email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ที่ที่เราเคยยืน (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ที่ที่เราเคยยืน (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.พ. 2563 18:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ที่ที่เราเคยยืน (1/2)
แบบอักษร

15th Day 

เสียงคลิกเมาส์ดังท่ามกลางความมืด ดวงตาสีอ่อนกลอกไปมาตามตัวอักษรที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เว็บไซต์สีน้ำเงินแสดงภาพข่าวหลากหลายที่ถูกนำเสนอโดยสำนักข่าวต่างๆ ของไม่กี่วันมานี้ มือซีดละจากสิ่งที่จับเปลี่ยนมาเป็นพิมพ์ข้อความลงไปในช่องค้นหาแทน 

อุบัติเหตุสี่แยกเหยียนไต้ 25 ธันวาคม ปี 2018 

ภาพเหตุการณ์ค่อยๆ แสดงออกมาตามลำดับ เด็กหนุ่มคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ขึ้นมาเป็นเว็บฯ แรกแล้วนั่งอ่านรายละเอียดเงียบๆ 

นักศึกษาชายอายุ 21 ปีถูกรถรุ่น xx ชนเข้าอย่างจังกลางสี่แยกเหยียนไต้ในคืนคริสต์มาสที่ผ่านมาและเสียชีวิตลงในเวลาถัดมาหลังส่งเข้าโรงพยาบาลไม่นาน ซึ่งถือเป็นอุบัติเหตุที่... 

หรูซื่อกดปิดหน้าต่างเว็บไซต์ดังกล่าวหลังจากอ่านไปได้สักพัก 

ข่าวการเกิดอุบัติเหตุในคืนนั้นค่อนข้างใหญ่เนื่องจากทั้งคนขับและตัวของเขาเองไม่มีใครถูกตรวจพบแอลกอฮอล์หรือสาเหตุอื่นอันเป็นการนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์สุดสลดครั้งนั้น แน่นอนว่าหรูซื่อก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน เขาพยายามที่จะวิ่งไปหาอี้เฉิน และ...หลังจากนั้นก็นึกอะไรไม่ค่อยออก 

ตัดสินใจปิดคอมพิวเตอร์แล้วเดินลงไปที่ชั้นล่าง มันเป็นความรู้สึกชั่วขณะ อยากจะรู้ว่าที่เขาตายในวันนั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่สามารถนั่งทนอ่านอะไรแบบนั้นได้จนจบ หรูซื่อไม่ต้องการหาความจริง เพราะมันไม่มีอะไรแต่ก็...นั่นล่ะ เขาตัดสินใจจะลืมมันไปซะ ตอนนี้สิ่งที่ต้องคิดมีเพียงระยะเวลาที่คงเหลืออยู่ 

เวลาก้าวเดินไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีความปรานี 

จากวันนี้ก็เหลือเวลาอีกสามสิบสี่วัน 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเหมือนความฝัน ทั้งเรื่องโอกาสที่ได้รับ การแลกเปลี่ยน หรือการได้กลับมาเจออี้เฉิน โดยเฉพาะการที่ตัวเขาได้มาอยู่ในร่างของโม่เฉียน เด็กคนนั้น...หรูซื่อนึกสงสัยว่าในเมื่อวิญญาณของเขาอยู่ในร่างโม่เฉียน แล้วเด็กคนนั้นล่ะ อยู่ที่ไหน? 

โชคดีที่วันนี้ไม่มีใครอยู่ที่บ้าน หรูซื่อเปิดตู้เย็นแล้วหาเครื่องดื่มอะไรบางอย่างแต่แล้วเด็กหนุ่มก็ตัดสินใจวางกระป๋องโคล่าลงที่เดิม เปลี่ยนเป็นหยิบแซนด์วิชที่เหลือจากเมื่อเช้ามากินแทน 

บางทีถ้าต้องการเครื่องดื่มเขาอาจจะต้องไปบางแห่งข้างนอก 

หวังว่าถ้าไปเวลานี้จะยังทันนะ 

สองเท้าเปลี่ยนทิศทางกลับไปยังบันได และเป้าหมายคือห้องนอนที่เพิ่งเดินออกมา แซนด์วิชครึ่งชิ้นสุดท้ายถูกยัดเข้าปากพลางเช็ดมือเข้ากับกางเกงลวกๆ นั่นมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำแต่ตอนนี้หรูซื่อต้องรักษาเวลา สองมือกวาดหนังสือและเครื่องเขียนลงเป้สีกรม 

               

ยังอยู่แฮะ 

ลอบถอนหายใจกับตัวเองและยกยิ้มอยู่ในใจ อี้เฉินเป็นพนักงานพาร์ตไทม์แต่หรูซื่อไม่แน่ใจว่าเขาทำงานถึงกี่โมง สิ่งที่แน่นอนคือหรูซื่อมักจะเจอชายหนุ่มในช่วงสาย เวลาที่มาร้านแห่งนี้เมื่อวานรวมถึงวันก่อนด้วย เป็นไปได้ว่าเขาคงจะทำงานกะเช้า 

“ยินดีต้อนรับครับ” 

เด็กหนุ่มเดินเข้าร้าน เสียงทักทายจากร่างสูงทำให้รู้สึกเกร็ง วันนี้คุณลีอาไม่ได้อยู่ที่ร้านเสียด้วยสิ ตั้งแต่เดินเข้ามาวันนี้เขายังไม่เจอเธอเลย 

“วนิลลาลาเต้ครับ” เครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟ หรูซื่อค้อมหัวเป็นการขอบคุณ ปากคาบหลอดค้างไว้พลางแอบมองตามร่างสูงที่เดินกลับไปประจำเคาน์เตอร์ คงจะดีถ้าได้ชวนอีกฝ่ายคุยต่ออีกสักสิบวินาที แต่มันก็ยากเกินไปที่จะทำ 

รสชาติของเครื่องดื่มสุดโปรดทำให้รู้สึกสดชื่น วันนี้ต้องเริ่มอ่านหนังสือและหรูซื่อเบื่อเต็มทนกับการสั่งชามะลิมาดื่มทั้งที่ตัวเองไม่ได้ชอบ 

หรือเราจะถามเขาว่าวันนี้คุณลีอาไปไหนดีนะ... 

ส่ายหน้ากับคำถามที่วาบเข้ามาในใจ 

บ้าน่า มันคงแปลกไปสักหน่อย...แต่ก็ช่างเถอะ 

เด็กหนุ่มล้มเลิกการชวนอี้เฉินคุยแล้วเริ่มเปิดหนังสือเพื่อเริ่มฝึกทำข้อสอบ      เสียงขีดเขียนของดินสอเป็นเพียงเสียงเดียวในร้านตอนนี้ หรูซื่อใช้เวลาทั้งหมดในช่วงสองชั่วโมงที่ผ่านมากับการฝึกทำโจทย์ บรรยากาศในร้านขณะนี้มันดีมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่มีลูกค้าพลุกพล่าน แถมยังแทบจะลืมตัวไปแล้วด้วยซ้ำว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่ไหน รวมถึงการมีตัวตนของอี้เฉิน 

“เฮ้อ...” 

ถอนหายใจเสียงเบาหลังทำมาได้สักพักใหญ่ แขนผอมถูกยืดออกหวังคลายกล้ามเนื้อจากการนั่งในท่าเดิมมาเป็นเวลานาน เสียงแกรกดังขึ้นเล็กน้อยในตอนที่ขยับคอไปมา หรูซื่อวางดินสอลงแล้วยกแก้ววนิลลาลาเต้ขึ้นดูด จากรสชาติที่กลมกล่อมในตอนแรกกลับกลายเป็นน้ำจืดชืดจากการถูกทิ้งไว้นานจนน้ำแข็งละลายเกือบหมด 

อี้เฉินชงกาแฟอร่อยกว่าที่คิด แต่มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สักเท่าไหร่สำหรับหรูซื่อเพราะชายหนุ่มมักจะทำมันให้เขากินอยู่บ่อยครั้งยามแวะเวียนไปนั่งเล่นที่อะพาร์ตเมนต์ มันอร่อยขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน เป็นเครื่องการันตีว่าเขามีพัฒนาการที่ดีในเรื่องนี้ แน่สิ ก็ได้มาทำงานที่ร้านกาแฟทั้งทีนี่นา 

ดินสอถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้งหลังจากพักมามากพอ หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่น หลังจากที่เริ่มทำต่อจากอันเดิม ก็เริ่มพบปัญหา หยางหรูซื่อไม่ถูกกับตัวเลข อ่า...เกลียดพาร์ตนี้ชะมัด แม้ว่าจะเคยผ่านมันมาแล้วก็ตาม คะแนนในตอนนั้นก็เรียกว่าพอเชิดหน้าชูตาได้ เป็นเพราะสามารถทำได้ดีในพาร์ตอื่นโดยเฉพาะภาษาอังกฤษก็เลยผ่านเข้ามหาวิทยาลัยเดิมได้แบบชนิดที่ว่าพกดวงมาด้วยเต็มกระเป๋า 

จำได้ว่าช่วงหนึ่งอาทิตย์ก่อนสอบเขาถึงกับทิ้งวิชาอื่นเพื่อมาติวคณิตศาสตร์โดยเฉพาะ เกลียดมันมากจริงๆ แต่ก็มักจะตามมาหลอกหลอนได้อยู่เสมอ ถ้าหากว่านี่เป็นค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายก็ถือว่าเป็นการจ่ายที่ลำบากอยู่พอตัว หรูซื่อจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสูตรต่างๆ วิธีการคิดที่สามารถทำได้ในตอนนั้นเป็นอย่างไร หลังสอบเสร็จเขาก็สลัดมันทั้งหมดออกจากสมอง และตอนนี้ก็...นั่นแหละ ได้กลับมาเจอมันอีกครั้ง พร้อมกับความทรงจำที่เหลืออยู่เป็นอณูเล็กๆ ในสมอง 

ตอนนั้นทำได้ยังไงนะ บ้าไปแล้วแน่ๆ 

ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก โจทย์ตรงหน้าราวกับภาษาเอเลี่ยนที่ยากจะเข้าใจ หยางหรูซื่อสไลด์ตัวราบไปกับโต๊ะ ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความสิ้นหวังแนบลงกับหนังสือจนปากยู่ 

"อ๊าก! ไม่รู้ด้วยแล้ว" เขากรีดร้องกับตัวเอง 

แกร๊ง! 

เสียงของช้อนและแก้วกระทบกันเรียกความสนใจจากเด็กหนุ่ม หรูซื่อเลื่อนสายตาขึ้นมองที่มาของเสียง พบเพียงแผ่นหลังกว้างของร่างสูงที่ขยับยุกยิกทำบางอย่างอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ เสียงจากก๊อกน้ำเป็นคำตอบได้อย่างดี อี้เฉินกำลังล้างแก้วที่กินเรียบร้อยแล้วของลูกค้าอยู่สินะ 

ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อใบหน้าของคนที่ยังไม่เจอเลยในช่วงหลายชั่วโมงของการเข้ามาในร้านกาแฟแห่งนี้ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เล่นเอาหรูซื่อที่กำลังเหม่อผงะไปจนแทบหงายหลัง 

“ฮายย~” 

“เหวอออ!” 

หญิงสาวตกใจเช่นกันก่อนที่ใบหน้านั้นจะเปลี่ยนมาเป็นหัวเราะแทน 

“ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะ ไม่คิดว่าเธอจะเหม่ออยู่” ลีอายังคงหัวเราะต่อไป แม้ว่าหน้าหรูซื่อตอนนี้จะเริ่มมีสีระเรื่อขึ้นบนแก้มใส 

“กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ” 

“เอ่อ...เปล่าครับ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ” ยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ก็ไม่คิดว่าอีกคนจะโผล่มาแบบนี้ ทั้งที่ตั้งแต่เข้ามาก็ไม่มีวี่แววว่าจะเจอเลย ยังแอบคิดด้วยซ้ำว่าวันนี้เธอคงจะไม่เข้ามาที่ร้าน หรูซื่อกระแอมก่อนจะพูดต่อ “ผมกำลังวุ่นๆ อยู่กับการคิดคำตอบ ก็เลย...” 

“หืม?” ดวงตากลมโตเลื่อนลงมองสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ รอยขีดเขียนจากดินสอมีอยู่ทั่วแทบทุกมุมของกระดาษที่ว่างเปล่า “อ๋อ...กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่สินะ คงจะยากน่าดู” หญิงสาวมองพลางครุ่นคิด ครั้งสุดท้ายที่เธอได้ทำมันคือเมื่อไหร่ก็นึกไม่ออกเสียแล้ว 

“ฉันอยากจะช่วยนะจ๊ะ แต่ว่ามันก็นานมาพอสมควรเลยล่ะตอนที่ได้ทำมัน” เธอหัวเราะแห้งๆ 

แน่ล่ะ เพราะครั้งสุดท้ายที่หรูซื่อได้ทำมันก็เมื่อสี่ปีก่อนยังจำอะไรแทบไม่ได้ ยิ่งคุณลีอายิ่งแล้วใหญ่ เด็กหนุ่มเข้าใจดีและบอกเธอไปว่าไม่เป็นไร 

หรูซื่อนึกว่าลีอาจะเดินจากไปแล้วหลังจากประโยคก่อนหน้านั้น แต่ทว่าเธอยังคงยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับใบหน้าที่ครุ่นคิด มือบางยกขึ้นลูบคางไปมาอย่างคนใช้ความคิด “มันดูยากมากเลยนะ แล้วฉันก็อยากช่วยจัง” 

“อ๊ะ จริงสิ อี้เฉิน!” มือบางทุบเป็นกำปั้นลงบนฝ่ามืออีกข้างพลางหันไปกวักมือเรียกพนักงานหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดแก้วอยู่หลังเคาน์เตอร์ หรูซื่อมองตามสายตาของลีอาไปอย่างใคร่รู้ 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” พนักงานหนุ่มว่าพลางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสีดำที่สวมอยู่ อี้เฉินเดินเข้ามาใกล้แล้วมองลงไปตามนิ้วเรียวซึ่งชี้อยู่ที่หนังสือของหรูซื่อ มันเปิดอ้าอยู่ในหน้าที่เต็มไปด้วยตัวอักษรประหลาดยั้วเยี้ยเต็มไปหมด 

“เฉียนเฉียนกำลังเจอกับปัญหาใหญ่เข้าล่ะ เธอพอจะแก้มันได้ไหม?” ชายหนุ่มหรี่ตา แล้วพิจารณาโจทย์คณิตศาสตร์ตรงหน้า น่าประหลาดที่ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งชายหนุ่มก็ลากเข้าอี้แล้วนั่งลงไป มือใหญ่ยื่นมาตรงหน้า ก่อนที่หรูซื่อจะรีบยื่นดินสอส่งไปให้อย่างงงๆ 

ว้าว...เขาทำมันได้ 

หรูซื่อจ้องมองโจทย์ที่กำลังถูกแก้อย่างรวดเร็ว รู้สึกทึ่งและชื่นชมไปในเวลาเดียวกัน อี้เฉินชอบคณิตศาสตร์ ข้อนั้นหรูซื่อรู้จากที่ชายหนุ่มเคยเล่าให้ฟังแต่ไม่คิดว่าเขาจะยังทำมันได้ดีแม้เวลาจะผ่านมานานมากแล้ว 

“โห คุณสุดยอดไปเลยนะครับ” 

“ก็ยังพอจำได้นิดหน่อย...” อีกคนส่งปากกาให้ “อ่า เผลอทำให้จนเสร็จเลย สงสัยตรงไหนไหมครับ” 

“คือ...” เด็กหนุ่มเกาหัวพลางหลุบตาลง กลีบปากบางขยับเอ่ยเสียงเบา เพราะรู้สึกเขินอายในความเขลาของตัวเอง “...ทั้งหมดเลยครับ” 

อีกฝ่ายเลิกคิ้ว แล้วพึมพำกับตัวเอง “เอาจริงเหรอเนี่ย” แต่ถึงอย่างนั้นหรูซื่อก็ได้ยินมัน 

ไม่ได้อยากจะปฏิเสธหรืออะไร เพียงแต่ว่าอี้เฉินยังมีงานที่ต้องทำมากกว่า ชายหนุ่มหันไปมองนายจ้างเพื่อขอความคิดเห็น 

“โอ้ ไม่เป็นอะไรหรอก อีกเดี๋ยวอาหลิงก็จะมาแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าก็สอนน้องเขาไปก่อนเถอะนะ” ลีอาเอ่ยแค่นั้นแล้วเดินจากไป ถึงหรูซื่อจะรู้สึกเกรงใจ แต่ความดีใจนั้นมีมากกว่า 

นานมากแล้วที่ไม่ได้ใช้ช่วงเวลาร่วมไปกับอี้เฉิน ถึงจะสั้นๆ แต่ก็ดีใจมากเลยล่ะ 

“ถ้างั้น...” หรูซื่อรีบส่งดินสอให้กับร่างสูงอย่างรู้งานเช่นเดิม อีกฝ่ายขยับเก้าอี้ให้เข้ามาใกล้อีกนิดพลางเลื่อนหนังสือมาให้ในลักษณะที่จะสามารถมองเห็นกันได้ทั้งคู่ น้ำเสียงนุ่มที่ชอบฟังเอ่ยอธิบายถึงวิธีคิดของโจทย์ที่เพิ่งแก้ไปเมื่อครู่ หรูซื่อมองตามดินสอที่ขยับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วในขณะที่เขาอธิบายการคิดไปด้วย อี้เฉินอาจจะเรียกได้ว่าอัจฉริยะเลยก็ว่าได้ ตลอดเวลาที่อธิบายเขาสามารถพูดได้โดยไม่สะดุดเลยสักนิด 

“ถึงตรงนี้พอจะเริ่มเข้าใจบ้างไหมครับ” ใบหน้าคมขยับขึ้นมาถาม หรูซื่อผงะไปเล็กน้อยเพราะความใกล้ของใบหน้าที่ห่างกันเพียงหนึ่งนิ้วมือ 

“อะ...เอ่อ ตรงนี้ผม...ยังไม่ค่อยเข้าใจครับ...” 

อี้เฉินพยักหน้าก่อนจะกลับไปอธิบายจุดที่ผ่านมาแล้วก่อนหน้านี้ เสียงนุ่มถูกลดความเร็วให้ช้าลง เพราะคิดว่าตนอาจจะพูดเร็วเกินไป แล้วเริ่มอธิบายใหม่อย่างใจเย็น 

แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น หยางหรูซื่อก็แค่กำลังเสียสมาธิ...เด็กหนุ่มลอบบีบมือที่ประสานกันอยู่ใต้โต๊ะเพราะความใกล้ชิดที่ขยับเคลื่อนเข้ามาอย่างไม่ตั้งใจ อี้เฉินเลื่อนเก้าอี้เปลี่ยนมานั่งข้างๆ เพื่อที่เขาจะสามารถอธิบายได้อย่างถนัดมากขึ้น โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้หัวใจของเด็กหนุ่มข้างกายเต้นระส่ำมากแค่ไหน 

มากจนแทบกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน 

เขา...จะได้ยินมันไหมนะ เสียงหัวใจในตอนนี้ 

ความคิดเห็น