หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 19 ความโชคดีในความโชคร้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 ความโชคดีในความโชคร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 676

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.พ. 2563 14:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 ความโชคดีในความโชคร้าย
แบบอักษร

 

หลังเหตุการณ์ตกน้ำในครั้งนั้น ท่าทีของหลินอี๋โจวที่มีต่อหลินหว่านก็เปลี่ยนไปมาก ความสัมพันธ์ของทั้งสองดีขึ้นเรื่อยๆ เพียงไม่นานนัก ทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทชนิดติดกันเป็นเงาตามตัว ในกองถ่าย

ถ้ามีหลินหว่านอยู่เป็นต้องมีหลินอี๋โจวอยู่รอบข้างด้วยเสมอ

วันหนึ่งหลังจากเสร็จงาน ผู้กำกับเรียกหลินอี๋โจวกับหลินหว่านเอาไว้ พูดยิ้มๆ ว่า “หลายวันมานี้พวกคุณสองคนตั้งใจถ่ายละครกันมาก ผมเลยอยากจะให้รางวัลเป็นกำลังใจกันหน่อย หลังถ่ายละครเรื่องนี้จบ

ผมจะมีข่าวดีที่ใหญ่มากๆ มาเซอร์ไพรส์พวกคุณ”

สองสาวพอได้ฟังดังนั้นก็ดีใจจนโผเข้ากอดกันราวกับเป็นเด็กน้อย ต่างพูดให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

ผู้กำกับยิ้มน้อยๆ แล้วเดินจากไป

“หว่านเอ๋อร์ พวกเราไปกินข้าวด้วยกันเถอะ ถือเป็นการฉลองล่วงหน้าเสียหน่อย”

“ดีสิ ฉันก็กำลังจะชวนอยู่แล้วเชียว”

จากนั้นสองสาวก็เดินจับมือพูดคุยหัวเราะกันไป อันซิงยืนอยู่ข้างหลังพวกเธอมองเงาหลังที่จากไปไกลของคนทั้งสอง เพลิงริษยาลุกฮือขึ้น ฮึ! พวกแกดีใจกันเร็วไปแล้ว ฉันต้องชนะพวกแกได้แน่ อันซิงคิดอย่างหงุดหงิด

เวลาเดียวกันนั้นอู๋เสวี่ยตัวประกอบหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา พูดอย่างโมโหว่า “ฮึ! ก็แค่แสดงละครเองไม่ใช่หรือไง มีอะไรให้ดีใจนักหนานะ เห็นแล้วชวนคลื่นไส้”

อันซิงปรายตามองตัวประกอบหญิงนี้แล้วก็รู้ว่าเธอเกลียดหลินหว่าน แล้วอันซิงก็คิดแผนการบางอย่างได้อีก เธอเข้าไปทักทายกับตัวประกอบหญิง ถามเธอว่าเกลียดสองสาวนั่นเหรอ

ตัวประกอบหญิงมองอันซิงแล้วบอกว่าเธอไม่ชอบสองสาวนั่นเอามากๆ โดยเฉพาะหลินหว่าน อันซิงจึงเริ่มใส่ไฟเติมฟืนตามด้วยลมปาก พร้อมกับทำทีตีสนิทกับอู๋เสวี่ย

หลายวันต่อมาก็มีข่าวดังที่สะเทือนไปทั้งกองถ่าย เช้าวันนี้หลายคนมารวมตัวกันที่ผนังด้านหนึ่ง เม้าท์กันว่า “นี่จะเป็นไปได้อย่างไรกันนะ พวกเขาสองคนไม่ใช่เป็นเพื่อนสนิทกันหรอกเหรอ?”

ผู้กำกับพอเห็นเข้าก็รีบเดินไปดู เห็นบนผนังติดประกาศใบหนึ่งเขียนว่าหลินอี๋โจวกับหลินหว่านเป็น

เลสเบี้ยน ผู้กำกับรีบฉีกแผ่นประกาศออกมาและบอกทุกคนว่าไม่มีทางเป็นไปได้

ระหว่างนั้นสายตาทุกคู่ต่างพากันรวมศูนย์อยู่ที่หลินอี๋โจวและหลินหว่าน ทำเอาพวกเธอไม่มีสมาธิ

จะแสดงละครแล้ว

ไม่ว่าจะตอนเดินทางไปกองถ่ายหรือระหว่างทางกลับบ้านก็มักจะมีนักข่าวคอยห้อมล้อมอยู่ตามทาง

จนแน่นไปหมด ทำเอาสองสาวรู้สึกระอาใจไปตามกัน

ทั้งหมดนี้ก็คือแผนการของอันซิง เธอทำตัวเข้าใกล้ชิดตีสนิทกับอู๋เสวี่ย เพื่อใช้ให้เธอใส่ร้ายหลินหว่าน เรื่องคราวนี้ก็เป็นเธอยุยงให้อู๋เสวี่ยติดประกาศใบนั้น

อันซิงกับอันโฮ่วสยงอ่านข่าวของหลินหว่าน ตอนแรกอันโฮ่วสยงก็รู้สึกแปลกใจ พอหันไปมองอันซิงแล้วก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

“ซิงเอ๋อร์ เธอบอกปู่มาตรงๆ นี่ฝีมือเธอใช่ไหม”

“คุณปู่ เห็นอยู่ว่าคุณปู่รู้แล้วยังจะมาถามอีก คุณปู่ก็อยากให้มันเป็นอย่างนี้ไม่ใช่เหรอคะ หนูก็อยากจะคอยดูนักว่าคราวนี้หลินหว่านจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง”

อันซิงพูดจบก็หัวเราะอย่างสะใจ แม้ว่ามีคนมากมายที่ไม่เชื่อว่าหลินหว่านกับหลินอี๋โจวจะเป็นเลสเบี้ยน แต่เรื่องนี้ยังส่งผลกระทบไม่น้อยเลย

เพียงไม่นานเรื่องนี้ก็ถึงหูหานเวยอวี่ พอทราบเรื่องเธอก็โกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง วันนี้หลินอี๋โจวกลับ

ถึงบ้าน หานเวยอวี่ก็เรียกเธอไว้พลางถามอย่างโมโหว่า “ลูกบอกแม่ซิว่าเรื่องนี้มันเรื่องอะไรกัน หลินหว่านข่มขู่อะไรลูกหรือไง”

“ไม่ใช่ค่ะ แม่เข้าใจผิดแล้ว หนูกับหว่านเอ๋อร์เป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้นจริงๆ หว่านเอ๋อร์ยังเคยช่วยหนูไว้นะ แม่ต้องเชื่อหนูนะคะ”

หานเวยอวี่รู้ว่าลูกสาวเธอไม่พูดโกหกแน่ เธอรู้ว่าในเวลาแบบนี้ยิ่งต้องเยือกเย็นเข้าไว้ เธอรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายขนาดนั้น จึงส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างลับๆ

หลายวันมานี้อันซิงกระหยิ่มใจนัก เธอเห็นว่าถ้าหานเวยอวี่รู้เรื่องนี้เข้าต้องเหวี่ยงใส่หลินหว่านแน่นอน

หลายวันต่อมา คนที่หานเวยอวี่ส่งไปตรวจสอบกลับมาแล้ว พวกเขาสืบพบตัวประกอบหญิงอู๋เสวี่ย แต่ไม่พบอันซิง หานเวยอวี่อ่านผลแล้วโกรธจัดขึ้นรถตรงมาที่กองถ่าย

เมื่อหานเวยหวี่มาถึงห้องทำงานของผู้กำกับ ก็โยนรายงานผลการสืบลงบนโต๊ะถามผู้กำกับว่าคิดจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร

หลังจากผู้กำกับอ่านรายงานผลตรวจสอบแล้วก็เรียกตัวอู๋เสวี่ยมาพบทันที ขณะที่คนในกองถ่ายไปเรียกตัวอู๋เสวี่ยนั้น พอดีพบเข้ากับอันซิง เธอเห็นว่าหานเวยอวี่อยู่ในห้องก็รู้ทันทีว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

อู๋เสวี่ยเข้าไปแล้ว อันซิงอยู่นอกห้องตื่นเต้นตึงเครียดจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี เธอคิดในใจว่า อู๋เสวี่ย ถึงอย่างไรก็อย่าปูดเรื่องของฉันเชียวนะ ไม่อย่างนั้นพวกเราสองคนไม่ได้ตายดีแน่

อู๋เสวี่ยพอเข้ามาในห้องก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศไม่ปกติ ตอนนั้นเองที่เธอเห็นสีหน้าโกรธจัดของ

หานเวยอวี่ เธอเข้าใจเรื่องทั้งหมดในทันที

อู๋เสวี่ยรู้ตัวว่าเรื่องที่เธอทำถูกสืบพบแล้วก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัว เธอร้องไห้แล้วสารภาพกับผู้กำกับว่าเธอสำนึกผิดแล้ว เธออิจฉาพวกเขาสองคนจึงทำลงไปอย่างนั้น เธอรับปากกับผู้กำกับว่าจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้อีก

ผู้กำกับถอนใจเฮือก รู้สึกอับจนแต่ต้องพูดว่า “เธอไปซะเถอะ” จากนั้นให้คนไล่เธอออกจากกองถ่าย เรื่องนี้จึงกล่าวได้ว่ามีข้อสรุปลงได้

สุดท้าย ผู้กำกับออกหน้าแก้ข่าวเรื่องนี้ หลินอี๋โจวกับหลินหว่านจึงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง วันนี้หลินหว่านถ่ายละครเสร็จก็เอ่ยปากกับผู้กำกับ “ผู้กำกับคะ ขอบคุณค่ะ”

“ขอบคุณฉันเรื่องอะไร เธอต้องขอบคุณหานเวยอวี่ต่างหาก เธอเป็นคนสั่งให้ตรวจสอบเรื่องนี้เอง”

ผู้กำกับพูดจบ หลินหว่านก็นิ่งงันไป เธอคิดไม่ถึงว่าคนที่ตรวจสอบเรื่องนี้จะเป็นหานเวยอวี่ หลินหว่านคิดในใจว่า ฉันต้องขอบคุณหานเวยอวี่ให้ได้

ดังนั้น หลินหว่านเลือกวันที่อากาศแจ่มใส แต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวไปเยี่ยมบ้านนางเอกรุ่นใหญ่หานเวยอวี่ ขณะที่อยู่ที่บ้านหลินอี๋โจว หลินหว่านวางตัวได้อย่างดี ดูมีการศึกษาและได้รับการอบรมมาอย่างดี จึงได้รับความรักเอ็นดูจากหานเวยอวี่อย่างมาก

คืนวันนั้น หานเวยอวี่โพสต์ข้อความในเวยปั๋ว [วันนี้ฉันได้รู้จักกับนักแสดงที่มีกิริยามารยาทอันงดงามและยังมีความสามารถสูงคนหนึ่ง เธอชื่อหลินหว่าน]

โพสต์นี้หลังจากเผยแพร่ออกไปก็มีคนเข้ามากดไลก์มากมาย ทุกคนล้วนมุ่งความสนใจมายังหลินหว่าน ในเวลาเพียงชั่วขณะ ชื่อของหลินหว่านก็เพิ่มดีกรีกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ส่วนอันซิงเห็นเข้าก็ได้แต่โมโหไปเท่านั้น

อันซิงร้องไห้ปรับทุกข์เอากับคุณปู่ของเธอ ว่าทำไมเธอยิ่งอยากให้หลินหว่านออกจากวงการ หลินหว่านกลับยิ่งไม่ออกไป ทำไมหลินหว่านถึงได้โชคดีนัก เธอเองกลับไม่มีโชคดีแบบนั้นบ้าง ทำไมหลินหว่านจึงโชคดีรอดตัวไปได้ทุกครั้ง

อันโฮ่วสยงมองดูอันซิงที่ร้องไห้น้ำตาท่วมแล้วก็คิดหนัก เขาก็คิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อบีบให้หลินหว่านออกไปจากวงการการแสดง

ความคิดเห็น