ขอค่าขนมเล็กๆน้อยๆไว้เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ >////<

เกมล่าท้าเสียว 2/2

ชื่อตอน : เกมล่าท้าเสียว 2/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2563 22:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เกมล่าท้าเสียว 2/2
แบบอักษร

 

 

 

เกมล่าท้าเสียว 

 

ท้องฟ้าอันสดใสในยามเช้า มีเด็กสาวท่าทางน่ารักกำลังแต่งตัวเตรียมเดินทางไปโรงเรียนวันแรกอย่างมีความสุข ขณะที่เธอนั้นกำลังมัดผมพลางฮัมเพลงในลำคออย่างรื่นเริงอยู่นั้น 

 

จู่ๆก็มีกล่องนมลอยเข้ามาทางหน้าต่างเข้ากับหัวหญิงสาวเข้าอย่างจัง เธอร้องออกมาอย่างตกใจก่อนที่จะเรียกสติได้จึงรีบเดินไปตรงหน้าต่างเพื่อเผชิญหน้ากับผู้ก่อการร้ายทันที 

 

“เจ้าบ้าโทรุ ทำอะไรของนาย ห้ะ!!!!” 

 

“ก็เราจะสายแล้วน่ะสิ เธอยังจะมาฮัมเพลงอยู่อีกเรอะ ยัยบ้า” 

 

“ห้ะ จะสายแล้ว?” 

 

หญิงสาวรีบหันไปมองนาฬิกาทันทีที่สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ก็พบว่าอีกไม่ถึงสิบนาทีประตูโรงเรียนก็จะปิด นานะรีบวิ่งกุลีกุจรหยิบกระเป๋ากับแซนวิชข้าวเช้า ตรงออกไปหาโทรุที่รออยู่ข้างนอกทันที 

 

“เฮ้ย เบาๆสิยัยงั่ง” 

 

“หยุดบ่น แล้วรีบปั่นไปสุดชีวิต” 

 

“เค งั้นไปละนะ” 

 

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” 

 

ในจะไปรู้ว่าการปั่นจักรยานจะสามารถปั่นได้เร็วและวาดเสียวขนาดนี้ นานะที่ยังไม่ทันเตรียมใจกับการออกตัวสุดแรงเกิดของโทรุก็ได้แต่หลับตาผวากอดเอวร่างแกร่งไว้แน่น 

 

ไม่รู้เพราะโทรุปั่นเร็วหรือทางมันใกล้ พวกเขาทั้งสองก็มาถึงหน้าโรงเรียนอย่างฉิวเฉียด โทรุกับนานะเดินผ่านสารวัตรนักเรียนไปอย่างสบายใจเฉิบ 

 

“มาเกือบสายแล้วยังทำตัวหน้าถีบอีกนะ โทรุ” 

 

“แต่สุดท้ายก็ไม่สายป่าววะ คิริว” 

 

โทรุหันไปยืนเถียงกับคิริวผู้เป็นสารวัตรนักเรียนหนุ่มอย่ายียวนกวนบาทา นานะที่เห็นแบบนั้นก็รีบขอโทษขอโพยคิริวก่อนจะรีบลากเจ้าบ้าตรงไปห้องเรียนทันที 

 

“นานะ เธอจะรีบลากไปไหน ฉันยังคุยกับมันไม่จบเลย” 

 

“ใกล้จะชั่วโมงโฮมรูมแล้ว เจ้างั่ง” 

 

โทรุที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าโฮมรูมวันนี้นั้นห้องของพวกเขาดันเป็นอาจารย์ซาโต้จอมโหด เขาไม่รอช้ารีบวิ่งออกตัวราวกับจรวดไปทันที ทิ้งให้ร่างบางยืนงงเป็นไก่ตาแตก ที่เจ้าบ้านั่นบังอาจมาทิ้งเธอไว้กลางทาง -*- 

 

ที่นี่เป็นโรงเรียนมัธยมเทกะ(สมมติ) อยู่แนวบ้านนอกซึ่งนั่นก็คือเมืองเทกะ(สมมติอีกเช่นกัน) เป็นโรงเรียนแห่งเดียวของที่นี่ทำให้ถึงแม้จะเป็นการเปิดเทอมใหม่แต่ก็มีแต่นักเรียนหน้าเดิมๆที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถมแล้วนั่นเอง 

 

ละแล้วร่างบางของนานะก็วิ่งมาถึงหน้าประตูอย่างเหนื่อยหอบ พอเธอแหงนหน้าขึ้นก็เจอกับเจ้างั่งทิ้งเธอนั่งเท้าคางมองท้องฟ้าอย่างอารมณ์ดี ก็ยิ่งทำให้เธอโมโหมากกว่าเดิม 

 

ปั้กกกกกก 

 

“โอ้ยยยยยยยย” 

 

นานะเดินตรงไปพร้อมกับเอาหนังสือในกระเป๋าฟาดเข้ากับหัวสีทองนั่นเข้าอย่างจัด โทรุที่โดนแบบนั้นหน้าจึงกระแทะเข้ากับโต๊ะร้องออกมาเสียงดังลั่น เพื่อนๆในห้องแทนที่จะตกใจแต่กลับกลายเป็นหัวเราะแทน 

 

“5555 คู่ผัวเมียทะเลาะกันวันแรกเลยหรอเนี่ย” 

 

“ใช่ๆ ทะเลาะบ่อยแบบนี้ลูกดกแน่เลย” 

 

โทรุที่ทั้งเจ็บทั้งอาย ทนไม่ไหวจึงลุกขึ้นเผชิญหน้ากับยัยงูพิษทันที แต่เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายัยนานะนั้นเตี้ย เขาจึงเรียกที่จะนั่งเผชิญหน้ากับยัยนั่นแทน 

 

“ทำบ้าอะไรของนายน่ะโทรุ” 

 

“ฉันต่างหากที่ต้องถาม ยัยบ้า” 

 

“มันน่าไหมล่ะ มาทิ้งฉันได้…” 

 

ยังไม่ทันที่จะบ่นจบ ร่างอวบสวยของอาจารย์ขาโหดแห่งโรงเรียนเทกะก็เดินเข้ามาพร้อมกับบรรยากาศชวนหน้าขนลุก เหมือนเหล่านักเรียนก็ต่างรู้งานรีบย้ายร่างไปยังโต๊ะของตนกันอย่างพร้อมเพรียง 

 

“ไม่เคารพหรอ” 

 

“นะ นักเรียนเคารพ” 

 

“สวัสดีค่ะ/ครับ” 

 

ไม่รอช้าให้เสียเวลาเปล่าอาจารย์ซาโต้ก็รีบอธิบายการเรียนการสอนทั้งหมดของเทอมนี้ทันที เพียงเวลาไม่กี่นาทีก็เสร็จอยู่ๆอาจารย์ก็เดินออกไป เหล่าเด็กนักเรียนได้แต่งงแต่ก็ไม่กล้าทำอะไร 

 

สักพักอาจารย์เดินเข้ามาพร้อมกับหนุ่มหน้าตาดีคนนึง เขานั้นสูงโปร่งหล่อคมเข้มอย่างกับไอดอลในทีวีบรรดาสาวๆต่างส่งเสียงกรี้ดกร้าดเบาๆเพราะกลัวอาจารย์ว่า 

 

“เอาล่ะ ทุกคนเทอมนี้จะมีนักเรียนย้ายมาจากในเมืองมาเรียนกับพวกเรา” 

 

อาจารย์พูดเสร็จก็เหลือบมองไปทางนักเรียนไปเป็นเชิงให้เขาแนะนำตัวเองต่อ นักเรียนหนุ่มคนนั้นยิ้มแล้วหันไปเขียนชื่อตัวเองบนกระดานก่อนจะหันมาแนะนำตัวเองอย่างละมุน 

 

“สวัสดีครับ ชื่อซาอิ เรย์ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” 

 

เสียงทุ้มละมุนกับใบหน้าหล่อเหลาของซาอิ เรย์ทำเอาเหล่านักเรียนหญิงฝืนอดทนกันต่อไม่ไหวพากันกรี้ดออกมากันอย่างเสียงดัง นานะที่อยู่แต่กลับคนหล่อมานานก็ได้แต่งงกับเหตุการณ์ตรงหน้าพลางตกตะลึงที่เห็นตาของเพื่อนเป็นรูปหัวใจ 

 

“เหอะ นี่เธอก็ชอบหมอนั่นหรอ” 

 

“อะไรของนาย” 

 

“ก็เห็นมองตาค้างขนาดนั้น” 

 

“ฉันมองตอนไหนยะ” 

 

แปะแปะ 

 

เสียงปรบมือเบาๆแต่พลังดาเมจรุนแรงนั้นทำให้ทุกอย่างกลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง อาจารย์ซาโต้ที่เห็นเด็กยังอยู่ในโอวาสก็ให้รางวัลโดนการเลิกโฮมรูมเร็วพร้อมกับหาที่นั่งให้กับซาอิคุง 

 

“เอาล่ะ เธออยากนั่งตรงไหนเป็นพิเศษไหม” 

 

ซาอิมองไปรอบๆห้องโดยมีเหล่าหญิงสาวที่ชูมืออาสาขอให้เขามานั่งข้างๆกันเต็มไปหมด คนที่ข้างกายว่างก็รีบตะโกนโวยวายเรียก คนที่มีคู่นั่งอยู่แล้วก็รีบถีบคู่ออกไป นานะเห็นแล้วก็เหนื่อยใจจึงเลือกที่จะก้มหน้าอ่านการ์ตูนไม่สนใจรอบข้าง 

 

ในที่สุดซาอิ เรย์ก็ตัดสินใจเลือกที่นั่งของเขาได้ เขาเดินผ่านบรรดาสาวๆที่กรีดร้องกันอย่างบ้าคลั่ง เขาเดินไปเรื่อยๆจนมาหยุดยื่นตรงข้างๆที่มีหญิงสาวน่ารักกำลังนั่งอ่านการ์ตูนอยู่ 

 

“ผมขอนั่งตรงนี้ละครับอาจารย์” 

 

“อืม โอเค งั้นฉันไปล่ะ” 

 

อาจารย์ซาโต้ที่เห็นว่าซาอิมีที่นั่งแล้วก็รีบออกไปทำธุระต่อทันที เหล่านักเรียนหญิงก็สบโอกาสรีบวิ่งกรูกันมาหานานะที่ยังอ่านการ์ตูนต่ออย่างไม่สนใจโลกต่อไป 

 

“นานะจางงงงงงงงงง” 

 

บรรดานักเรียนหญิงวิ่งมาหาพร้อมกับส่งเสียงเรียกทำให้นานะเลิกสนใจการ์ตูนเงยหน้ามาหาเสียงเรียกนั้น ก็ตกใจกับเหล่านักเรียนหญิงที่มายืมล้อมโต๊ะเธออย่างกับจะมาพิพากษา 

 

“นานะ นี่มันที่หลังสุดเลยนะ” 

 

“ใช่ๆ เธอตัวเล็กน่าจะมองไม่ค่อยเห็นกระดาน” 

 

“สนใจมาย้ายที่กับเราไหม เราอยู่หน้า” 

 

“เอ้ะ อย่ามาแย่งที่ฉันนะ” 

 

ไม่ทันไรก็เกิดศึกชิงที่นั่งศักดิ์สิทธิ์เล่านักเรียนหญิงต่างพากันแย่งจะจับจอง นานะได้แต่นั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างตกตะลึง นะ นี่มันอะไรกัน ซาอิคุงนี่เป็นพ่อมดหรอทำคนคลั่งได้ขนาดนี้ 

 

เธอคิดพลางหันไปมองตัวต้นเหตุข้างๆ ที่เอามือเท้าคางหันมายิ้มให้เธอก่อนอยู่แล้ว นานะตกใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบทำตัวให้เป็นปกติพลางทักทายอย่างประหม่า 

 

“สะ สวัสดีซาอิคุง” 

 

“ครับ นานะจัง” 

 

สิ้นเสียงอันหวานละมุนหูทุกอย่างภายในห้องก็กับมาเงียบกริบอีกครั้ง แม้กระทั่งนานะสาวไม่สนโลกก็สนใจเช่นกัน ทำไมซาอิถึงรู้ชื่อเราล่ะ ซาอิที่เห็นบรรยากาศเปลี่ยนไปก็ทำหน้าเลิ่กลั่กรีบขอโทษทันที 

 

“แย่ล่ะสิ นี่คงจะเสียมารยาทมากสินะ ผมลืมไปเลย ขอโทษนะครับ” 

 

“มะ ไม่เป็นไร” 

 

“พอดีผมได้ยินชื่อของนานะจังตอนมาหน้าห้องพอดีน่ะ” 

 

หลังจากซาอิอธิบายที่มาที่ไปทุกคนก็คลายความสงสัยกันทันที บรรยากาศจึงกลับมาสู่ศึกชิงบัลลังค์กันอีกครา ซาอิเข้ามากระซิบที่ข้างหูของหญิงสาวข้างกายอย่างแผ่วเบา 

 

“งั้นผมขอเรียกนานะจังได้ไหมครับ” 

 

ครืดดดดดดด 

 

ยังไม่ทันที่จะได้เริ่มตอบอยู่ดีๆก็มีมือปริศนาเข้ามากระชากแขนบางให้ลุกขึ้นตามแรงมหาศาลนั่นออกไปทันที อยู่ดีๆโทรุก็เกิดบ้าอะไรไม่รู้ลากเธอออกไปจากห้องโดยไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บหรือไม่ 

 

“โอ้ย ฉันเจ็บนะโทรุ” 

 

“…” 

 

“โทรุ ปล่อยฉันเจ็บ” 

 

พลั่กก 

 

ร่างบางใช้มืออีกข้างพลั่กไหล่ของร่างสูงสุดแรงจดในที่สุดโทรุก็รู้สึกตัว เขารีบคลายข้อมือเล็กนั่นทันที นี่เขาเป็นอะไรไปเนี่ย ทำไมถึงรู้สึกไม่ชอบใจแบบนี้กันนะ 

 

“นายทำแบบนี้ทำไม โทรุ” 

 

“ต่อไปนี้เธอห้ามเข้าใจ เจ้านั่นเด็ดขาดนะ” 

 

“ทำไมล่ะ” 

 

“ฉันบอกว่าไม่ได้ไง” 

 

“ก็ทำไมล่ะ” 

 

“บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้!!!!” 

 

โทรุที่ยังควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้เขาเผลอตะคอกใส่นานะอย่างหัวเสีย ร่างบางที่ไม่เคยโดนการกระทำแบบนี้ของชายหนุ่มมาก่อนได้แต่ตกใจก่อนที่น้ำตาไหลรินลงอาบแก้มอวบงาม 

 

โทรุที่เห็นน้ำตาก็ได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาตกใจมากพยายามจะเข้าไปหาร่างบาง แต่นานะกลับถอยหนีแล้ววิ่งหนีเขาไปในทันที โทรุได้แต่มองตามร่างคุ้นเคยนั้นจนลับสายตาไป นี่เขาเป็นอะไรไปกันแน่นะ 

 

อีกด้านนึงของมุมตึกร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาปานดารามองดูเหตุการณ์อีกฝั่งก็ยกยิ้มมุมปากอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะพูดออกมาคนเดียว 

 

“น่าสนใจดีนี่ โทรุ” 

 

“เห นายพูดว่าอะไรนะเรย์” 

 

“อ๋อ ผมบอกว่าวันนี้อากาศดีน่ะ” 

 

“เอ้ะ จริงด้วย เรย์นี่สังเกตดีจังเลยนะ” 

 

“งั้นพวกเราแนะนำโรงเรียนเท่านี้ก่อน กลับห้องกันเถอะ” 

 

เหล่านักเรียนหญิงที่อาสาจะพาซาอิ เรย์ทัวร์โรงเรียนพบว่าอีกไม่กี่นาทีจะถึงคาบเรียนพาชวนกันกลับเข้าไปในห้องเรียนกันต่อพร้อมกับบรรยากาศสีชมพูตลบอบอวล 

 

 

 

……………………………………………………………………………………….. 

 

 

ตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์วันนั้นนี่ก็ผ่านมาได้จวนจะอาทิตย์ นานะเอาแต่กลับหน้าของโทรุทุกครั้งที่ทำได้ ทั้งคู่เริ่มห่างเหินกันจนเพื่อนๆทั้งห้องต่างพากันจับสังเกตได้ 

 

พอถึงคาบพักกลางวันหลังจากที่โทรุกับนานะเดินออกไปสักครู่ เรย์ก็เรียกกลุ่มเพื่อนสนิทของนานะกับโทรุมาคุย 2สาว2หนุ่มต่างห้องที่มาตามคำเชิญของเรย์ คิรันหนึ่งในนั้นไม่รอช้าเริ่มต้นบทสนทนาทันที 

 

“นายเรียกพวกเรามาทำไม ซาอิ” 

 

“พวกนายเป็นเพื่อนของโทรุกับนานะจังใช่ไหมล่ะ” 

 

“ก็ใช่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย” 

 

“ผมก็อยากเป็นเพื่อนกับโทรุกับนานะจัง” 

 

“….” 

 

“แต่ช่วงนี้บรรยากาศของสองคนนั้นมันแปลกๆ” 

 

“นั่นน่ะสิ ฉันว่าช่วงนี้สองคนนั้นห่างกันมากเลยนะ” 

 

ยูโนะเพื่อนสนิทของนานะก็เอ่ยเสียงหวานใสเห็นด้วยกับคำพูดของซาอิ ทำให้สามคนที่เหลือก็เริ่มคิดตามจนรู้สึกเห็นด้วย เรย์ที่เห็นสี่คนนั้นเริ่มคล้องตามก็รีบเริ่มดำเนินการต่อทันที 

 

“ใช่ไหมล่ะ ผมเลยคิดว่าพวกเราน่าจะสร้างสถานการณ์ให้พวกเขาคืนดีกันดีไหม” 

 

“งั้นชวนไปล่าผีดีไหมล่ะ นานะชอบนี่นา ยัยนั่นออกจากบ้านยากจะตาย” 

 

คิริวสารวัตรนักเรียนหนุ่มรีบออกความคิดเห็นทันที ถึงเขาจะชอบกัดกับโทรุแต่ทั้งคู่ต่างก็เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก คิรันแฝดน้องก็รีบพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนี้พร้อมกับยูโนะ 

 

“ตะ แต่ ล่าผีมันต้องกลางนี่คืนไม่ใช่หรอ” 

 

รินะที่ขึ้นชื่อเรื่องกลัวผีก็พยายมหาเหตุผลให้ปลี่ยนความคิดแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะทุกคนไม่มีใครฟังเธอเลยพร้อมกับคิดหาสถานที่กันเป็นที่เรียบร้อย แง รินะจะทำยังไงดีล่ะคะ!!! 

 

“ตอนผมย้ายมาได้ยินเรื่องเล่าของโรงเรียนที่นี่เยอะแยะเลยนี่ครับ” 

 

“ก็จริง งั้นก็ล่าที่โรงเรียนไหมล่ะ ล่อให้พวกนั้นอยู่เรทแล้วก็ชวนแบบกะทันหัน” 

 

“พวกเราเห็นด้วย” 

 

“ในเมื่อมีซาอิแล้วงั้นรินะก็ไม่ต้องมาก็ได้ใช่ไหมคะ” 

 

ร่างบางบอกอย่างกล้าๆกลัวๆ พลางทำเสียงออดอ้อนแต่หาได้ผลไม่ ทั้งสี่คนที่เหลือต่างยิ้มเย็นให้ทำให้หญิงสาวต้องก้มหน้าน้ำตาตกใน 

 

“ไม่ต้องห่วงน่ารินะ ฉันจะปกป้องเธอเอง” 

 

คิรันพูดอย่างภาคภูมิใจเต็มกำลัง ส่วนคนที่เหลือก็รีบสร้างความมั่นใจให้กับหญิงสาว รินะถึงยิ้มสู้และตอบตกลงที่จะไปด้วย ละแล้วที่เหลือก็ต่างแยกย้ายกันไปทิ้งไว้ให้เหลือซาอิเพียงคนเดียว 

 

“หืม มีเพื่อนดีนี่นาโทรุ” 

 

เขาว่าพลางก็เปิดสมุดโน้ตเล่มเล็กขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นรูปถ่ายของเด็กชายสองคน อีกคนหนึ่งผมสีดำเหมือนกับเจ้าชายส่วนเด็กอีกคนนั้นผมสีทองที่เป็นลูกครึ่งพร้อมกับตัวหนังสือเขียนไว้ว่า โทรุ ... 

 

 

 

.............................................................................. 

 

 

หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์และความสัมพันธ์ของโทรุกับนานะก็ยังห่างเหินไม่เปลี่ยนแปลง บรรดาเพื่อนๆเริ่มทนกับเหตุการณ์ตรงนี้ไม่ไหว คิริวเลยเริ่มทำตามแผนที่วางกันไว้ทันที

 

“เดินเร็วๆหน่อยสินานะ เราสายกันมากแล้วนะ”

 

รินะพูดอย่างร่าเริงพลางลากร่างบางของนานะตรงไปยังห้องของสภานักเรียนพร้อมกับยูโนะที่เดินตามไปอย่างติดๆ ระว่างทางก็บังเอิญเจอกับฝั่งผู้ชายพอดี นานะที่เห็นโทรุก็รีบเดินนำไปก่อนใครเพื่อน

 

คิริวที่นอกจากจะเป็นสารวัตรนักเรียนแล้วเขายังเป็นหนึ่งในสมาชิกของสภานักเรียนซึ่งทำหน้าที่เป็นรองประธานนั่นเอง ประจวบเหมาะกับประธานไปทำธุระต่างจังหวัดทิ้งกองเอกสารมหึมาไว้ให้เขา เขาจึงเรียกเพื่อนๆมาช่วยในช่วงวันหยุดพอดี

 

“เจ้าประธานบ้าเอ้ย”

 

คิริวบ่นอย่างสุดเซ็งแต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี เขาจะถือซะว่าเป็นการช่วยให้เพื่อนของเขาเข้าใจกันก็แล้วกัน ส่วนเจ้าประธานเฮงซวยนั่นรอก่อนมาเขาจะจัดการให้เข็ด

 

“ไหง ทำหน้าเหมือนจะฆ่าใครแบบนั้นล่ะริว”

 

คิรันเดินเข้ามาให้ห้องพร้อมกับเพื่อนๆทุกคนที่มีพอดี คิริวก็รีบเก๊กท่าทำขรึมพร้อมกับจัดการแบ่งเอกสารให้เพื่อนๆช่วยทำกันทันที และไม่ลืมแผนเขาให้นานะกับโทรุทำหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อจึงให้นั่งข้างกัน

 

ทั้งคู่ที่จะปฏิเสธแต่พอเห็นคิริวเครียดกับงานตรงหน้าจึงต่างต้องจำยอมนั่งเคียงข้างทำเอกสารกันอย่างเงียบๆ เวลาก็ผ่านล่วงเลยไปได้สักพักนานะที่เริ่มตาลายกันเอกสารก็เผลอทำปากกาหล่นลงพื้น

 

ตุ้บ

 

“โอ้ะ ขอโทษx2”

 

นานะที่รีบก้มลงไปจะเก็บปากกามือบางของเธอก็ดันไปจับเข้ากับมือแกร่งของโทรุที่ก้มลงมาเก็บปากกาพอดี ทั้งคู่ต่างตกใจกันเล็กน้อยพลางพูดขอโทษแก้เก้อที่ไม่ได้คุยกันมานาน

 

แต่เหตุการณ์ตรงหน้ามีหรือจะรอดพ้นบรรดาเพื่อนรักที่แอบดูอยู่ตลอดเวลา ทั้งสี่คนต่างยิ้มให้กันที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนนั้นกำลังเป็นไปได้ด้วยดี

 

โทรุกันนานะที่กลับมานั่งกันเหมือนเดิมก็นิ่งกันไปสักครู่ ก่อนที่จะตัดสินใจจะชวนอีกฝ่ายคุยโดยที่โทรุนั้นเป็นฝ่ายเริ่มก่อนอย่างเก้ๆกังๆ

 

“เอ่อ เธอไม่ค่อยได้กินข้าวหรอ”

 

“ห้ะ”

 

“ฉันหมายถึง เธอดูผอมลงไม่ค่อยได้กินไรหรอ”

 

“อ๋อ อืม”

 

สิ้นเสียงหวานทุกอย่างก็กลับไปเงียบอีกครั้ง นานะเริ่มรู้สึกผิดที่ตอบแบบนั้นไปจึงเริ่มชวนโทรุคุยอีกครั้ง เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดหันไปคุยกับเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนเมื่อก่อน

 

“เห อะไรกัน นายเป็นห่วงฉันหรอ”

 

“ใช่ ฉันห่วงเธอมาก”

 

คำตอบที่ไม่คาดคิดนั้นทำเรานานะที่ไม่ทันได้เตรียมใจถึงกับเงิบไปไม่เป็น เธอรีบหุบยิ้มพลางก้มหน้าซ่อนแก้มที่แดงระเรื่อไม่ให้ใครเห็น ด้านโทรุก็หันหน้าหนีพลางอมยิ้มที่มุมปากคนเดียว

 

เหล่าผองเพื่อนต่างยิ้มกันอย่างปลื้มปริ่มที่เหตุการณ์ตรงหน้ากำลังจะเป็นสีชมพู แต่ยังไม่ทันจะชมพูเท่าไหร่ก็กลับมามืดสนิทเพราะบุคคลที่สามที่เปิดประตูเข้ามา

 

“โทษทีนะ พอดีผมติดธุระเลยมาช้า”

 

“ไม่เป็นไรหรอกซาอิ”

 

“โอ้ะ นานะจังก็มาด้วยหรอเนี่ย”

 

เรย์ที่เพิ่งเข้ามาก็รีบขอโทษกับคิริวก่อนจะเดินตรงไปทักทายกับนานะ โทรุที่เห็นแบบนั้นก็รีบออกไปจากห้องทันทีโดยอ้างว่าจะไปห้องน้ำ

 

หลังจากที่โทรุกลับเข้ามาทั้งหมดก็ต่างก้มกน้าก้มตาทำงานเอกสารตรงหน้าจนเวลาล่วงเลยมาจนถึง 4 ทุ่ม เหล่าเด็กนักเรียนต่างบิดขี้เกียจกับอย่างสุดกำลัง

 

“ 4 ทุ่มแล้วหรอเนี่ย”

 

“งั้นกลับกันเลยไหม”

 

นานะพูดพลางหยิบกระเป๋าเตรียมที่จะเดินออกจากห้อง แต่ก็โดนยูโนะเดินมาขวางทางออกเอาไว้ ไม่ว่าจะเดินเลี่ยงยังไงยูโนะก็บังทางออกไว้ทุกครั้งจนเธอเริ่มถอดใจ

 

“ทำอะไรน่ะยูโนะ นี่มันดึกแล้วนะ”

 

“ไหนๆเราก็นั่งทำงานมาทั้งวัน มาหาอะไรสนุกๆทำดีกว่า”

 

ยูโนะที่เห็นเพื่อนสาวของเธอเริ่มทำท่าทีสนใจก็ยิ้มกริ่มและเริ่มอธิบายต่อทันทีอย่างกับรู้งาน เธอจะไม่ยอมให้โอกาสนี้หลุดมือไปเด็ดขาดเพื่อนอของเธอจะต้องทีความสุข

 

“ฉันไปได้ยินเรื่องเล่าที่โรงเรียนเรามาน่ะสิ ว่าที่ตึกเก่ามีคนเจอผี”

 

“ตึกเก่าที่เอาไว้เป็นที่เก็บของนั่นน่ะหรอ”

 

“ใช่แล้วล่ะรัน ไหนๆเราก็อยู่กันแล้วมาเล่นเกมท้าผีกันไหมล่ะ”

 

“เหอะ ไร้สาระ ฉันกลับล่ะ”

 

โทรุที่ยืนฟังยัยยูโนะพล่ามตั้งนานก็นึกว่าจะสำคัญอะไรที่แท้ก็หาเรื่องเล่นอะไรไร้สาระ เขาเดินตรงไปหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพานพร้อมกับเดินตรงไปที่ประตู แต่ก็ต้องชะงักกับเสียงหวานใสอันคุ้นเคย

 

“ได้สิ ฉันเล่น”

 

“ว่าแล้วนานะชอบเรื่องผีจะตาย โทรุที่นายไม่เล่นเพราะนายกลัวล่ะสิ”

 

“ห๊า พูดบ้าอะไรคนอย่างฉันเนี่ยนะจะกลัว”

 

“งั้นนายก็เล่นสิ ถ้าไม่เล่มเกมนี้ฉันถือว่านายกลัว”

 

“เหอะ ก็ได้ฉันตกลง”

 

………………………………………………………….. 

 

ละแล้ว 3 สาว 4 หนุ่ม ก็จับกลุ่มกันมายืนเรียงแถวหน้ากระดานตรงทางเข้าตึกเก่า พวกเขาเริ่มทำการจับกลุ่มตามที่จับฉลากกันตั้งแต่ในห้องสภาโดย คิริวคู่กับรินะ เรย์คู่กับโทรุ ส่วนสามคนสุดท้ายคิรัน ยูโนะและนานะได้อยู่ร่วมกัน

 

โทรุที่หัวเสียกับผลการจับฉลากเขาได้เริ่มเดินเข้าไปในตึกเป็นคนแรกโดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น ทำให้เรย์รีบวิ่งตามเข้าไปติดๆ ต่อมาก็เป็นแก๊งค์ของนานะ ส่วนคู่ของคิริวกับรินะนั้นตามไปเป็นคู่สุดท้ายเพราะแม่สาวน้อยขอเวลาทำใจนานเกินไป

 

สองหนุ่มหล่อที่เดินเข้ามาในตึกสักพัก ในที่สุดโทรุก็หยุดฝีเท้าหันหน้าเข้าเผชิญกับเรย์ที่ยืมยิ้มรอเขาอยู่ก่อนนานแล้ว

 

“แกต้องการอะไร เรย์”

 

“อย่าทำท่าเหมือนจะฆ่าฉันอย่างนั้นสิโทรุ”

 

เรย์ตอบอย่างใจเย็นให้กับลูกติดของพ่อเลี้ยงของเขา แต่โทรุนั้นหาสนใจไม่เขาเริ่มหมดความอดทนกับลูกของคนเจ้าเล่ห์ที่เคยคิดจะฆ่าเขาแล้ว

 

สองมือแกร่งของโทรุไปเข้าไปกระชากคอเสื้อของเรย์ เขาจะไม่หลงกลหรือเชื่อใจ 2 แม่ลูกนี่อีกเป็นอันขาด ยิ่งคิดถึงเรื่องในอดีตก็ยิ่งทำให้เขายากที่จะควบคุมอารมณ์ให้เย็นลงได้

 

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลังจากที่แม่ชาวต่างชาติของเขาเสียพ่อก็ได้ไปแต่งงานใหม่กับแม่หม่ายลูกติดที่ทำงาน ตอนแรกเขากับเรย์นั้นก็สนิทกันดีเพราะเป็นเด็กผู้ชายเหมือนกันและอายุเท่ากัน

 

ดูเหมือนจะเป็นครอบครัวที่ดูอบอุ่นแต่ก็เป็นได้แค่เหมือน แม่เลี้ยงของเขาดันไปรู้ว่าพ่อของเขาไม่เคยลืมแม่ได้เลยทำให้หล่อนริษยาเอาความแค้นทั้งหมดนั้นมาลงกับเขาที่เป็นเหมือนเสี้ยนหนามหัวใจ

 

แต่เขาก็พยายามทำความเข้าใจและอดทนมาตลอดจนเกิดเรื่องที่ยัยงูพิษนั่นวางแผนที่จะฆ่าเขาให้จมน้ำตาย แต่โชคยังเข้าข้างที่เขานั้นรอดมาได้ราวกับปาฏิหาริย์

 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแม้ว่าเขาจะเป็นแค่เด็กประถมแต่เขาก็ยืนกรานกับพ่อว่าจะขอไปอยู่คนเดียวห้ามให้สองแม่ลูกนั่นมาเกี่ยวข้องกันอีกตลอดกาล

 

“ฉันมาที่นี่เพื่อที่จะมาขอโทษแทนแม่ของฉัน”

 

“…”

 

“แม่ตอนนี้สำนึกผิดกับสิ่งที่ทำ แม่คิดได้แล้วนะโทรุ”

 

“หุบปากเน่าๆของแกไปเถอะ ฉันจะไม่มีวันเชื่อคำพูดตอแxลของแกอีก”

 

“แต่ฉันมาดีจริงๆนะ”

 

“มาดี? แล้วแกมายุ่งกับนานะทำไม!”

 

ในตอนเด็กๆที่เขาอยู่ในเมืองกับครอบครัวพอช่วงซัมเมอร์จะมาเที่ยวหาปู่ที่แถมเทกะจนได้รู้จักกับนานะ แต่เขาไม่ได้พอกับทางที่บ้านในเรื่องนี้ อุตส่าห์รักษามาตลอดมันก็ดันมายุ่งกับของสำคัญจนได้

 

“ฉันแค่อยากจะช่วย”

 

“ถ้าอยากช่วยจริงๆ ก็ช่วยออกไปจากชีวิตฉันซะ เรย์”

 

“ให้โอกาสฉันอีกครั้งเถอะนะ”

 

พลั่ก

 

หมัดที่รุนแรงและหนักหน่วงของโทรุนั้นเหวี่ยงไปปะทะเข้ากับใบหน้าของเรย์ทันที ร่างสูงโปร่งที่โดนแรงปะทะนั้นก็ล้มลงไปกองกับพื้น โทรุที่ตอนนี้นั้นขาดสติอย่างสิ้นเชิงเขาขึ้นคร่อมร่างที่กองอยู่กับพื้นนั้นและกำลังจะงื้อหมัดก็ต้องชะงักกับเสียงหวานหูของคนสำคัญ

 

“หยุดนะ โทรุ”

 

นานะที่ก่อนหน้านั้นหูดีไปได้ยินเสียงของคนทะเลาะกันจึงเดินไปตามเสียงก็มาพบว่าสองหนุ่มกำลังทะเลาะกันอยู่แต่ด้วยความที่โทรุอยู่ดีๆก็ต่อยเธอจึงห้ามไม่ทัน

 

แต่โทรุหาได้ฟังไม่ เขาเตรียมง้างหมัดต่อ นานะที่เห็นแบบนั้นก็ลนลานจะรีบวิ่งไปห้ามแต่ข้อเท้าเจ้ากรรมดันไม่รักดีเกิดพลิกกะทันหัน ทำให้เธอตกบันไดลงไป

 

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

“นานะ!!!!!! X2”

 

โทรุกับเรย์ต่างตกใจกับภาพที่เห็นจนทั้งคู่ต่างตะโกนออกมาพร้อมกัน หนุ่มลูกครึ่งนั้นรีบกระโจนลงไปหาคนที่แอบรักทันที ส่วนหนุ่มหัวดำขยับมากไม่ได้เพราะยังเจ็บอยู่

 

“เป็นไรมากไหม นานะ”

 

โทรุรีบเข้าไปดูอาการพลางถามร่างบางตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นานะรู้สึกหน้าแดงกับเสียงนุ่มละมุนหูได้เพียงแค่ชั่วครู่ก็ต้องร้องด้วยความเจ็บปวดบริเวณข้อเท้าของเธอ

 

“โอ้ย ฉันเจ็บ”

 

“ยัยโง่เอ้ย ไหนฉันดูสิ”

 

“โอ้ย เบาๆสิ”

 

“ข้อเท้าเธอดูเหมือนว่าจะเคล็ด”

 

โทรุนิ่งไปสักพักจนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นพร้อมกับยกร่างบางด้วยสองมือแกร่งแล้วก็รีบเดินออกไปทันที ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่คำว่านานะกำลังๆวนซ้ำอยู่อย่างนั้น

 

สาวน้อยที่อยู่ดีๆก็โดนอุ้มท่าเจ้าสาวอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจพยายามร้องเรียกหรือตีร่างกำยำเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล โทรุก็ยังเดินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างว่าตอนนี้พวกเขากำลังเดินผ่านย่านตลาดกลางคืน

 

นานะที่ทนต่อสายตาชาวบ้านไม่ไหวจึงดิ้นสุดแรงเกิด ในที่สุดโทรุก็หยุดจากพะวง หันมาดุร่างบางในอ้อมกอดอย่างเป็นอย่างไม่ไหว

 

“เห้ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวก็ร่วงหรอก”

 

“นายก็ปล่อยฉันสิยะ”

 

“ข้อเท้าเธอเจ็บอยู่ ให้ฉันอุ้มเถอะ”

 

“แต่ฉันอายคนอื่นเขา”

 

นานะเถียงเสียงอ่อยพลางมุดหน้าเข้ากับออกกว้าง โทรุที่ได้ยินอย่างนั้นก็มองไปรอบๆพลางเบิกตาโต บ้าเอ้ย นี่เขามาอยู่ท่างกลางคนเยอะแยะแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

 

แต่ถึงจะอายขนาดไหนก็ไม่เท่ากับความเป็นห่วงของเขาที่มีให้กับนานะ ถ้ารีบเดินผ่านตลาดนี้ไปได้ก็จะถึงคลินิคของพี่หมอที่เขารู้จัก เอาวะเป็นไงเป็นกัน

 

นานะที่รู้สึกว่าร่างขแงโทรุเริ่มขยับอีกครั้งก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาพลางส่งสายตาอาฆาตแค้นไปให้ ตาบ้านี่อย่าบอกนะว่าจะพาเธอเดินผ่านตลาดเพื่อพาไปคลินิค คนเยอะแยะแบบนี้น่าอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีเธอจะต้องขัดขวางเขาให้ได้

 

“นายจะพาฉันไปคลินิคหรอ”

 

“ใช่ ถึงข้อเท้าเธอดูเคล็คแต่ฉันว่าให้พี่หมอตรวจซ้ำดีกว่า”

 

“แต่กว่าเราจะถึงต้องผ่านคนตั้งเยอะแยะเลยนะ”

 

“เดี๋ยวฉันจะรีบเดิน เธอก็ก้มหน้ากับอกฉันแก้อายละกัน”

 

“จะบ้าหรอ ไม่เอาไม่ไป”

 

“อย่าดื้อสิ นานะ”

 

“กลับบ้านเถอะ ดึกแล้วค่อยไปหาหมอพรุ่งนี้ก็ได้”

 

โทรุได้แต่กรอกตาไปมาอย่างสุดจะทน ทำไมยัยตัวเล็กนี่ถึงได้ดื้อดึงขนาดนี้กันนะ แต่ด้วยสายตากลมโตเหมือนลูกแมวนั้นที่กำลังออดอ้อนเขาอย่างสุดพลังทำให้เขาก็ต้องพ่ายแพ้เหมือนกันกับทุกที

 

“ก็ได้ งั้นกลับบ้าน”

 

โทรุก็พานานะเดินกลับบ้านที่อยู่กับฝั่งตรงข้ามตอนตลาด ระหว่างทางที่มีแต่พวกเขานั้นก็ไม่มีการพูดคุยกันตลอดจนมาถึงหน้าบ้าน โทรุที่กำลังจะกดออดแต่นานะก็ห้ามไว้

 

“เอ่อ พอดี พ่อแม่ไม่อยู่บ้านน่ะ”

 

“อีกแล้วหรอ”

 

“นายวางฉันลงเถอะ เดี๋ยวฉันเข้าบ้านเอง”

 

“ไม่ เธอไขประตูเลยเดี๋ยวฉันไปส่งในห้อง”

 

ใจของสาวน้อยนั้นอยากจะปฏิเสธแทบตายแต่พอเจอกับสายตาที่ดุดันแต่สั่นไหวเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างเหลือล้นแบบนั้น ก็ทำได้แค่ยอมตามน้ำเป็นเด็กดียอมให้เขาพามาส่งถึงเตียง

 

“เธอรอแปบนึงนะ”

 

ชายหนุ่มไม่รอคำตอบรับของหญิงสาว เขาสาวเท้าขาวๆนั่นออกไปจากห้องทันที ในเวลาต่อมาเขาก็มาพร้อมกับกะละมังใส่น้ำกับชุดปฐมพยาบาง

 

“เอ้ะ จะทำอะ…”

 

“เงียบน่า”

 

ฝ่ามือหนาบรรจงหยิบข้อเท้าบางลงไปแช่ในน้ำอุ่นอย่างเบามือ พลางเอาผ้าเช็คทำความสะอาดข้อเท้านั้นอย่างทะนุถนอมราวกับแก้วที่แสนเปราะบาง

 

โทรุที่เช็คทำความสะอาดพร้อมกับสำรวจก็พบว่าแค่ข้อเท้าเคล็ดธรรมดาแค่ทายาก็น่าจะหาย ดีแล้วล่ะแบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย เขาที่จะหยิบหลอดทาขึ้นมาหาให้ก็โดนมือบางปฏิเสธอีกครา

 

“ไม่ต้องหรอก”

 

“เธอนี่มันดื้อชะมัด”

 

“ฉันแค่รู้สึกว่าเหมือนจะหายแล้วล่ะ”

 

“นั่งเงียบๆแล้วให้ฉันทายาซะ”

 

นานะที่เกลียดกลิ่นยาทาเข้าใส้ก็รีบหมุนข้อเท้าให้ชายหนุ่มตรงหน้าดู เธอไม่ได้โกหกเสียหน่อยมันดีขึ้นจนปกติแล้วจริงๆนี่นา โทรุที่เห็นแบบนั้นก็ขี้เกียจจะเถียงจึงขอตัวกลับบ้านแต่โดนเสียงอ่อนหวานร้องเรียกไว้

 

“เดี๋ยวก่อนสิ”

 

“อะไร”

 

“ยะ อยู่ด้วยกันก่อนนะ”

 

ร่างสูงไม่ตอบอะไรแต่เลือกที่จะนั่งลงที่พื้นข้างๆกะละมังรองน้ำอันนั้นแทน บรรยากาศก็กลับมาเงียบอีกครั้ง นานะจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายพูดก่อน

 

“ขอบคุณนะและขอโทษ”

 

“เรื่องอะไร”

 

“ขอบคุณเรื่องข้อเท้า ขอโทษเรื่องที่หลบหน้า”

 

“ไม่เป็นไร”

 

บทสนธนายังเริ่มไม่ถึงไหน บรรยากาศในห้องก็กลับมาเงียบอีกครา ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของหญิงสาวเธอจึงรวบรวมความกล้าถามเรื่อเสี่ยงตายออกไปในที่สุด

 

“นายมีเรื่องอะไรกับเรย์หรอ”

 

“!!!!!!!”

 

“อะเอ่อ ฉันหมายถึงซาอิน่ะ”

 

“อยากรู้หรอ”

 

“อะอืม”

 

“จะบอกก็ได้ แต่ยาวนะ”

 

“ไม่เป็นไร ฉันจะรับฟังทั้งหมดเอง”

 

โทรุจึงเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ว่าจะเรื่องมีแม่เลี้ยงหรือจะโดนพยายามฆ่า พร้อมกับเรื่องของซาอิ เรย์ที่จงใจมาหาเขาและยั่วโมโหเขาจนทำให้พวกเขาทะเลาะกัน

 

“ทำไมนายไม่เคยเล่าเรื่องแบบนี้ให้ฉันฟังเลยล่ะ”

 

“ฉันไม่อยากให้เธอคิดมากน่ะ”

 

“แบบนี้ฉันน้อยใจเป็นนะ”

 

“ขอโทษต่อไปนี้มีอะไรฉันจะบอกเธอให้หมดเลยดีไหม”

 

“อะ อื้ม”

 

หลังจากที่ทั้งคู่ได้พูดคุย นานะก็เริ่มกลับมายิ้มให้กับเขาในรอบหลายวันที่เอาแต่หลบหน้าตลอด แต่ยิ้มได้ไม่นานหน้าของหญิงสาวก็กลับมากังวล

 

“เป็นอะไรไปหรอ”

 

“ฉันไม่ได้ชอบซาอิ นายอย่าเข้าใจผิดอีกเลยนะ”

 

“อะ อืม”

 

“และฉันคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นซาอิไม่เกี่ยวนะ นายให้อภัยเขาเถอะ”

 

“ฉันรู้ รู้มาตลอดนั่นแหละ”

 

“แล้วทำไมล่ะ”

 

“แม่ของเจ้านั่นเกลียดฉันเข้ากระดูกดำ ฉันไม่อยากให้เรย์โดนทำร้ายเพราะฉันอีกน่ะ”

 

ใช่ว่าเขาจะแยกแยะไม่ออกว่าเรย์นั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยสักนิด แต่ตอนนั้นที่เขาไปบังเอิญเห็นเรย์โดนยัยแม่มดนั่นลงโทษอย่างโหดเหี้ยมเพราะเขาเป็นต้นเหตุเขาจึงเลือกที่จะทำแบบนี้แทน

 

นานะที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเป็นห่วงผู้ชายตรงหน้าอย่างสุดหัวใจ นี่เขาเจอเรื่องอะไรมาตั้งเยอะแยะแต่เราดันไม่โกรธเขาเพราะโดนขึ้นเสียงด้วยเหตุผลปัญญาอ่อนแบบนี้ซะได้

 

นานะที่กำลังคิดในใจคุยกับตัวเองไปต่างๆนาๆก็เหมือนจะนึกขึ้นได้กับสิ่งสำคัญบางอย่าง โอ้ะ แย่ล่ะสิ เธอลืมเอาแกงกะหรี่ที่แม่ทำทิ้งไว้ไปอุ่น ทำไงดีอาหารเย็นและเช้าของเธอบูดแน่เลย

 

คิดได้เช่นนั้นเธอก็รีบลุกขึ้นกระโจนจะออกไปจากห้องแต่รีบมากไปจนไปสะดุดล้มทับกับร่างหนาที่นั่งอยู่ล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับน้ำในกะละมังสาดใส่เข้ากับตัวเธอเข้าอย่างจัง

 

“เจ็บนะยัยบ้า”

 

“ฉะ ฉันขอโทษ ”

 

“รีบลุกไปได้แล้วฉันหนัก”

 

นานะพยายามจะลูกตามคำสั่งของเขา แต่ด้วยน้ำที่หกอยู่เต็มพื้นทำให้เธอลื่นจนม่ามารถที่จะลุกขึ้นได้ เธอที่พยายามจะลุกให้ได้นั้นไม่ได้สนใจกับร่างหนาที่ตอนนี้รับรู้ถึงสัมผัสอันแสนนุ่มนิ่มที่กำลังแนบกับร่างอันกำยำของเขาจนเจ้าเนื้อที่อยู่ใต้กางเกงเริ่มกำลังขยายใหญ่ขึ้น

 

“นานะ หยุดขยับได้แล้ว”

 

“เห ทำไมล่ะ”

 

“กะ ก็”

 

เธอที่เห็นใบหน้าของชายหนุ่มนั้นแดงก่ำก็เริ่มรับรู้สึกบางสิ่งที่กำลังทิ่มกับขาอ่อนของเธอ นานะจึงเริ่มคิดวิธีเอาคืนเจ้าบ้าสิ้นคิดนี่ทันที

 

“เห อะไรกันนายมีอารมณ์หรอโทรุ”

 

“นะ นี่ หยุดนะอย่าหาว่าไม่เตือน”

 

“ทำไมนายจะทำอะไรฉันหรอ”

 

ยิ่งเห็นทางทีท่าเขินอายแบบนั้นก็ยิ่งสนุก เธอจึงเริ่มแกล้งขยับตัวไปโดนบริเวณเป้ากางเกงมากขึ้น ตอนนี้นานะนั้นลืมความอายไปหมดสิ้นเสียแล้ว

 

“นานะ ถ้าเธอไม่หยุดฉันจะปล้ำเธอแล้วนะ”

 

“พูดว่าอะไรนะ ไม่ได้ยิน”

 

เธอที่เอาแต่แกล้งโทรุก็เริ่มมีอารมณ์จนหยุดร่างกายไม่ได้บดเบียนร่างหนาไม่ได้นั้นก็โดนโทรุที่ตอนนี้ความอดทนขาดสะบันพลิกตัวขึ้นคร่อมพร้อมกับจูบที่ปากบางเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ที่บ้าคลั่งทันที

 

ทั้งสองต่างจูบกันอย่างดูดดื่มพร้อมกับอารมณ์ที่โหยหาซึ่งกันและกันมานาน ลิ้นอุ่นของทั้งคู่ต่างพลัดกันแลกชิมความหวานของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ จนลมหายใจที่ใกล้จะหมดริมฝีปากหนาก็ผละออกจากปากบางอย่างอ่อยอิ่ง

 

“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่า”

 

“แล้วถ้าฉันบอกว่าให้ทำต่อล่ะ”

 

โทรุตาโตตกใจกับคำตอบที่ได้ยิน ทันใดนั้นนานะก็โน้มคอของเขาลงไปรับกับจุมพิตอันเร่าร้อนอีกครั้ง ทุกอย่างร้อนแรงจนทั้งคู่เริ่มจะทำตามสัญชาตญาณของตน

 

สองมือหนาและสองมือบางต่างเริ่มปลดเปลื้องเสื้อของอีกฝ่ายออกจนร่างกายเปลือยเปล่า โทรุละจากปากบางพลางอุ่มร่างคนที่เขาแอบรักไปนอนบนเตียง

 

“เธอมั่นใจแน่นะ”

 

เขาถามเธอเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง หญิงสาวจึงยิ้มพลางพยักหน้าเป็นคำตอบ พอเห็นแบบนั้นฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดกระเด็น โทรุซุกไซร้ซอกคอขาวอย่างหิวกระหายก่อนจะเคลื่อนย้ายไปดูดดื่มกับยอดทรวงอกอิ่มที่ตอนนี้ชูชันยั่วยวนเขาอย่างกับเด็กน้อย

 

“อ๊ะ อ๊าาาาา โทรุ”

 

“อืมม ว่าไง”

 

“อ้ะ เสียว เสียวจัง”

 

โทรุยิ้มกริ่มกับท่าทีของหญิงสาว เขาเคลื่อนมือไปสำรวจด้านล่างของนานะว่าพร้อมหรือยัง ก็พบว่ากลีบดอกไม้งานนั้นตอนนี้บานสะพรั่งพร้อมแล้วเต็มที่

 

เขาจึงแหวกขาเรียวงามทั้งสองข้างออกก่อนจะลุกขึ้นชันเข่าเตรียมท่อนเอ็นหนาที่ตอนนี้นั้นขยายอย่างเต็มที่แล้ว เขานำส่วนยอดสีอมชมพูนั้นถูไถไปมาเชิงหยอกล้อ

 

แต่หญิงสาวไม่เล่นด้วยได้ส่งเสียงประท้องในลำคออย่างไม่พอใจ โทรุจึงเริ่มทำการสำรวจภายในดอกไม้งามอย่างช้าๆเพราะกลัวจะเจ็บ

 

“อื้อออ”

 

“เจ็บหรอนานะ”

 

เขาที่ดันจ้าวโลกเข้ามาได้แค่ครึ่งเดียวก็ต้องหยุดเพราะนานะนั้นส่งเสียงและทำหน้าตาอย่างเจ็บปวด โทรุที่เห็นแบบนั้นก็พรมจูบปลอบประโลมไปทั่วร่างงามเพื่อคลายความเจ็บ

 

“ขยับสิโทรุ”

 

นานะที่ตอนนี้ความเจ็บนั้นได้บรรเทาลงความต้องการก็เข้ามาแทนที ร่างหนาไม่รอช้าเริ่มขยับไปตามจังหวะทีละนิดอย่างอดกลั้น

 

นานะที่ตอนนี้ในหัวขาวโพลนรับรู้แต่ความรู้สึกแปลกใหม่ที่หรรษา เธอที่เริ่มสนุกและชินก็เริ่มขยับสะโพกตอบรับกับร่างกำยำนั่น

 

“อ๊า อ๊าาาา”

 

นานะเริ่มครางออกมาดังขึ้น ตอนนี้เธอนั้นเสียวสะท้านจนแทบจะทนกับความสุขนี้แทบไม่ไหว เธอโดนร่างแกร่งนั้นสอดใส่เข้ามาอย่ารุนแรงจนเตียงนั้นสั่นไหวไปพร้อมกับจังหวะ

 

โทรุนั้นยิ่งได้ยินเสียงครางหวานก็ยิ่งเร้าอารมณ์เขาควบคุมสะโพกของตนไม่ได้ เสียงเนื้อที่กระทบกันอย่างรุนแรงนั้นดังแข่งกับเสียงครางของนานะที่อยู่ใต้ร่างของเขา

 

“อื้ออออ ทะ แฮ่ก ทะ โทรุ”

 

“อืมมม อ่าาา นานะ”

 

“อ๊ะ อ๊ะ ฉันจะเสร้จแล้ว”

 

“ฉันเหมือนกัน พร้อมกันนะ”

 

โทรุว่าพลางขยับสะโพกรุนแรงมากขึ้น ทำให้นานะตอนนี้แทบสำลักความสุข แท่งเนื้ออุ่นนั่นสอดใส่เข้ามาข้างในร่างกายของเธออย่างไม่ปรานี นานะที่ข้างในของเธอตอนนี้เริ่มตอดรัดแน่นจวนจะเสร็จนั้นมันรัดแน่นเสียจนโทรุเกือบจะเสร็จคาที่

 

“อ่า นานะ ฉันรักเธอ นานะ”

 

“อ้ะ อ๊า ฉันก็รักเธอโทรุ”

 

เสียงเนท้อกับเสียงพร่ำบอกรักของทั้งคู่ดังสลับกันไปมาจนในที่สุดก็ถึงจุดจบร่างของทั้งคู่ต่างกระตุกเกร็ง โทรุที่พอมีสติก็รีบดึงเอ็นเนื้อหนาออกมาจากนานะก่อนจะปล่อยน้ำสีขาวพวยพุ่งออกมาจำนวนมาก

 

ร่างบางที่เห็นแบบนั้นก็อ้าปากรับน้ำนั้นพร้อมกับดูดกลืนอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งคู่ที่เสร็จสิ้นภารกิจก็ต่างนอนกอดกันอย่างมีความสุข นานะที่เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกนอกจากแกงกะหรี่นี่เธอลืมอะไรไปหรือเปล่านะ

 

อีกด้านหนึ่ง

 

เหล่าบรรดาเพื่อนๆที่ยังอยู่ภายในโรเรียนนั้นโดนลุงยามจับได้แล้วเอาไปฟ้องอาจารย์ซาโต้ที่ทำงานล่วงลา ตอนนี้นั้นพวกเขาโดนทำโทษให้นั่งชูแขนสำนึกผิดอยู่กับพื้นมาจวนจะ 2 ชั่วโมงแล้ว เจ้าโทรุกับยัยนานะสองคนนั้นมันหายหัวไปไหนกันนะ…..

 

 

--- THE END --- 

ความคิดเห็น