facebook-icon Twitter-icon

เชียร์พริมโรสด้วยน้า

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น : unlove,รัก,โรแมนติก,ดราม่า,แม่เลี้ยง,ใจร้าย,

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 517

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 01:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

แสงตะวันที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอนบ่งบอกว่าเช้าวันใหม่ได้มาเยือน นั่นไม่ได้ทำให้ใครบางคนคลายความเศร้าหมองทั้งยังนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่ทั้งคืน ความปวดเมื่อยลุกลามไปทั่วร่าง หากแต่ใจที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดี มีเพียงแค่ลมหายใจที่ทำให้เธอรู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่แต่ไร้ซึ่งอิสรภาพใด 

"แต่งตัวซะ อย่าให้ฉันต้องทำร้ายแกจนต้องเสียราคา" รพีพรรณโยนชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวมาตรงหน้าอย่างไม่ใยดี เธอมักปฏิบัติตัวแย่ๆแบบนี้จนคนที่นั่งอยู่รู้สึกชินชา 

"..." พริมโรสไม่พูดสิ่งใด เธอยังคงนั่งนิ่งราวกับไม่ได้ยินเสียงของรพีพรรณ จึงถูกผู้เป็นแม่เลี้ยงผลักให้ล้มลงด้วยความไม่พอใจที่เห็นว่าเธอทำตัวเฉยชา หากแต่เธอยังต้องยั้งมือเพราะคิดถึงลาภก้อนโตที่จะตามมาในไม่ช้า 

"แกโหยหาอิสระภาพอยู่ไม่ใช่เหรอ" รพีพรรณแสยะยิ้มเมื่อเห็นว่าพริมโรสกำลังมองมาด้วยความแปลกใจ  

"คุณหญิงต้องการอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ" น้ำเสียงนั้นอ่อนหวานหากแต่แฝงความเย็นชาที่เคยได้รับช่างผิดแผกแตกต่างกว่าหลายปีก่อน  

"ฉันจะพาแกไปส่งที่ตระกูลศิรินทรวัฒนาภรณ์แกต้องแต่งงานกับคุณชายให้เร็วที่สุด นี่คือแหวนหมั้นที่คุณปู่แกเก็บไว้ในตู้เซฟ" รพีพรรณ์โยนกล่องแหวนเพชรลงบนพื้นพลางกอดอกมองลูกเลี้ยงตัวดีของหล่อน 

"คุณเข้าไปทำอะไรในห้องคุณปู่" พริมโรสไม่ได้สนใจกล่องแหวนเพชรเลยด้วยซ้ำ เธอกำมือแน่นอย่างเหลืิออดที่รพีพรรณถือวิสาสะเข้าไปในห้องของคุณปู่ที่เธอรักและเคารพ ผู้เป็นแม่เลี้ยงยักไหล่ไม่แยแสสิ่งใด  

"ฉันมีสิทธิ์เข้านอกออกในที่ไหนก็ได้เพราะฉันคือคุณหญิงรพีพรรณเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้" รพีพรรณยิ้มเยาะกับความเหนือกว่าและอำนาจที่เธอมีอยู่ในมือ 

"แต่มันก็เกินขอบเขตที่คุณหญิงรพีพรรณจะก้าวล่วงเข้าไปอย่างไร้มารยาท" ประโยคนั้นทำให้รพีพรรณรู้สึกเดือดจัด ยัยเด็กเมื่อวานซืนที่ถูกล่ามโซ่ไว้ที่ข้อเท้าช่างปากดีเสียจนน่าเอาเลือดออกจากปากบ้าง เธอง้างมือหมายจะตบตีเพื่อระบายความโกรธที่กล้าดีมาวิพากษ์วิจารณ์คนอย่างเธอ 

"ก่อนที่ฉันจะเหลืออดกับแก อย่ามาปากดีกับฉัน!" เสียงของรพีพรรณดังขึ้นจนเด็กรับใช้ที่ยืนอยู่นอกห้องรู้สึกขนลุกไปตามๆกัน ทุกคนต่างรู้ถึงความร้ายกาจของคุณหญิงรพีพรรณเป็นอย่างดีตั้งแต่คุณท่านเสียไปเธอก็ยิ่งร้ายกาจเพิ่มทวีคูณขึ้นทุกทีจนไม่มีใครกล้าต่อล้อต่อเถียงกับคุณหญิงรพีพรรณ 

"พิกุล!" เสียงเรียกอันทรงอำนาจนั้นทำให้พิกุลที่เป็นพี่เลี้ยงของพริมโรสต้องรีบวิ่งแจ้นเข้าไปในห้องนอนของคุณหนู เธอตัวสั่นไปทั้งตัวยิ่งเมื่อรู้ว่ารพีพรรณกำลังโกรธอยู่ 

"ค่ะ คุณหญิง" พิกุลเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอเหลือบมองคุณหนูของเธอที่นั่งอยู่กับพื้นทั้งที่ยังถูกล่ามโซ่อยู่ราวกับนักโทษต้องคดี ช่างเป็นภาพที่น่าเจ็บปวดใจเหลือเกินที่พี่เลี้ยงอย่างเธอไม่อาจช่วยอะไรคุณหนูได้ 

"พาพริมโรสไปอาบน้ำแต่งตัว ฉันจะพาของลูกสาวฉันออกไปข้างนอก" รพีพรรณออกคำสั่งกับพิกุลก่อนจะเดินออกไปอย่างอารมณ์เสียและปิดประตูห้องเสียงดังสนั่น 

พิกุลเหลียวมองประตูที่ปิดสนิทแล้วด้วยความโล่งใจ เธอรีบเดินมาหาผู้เป็นนายที่นั่งนิ่งอยู่กับพื้น เธอนิ่งเสียจนคนเป็นพี่เลี้ยงรู้สึกใจหายเมื่อยามได้มองคุณหนูที่เคยร่าเริงแปรเปลี่ยนไป  

"ไปอาบน้ำนะคะคุณหนู" พิกุลไขกุญแจให้กับพริมโรสแล้วพยุงตัวให้เธอลุก คงเป็นอีกครั้งที่พริมโรสอดหลับอดนอนอีกแล้วแม้เจ้าตัวไม่พูดมัน แต่พี่เลี้ยงอย่างเธอย่อมรู้ดี 

"ไม่ไปได้ไหม" พริมโรสกล่าวทั้งที่เธอกำลังลุกยืน พิกุลหันมองผู้เป็นนาย ความเศร้าในแววตานั้นช่างน่าสงสารเหลือเกิน 

"คุณหญิงจะทำร้ายคุณหนูเอานะคะถ้าขัดใจเธอ" พิกุลบอกด้วยความห่วงใยเพราะเธอไม่อาจทนเห็นคุณหญิงรพีพรรณทำร้ายคุณหนูผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเธอ 

"นั่นสินะ ฉันมีสิทธิ์ขัดคำสั่งคุณหญิงรพีพรรณได้ด้วยเหรอ" พิกุลเก็บกดความเจ็บในใจไว้ทั้งที่สั่งน้ำตาตัวเองไม่ให้ไหล ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครได้เห็นมัน 

"มาค่ะคุณหนู" พิกุลช่วยประคองพริมโรสไปยังห้องน้ำแต่พริมโรสกลับห้ามแค่เพียงเท่านั้นพิกุลรู้ดีว่าคุณหนูของเธอต้องการจะเดินเองจึงถอดห่างออกไปเงียบๆ 

"เตรียมแค่ผ้าพันคอให้ฉันก็พอ" หญิงสาวออกคำสั่งสั้นๆ เธอกัดฟันเดินไปยังห้องน้ำด้วยตัวเองต่อให้จะแสบที่ข้อเท้าเพราะถูกกุญแจรัดไว้ตอนล่ามโซ่ก็ตาม 

"ค่ะคุณหนู" พิกุลได้แต่มองตามแผ่นหลังของพริมโรสไป น้ำตาที่รื้นขึ้นมาเพราะความสงสารคุณหนูที่ต้องเผชิญหน้ากับแม่เลี้ยงใจร้ายเพียงลำพังตั้งแต่คุณท่านเสียไปเมื่อห้าปีก่อนเป็นเหตุผลที่ทำให้หญิงสาวที่เคยร่าเริงสดใสแปรเปลี่ยนไปเป็นคนเย็นชากับทุกสิ่ง 

หญิงสาวยืนส่องกระจกด้วยแววตาเลื่อนลอย นัยน์ตากลมโตสีดำที่เคยสดใสบัดนี้เริ่มหมองมัว ขนตาเป็นแพงามทำให้ดวงตาของเธองดงามหวานละมุนเกินใคร จมูกโด่ง ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ ผิวขาวอมชมพู มีบางส่วนที่ฟกช้ำเพราะถูกรพีพรรณลงโทษที่เธอพยายามหนีระหว่างทางที่ไปเรียนมหาวิทยาลัย 

"เมื่อไหร่ฉันจะหลุดพ้นไปจากตรงนี้" พริมโรสเอามือแตะกระจกบานใหญ่ ไม่มีทางไหนเลยเหรอที่จะพาเธอออกไปจากชีวิตที่ถูกจองจำในกรงทองแห่งนี้ ถ้าพ่อของเธอยังอยู่บางทีมันอาจจะดีกว่านี้...แค่บางทีที่เธอคิดว่าถ้าตัวเองตายไปซะจะได้หลุดพ้นจากความเจ็บหากไม่เพราะห่วงคุณปู่ที่นอนป่วยอยู่เธอคงไม่อดทนมาจนถึงทุกวันนี้ 

งานเปิดตัวเครื่องเพชรประจำตระกูลศิรินทรวัฒนาภรณ์ได้รับความสนใจจากคนดังจากแวดวงธุรกิจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก สิ่งที่น่าจับตาไม่น้อยไปกว่าเครื่องเพชรชิ้นงามคงจะหนีไม่พ้นทายาทหนุ่มหล่อสุดฮอตที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ด้วยความสูงถึง 185 เซนติเมตร บวกกับใบหน้าอันหล่อเหลาและความเฟรนลี่เข้าถึงง่ายจึงทำให้เขาเป็นที่หมายปองของสาวๆหลายๆคน 

"คุณชายปรินซ์ ขอถ่ายรูปหน่อยนะคะ" นักข่าวสาวกล่าวขออนุญาติทายาทเจ้าของงานสุดหล่อที่ยืนอยู่บริเวณทางเข้างาน เขายิ้มให้ด้วยความเป็นกันเองกับพวกนักข่าว 

"ได้ครับ" ปรินซ์ตอบพลางยืนให้นักข่าวถ่ายรูปท่ามกลางแสงแฟลชมากมายที่กระหน่ำชัตเตอร์รัวๆเพื่อให้ได้รูปที่ดีที่สุดไปเขียนข่าว 

"ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับคุณชายปรินซ์" เสียงนั้นทำใหันักข่าวต่างเหลียวมองการมาเยือนของคุณชายตระกูลดังอีกคนที่ฮอตไม่แพ้กัน เขาเดินถือช่อดอกไม้แสดงมาแสดงความยินดีภายในงานเรียกเสียงฮือฮาจากนักข่าวเมื่อเขาไม่ได้มาคนเดียวเพราะคนที่เดินควงแขนมากับเขาคือเอวา นางเอกที่กำลังมีผลงานอยู่ในขณะนี้ 

"ซิน" ปรินซ์ยืนนิ่งแม้ซินจะยื่นดอกไม้มามอบให้เขาด้วยรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงผู้ชนะพลางโอบไหล่เอวาที่เป็นรักแรกของปรินซ์ต่อหน้าชายหนุ่มที่ยอมรับดอกไม้ตามมารยาท 

"ได้ข่าวว่าตระกูลนายเปิดตัวเครื่องเพชรใหม่ เลยพาเอวามาแสดงความยินดีด้วยน่ะ" ซินหันไปหาหญิงสาวหน้าสวยที่ยืนตัวชาอยู่เพราะความรู้สึกผิดต่อชายหนุ่ม 

"ยินดีด้วยนะปรินซ์" เอวายิ้มให้ปรินซ์เบาๆเธอมองรอยยิ้มของเขากำลังถือดอกไม้ช่อนั้นที่เธอเลือกมาแสดงความยินดี 

"ครับ ขอบคุณที่มาร่วมงานนะครับ" ปรินซ์กล่าวกับคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย 

"เอวาเป็นคนเลือกดอกไม้มาให้โดยเฉพาะ ชื่อดอกอะไรนะ..." ซินทำท่าคิดเพราะทำเป็นจำชื่อดอกไม้ไม่ได้ ดวงตาของเขากำลังเยาะเย้ยคู่แข่งที่ยืนถือมันอยู่ น่าสนุกเสียจริงที่ได้ปั่นหัวคนๆนี้ที่ไม่ยอมแสดงความรู้สึกใด ๆง่ายๆ 

"เอวาว่าเราเข้าไปในงานเถอะ" เอวาพูดตัดหน้าเพราะไม่อยากให้ปรินซ์รู้สึกไม่ดี 

"ได้สิครับ พวกเราเข้าไปในงานก่อนนะ เจอกัน" ซินหันไปบอกปรินซ์ด้วยรอยยิ้มแสนร้ายกาจก่อนจะโอบไหล่เอวาเดินผ่านปรินซ์ไปในขณะที่ดวงตาของชายหนุ่มจ้องมองช่อดอกไม้สีฟ้าที่อยู่ในมือของตัวเอง 

'ฟอร์เก็ตมีน๊อต' 

ปรินซ์ยื่นดอกไม้ให้การ์ดทันที เขารู้ดีว่าซินกำลังปั่นหัวเขาอยู่ หากสนใจมากก็จะยิ่งเจ็บปวดตามเกมที่หมอนั่นวางไว้ ชายหนุ่มจึงเลือกจะไม่สนใจช่อดอกฟอร์เก็ตมีน๊อตดอกงามนั้นและเดินออกไปหาที่พักสมองซักพักเผื่ออะไรๆจะดีขึ้น 

พริมโรสเดินถือดอกไม้ช่องามเดินตามรพีพรรณที่จงใจมาร่วมงานเปิดตัวเครื่องเพชรของตระกูลศิรินทรวัฒนาภรณ์ด้วยความปลื้มปริ่มเมื่อคิดถึงผลประโยชน์มากมายที่จะตามมาในอนาคตอันใกล้ นักข่าวต่างให้ความสนใจกับหญิงสาวปริศนาผู้มีใบหน้าสวยหวานสะดุดตาให้เหลียวมองเพราะไม่เคยเห็นเธอออกงานที่ไหนมาก่อน 

"ทำตัวดีๆอย่าให้ฉันหน้าแตกล่ะ" รพีพรรณกระซิบบอกทั้งที่ยิ้มให้กับพวกนักข่าวตลอดทางที่เดินมาด้วยกัน 

"คุณพี่รพี" เสียงของรุ่นน้องคนสนิทในกลุ่มเดียวกันเอ่ยทักรพีพรรณเธอจึงรีบเดินไปทักทายพูดคุยกันตามประสาคุณหญิงตระกูลดัง พริมโรสเห็นว่ารพีพรรณไม่ได้สนใจเธอจึงเดินเลี่ยงออกมาอย่างแนบเนียน 

หญิงสาวเดินออกมาตามทางเดินของโรงแรมเธอคิดหาทางหนีในขณะที่เดินชนกับชายคนหนึ่งที่เมาจัดตั้งแต่หัววันเข้าอย่างจัง 

พลั่ก!! 

"เดินไม่ดูทางรึไง...นางฟ้าชัด ๆ" ชายคนนั้นกำลังจะชี้หน้าด่าพริมโรสแต่พอเห็นว่าเธอสวยหน่อยเขาจึงอุทานขึ้นมา 

"ขอโทษค่ะ" หญิงสาวตอบไปสั้นๆเพราะเห็นว่าเขายังลุกเองได้และเธอก็ไม่มีเวลามาก 

"ขอโทษแล้วหายหรอ เหล้าหกหมดแล้ว จะไปไหน" ข้อมือของเธอถูกชายขี้เมาจับไว้แน่น เธอพยายามดึงแขนออกด้วยความกลัวเพราะตามทางเดินไม่มีใคร 

"ปล่อยนะ" หญิงสาวพยายามขัดขืนจนหลุดพ้น เธอรีบวิ่งหาทางหลบจากชายขี้เมาที่เดินตามมา มือเรียวสวยเปิดประตูห้องพักแขกวีไอพีเข้าไปข้างในแล้วล็อคมันไว้เพราะกลัวว่าชายขี้เมาจะหาเธอเจอในขณะที่คนในห้องที่กำลังนั่งนักสายตาหันไปมองคนที่เข้ามาในห้องสุ่มสี่สุ่มห้า 

"เธอ เข้ามาทำอะไรในนี้"เสียงทุ้มเอ่ยถามหญิงสาวที่หนีเสือปะจระเข้เข้าแล้ว เธอหันมามองชายหนุ่มในห้องเป็นจังหวะเดียวกับที่เขามองมา 

วินาทีนั้นเรื่องทั้งหมดได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว