หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 17 รับบท...สำเร็จ

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 รับบท...สำเร็จ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 622

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.พ. 2563 13:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 รับบท...สำเร็จ
แบบอักษร

 

อันซิงเห็นท่าทีของผู้กำกับก็ทราบว่าเรื่องนี้ต่อรองกันได้จึงพูดต่อไปว่า 

“ถ้าหากสำเร็จ ที่คุณจะได้รับไม่ใช่แค่นี้” 

ผู้กำกับเอาแต่ยิ้มผงกศีรษะแล้วพูดว่า 

“ได้สิ ได้เลย” 

เพียงแต่ทั้งสองคิดไม่ถึงว่า ในห้องตอนนี้มีคนอีกคนหนึ่งเข้ามา คนทั้งสองมุ่งความสนใจอยู่กับบทสนทนาจนไม่รับรู้ถึงการมาของคนคนนั้น 

คนที่เข้ามาในห้องก็คือ เซียวจิ่งสือ 

เซียวจิ่งสือรู้ว่าหลินหว่านอยู่ที่กองถ่าย จึงมาที่นี่เพื่อพบเธอ แต่คิดไม่ถึงว่าพื้นที่พักผ่อนของหลินหว่านมีสภาพทรุดโทรมมาก เซียวจิ่งสือจึงคิดจะมาหาผู้กำกับให้จัดสถานที่พักผ่อนที่ดีกว่านี้ให้เธอ คิดไม่ถึงว่ากลับได้เห็นละครฉากเด็ดนี้เข้า 

ขณะที่มือผู้กำกับกำลังจะหยิบบัตรธนาคารบนโต๊ะนั้นเอง มือเรียวยาวและแข็งแกร่งข้างหนึ่งก็กดบัตรธนาคารไว้กับโต๊ะ ผู้กำกับช้อนสายตาขึ้นพบว่าเป็นใบหน้าถมึงทึงของเซียวจิ่งสือ สีหน้าเขากลายเป็นหวาดหวั่นขึ้นมา 

“คุณชายเซียว” ผู้กำกับทักทายด้วยความสงสัย 

“ทำไมเหรอ กำหนดตัวนักแสดงแล้วนี่ผู้กำกับยังจะเปลี่ยนคนอีกเหรอ ถ้าเรื่องแบบนี้ยังเปลี่ยนไปมาแล้วละก็ งั้นคงไม่แปลกถ้าผมจะเปลี่ยนตัวผู้กำกับบ้าง” เซียวจิ่งสือพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่กลับทำเอาผู้กำกับเหงื่อแตกพลั่ก 

แม้จะกล่าวได้ว่าละครเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเซียวจิ่งสือ แต่ใครจะรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังละครเรื่องนี้มีใครบ้างที่มีความสัมพันธ์กับเขา ดังนั้นผู้กำกับจึงรีบพูดเสียงร้อนรน 

“แน่นอนว่าเปลี่ยนไม่ได้อยู่แล้ว เรื่องที่ตัดสินไปแล้วจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรกัน ผมก็แค่จะคืนของให้เธอน่ะ” ผู้กำกับพูดพลางดึงมือกลับ เซียวจิ่งสือเลื่อนบัตรเครดิตใบนั้นกลับมาที่เบื้องหน้าอันซิง กล่าวว่า 

“วันนี้ผมจะถือว่าไม่เห็นคุณ เอาบัตรคุณคืนไปแล้วออกไปซะ” อันซิงได้ฟังก็รีบคว้าบัตรแล้วออกจากห้องไปโดยไม่ลังเล 

หัวใจของเธอเต้นโครมคราม ไม่รู้ว่าเซียวจิ่งสือจำเธอได้หรือเปล่า แต่อันซิงยังไม่ยอมแพ้ มุ่งเป้าหมายไปที่บทตัวประกอบหญิงสองทันที 

อันซิงกลับไปที่รถถอดแว่นตากันแดดออก จากนั้นรีบโทรศัพท์หานักสืบเอกชน ให้สืบเรื่องคนที่ได้รับบทตัวประกอบหญิงสอง 

นักสืบส่งข้อมูลของนักแสดงที่ได้บทตัวประกอบหญิงสองมาให้อันซิงอย่างละเอียด นักแสดงที่ได้รับบทนี้ไม่ได้มีเบื้องหลังครอบครัวที่มีอิทธิพลอะไรนัก เพียงแค่หน้าตาดีมุ่งมั่นขยันขันแข็งจึงได้บทนี้มา 

อันซิงเห็นว่าทุกเย็นนักแสดงหญิงสองต้องไปเรียนเปียโนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง อันซิงเหยียดยิ้มที่มุมปาก แผนการหนึ่งผุดขึ้นมาในสมอง 

อันซิงเรียกบอดี้การ์ดของเธอมา ให้เขาดูภาพถ่ายของนักแสดงหญิงนั้นแล้วเอ่ยปากสั่งการ 

“รอตอนที่เธอเลิกเรียนลงมาจากตึก แกวางใจได้ ไฟในตึกกับกล้องวงจรปิดฉันสั่งคนจัดการไปแล้ว” อันซิงพูดพลางส่งสายตาเป็นสัญญาณให้บอดี้การ์ด เขารับรู้ความต้องการของอันซิงแล้วเดินขึ้นตึกไป 

นักแสดงหญิงสองยังทำกิจวัตรตามปกติ เธอหอบโน้ตเพลงเปียโนลงจากตึก เนื่องจากไม่มีไฟทาง เธอจึงเดินอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าว แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงคือ ในตอนนั้นเองที่ด้านหลังของเธอมีมือหนาใหญ่แข็งแรงคู่หนึ่งผลักเธออย่างแรงจนเธอพลัดตกจากบันได 

พออันซิงได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังมาจากภายในตึก เธอสวมแว่นดำแล้วเอ่ยปากเสียงเรียบ 

“ออกรถ” คนขับรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วหายลับไปในความมืดยามรัตติกาล 

เนื่องจากละครเรื่องใหม่กำลังจะเริ่มถ่ายทำในเร็วๆ นี้ อาการบาดเจ็บของนักแสดงหญิงสองก็สาหัสมากจำเป็นต้องพักฟื้น ตำแหน่งตัวประกอบหญิงสองว่างลง ทำให้ผู้กำกับร้อนใจมาก 

อันซิงรีบโทรหาผู้กำกับ รับปากให้ค่าตอบแทนอย่างงามเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ ผู้กำกับจึงไม่รีรอที่จะมอบบทตัวแสดงหญิงสองให้กับอันซิง 

เมื่อถึงวันที่ละครใหม่เปิดกล้อง หลินหว่านเห็นอันซิงเข้าจึงทั้งตกใจและแปลกใจ ส่วนอันซิงก็มองหลินหว่านอย่างหยามเหยียด แล้วเดินไปนั่งในตำแหน่งนักแสดงหญิงสอง 

หลินหว่านยิ้มขื่นอยู่ในใจ ดูท่าว่าต่อไปเธอคงต้องแสดงละครทั้งหน้ากล้องหลังกล้อง คงต้องเหนื่อยกันหน่อยแล้ว 

แล้วก็เป็นดังคาด เปิดกล้องวันแรก เนื่องจากอันซิงได้คิวแสดงก่อนหลินหว่าน หลินหว่านจึงต้องอยู่ที่กองถ่ายตลอด รออันซิงกลางแดดเปรี้ยง ต้องเติมเครื่องสำอางไปหลายครั้งกว่าอันซิงจะมาถึง 

“บางคน เกิดมาต่ำกว่าคนอื่น ช่องว่างระหว่างคนกับคนมันช่างแตกต่างกันนักนะ” อันซิงพูดอย่างกระหยิ่มใจพลางปรายตามองหลินหว่าน 

หลินหว่านรู้ว่าอันซิงหมายถึงเธอ แต่คำพูดของอันซิงกลับทำให้คนทำงานในโรงถ่ายมากมายที่รออยู่ด้วยโมโห เพียงแต่ทุกคนไม่กล้าพูดออกมาเท่านั้น 

ในที่สุดการเปิดกล้องวันแรกก็เสร็จสิ้นลง หลินหว่านอยากจะรีบเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับไปพักผ่อน แต่กลับถูกอันซิงมาดักอยู่นอกห้องแต่งตัว 

“ตัวประกอบหญิงสามก็ไม่ต่างอะไรกับพวกตัวประกอบทั่วไปหรอก ยังจะสะเออะมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องแต่งตัวของนักแสดงนำอีกหรือ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน!” หลินหว่านได้ยินน้ำเสียงทิ่มแทงโสตประสาทสุดๆ ของอันซิง แต่ไม่ได้รู้สึกโกรธแต่กลับอยากหัวเราะมากกว่า 

เธอหยิบเสื้อผ้าของตัวเองไปที่ห้องแต่งตัวของตัวประกอบทั่วไปจริงๆ อันซิงรู้สึกเหมือนต่อยเข้าใส่ปุยนุ่น[1]ก็ยิ่งโมโหเข้าไปอีก 

หลังจากนั้นเพียงอันซิงเห็นหลินหว่านเป็นต้องเข้าไปพูดจากระทบกระแทกแดกดัน แต่หลินหว่านก็ไม่เคยโต้ตอบกลับเลยสักครั้ง เหมือนกับคนที่อันซิงพูดถึงนั้นไม่เกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย 

คืนหนึ่งตอนที่อันซิงอ่านบทละครก็พบว่าพรุ่งนี้มีฉากที่เธอกับหลินหว่านต้องแสดงร่วมกัน อันซิงนึกถึงที่เธอขายหน้าในการแสดงร่วมกันคราวที่แล้ว ก็สบถสาบานว่าจะต้องเอาชนะหลินหว่านให้ได้ 

คราวที่แล้วเธอพ่ายแพ้เพราะประมาทคู่ต่อสู้ ดังนั้นคราวนี้อันซิงจึงฝึกซ้อมบทของตัวเองทั้งคืน ด้วยคิดว่าพรุ่งนี้จะแสดงได้ดียิ่งขึ้น 

ฉากที่อันซิงกับหลินหว่านปะทะบทบาทกัน เป็นฉากที่กล่าวถึงทั้งสองเคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน หลังจากทรยศหักหลังแล้วกลับมาพบกันอีกครั้ง อันซิงให้ความสำคัญกับการแสดงครั้งนี้มาก ดังนั้นก่อนแสดงจึงเตรียมทำอารมณ์และท่องบทของตัวเองมาอย่างดี 

พอคนตีสเลทขานแอ็คชั่น อันซิงก็เดินเข้าฉากไปอย่างมั่นใจ จากนั้นก็แสดงตามที่เมื่อคืนเธอฝึกซ้อมไว้อย่างพอดีเป๊ะทุกการเคลื่อนไหวและคำพูด 

แต่เมื่อหลินหว่านเดินขึ้นเวทีมา ทุกคนต่างเบนสายตามาที่หลินหว่าน สายตาของหลินหว่านเต็มไป 

ด้วยความปีติยินดีของการได้พบกันอีกครั้ง แต่แล้วเพียงพริบตาก็เปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นชิงชังเช่นเคย ชั่วพริบตานั้นอันซิงนิ่งงันไป เธอรู้สึกได้ว่าหลินหว่านไม่ได้กำลังแสดง ความเกลียดชังในบทละครที่แท้แล้วเป็นความเกลียดชังที่หลินหว่านมีต่อเธอ 

แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม อันซิงมองดูสายตาของหลินหว่านแล้วรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ 

“ตอนนี้เธอมีความสุขดีไหมล่ะ” หลินหว่านพูดตามบทขณะที่เดินเข้ามาหาอันซิง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังและคาดคั้น อันซิงยังไม่ทันได้พูดบทของตัวเอง คนตีสเลทก็ตีสเลทแล้ว 

“หลินหว่านฉากนี้เธอตีบทซะกระจุยเลย เทคนิคการแสดงดีมากนะ” ผู้กำกับพูดพลางยกนิ้วหัวแม่มือให้ หลินหว่านยิ้มพลางกล่าวขอบคุณ 

ส่วนอันซิงที่อยู่ด้านข้างก็อิจฉาริษยาเสียไม่มี 

------ 

[1] ต่อยเข้าใส่ปุยนุ่น เป็นสำนวน หมายถึง ไม่มีอะไรตอบกลับ เสียแรงเปล่า 

ความคิดเห็น