email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

32 - ยาแก้ปวด กับสมูทตี้

ชื่อตอน : 32 - ยาแก้ปวด กับสมูทตี้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 792

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2563 23:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
32 - ยาแก้ปวด กับสมูทตี้
แบบอักษร

 

เจ้าเต่าตนุที่พระอินทร์พระราชทานให้ยังคงเอ่ยอย่างกลุ้มใจ "นางผณินวารีได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปแล้ว อีกไม่นานองค์พระนารายณ์ต้องส่งครุฑหนุ่มสักตนมาจัดการลงโทษนาง" 

คีตเทพกรรณอึ้ง เพราะแม้พระอินทร์ผู้เป็นนายจะมีศักดิ์ใหญ่โตบนสวรรค์ชั้นฟ้าที่เขาอยู่ แต่เหนือกว่านั้นคือพระพรหมณ์ พระอิศวรและพระนารายณ์...  

และครุฑซึ่งเป็นพาหนะของพระนารายณ์นั้นมีหน้าที่ช่วยจัดการเหล่าบรรดาอมนุษย์ที่เกเรนอกกรอบทำตัวกำแหง ทำร้ายอมนุษย์หรือมนุษย์ให้เดือดร้อน.. 

คนธรรพ์หน้าซีด นี่มันเรื่องใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้ยิ่งนัก เขาถามเจ้าเต่าด้วยน้ำเสียงเครียด "จริงหรือ ? แต่ผณินวารีเป็นแค่นางนาคีไม่ได้มีฤทธิ์เดชหรือสำคัญอะไร ถึงขั้นกับต้องส่งครุฑลงมาเชียวหรือ ? ไม่มากไปหน่อยหรือไง ?" 

เจ้าเต่าตนุทำหน้ายับย่นยู่ยี่ มันนิ่งไปนานก่อนตอบอย่างระมัดระวัง "ข้าไม่ควรบอกเจ้า แต่ความจริงคือ ตั้งแต่ผณินวารีไปหลงรักครุฑจำแลง และเกิดทะเลาะกันจนเลือดตกยางออก เรื่องของนางก็ถึงพระเนตรพระกรรณของพระนารายณ์แล้ว ท่านไม่ทรงพอพระราชหฤทัยเท่าไรที่ครุฑกับนาค อาจจะเผชิญหน้ากันอีกให้ปั่นป่วนวุ่นวายทั่วพิภพ เพียงเพราะนางไปก่อเหตุให้บาดหมางกันทั้งสองฝ่าย"  

เจ้าเต่าถอนหายใจ "ท้าวพญาวิรุณลักษณ์กัณหาโคตมะ บิดาของผณินวารี ก็รู้ถึงได้ดุด่าลูกสาวเพื่อไม่ให้นางไปลักลอบพบกับครุฑจำแลงตนนั้นอีก เพราะเป็นห่วงกลัวความปลอดภัยของนาง และไม่อยากให้นางไปอาละวาดทำร้ายครุฑที่รับใช้องค์พระนารายณ์ในการปราบปรามเหล่ามาร แต่นางดื้อดึงหัวรั้น ลักลอบไปพบแล้วก็เกือบถูกจับกิน แต่ตอนที่รอดมาได้ นางได้ด่าทอสาปแช่งพญาครุฑหนุ่มที่เคยหลงรัก มันเท่ากับนางที่เป็นนาคริอาจปองร้ายครุฑ ซึ่งอาจทำให้ความสงบสุขการยอมความ ต่างคนต่างอยู่ระหว่างวงศ์ของครุฑกับวงศ์ของนาคสิ้นสุดลง " 

เจ้าเต่าชำเลืองมองนางนาคีจำแลงที่หลับสนิทเป็นตายท้ายรถ ผมเผ้ายุ่งเหยิงแต่หน้าตายังสวย แล้วมันก็ส่ายหัวเบาๆ ปลงๆ "ผณินวารีก็รู้ว่าไม่ควรหาเรื่องใครในวงศ์ครุฑ แต่นางเป็นคนมุทะลุ ใจร้อน ตีโพยตีพาย มารดาของนางเองจึงให้พี่ชายของนางมาทำทีชวนนางมาอยู่เสียบนโลกมนุษย์ยังไงเล่า เพื่อให้นางปลอดภัยอย่างน้อยก็จากครุฑที่ถ้าไม่มีเหตุอะไรก็จะไม่ค่อยป้วนเปี้ยนเข้ามาในโลกภพนี้"  

คีตเทพกรรณนิ่งงัน ชำเลืองมองกระจกมองหลัง ผณินวารีช่างดูบอบบาง แขนขายาวเรียวยามหลับดูเก้งก้างน่ารัก จนไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเป็นนาคจำแลงที่ก่อเหตุแล้วถูกส่งมาให้ซ่อนตัวในโลกมนุษย์ ชายหนุ่มเอ่ยอย่างสงสาร "แล้วทำไมเจ้าบอกครุฑจะมาตามล่านางอีกเล่า ? มนุษย์เสียชีวิตมากมายทุกวันๆ ด้วยอาชญากรรม ใยสุกณและพวกจะแตกต่างกว่ากัน ?" 

เจ้าเต่าถอนหายใจอีกครั้ง "ข้าไม่อยากพูดมากให้เจ้ากลัวกว่านี้ เจ้ารีบขับรถพาพวกเราไปถึงที่ๆ ข้าบอกเถิด ไปอยู่กับสมุทรนาคินทร์อย่างน้อยก็อุ่นใจกว่า ลำพังเจ้ากับข้า รับมือครุฑไม่ได้หรอก แม้จะเป็นครุฑชั้นหางแถว เราก็ไม่รอดหรอก เชื่อข้า" 

คีตเทพกรรณอึ้ง ใบหน้าขาวหล่อเหลาจนเกือบสวย ซีดลง ดวงตาสีน้ำตาลอมทองชำเลืองมองหญิงสาวที่หลับสบายอยู่เบาะหลังอย่างเป็นห่วงแสนห่วง.. เขาอยากพาเธอไปซ่อนตัวให้ปลอดภัย  

แต่หากเขาต้องจากกับเธอเพื่อรักษาชีวิตเธอและชีวิตเขา เขาก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาอยากจะทำเช่นนั้นไหม 

---------------- 

"หาาา ที่นี่นะหรือ บ้านของสมุทรนาคินทร์ ?" คีตเทพกรรณลงจากรถ ในมือถือเต่าตนุผู้นำทาง แล้วก็อ้าปากค้าง ต้องอ่านป้ายตรงหน้าอีกทีเพื่อให้แน่ใจ 

น้องจ๋าคาเฟ่และคาราโอเกะ ป้ายทาสีฉูดฉาดสะท้อนแสงดูแล้วเก่าจนสีตกและลอก ประตูร้านมีไม้ตอกปิดตาย หน้าต่างที่ทาสีทึบมีรอยสีสเปรย์บอกสถาบันการศึกษาที่นักเรียนไม่รักเรียน .. เศษใบไม้กิ่งไม้รกเต็มพื้น.. แต่ไม่มีขยะ.. ไม่มีเศษขยะที่มนุษย์มักจะนิยมมักง่ายทิ้งไว้ในที่รกร้าง... 

"ถูกแล้วจ้า" เสียงหวานใสของผณินวารีดังขึ้น

เธอเดินมาใกล้บิดขี้เกียจแล้วยิ้มสดใส ทำตาหวานให้คีตเทพกรรณ "ขอบใจนะที่ช่วยพาหนีมาที่นี่ วารีใช้แรงเยอะไปหน่อยเลยสลบไปนาน เธอกระพริบตาโตๆ มองที่ตึกแล้วก็ยิ้ม "พี่สมุทรนาคินทร์มีอารมณ์ขันแบบแปลกๆ นี่เป็นแค่ทางเข้าบ้านเขาทางหนึ่งเท่านั้น" เธอหลิ่วตามองเจ้าเต่า "ไม่นึกว่าจะมีคนอื่นรู้ด้วย"

แต่คีตเทพกรรณอ้าปากค้าง "วารี ทำไมทำอะไรกับสีผมอ่ะ ?" เขาอึ้ง เพราะแค่ปล่อยเธอไว้แป๊บเดียว หญิงสาวลงจากรถมากลายเป็นสาวผมสีทองหยักโศก ผิวสีแทน.. เธอใส่กางเกงขาสั้นกุด เสื้อท่อนบนไม่ต่างกับบราบีกีนี จะมีก็แค่รองเท้าผ้าใบที่ดูหุ้มมิดชิดที่สุด

ผณินวารียิ้ม ดวงตากลมโตเป็นประกาย "ก็วารีมาที่นี่ก็ทำตัวตามสบายอย่างนี้แหละ" เธอฉุดมือของคีตเทพกรรณ "กลัวรึเปล่า ? วารีจะพาไปรู้จักพี่ชายของวารี" แต่ไม่รอฟังคำตอบ เธอตรงไปที่ฝาท่อระบายน้ำอันหนึ่ง เอามือแตะ ฝาท่อก็เลื่อนออก เปิดให้เห็นบันไดทางลง ไปใต้ดิน..

"มาสิ" หญิงสาวยิ้มหวาน แววตากรุ้มกริ่ม "ไม่ต้องกลัวโดนจับกินหรอก เพราะคืนนี้ยังไง คีตาก็โดน"

แล้วเธอก็หัวเราะคิกคักรีบไต่ลงบันไดไป..

ทิ้งให้ชายหนุ่มผิวขาวที่แก้มเป็นสีชมพูยืนมองอย่างเพ้ออยู่สักพักจนโดนเต่างับนิ้ว

ถึงได้รู้สึกตัวว่าต้องตามไป..

เขานึกเขินเธอเหมือนกัน.. เพราะเมื่อกี้เขาตกหลุมรักเธออีกครั้งจนได้..

-----------------

ที่คฤหาสน์ใหญ่โตริมทะเลแห่งหนึ่ง ตำรวจได้เข้ามาเก็บหลักฐานไปแล้วและกั้นเทปปิดห้องนอนของอดีตคู่ขาของสุกณไว้แล้ว

แต่วันนี้ก่อนที่ขอบฟ้าจะเปลี่ยนสีเป็นสีทองรำไร..

ได้มีเงาหนึ่งได้บุกรุกเข้ามาในห้องนอน ซึ่งเป็นเงาของร่างใหญ่โต ร่างนั้นหัวเป็นนก ตัวเป็นคน ขาเป็นนก กายสีขาวปลอด

นกครึ่งคนตนนี้ได้บินมาเกาะที่หน้าต่างห้องที่เปิดสู่ทะเลเวิ้งว้าง มันหุบปีกลง แล้วเดินเข้าไปทั่วห้องนอน

ดมกลิ่น มองสอดส่องหาอะไรสักอย่าง มือที่เป็นมนุษย์สัมผัสเตียง พื้นห้อง และควานไปตามเก้าอี้ โต๊ะ และตู้..

และแล้วครุฑตนนี้ ดวงตาเบิกโตกว้างขึ้น ! เมื่อหยิบได้เกล็ดวาวสีเขียวอ่อนออกมาจากใต้เตียง !

ดวงตาของมันเบิกกว้าง จงอยปากสั่นระริก ฉับพลันกายของครุฑตนนี้ก็กลายเป็นผู้ชายร่างใหญ่ผิวขาวละเอียด ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เขาใส่สูทกางเกงสีขาวปลอดทั้งตัว มีเพียงแหวนเม็ดโตสีแดงก่ำที่นิ้วชี้ที่เป็นสีสัน..

เขายกเกล็ดวาวสีเขียวอ่อนขึ้นมามอง มันบางใสกลมมนเหมือนหลุดออกมาระหว่างการต่อสู้

แววตาของเขาหม่นแสงลง.. ริมฝีปากหยักหนาของเขาเอ่ยแผ่วเบาราวรันทดใจ

"ผณินวารี.. เจ้าเองหรอกหรือ"

เขาหันไปมองรอบห้อง ร่องรอย กลิ่นไอของกามารมณ์ที่ไม่เหลือให้จมูกมนุษย์สัมผัส กลับยังคงเด่นชัดสำหรับครุฑเช่นเขา..

ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก หากเขาไม่ขอมาดูเองก็คงไม่รู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ดี เขามองเกล็ดตรงหน้าอย่างอาลัยอาวรณ์ และแสนเป็นห่วง ..

เขาจะทำอย่างไรดี ? มนุษย์ตายไปหกคนด้วยฝีมือนางนาคที่เป็นอดีตคนรักของเขา เขาต้องกราบบังคมทูลรายงานท้าวเวนไตย ผู้เป็นใหญ่ในบรรดาครุฑ เพื่อขอพระวินิฉัยว่า จะให้จับนางไปลงโทษไหม ? หรือปล่อยให้เวรกรรมตามทัน ? เพราะแม้แต่อมนุษย์ก็หนีไม่พ้นเวรกรรม ..

แต่เขาไม่ใช่คนตัดสิน .. ท้าวเวนไตยต่างหาก.. ท่านท้าวเป็นหนึ่งในพญาครุฑที่สลับหน้าที่กันเป็นเทวพาหนะขององค์พระนารายณ์ เขามีหน้าที่แค่สืบเสาะหาและจับตัวไปให้ลงโทษ..

เกล็ดสีเขียวอ่อนใสราวใบไม้อ่อนในมือรับแสงรำไรยามเช้าดูแวววาว..

ชายหนุ่มยิ้มเศร้า เก็บเกล็ดนางนาคเข้าไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทไว้ข้างหัวใจ.. ให้อุ่นใจว่าเขายังน่าจะมีโอกาสพบเธออีกสักครั้ง

และแล้วดวงตาของเขาก็เป็นประกายกร้าว.. ส่วนกลิ่นของไอ้อมนุษย์ตนใดที่อยู่กับเธอ เขาก็จะตามล่ามันเหมือนกัน !

----------------

บันไดในท่อสิ้นสุดที่อุโมงค์โอ่โถง ที่ไฟติดในทันทีที่เดินผ่าน.. มีจักรยานเตรียมไว้ห้าหกคันอยู่มุมหนึ่ง

ผณินวารีชี้บอกคีตเทพกรรณ "พี่ชายของวารีเขาชอบให้คนไปหาเขาต้องออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแข็งแรง อุโมงค์นี้ยาวมาก หากไม่ใช้จักรยาน จะเหนื่อยก่อนไปถึงแน่นอน"

คีตเทพกรรณอึ้ง แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี ร่างสูงโปร่งเอาเจ้าเต่าตนุ ที่ตอนนี้เป็นสมบัติมีค่าที่สุดของเขาใส่กระเป๋าเสื้อยืดหลวมๆ ที่เขาใส่อยู่ แล้วก็เริ่มปั่นตาม สาวผมสีทองที่ทันทีที่ก้าวขึ้นจักรยานก็ซิ่งลิ่วหนีเขาไปเสียแล้ว..

สุดปลายอุโมงค์เป็นชายหาดที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาที่ล้อมไว้ คีตเทพกรรณอ้าปากกว้าง.. เพราะตรงหน้าเป็นตึกทรงวิลล่าริมทะเลที่ปลูกติดหาด สองสามหลัง ผณินวารีพาเขาขี่จักรยานลัดเลาะไปจนถึงหลังในสุดที่สวยที่สุด..

และตรงหน้าบ้านก็มีชายหนุ่มเปลือยกายท่อนบน หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ผมยาว เขาเพิ่งขึ้นจากน้ำยืนรอพร้อมกระดานโต้คลื่น

ทันทีที่เห็นเขา ผณินวารีก็พุ่งไปกอดคอทันที "พี่สมูทตี้ของหนู คิดถึงจังงงง"

ชายหนุ่มที่แผงอกเป็นมัดๆ ดูฟิตราวกับนักกีฬาโอลิมปิกยิ้มกว้าง "ยายยาแก้ปวด มาทำไมเนี่ยหา ?" เขายีหัวเธอก่อนหันมามองคีตเทพกรรณ ดวงตาคมกริบมองนิ่งๆ ก่อนยืดอกทัก

"สวัสดี เจ้าคนธรรพ์ คิดยังไงจะมาพรากน้องสาวของข้าไป ?"

ความคิดเห็น