินีที่ให้เด็กรับใช้จัดหามา ถึงศินีจะไม่ได้แสดงออกมากนัก แต่ทอยก็พอรู้ว่าศินีเป็นคนใจดีและรักเด็กมากแค่ไหน  

“แต่อนิลไม่อยากกิงผัก ผักมังขมปี๋” เด็กน้อยพูดบอก พร้อมทำหน้าบูดบี้ ให้รู้ว่าไม่ชอบทานผักจริงๆ  

“มาครับ เดี๋ยวป๊ะป๋าทานให้นะ” เลออนที่เห็นว่าเด็กน้อยไม่ชอบทานผัก เลยจะตักผักในจานของอนิลมาทานเอง  

“หยุดเลยนะคุณเล” ทอยพูดเสียงดุ พร้อมทั้งเลื่อนจานของอนิลหนีจากช้อนของเลออนที่ยื่นมา  

“ทำไมล่ะคุณ ก็อนิลไม่ชอบ” 

“ไม่ชอบก็ต้องทาน อนิลต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผัก ของดีทั้งนั้น แล้วดูสิทานแต่ไก่ เดี๋ยวก็ปวดท้อง คุณก็ตามใจอนิลอยู่เรื่อย”  

ทอยหลุดพูดบ่นทั้งเลออนและอนิลออกมาอย่างลืมตัวไปว่ายังมีบุคคลอาวุโส 2 คนนั่งมองอยู่ด้วย แต่ก็ไม่นึกตำหนิทอย ทั้งสองกลับกระตุกยิ้มที่ทั้งอนิลและเลออนนั่งหน้าหงอยที่โดนทอยดุ  

“นี่ถ้าปล่อยให้เจ้าเลเลี้ยงอนิลคนเดียว มีหวังได้ตามใจกันยกใหญ่แน่ ดีนะที่มีทอยคอยปราม” ทรงพลพูดขึ้นยิ้มๆ ทอยเองก็ชะงัก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองไม่ได้อยู่ในที่ส่วนตัว ที่มักจะดุเลออนและอนิลอยู่บ่อยครั้ง  

“อย่าเรียกว่าปรามเลยป๊า เรียกว่าขี้บ่นมากกว่า”  

เลออนพูดกระซิบกระซาบกับคนพ่อ แต่ก็ไม่ได้เบามากนัก เพราะเขาก็กะจะให้คนร่างโปร่งได้ยินอยู่แล้ว ทอยจึงกระแอมเสียงในลำคอแล้วส่งสายตาคมราวปลายมีดแหลมไปให้เลออน ทำเอาร่างแกร่งยิ้มเจื่อน แล้วทานข้าวต่อ  

“ชอบทานไก่ทอดเหรอเรา”  

ศินีถามเด็กน้อยขึ้น อนิลก็พยักหน้ารัวๆเป็นคำตอบ โดยที่ในปากยังเคี้ยวไก่อยู่ตุ่ยๆ ตอนนี้อนิลหายจากอาการหวั่นกลัวศินีและทรงพลมากแล้ว เพราะท่านทั้งสองแลดูใจดี  

“ไว้วันหลังฉัน....เอ่อ จะแทนตัวว่าไงดีล่ะ” ศินีพูดขึ้น แล้วทำหน้านึกคิด หากจะให้แทนว่าฉัน ก็แลดูห่างเหินจนเกินไป เธออยากจะสนิทกับเด็กน้อยให้มากกว่านี้  

“อื้ม ถ้าจะให้เรียกอากงกับอาม่าคงจะยากไปนะ งั้นเรียกว่าคุณปู่กับคุณย่าคุณว่าดีไหมคุณศินี” ทรงพลทำเชิงหันไปถามความคิดเห็นภรรยา เลออนหันมองแม่ตนเองอย่างลุ้นคำตอบ ศินีกระแอมไอนิดๆพอเป็นพิธี 

“ถ้าคุณคิดว่าดีก็ตามนั้นค่ะ.......อนิลไว้ย่าจะทำไก่ทอดให้ทานบ่อยๆนะ อยากทานไหม”  

ศินีพูดตอบสามี ก่อนจะหันมาพูดกับอนิล เลออนที่ได้ยินถึงกับยิ้มแป้นอย่างพอใจ ยิ่งเห็นสายตาที่แม่เขามองอนิล ก็รู้ได้ทันทีว่าแม่เขายอมรับในตัวเด็กน้อยแล้ว  

เก่งจริงๆเลยลูกป๊ะป๋าคนนี้  

“อยากฮะ!! อยากฮะ อนิลชอบ ชอบไก่ทอก” อนิลตาโตเมื่อได้ยินที่ศินีบอกจนเผลอพูดเสียงดัง  

“อนิลครับ” เสียงเย็นของทอยเอ่ยปรามเด็กน้อย ทำเอาอนิลหน้าจ๋อยลงไปนิด  

“นายก็อย่าดุอนิลนักสิ เห็นไหมอนิลหน้าเสียแล้ว” ศินีพูดขึ้น ทำเอาทอยใจหล่นไปนิด เพราะคิดว่าตนโดนตำหนิแล้วสิ เวลาที่เลออนตามใจอนิลทอยพอจะขัดได้บ้าง แต่กับหญิงตรงหน้าเขาขัดไม่ได้เลยจริงๆ ก็นะแม่ผัวนี่ .......... 

กึก 

ทอยชะงัก หน้าแดงขึ้นทันที เมื่อผุดคิดคำว่าแม่ผัวขึ้นมาในหัว รู้สึกกระดากอายอย่างบอกไม่ถูก ดีนะที่เขาแค่คิดในใจ นี่ถ้าเผลอพูดให้เลออนได้ยิน รายนั้นคงยิ้มหน้าบานพูดล้อเลียนเขาไม่หยุดแน่  

“อย่าดุอาทอยเลยฮะ อนิลเสียงดังไม่น่ารักเอง อนิลขอโทกนะฮะ” เด็กน้อยพูดปกป้องผู้เป็นอาที่เขารัก ทำเอาทั้งโต๊ะอาหารหัวเราะกันอย่างเอ็นดูในความน่ารักของเด็กน้อย  

-------------------- 

“ให้อนิลมาอยู่ที่นี่ซะ” ศินีพูดบอกเสียงเรียบ ทำเอาทอยและเลออนชะงัก  

หลังจากทานข้าวเสร็จ ศินีจึงขอคุยกับเลออนและทอยโดยฝากให้ป้านิดพาอนิลไปดูการ์ตูนที่ห้องดูหนังของบ้าน ในตอนแรกอนิลก็ไม่อยากไป เพราะอยากอยู่กับเลออนและทอย อีกอย่างอนิลยังไม่สนิทใจกับแม่บ้านที่นี่ แต่พอป้านิดนำขนมเค้กมาให้ เด็กน้อยจึงมีท่าทีลังเล เพราะเขาอยากกินเค้ก จึงหันมาขอความคิดเห็นจากทอย ทอยเลยพูดอนุญาต เด็กน้อยเลยตามป้านิดไปทานเค้ก 

“ไม่เอานะม๊า ถ้าอนิลมาอยู่ที่บ้าน เลกับทอยเหงาแน่ ม๊าไม่รู้หรอกว่าเลติดอนิลแค่ไหน........ติดทอยด้วย” เลออนพูดบอก แล้วไม่ลืมที่จะพูดถึงคนรัก ส่วนทอยก็นั่งนิ่งเงียบไม่กล้าพูดอะไร แต่ในใจก็ไม่อยากห่างจากอนิล ทำเอาศินีถอนหายใจ  

“ม๊าก็ไม่ได้บอกนี่ว่าให้แยกกัน เลก็กลับมาอยู่ที่บ้านซะสิ จะได้มาอยู่กับอนิล” ศินีพูดบอก เลออนก็นิ่งไปก่อนจะหันมองคนรัก แล้วหันกลับมามองแม่ 

“แล้วทอย........” เลออนอยากจะถามว่าแล้วคนรักของเขาล่ะ ถ้าให้ห่างกับทอย เขาก็ไม่ยอมหรอก 

“ก็พากันมาอยู่ด้วยกันที่นี่ให้หมดนั่นแหละ อนิลอยู่ที่นี่จะได้มีคนช่วยดูแล เวลาเลไม่ว่าง อนิลจะได้ไม่เหงา ที่นี่คนคอยดูแลเยอะแยะ ม๊าก็อยู่บ้านตลอด ม๊าจะได้มีอนิลอยู่เป็นเพื่อนม๊าด้วย” ศินีพูดบอก โดยเลี่ยงที่จะชวนให้ทอยมาอยู่ด้วยตรงๆ เพราะยังคงวางฟอร์มอยู่ 

“คุณว่าไง” เลออนเห็นด้วยกับที่แม่เขาพูด แต่ก็ต้องถามความคิดเห็นของทอยก่อน เพราะเอาจริงๆแล้วอนิลเป็นเด็กน้อยของทอย  

“เอ่อ ขอบคุณนะครับ แต่ผมเกรงใจ อนิลยังเด็ก ยังซุกซนตามประสา ผมกลัวว่าอนิลจะทำให้ยุ่งยากกัน” ทอยพูดบอก  

“จะยากจะง่ายฉันตัดสินเอง ฉันมีลูกเคยเลี้ยงเด็ก ฉันรู้ว่าต้องดูแลเขายังไงและเข้าใจความซุกซนของเด็กๆดี ยังไงอนิลก็ต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้ เธออย่าลืมนะว่าตามกฎหมาย อนิลเป็นบุตรบุญธรรมของฉันแล้ว” ศินียื่นคำขาด รู้สึกหน้าตึงทันทีที่คำตอบของเด็กหนุ่มชั่งขัดใจเธอ ทำเอาทอยเม้มปากเข้าหากันอย่างคิดหนัก  

“/เอาตามที่ม๊าผมบอกนั่นแหละ การที่ม๊าชวนคุณมาอยู่ด้วย คือท่านเองก็เริ่มเปิดใจกับเรื่องของเราแล้วนะ แต่ท่านแค่วางฟอร์มไปแบบนั้นเอง\” เลออนกระซิบทอยเสียงเบา ทอยเองก็คิดตามก่อนจะตัดสินใจ 

“ตกลงครับ ยังไงผมกับอนิลขอรบกวนด้วยนะครับ ขอบคุณที่เอ็นดูอนิลนะครับ” ทอยพูดบอก ศินีจึงคลายสีหน้าลงอย่างพอใจในคำตอบ  

“งั้นคืนนี้ก็นอนกันซะที่นี่เลยนะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปเก็บของย้ายมา”  

ศินีพูดบอกและไม่รอคำตอบ เธอก็ลุกเดินออกไปจากห้องรับแขกทันที เหลือเพียงทอยและเลออนนั่งกันเพียงลำพัง 

หมับ! 

ร่างแกร่งยกร่างโปร่งขึ้นมานั่งบนตัก แล้วกอดไว้แน่นจนแผ่นหลังของทอยแนบชิดกับอกแกร่งของเลออน เมื่อเห็นว่าทางปลอดโปร่งไร้ผู้คน ทำเอาทอยสะดุ้งโหยง 

“คุณเล!! ปล่อย! เดี๋ยวมีคนมาเห็น” ทอยพูดโวยพยายามดิ้นออกจากตักของเลออน แต่ก็ไร้ประโยชน์เพราะไม่อาจสู้แรงคนเด็กกว่าได้ 

“ขอกอดหน่อยน่าา ผมดีใจอะที่คุณจะได้มาอยู่ที่บ้านผม มาเป็นครอบครัวเดียวกัน” เลออนพูดบอก คำว่า ครอบครัวเดียวกันทำเอาทอยอุ่นวาบไปทั้งอกซ้าย หัวใจพองโตรู้สึกมีดีจนล้นอก  

อึ่ก 

ความซาบซึ้งไม่ทันจางหาย ทอยก็ถึงกับชะงักนั่งตัวแข็งทื่อ เมื่อปลายจมูกโด่งของเลออนเริ่มซุกซนคลอเคลียอยู่ตามพวงแก้มและกกหูของเขา ยิ่งลมหายใจอุ่นร้อนเบารดรินติ่งหูอยู่ใกล้ๆ ทำเอาขนอ่อนทั้งตัวของทอยลุกชัน แล้วทอยก็ต้องชะงักนั่งตัวแข็งทื่อเป็นหินเข้าไปใหญ่อีกครั้ง เมื่อรับรู้ได้ถึงความแข็งขืนที่ปูดนูนขึ้นภายใต้กางเกงที่ร่างแกร่งสวมใส่กำลังบดเบียดอยู่กับสะโพกของทอย  

“คะ...คุณ ไปหาอนิลกันเถอะ ป่านนี้คงง่วงแล้ว” ทอยชวนเปลี่ยนเรื่อง พยายามทำน้ำเสียงแล้วควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ  

“ได้กลิ่นตัวคุณแล้ว ทำผมอยากน่ะ....ขอได้ไหม 

เลออนพูดเสียงพร่า พร้อมทั้งริมฝีปากที่คลอเคลียอยู่ไม่ห่างพวงแก้มใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ ตั้งแต่ที่ทอยรับอนิลมาอยู่ด้วยก็เป็นเวลากว่า 2 อาทิตย์เต็มแล้วที่เลออนไม่ได้ร่วมรักกับทอย เพราะตอนนี้พวกเขามีเด็กน้อยอยู่ร่วมเตียงด้วย แถมอนิลยังติดทอยสุดๆ แทบไม่แยกห่างกันเลย มีหลายครั้งที่เลออนพยายามปลุกเร้าอารมณ์ทอยในเวลาที่อยู่กันสองต่อสอง แต่ทอยก็ไม่ยอมทุกที เพราะทั้งเหนื่อยจากการทำงานและเลี้ยงเด็ก ไหนจะมีเด็กน้อยที่เรียกหาแต่ทอยอีก เลออนจึงต้องพึ่งน้องนางทั้ง 5 นิ้วมานานเกินไปแล้ว ทั้งๆที่ของอร่อยอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่แม้แต่จะได้ชิม 

“คะ..คุณ อย่า อ้ะ”  

ทอยพูดห้ามพยายามจะดันตัวลุกลงจากตักเลออนแต่ก็ไร้ประโยชน์ เมื่อเลออนยังกอดรัดเขาไว้แน่น แถมตอนนี้มือแกร่งเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข ลูบไล้ไปตามเนื้อผ้าของทอย ก่อนทอยจะร้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บนิดๆ เมื่อถูกฟันคมขบกัดเข้าที่ซอกคอเต็มแรงอย่างมันเขี้ยว ตอนนี้ทอยเริ่มคิดไม่ตก เขาจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตรงนี้ยังไงดี 

ริมฝีปากหนาที่ยังคงนัวเนียอยู่แถวซอกคอขาวของทอยไม่ห่าง ทั้งขบเม้ม ไล่เลียอย่างหยอกล้อ ลมหายใจที่เป่าแรงบ่งบอกถึงแรงอารมณ์ของชายร่างแกร่งคนนี้ได้เป็นอย่างดี  

หัวใจของทอยเต้นระรัว ตาเรียวหันมองไปทางเข้าห้องรับแขกไม่วางตา ใจหวั่นกลัวว่าจะมีใครเข้ามาเห็น  

กึก 

“คะ..คุณ!! หยุดสิ อ่า”  

ทอยชะงักตาเบิกกว้าง เมื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนจากปลายนิ้วหนาที่สะกิดถูยอดอกของเขาระรัว ทอยแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเลออนสอดมือเข้ามาในเสื้อของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ 

ร่างโปร่งพยายามดีดดิ้นไปมา แต่ทอยหารู้ไหมว่ายิ่งตัวเขาดิ้น สะโพกของเขายิ่งบดเบียดกับแกนกายร้อนของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ปวดหนึบหนับอยากจะปลดปล่อยเข้าทุกที ทั้งมือ ทั้งปากของเลออนยังคงทำงานอย่างหนักหน่วงจนร่างโปร่งแทบเหลวละลาย ถ้าปล่อยให้ถลำลึกกว่านี้ ต้องแย่แน่ๆ  

“คุณ ผมบอกให้หยุด อึ้ก หยุดสิ บอกให้หยุดไงง!!!!!!”  

เพียะ!  

“........”  

ด้วยความลืมตัว ทอยเผลอสะบัดตัวดิ้นหนีแรงจนทำให้หลังมือเรียวของเขาสะบัดโดนใบหน้าของเลออนเข้าเต็มๆ ทำเอาร่างแกร่งฟุบล้มไปกับโซฟา ใบหน้าชาไปครึ่งซีก มือแกร่งถึงกับอ่อนแรง ปล่อยร่างโปร่งออกอย่างง่ายดาย ก่อนจะนั่งแน่นิ่งไป  

ส่วนทอยเองก็ตกใจไม่น้อย เขาไม่ได้ตั้งใจทำให้เลออนเจ็บ เขาแค่ดิ้นแรงจนลืมตัวไปหน่อยเท่านั้น สายตาตัดพ้อของเลออนที่มองมาที่เขา ทำเอาหัวใจของทอยกระตุกวูบหล่นลงไปทันที 

“คือ ผม คือ...คุณเจ็บไหม.....”  

พรึบ  

ทอยต้องชะงักอีกครั้ง เมื่อเขาพูดถามเลออนเสียงอ่อน ก่อนจะยื่นมือเข้าไปลูบแก้มของเลออนที่ขึ้นรอยแดงนิดๆ แต่แล้วกลับโดนมือแกร่งปัดมือของเขาออก แล้วเลออนก็ลุกขึ้นยืนเต็มตัวโดยไม่หันมองแม้แต่เสี้ยวหน้าของทอย  

“คุณจะไปไหน” ทอยถามเสียงสั่น  

“ผมจะไปข้างนอก คุณพาอนิลขึ้นไปนอนบนห้องผมก่อนแล้วกัน” 

เสียงเรียบนิ่งแสนเย็นชา ทำเอาบรรยากาศรอบๆเย็บเฉียบขึ้นราวติดลบ ใบหน้าคมที่พูดโดยที่ไม่หันมองหน้าเขา ทำเอาหัวใจของทอยปวดหนึบไปหมด ดวงตาคู่สวยสั่นระริกเม้มปากเข้าหากัน แล้วมองตามแผ่นหลังของเลออนที่เดินไกลออกไปจนหายออกไปจากสายตาเขา  

ทอยทั้งรู้สึกผิดที่เผลอทำให้เลออนเจ็บ แต่ก็แอบน้อยใจที่เลออนทำท่าทางเย็นชาใส่เขา เขาผิดมากหรือไงที่ยังไม่อยากมีอะไรกับเลออน ในตอนนี้เขามีอนิลแล้ว แค่เลี้ยงอนิลในแต่ละวันเขาก็เหนื่อยมากแล้ว การที่จะทำอะไรแบบนั้น และในสถานที่แบบนี้มันก็ไม่ควรไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดถึงกอดของเลออน เขาก็คิดถึง ต้องการให้เลออนกอดไม่ต่างจากที่เลออนต้องการ แต่การที่จะรักกัน มันก็ไม่จำเป็นต้องมีอะไรกันตลอดสักหน่อย ทอยคิดเช่นนั้น ความคิดมากมายหลั่งไหลวนเวียนอยู่ในหัวของทอยเต็มไปหมด สุดท้ายทอยก็ทำได้เพียงเดินไปหาอนิล แล้วพาเด็กน้อยขึ้นไปอาบน้ำ เข้านอนที่ห้องของเลออน  

บรรยากาศในห้องเงียบกริบ ความสว่างที่เหลืออยู่มีเพียงแสงไฟด้านนอกที่สว่างเข้ามาภายในห้องที่มืดสงัดผ่านทางระเบียงเท่านั้น  

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวให้ทั้งอนิลและตัวเองเสร็จ ทอยก็พาเด็กน้อยมานอนบนเตียงนุ่ม ไม่นานเด็กน้อยก็หลับไปเพราะดึกพอสมควรแล้ว แต่ทอยกลับนอนไม่หลับ ข้างกายที่มักจะมีเด็กน้อยกับร่างแกร่งแสนอบอุ่น ตอนนี้กลับมีแค่หมอนข้างมาแทนที่ เพื่อกั้นไม่ให้เด็กน้อยนอนตกเตียงอีกฝั่ง สายตาเรียวก็หันมองไปทางประตูห้องนอนไม่วางตา หวังให้ร่างแกร่งที่หายไปนานเดินเข้ามา  

แอ๊ด 

ประตูห้องบานใหญ่เปิดออกช้าๆ ทอยจึงเริ่มขยับตัวขึ้นนั่งหันมองทางประตูทันที เด็กหนุ่มที่วนอยู่ในหัวของทอยมาเกือบ 2 ชั่วโมงเต็มเดินเข้ามา กลิ่นนิโคตินจากบุหรี่ โชยเข้ามาเตะจมูกของทอยทันที  

“มาแล้วเหรอ” ทอยถามคนตรงหน้าที่ทำเพียงชำเลืองมามองทางเขานิดๆ ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น 

“อืม” 

เสียงตอบกลับในลำคอสั้นๆของเลออน ทำเอาทอยปวดใจเหมือนโดนค้อนทุบเข้ามากลางอก ก่อนที่ร่างแกร่งจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ  

ดวงตาคู่สวยของทอยถึงกับสั่นระริกร้อนผ่าว ก้อนสะอื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ กลืนน้ำลายลงคอแทบลำบาก 

โดนโกรธแล้วสินะ หรือจะเกลียดกันไปแล้ว....  

ความคิดที่วูบเข้ามาในหัวของทอย ทำเอาเขายิ่งเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก เขากลัว กลัวว่าจะโดนโกรธ กลัวว่าจะโดนเกลียด กลัวว่าจะโดนเบื่อ กลัวว่าเขาจะไม่รัก  

ไม่รักงั้นเหรอ  

คำนี้คงเปรียบเหมือนระเบิดปรมาณู ที่โยนลงมาตรงกลางใจของเขา ก่อนจะระเบิดจนหัวใจเขาแทบแตกกระจุยเป็นเสี่ยงๆไม่เหลือชิ้นดี 

เสียงน้ำที่ตกกระทบพื้น บ่งบอกว่าร่างแกร่งกำลังอาบน้ำอยู่ ทอยเม้มปากเข้าหากันเมื่อคิดอะไรได้บางอย่าง ในใจเขาลังเล แต่สุดท้ายเพราะกลัวโดนเบื่อ กลัวเลออนไม่รัก ร่างโปร่งจึงพาร่างของตัวเองมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ หัวใจของทอยเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกจากอก ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูห้องน้ำดู พบว่าประตูไม่ได้ล็อก ทอยเม้มปากนิดๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วตัดสินใจเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป 

แอ๊ด 

ร่างแกร่งกำยำที่ยืนเปลือยเปล่าใต้หยาดน้ำที่ไหลลงจากฝักบัวจนทำให้คนตรงหน้าแลดูเซ็กซี่ขึ้นอยากบอกไม่ถูก ใบหน้าใสของทอยถึงกับร้อนผ่าวรีบหันหน้าหลบทันที ถึงจะเคยเห็นอยู่บ่อยครั้ง ถึงขั้นสัมผัสมาแล้วทุกอณูขุมขน แต่เขาก็ยังไม่ชินกับร่างกายตรงหน้าอยู่ดี เลออนเองที่เห็นทอยเข้ามาก็รู้สึกแปลกใจ แต่ทำเพียงชายตามองนิดๆ ก่อนจะหันกลับไปอาบน้ำลูบตัวต่อ  

“คุณเข้ามาทำไม” เลออนถามเสียงนิ่ง เมื่อเห็นว่าทอยยังคงยืนเงอะงะอยู่  

“อะ เอ่อ........จะอาบน้ำด้วย.....” 

ทอยพูดเสียงเบา แต่เลออนกลับได้ยินชัดเจน เลออนถึงกับนิ่งไปนิด แต่ก็ไม่พูดอะไร ทอยที่เห็นว่าเลออนนิ่งเงียบ ก็รู้สึกใจเสีย ก่อนริมฝีปากบางจะเม้มเข้าหากัน แล้วตัดสินใจถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายตัวเองจนหมด ไม่เหลือแม้แต่ชั้นใน หัวใจของทอยเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะทำใจดีสู้เสือเดินเข้ามาหยุดที่แผ่นหลังแกร่งของเลออนที่เห็นกล้ามเนื้อชัดเจน ทอยยื่นมือเรียวไปแตะแผ่นหลังของเลออนช้าๆด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะลงมือลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังแกร่งเพื่อหวังช่วยอาบน้ำให้ ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้น มีแต่เสียงของหยาดน้ำที่ไหลลงกระทบพื้น กับเสียงหัวใจของใครบางคนที่เต้นตึกตักก้องไปทั่วห้องน้ำ 

“คุณไม่ต้องฝืนหรอก”  

ชายร่างแกร่งที่ยืนเงียบนิ่งอยู่นานเอื้อนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำเอาทอยชะงักมือที่ลูบหลังของเลออนอยู่ ทอยเม้มปากเข้าหากัน ตั้งแต่ตอนเย็นเขาเม้มปากด้วยความกังวลกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่รู้  

หมับ  

ร่างโปร่งสวมกอดร่างแกร่งจากด้านหลังจนแผ่นอกขาวเนียนของทอยแนบชิดแผ่นหลังแกร่งของเลออน เนื้อแนบชิดติดเนื้อไปทุกอณูส่วน  

“ขอโทษ....”  

ทอยพูดเสียงแผ่ว โดยที่ใบหน้ายังคงแนบกับแผ่นหลังของเลออน เลออนนิ่งเงียบไปก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  

“คุณไม่ได้ผิดอะไร จะขอโทษผมทำไม ผมผิดเองที่ต้องการคุณมากเกินไป”  

เลออนพูดบอก แต่คำพูดของเลออนกลับยิ่งทำให้ทอยหน่วงเข้าไปในใจกว่าเก่า เหมือนเลออนอยากจะสื่อว่าทอยไม่ต้องการเลออนแต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย  

เลออนยังคงยืนนิ่งให้ทอยกอดจากด้านหลังแบบนั้นโดยที่ไม่ได้มีการตอบรับแต่อย่างไร  

จุ๊บ 

อึ่ก  

เลออนถึงกับหายใจผิดจังหวะ เมื่ออยู่ๆก็รับรู้ได้ถึงริมฝีปากบางที่จูบลงที่บ่าแกร่งของเขา ก่อนจะค่อยๆขบเม้มเบาๆ แล้วจูบซับไปเรื่อยๆตามความกว้างของแผ่นหลังที่มีแต่กล้ามเนื้อของเลออน เลออนถึงกับขนลุกซู่ เมื่อปลายลิ้นอุ่นแตะโดนเนื้อผิวหลังสลับจูบเม้มแทบไม่ยกปาก  

“คุณ....”  

เลออนเรียกทอยเสียงแผ่ว ยิ่งมือเรียวเริ่มลูบไล้อกและหน้าท้องแกร่ง ปลายนิ้วของทอยที่กรีดลูบตามลอนซิกแพคของเลออน ยิ่งทำให้เลออนถึงกับหดเกร็งหน้าท้องด้วยแรงอารมณ์ที่เริ่มก่อตัว  

พรึบ! 

เลออนกลับตัวหันมาสบตากับทอย ก่อนจะจับทอยให้ผละออกจากตัว เมื่อเห็นแววตาหม่นหมองของทอย ทำเอาหัวใจของเลออนกระตุกจี๊ดขึ้นมา  

ทั้งสองคนยังคงยืนจ้องหน้ากัน โดยที่ร่างกายปราศจากเครื่องนุ่งห่มแต่อย่างใด  

“คุณจะทำอะระ.....ฮื้มมมม”  

เลออนถามด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆร่างโปร่งก็ลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นห้องน้ำ แต่ไม่ทันได้พูดห้าม เลออนก็ต้องเม้มปากเมื่อแกนกายได้รับความอุ่นจากมือเรียวของทอย ทอยขยับมือชักนำแกนกายใหญ่ที่เริ่มขยายตัวขึ้นจนมือเรียวแทบกอบกำไม่รอบ  

“ทอยยย ฮื้มมม หยุดเถอะ อื้ออ” 

เลออนร้องห้ามสลับเสียงคำรามทุ้มในลำคออย่างข่มอารมณ์ เพราะหากทอยยังทำแบบนี้ เขากลัวว่าจะระงับตัวเองไม่อยู่ แต่นอกจากทอยจะไม่ฟังคำพูดห้ามของเลออนแล้ว ทอยยังทำสิ่งที่เหนือความคาดหมายของเลออนเข้าไปอีก!!! 

. 

. 

. 

. 

โปรดติดตามตอนต่อไป.... 

ปล. หากตอนนี้พบคำผิด หรือชื่อตัวละครสลับกัน รบกวนเมนต์บอกไรท์หน่อยนะคะ 

1 คอมเมนต์ดีๆ = ร้อยกำลังใจ❤ 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว