หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 18 เปลี่ยนอาวุธเป็นแพรพรรณ

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 เปลี่ยนอาวุธเป็นแพรพรรณ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 622

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2563 09:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 เปลี่ยนอาวุธเป็นแพรพรรณ
แบบอักษร

 

สิ่งที่ตามมาหลังจากเริ่มถ่ายทำละครเรื่องนี้ก็คือ ผู้คนเริ่มได้เห็นภาพถ่ายต่างๆ เบื้องหลังการถ่ายทำ อันซิงซึ่งเข้าใจว่าตัวเองจะโด่งดังจากละครเรื่องนี้ แต่เนื่องจากฉากปะทะบทบาทกันนั้น ผู้คนมากมายต่างชมเชยฝีมือการแสดงของหลินหว่าน ดังนั้นตอนนี้ทุกหนทุกแห่งจึงมีแต่ภาพถ่ายของหลินหว่าน

“คุณปู่คะ ดูสิตอนนี้ที่ไหนๆ ก็มีแต่รูปของหลินหว่าน คุณปู่ว่าตอนนี้หนูควรทำยังไงดีคะ” อันซิงระบายกับอันโฮ่วสยงอย่างขุ่นเคือง

อันโฮ่วสยงกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา พอฟังอันซิงบ่นจบก็ปรายตามองหลานสาวแล้วก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ แต่ความคิดของเขาไม่ได้อยู่ที่หนังสือพิมพ์

อันโฮ่วสยงจ้องมองหนังสือพิมพ์ ขณะที่สายตามองไปรอบข้างเป็นครั้งคราว เหมือนกับครุ่นคิดวางแผนอะไรอยู่ ผ่านไปชั่วครู่ อันโฮ่วสยงก็ยื่นมือข้างหนึ่งมาลูบศีรษะอันซิง เหมือนปลอบประโลมเด็กเล็กๆ “ซิงเอ๋อร์ หลานวางใจเถอะ ปู่จะไม่ยอมให้หลินหว่านมาขวางอนาคตของหลานปู่เด็ดขาด”

ท่าทางของอันโฮ่วสยงดูน่ากลัวมาก อันซิงเข้าใจว่าคุณปู่มีแผนการดีๆ อะไรแล้ว เธอจึงเผยรอยยิ้ม

ร้ายกาจออกมา พลางคิดในใจว่า หลินหว่าน ฉันไม่ยอมให้แกอยู่เป็นสุขแน่

บ่ายวันหนึ่งในกองถ่าย อันซิงเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังซ่อมแซมชิงช้าหลังหนึ่ง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอจึงเดินเข้าไปถามคนงานว่าทำไมจึงมาซ่อมชิงช้านี้

คนงานเหล่านี้ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ แค่ตอบว่าพรุ่งนี้มีฉากที่ต้องแกว่งชิงช้า พวกเขาเลยมาตรวจดูว่าต้องซ่อมแซมอะไรหรือไม่ คนงานพวกนี้ยังบอกอันซิงว่าผู้กำกับให้ความสำคัญกับละครฉากนี้มาก

“ฉากแกว่งชิงช้าเหรอ” อันซิงเหมือนกับคิดอะไรได้ เธอรีบกลับห้องไปหาบทละครมาดู พบว่าเป็นฉากที่หลินอี๋โจวนั่งบนชิงช้าโดยมีหลินหว่านเป็นคนแกว่งชิงช้า

อันซิงดูเหมือนจะคิดวางแผนในใจเรียบร้อย ใบหน้าเธอผุดรอยยิ้มชั่วร้าย อันซิงพึมพำกับตัวเองว่า “หลินหว่านหนอหลินหว่าน ฉันจะดูซิว่าครั้งนี้แกจะทำยังไง”

เมื่อถึงกำหนดถ่ายฉากแกว่งชิงช้า ผู้กำกับให้ความสำคัญกับฉากนี้มาก เขาห้ามไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ เด็ดขาด ดังนั้นก่อนการถ่ายทำ เขาถามย้ำกับคนงานหลายรอบว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่

หลังจากได้รับคำตอบยืนยันมาหลายครั้ง การถ่ายทำจึงเริ่มขึ้นในที่สุด หลินอี๋โจวนั่งบนชิงช้า หลินหว่านยืนอยู่ที่นั่นช่วยผลักชิงช้าให้หลินอี๋โจว

หลินอี๋โจวผมยาวสยายพลิ้วไปตามลม ราวกับนางฟ้าในแดนดิน รอบข้างเป็นแมกไม้เขียวขจี นกร้องเสียงสดใส ดอกไม้กลางทุ่งหญ้าแข่งกันเบ่งบาน ช่างเป็นภาพที่งดงามภาพหนึ่ง ผู้คนต่างพากันเคลิ้มไปกับภาพตรงหน้า

แต่แล้วก็มีเสียง ตึง ดังขึ้น ฉุดให้ทุกคนหลุดจากภวังค์ความงดงามตรงหน้า พอทุกคนรู้ตัวอีกทีก็เห็นว่าหลินอี๋โจวนอนร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดอยู่กับพื้น บนพื้นมีเลือดเปรอะเต็มไปหมด เป็นเพราะเชือกของชิงช้าขาดนั่นเอง

หลินหว่านก็พลอยตกใจไปกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ เธอรีบหยิบมือถือออกมาเรียกรถพยาบาล ขณะที่อันซิงที่ยืนอยู่ด้านข้างก็แสยะยิ้มสะใจขึ้นมา

ที่แท้อันซิงพอรู้เรื่องฉากนี้แล้ว คืนนั้นเธอก็หาคนมาจัดการกับชิงช้า เป้าหมายก็เพื่อบีบให้หลินหว่านออกไปจากวงการบันเทิง แต่หลินหว่านไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลย

“เธอยังอยู่นี่ทำอะไร เธอทำให้ฉันบาดเจ็บ ตั้งใจจะทำอะไรน่ะ คิดจะแกล้งให้ฉันบาดเจ็บจะได้ออกจากการแสดงงั้นเหรอ”

ภายในห้องผู้ป่วย หลินอี๋โจวกล่าวหาหลินหว่านอย่างโมโห หลินหว่านรู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายเอามากๆ เพราะเธอไม่เคยคิดเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งวันนี้เธอเองก็ไม่ได้ใช้แรงผลักสักเท่าไหร่ด้วย

ดังนั้นหลินหว่านจึงพูดขึ้นว่า “คุณหนูใหญ่หลิน วันนี้ฉันไม่ได้ผลักแรงเลยนะ ปัญหามาจากเชือกต่างหาก”

“ฮึ! ปัญหาจากเชือก? เธออย่ามาแก้ตัวไปหน่อยเลย ผู้กำกับถามย้ำตั้งหลายรอบ ทีมงานก็บอกว่าชิงช้าไม่มีปัญหาอะไร เธอนั่นล่ะตัวการ!” หลินอี๋โจวตะโกนใส่หน้าหลินหว่าน

หลินอี๋โจวเห็นที่โต๊ะด้านข้างมีหนังสือเล่มหนึ่งก็คว้าขึ้นมาขว้างใส่หลินหว่าน ประจวบเหมาะกับเซียวจิ่งสือที่มาเยี่ยมหลินอี๋โจวพบเข้าพอดี เขารีบพุ่งเข้าไปโอบร่างหลินหว่านที่ยืนนิ่งหลบไม่ทันเอาไว้ จนหนังสือเล่มนั้นก็กระแทกร่างของเซียวจิ่งสือเข้าอย่างจัง

หลินอี๋โจวตกใจจนนิ่งอึ้งไป เซียวจิ่งสือหันกลับมาทางหลินอี๋โจวที่อยู่บนเตียงคนไข้ พูดอย่างขุ่นเคืองว่า “คุณอย่ามาโยนความผิดทั้งหมดให้คนอื่น ผมบอกคุณไว้เลยนะ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของหลินหว่าน พวกคุณ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็แล้วแต่ห้ามหาเรื่องเธอ”

เซียวจิ่งสือพูดจบก็ดึงมือหลินหว่านลากออกจากห้องไป หลินอี๋โจวได้ฟังคำพูดนี้ก็ยิ่งโกรธเข้าไปอีก เธอมองตามหลังคนทั้งสองไป พร้อมกับด่ากราดตามมาว่า “หลินหว่าน แกมีความสามารถอะไร ก็แค่เด็กเส้น ดาราไม้ประดับ[1]ฉันเกลียดแก!”

เนื่องจากอุบัติเหตุชิงช้า กองถ่ายหยุดทำงานไปหลายวัน จนกระทั่งหลินอี๋โจวหายดีแล้วจึงกลับมาถ่ายต่อ และด้วยการวิ่งเต้นของเซียวจิ่งสือ ผู้กำกับจึงไม่ได้ขุดคุ้ยหาคนรับผิดชอบในเรื่องนี้อีก

หลินอี๋โจวกับหลินหว่านเจอกันที่กองถ่ายอีกครั้ง หลินอี๋โจวแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นหลินหว่าน เชิดหน้าเดินเฉียดข้างตัวเธอไป หลินหว่านรู้ดีว่าหลินอี๋โจวยังโกรธเธออยู่ จึงไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรด้วย

คราวนี้หลินอี๋โจวเล่นบทตกน้ำ ก่อนการถ่ายทำ หลินอี๋โจวมาดูที่ริมน้ำ เห็นว่าน้ำลึกไปหน่อยแต่เธอว่ายน้ำเป็นไม่น่าจะเป็นอะไร

ตอนนั้นเอง ผู้กำกับเจอกับเธอและถามว่า “อี๋โจว คราวนี้น้ำลึกอยู่สักหน่อย จะหาคนที่ว่ายน้ำแข็งหน่อยมาช่วยไหม”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ! ผู้กำกับ ฉันว่ายน้ำได้พอตัวค่ะ” หลินอี๋โจวมองผู้กำกับแล้วมองดูผิวน้ำ จากนั้นยิ้มแล้วตอบกลับ

“งั้นก็ดีเลย” แล้วผู้กำกับก็จากไป

“เอาล่ะ ขยับไปทางนั้นอีกหน่อย”

กองถ่ายเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว หลินอี๋โจวขยับปรับตำแหน่งของตัวเองตลอด เพื่อให้ถ่ายออกมาได้ดีที่สุด ทีมงานก็กำลังถกเถียงกันว่าตำแหน่งไหนดีที่สุดกันแน่

บางทีอาจเป็นเพราะพื้นริมฝั่งลื่นเกินไป ตอนนั้นเองก็มีเสียง ตูม ดังขึ้น หลินอี๋โจวพลัดตกน้ำไป เธอคิดจะว่ายขึ้นฝั่ง แต่เธอพบว่าขาของเธอถูกหญ้าใต้น้ำพันรัดไว้

ตอนแรกหลินอี๋โจวดิ้นรนอยู่ในน้ำ เธอคิดจะส่งเสียงร้องเรียกให้ช่วย แต่พออ้าปากน้ำมากมายก็ทะลักเข้าปากเธอ คนในกองถ่ายที่อยู่บนฝั่งต่างโกลาหลวุ่นวายกันไปหมด ตกใจจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี

พอดีที่หลินหว่านพบเห็นเข้า เธอกระโดดลงน้ำไปอย่างไม่ลังเล แล้วช่วยหลินอี๋โจวขึ้นมาได้ ผู้คนต่างพากันประหลาดใจว่า ก่อนหน้านี้ด้วยอุบัติเหตุเรื่องชิงช้าทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ดีนัก แต่ตอนนี้หลินหว่านกลับกระโดดลงน้ำไปช่วยหลินอี๋โจวโดยไม่สนใจความปลอดภัยของตัวเอง

ทีมงานช่วยประคองหลินอี๋โจวมาที่ห้อง ให้เธอได้พักผ่อนสักครู่แล้วค่อยแต่งหน้าเตรียมถ่ายละครฉากต่อไป หลินอี๋โจวนั่งอยู่ที่นั่น หวนนึกถึงตอนที่หลินหว่านช่วยเธอขึ้นมาแล้วพึมพำกับตัวเองว่า “ที่แท้แล้ว หลินหว่านก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนกับที่ฉันคิดไว้นี่นา”

------

[1] ดาราไม้ประดับ หมายถึง ดาราที่อาศัยเส้นสาย หน้าตาและรูปร่างให้ได้มาซึ่งบทบาทการแสดง ไม่มีความสามารถทางการแสดง

ความคิดเห็น