facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ไม่ชอบ : 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 56.5k

ความคิดเห็น : 73

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2564 22:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่ชอบ : 2
แบบอักษร

ไม่ชอบ : 2 

 

[1 ปีต่อมา] 

ตรุษจีนปีนี้ไม่เหมือนปีก่อนเพราะอาหรงไม่ได้กลับมาเยี่ยมอาม่าอี้อย่างที่แล้วมาเพราะอยู่ต่างประเทศ แต่กระนั้นมารดาของไทก็ยังคงมาทำหน้าที่ลูกสาวที่ดีกลับมาปรนนิบัติพัดวีแม่ตนเองอย่างเคย ส่วนลูกชายคนรองของอาม่าจะกลับมาช่วงเชงเม้ง 

“จะไปไหนน่ะอาวิน ไม่อยู่กินข้าวก่อนล่ะหม่าม้าลื้อทำไว้ให้แล้ว” อาม่าอี้ทักเมื่อเห็นหลานคว้ากุญแจรถยนต์ทำท่าจะออกไปข้างนอก หลานชายเธอโตเป็นหนุ่มและกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เห็นบ่นร่ำๆ ว่ากลัวคะแนนไม่ถึงจนเจินลูกสาวของเธอหนักใจไม่แพ้กัน จะไม่ให้กังวลเรื่องคะแนนได้อย่างไรเมื่อเด็กวัยนี้มันวัยเริ่มหัดรัก 

วินมีแฟนแล้ว คำบอกเล่าจากเจินทำเอาอาม่าอี้หัวเราะ ไม่คิดว่าเด็กผู้ชายตัวน้อยแก้มยุ้ยก้นกลมคนนั้นที่เธอเคยอุ้มโตเป็นหนุ่มจนมีหญิงสาวมาติดพันแล้ว เจินบอกว่าเปลี่ยนแฟนมาแล้วสามคน แต่ละคนก็หน้าตาน่ารักแต่คบกันไม่ได้นานก็เลิก มัวแต่สนเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เกรดเฉลี่ยเลยลดลง ส่วนจวิ้นก่อนหน้านี้ได้ยินวินพูดว่ามีแฟนแล้วเหมือนกันเป็นเด็กผู้หญิงต่างโรงเรียน 

“จะไปรับไอ้จวิ้นแล้วจะเลยไปรับเฮียที่สนามบินเลย เดี๋ยวกลับมานะม่า ม้า! เดี๋ยวกลับมานะเก็บข้าวผัดให้วินด้วย” เด็กหนุ่มตะโกนเข้าไปในบ้านด้วยเสียงแหบห้าวที่ใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก 

วินขับรถมาถึงบ้านหลังหนึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 1 ห้องสองชั้นแต่ขนาดกว้างพอสมควร ซึ่งเป็นที่อยู่ของเพื่อนรักเขา ล่าสุดที่เจอจวิ้นก็ตอนปีใหม่เพราะนัดไปเที่ยวด้วยกัน เขาแวะลงไปสวัสดีป๊าจวิ้นก่อน ส่วนแม่ของจวิ้นเสียชีวิตไปตั้งแต่จวิ้นยังเล็กๆ เขาพูดคุยพอเป็นพิธีก็ต้องรีบไปสนามบินเพราะเฮียไทส่งข้อความบอกว่าลงเครื่องแล้ว 

“เออ เฮียมึงหล่อขึ้นฉิบหาย กูเห็นเฮียโพสต์รูปในเฟซบุ๊กอ่ะ” 

“ป๊าส่งมันไปเรียนงานที่เมืองนอก ทั้งเฮียศรเฮียแชมป์หอบหิ้วกันไปทั้งแก๊ง” จวิ้นพยักหน้ารับเพราะเข้าใจดี อาหรงมีโรงงานเฟอร์นิเจอร์อยู่ในเมือง กะจะผลักดันลูกชายคนโตให้ขึ้นมาแทนตำแหน่งตนเองละมั้ง ส่วนเฮียแชมป์เขาก็พอรู้ความคืบหน้าอยู่บ้าง แต่กับพี่ศรเขาไม่รู้เลยเพราะไม่ได้เป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊กหรือโซเชียลทางอื่นใด 

ใช้เวลาบนท้องถนนในชั่วโมงเร่งด่วนทำให้กว่าจะมาถึงสนามบินคนนั่งรอก็แทบจะหลับรอกันแล้ว วินโทรบอกพี่ชายให้ออกมายืนรอที่ประตูทางออกเลยส่วนตนเองกำลังจะวนรถไปรับ 

“สวัสดีครับเฮียไท เฮียแชมป์” จวิ้นเปิดประตูลงจากรถไปรับกระเป๋าของเหล่าเฮียๆ มาเพื่อเก็บใส่กระโปรงท้ายรถที่วินเปิดให้แล้ว ไทเข้ามากอดจวิ้นก่อนจะเลยไปกอดน้องชายตัวเองที่ยิ้มกว้างไม่แพ้กัน แชมป์กอดจวิ้นแน่นทีหนึ่งก่อนจะปล่อยแล้วหันไปทางวิน 

“อะไรวะ ไม่เจอปีเดียวจะสูงกว่าเฮียแล้ว หล่อขึ้นด้วยรึเปล่าเนี่ย” แชมป์แซววินที่ตอนนี้ความสูงทะลุ 180 แล้ว 

“ผมก็สูงนะเฮียทำไมไม่ชมบ้าง” จวิ้นท้วงเลยโดนขยี้ผมไปหลายที ส่วนสูงเขาก็พอๆ กับวินนั่นแหละ ตอนแรกก็สูงแซงหน้ามันอยู่หรอก แต่ตอนหลังมันอัดนมจืดเป็นแกลลอนกลายเป็นเร่งสูงทันกันเสียอย่างงั้น 

“นี่แค่มารับเฮียทำไมต้องแต่งหล่อขนาดนี้ล่ะจวิ้น เห็นไอ้วินบอกจวิ้นมีแฟนแล้วนี่ พามาให้พวกเฮียรู้จักบ้างสิ” 

“ไว้ค่อยพามาแนะนำ” จวิ้นยิ้มตอบก่อนจะมองเลยไหล่เฮียไทไปด้านหลัง ใครบางคนเดินออกจากประตูมาพร้อมกระเป๋าเดินทางขนาด 18 นิ้ว ร่างกายที่ดูธรรมดาๆ ในปีก่อนๆ แต่ปีนี้กลับบึกบึนกล้ามแน่นกว่าเดิมมาก กล้ามเป็นกล้ามนมเป็นนม ผิวสีน้ำผึ้งเข้มกว่าปีที่แล้วอีกมั้ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเห็นก็ดูดีขึ้น มันดีขึ้นตรงไหนไม่รู้ อาจเป็นเพราะทรงผมอันเดอร์คัตก็ได้ แต่เขารู้สึกว่าไอ้พี่ศรมันหล่อขึ้นจริงๆ 

“โห! เฮียศรสวัสดีครับ โคตรหล่อเลยเฮีย กล้ามแน่นโคตรอยากเท่แบบเฮียบ้างต้องเข้าฟิตเนสกี่ชั่วโมงเนี่ย” วินกอดเฮียศรของตัวเองแน่น ลูบกล้ามแขนของเพื่อนพี่ชายพร้อมตาเป็นประกายอย่างชื่นชม ศรยิ้มให้เล็กน้อย สายตาตวัดมองเด็กหนุ่มอีกคนที่ตอนนี้หน้าใสขึ้นจากเมื่อก่อนมากเนื่องจากไม่มีสิวแล้ว แม้จะยังใส่เหล็กดัดฟันอยู่แต่รูปฟันดูเข้าที่เข้าทางหน้าเรียวขึ้นเยอะ ส่วนสูงของมันสูงพอๆ กับวินแต่ความผอมก็ยังคงเดิม เพียงแต่ไม่เก้งก้างเท่าตอนครั้งแรกที่เจอกัน 

“ไอ้ศรมาแล้วก็ขึ้นรถกันเถอะ เดี๋ยวโดนยามไล่” ไทบอกก่อนจะขึ้นนั่งหน้าเพราะจวิ้นสละที่ให้ ส่วนจวิ้น แชมป์และศรนั่งหลัง แน่นอนว่าครั้งนี้จวิ้นเลือกนั่งชิดประตูเพื่อจะได้ไม่ต้องนั่งกับศร เพราะเท่าที่จำได้นั่งติดกันอีกฝ่ายก็กางขาออกจนเบียด นั่งไม่ติดกันมีแค่เกียร์กั้นก็ยังก็ทะเลาะกันได้เลยคิดว่านั่งห่างกันคงจะดีที่สุด แต่ผิดจากที่คิดไว้เมื่อศรตามขึ้นมานั่งตรงกลางส่วนแชมป์นั่งชิดประตูอีกฝั่ง 

ศรเห็นอีกฝ่ายมองตนที่ไปนั่งข้างๆ เขาจึงมองตอบ ก่อนจะยกนิ้วขึ้นดีดหน้าผากมนจนเป็นรอยแดง จวิ้นร้องโอยจะด่ากลับแต่วินพูดขึ้นเสียก่อน 

“เดี๋ยวไปกินเกาเหลาป้าเขียดก่อนนะเฮีย มื้อนี้วินเลี้ยงพอดีป๊าให้ค่าขนมมาเยอะ” วินตบกระเป๋ากางเกงปุๆ อวดเหล่าพี่ชาย ยกยอดเรื่องข้าวผัดของคุณนายเจินไปอุ่นกินพรุ่งนี้แล้วกัน 

“เออ เร็วๆ เถอะ พวกเฮียหิวจนจะกินช้างได้แล้ว” 

จากนั้นวินขับรถกลับเข้าเมืองเพื่อไปยังร้านเกาเหลาที่ว่า เมื่อลงรถได้พวกเขาก็เลือกโต๊ะด้านในเพราะใหญ่ที่สุด ผู้ชายตัวโตๆ ทั้ง 5 จะมานั่งโต๊ะเล็กก็กะไรอยู่ มีคนมารับเมนูก่อนจะสั่งกันไปคนละชามพร้อมข้าวเปล่าและน้ำอีก 5 แก้ว 

“เดี๋ยวกูมา” คนพูดน้อยที่สุดในกลุ่มพูดขึ้น เขาถอดเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองออกวางบนเก้าอี้ตัวที่นั่งเพราะเริ่มรู้สึกร้อน ก่อนจะเดินออกไปทางข้างร้านเพื่อหาพื้นที่สูบบุหรี่ 

คนที่เหลือก็นั่งพูดคุยกันไป แต่จังหวะนึงมีลูกของลูกค้าในร้านวัยเตาะแตะเดินมาปัดเสื้อแจ็กเก็ตที่ดูก็รู้ว่าราคาไม่เบานักตกพื้น จวิ้นเห็นจึงเอามาพาดตักถือไว้ให้รอเจ้าของกลับมา แต่เมื่อศรกลับมานั่งที่โต๊ะและเริ่มทานเกาเหลา เสื้อแจ็กเก็ตตัวนั้นก็ยังอยู่บนหน้าขาของจวิ้นเหมือนเดิม 

กว่าพวกเขาจะกลับมาถึงบ้านได้ก็ปาเข้าไปเกือบ 4 ทุ่ม อาม่าขึ้นนอนพร้อมคุณนายเจินแล้ว วินจอดรถเสร็จรู้สึกปวดฉี่จึงรีบไปเข้าห้องน้ำฝากให้จวิ้นล็อกรถและเก็บกุญแจให้ด้วย ไทกับแชมป์จึงเดินตามเข้าไปจะมีก็แต่ศรที่หยิบของอยู่ท้ายรถจวิ้นจึงเดินไปดู 

“มีอะไรรึเปล่าพี่ศะ...เห้ย!” ตกใจไม่น้อยเมื่อเดินไปดูก็โดนกล่องรองเท้า NIKE ยื่นมาตรงหน้า ตอนออกจากสนามบินก็ไม่เห็นหรือพี่เขารื้อออกมาจากกระเป๋าก็ไม่รู้ 

“อ้อ! ให้ช่วยถือก็ไม่บอก” จวิ้นรับมาถือไว้ให้ อีกฝ่ายหันไปล็อกกระเป๋าเดินทางตัวเองเรียบร้อยก็ปิดกระโปรงท้ายรถ จวิ้นล็อกรถเสร็จก็ยื่นกล่องรองเท้าคืนให้เจ้าของแต่ศรไม่รับ 

“บอกไอ้ไทไม่ใช่เหรอว่ารุ่นนี้ใส่ดี” 

“ห้ะ? อ้อ! ใช่” 

“กูซื้อมาไซส์มันไม่พอดี ฝากใส่แทนละกัน” พูดจบก็ยกกระเป๋าเข้าบ้านไปเลย ทิ้งจวิ้นให้ยืนงงกับกล่องรองเท้าที่มีรองเท้าคู่ที่เขาเคยบอกเฮียไทว่าอยากได้เมื่อเดือนก่อน ดูไซส์แล้วก็เป็นไซส์ที่เขาใส่เป๊ะๆ เขาจึงเทียบเท้าตัวเองกับรองเท้าพี่ศรที่ถอดอยู่บนชั้นวางรองเท้า เออ... ใส่ไม่ได้จริงๆ แหละ เท้าของพี่ศรใหญ่กว่าเท้าเขาไปเกือบสองไซส์เลย 

* 

ในตอนเย็นของวันจ่ายในเทศกาลตรุษจีน หลังจากที่จวิ้นไปช่วยโกหนึ่งซื้อของเตรียมไหว้กับโป๊ยเซียนผู้เป็นพี่สาวเสร็จแล้วก็กลับมาที่บ้านอาม่าอี้อีกครั้ง ปีนี้ลูกหลานเต็มบ้านอาม่าอี้เหมือนเดิมเพราะลูกชายคนกลางพาครอบครัวจากเมืองจีนกลับมาด้วย จวิ้นไม่ได้นอนที่นี่เพราะเห็นว่ามีแขกเยอะแล้วเขาคงกลับไปนอนที่บ้านโน่นแหละ 

“มึงตักผัดหมี่มาเผื่อกูด้วย” ตอนนี้พวกเขานั่งกินมื้อเย็นกันที่โต๊ะหน้าบ้าน วินตะโกนบอกเมื่อเห็นว่าจวิ้นมาเติมเสบียงในครัว 

Rrrrr Rrrrr 

“ว่าไงนิ้ง” นิ้งคือแฟนสาวของเขาที่คบกันมาได้ราวๆ 3 เดือนแล้ว เรียนคนละโรงเรียนไปเจอตอนเรียนติวสอบเข้า และความบังเอิญคือนิ้งอยู่โรงเรียนเดียวกับวินด้วย 

[ยุ่งเหรอจวิ้น นิ้งโทรไปไม่รับเลย] 

“ก็นิดหน่อยอ่ะ พอดีเสียงดังด้วยแหละจวิ้นอยู่บ้านไอ้วินน่ะ” ก่อนหน้านี้เขาเคยคบผู้หญิงมาแล้วสองคน คนหนึ่งอายุน้อยกว่าอีกคนอายุมากกว่าแต่คุยได้แค่สองเดือนก็เลิก เหมือนอะไรบางอย่างมันไม่คลิกกันเลยทางใครทางมัน กับนิ้งเขาคบนานสุดตั้งแต่เคยมีแฟนมา นี่ก็เพิ่งฉลองวันครบรอบไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง 

ระหว่างคุยสายกับนิ้ง วินที่รอหมี่ผัดและเขายังไม่เอาไปให้เดินเข้ามาเอาเอง พอรู้ว่าทำไมถึงช้าก็ยิ้มล้อก่อนจะบุ้ยใบ้บอกว่าเฮียไทตั้งเตาหมูกระทะแล้วให้รีบออกไปกินไม่งั้นหมูหมด 

“เมื่อกี๊ไอ้วินมาตามไปกินหมูกระทะน่ะ บ้านมันเลี้ยงใหญ่โตทุกปีเพราะบ้านนี้คนเยอะ” 

[แล้วป๊าไม่ว่าเอาเหรอที่มากินบ้านคนอื่นแทนที่จะไปบ้านตัวเอง] 

“ก็ว่าแหละแต่ทำไงได้ เราอยากมา” พูดไปนิ้วก็ไล้ไปตามขอบโต๊ะ ก่อนหางตาจะเหลือบไปเห็นว่ามีชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องครัว 

[แค่นี้ก่อนนะจวิ้นแม่นิ้งจะไปซื้อของน่ะ จวิ้นไปกินหมูกระทะเถอะ] พูดจบสาวเจ้าก็ตัดสายไป จวิ้นไม่กล้ามองคนที่เอารองเท้าให้ตนเพราะเมื่อกลางวันเขาโม้เฮียไทไปเต็มที่เรื่องรองเท้าที่พี่ศรใส่ไม่ได้ แต่คำตอบที่เฮียไทให้มาคือ... 

“เอ้า! จะไม่พอดีกับเท้าจวิ้นได้ไงมันเลือกไซส์เอง มันบอกจวิ้นก็บอกมันเรื่องรองเท้าเหมือนกัน”  

“คือ...เอ่อ...” เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้รีบออกจากห้องครัว แถมยังยืนเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่เต็มประตูเพราะมาหยิบของ แต่ไม่รู้หยิบอะไรนานสองนานไม่ออกไปสักทีเขาเลยออกจากห้องไปไม่ได้ด้วย คนอื่นๆ ก็อยู่กันที่สวนหน้าบ้านกันหมด “เรื่องรองเท้าที่พี่ให้ผมน่ะ ขอผมทยอยจ่ายเงินให้ได้ไหม ตอนนี้ผมมีเงินเก็บอยู่แค่สามพันเอง” จวิ้นพูดเสียงไม่ดังแต่ก็ไม่เบา พอให้ได้ยินกันแค่สองคนแต่อีกฝ่ายกลับขมวดคิ้วมุ่น 

“บ่นงึมงำอะไรของมึง มาพูดใกล้ๆ กูนี่กูไม่ได้ยิน” น้ำเสียงห้าวๆ ดุๆ ของชายหนุ่มทำจวิ้นเบะปากเล็กน้อย พูดกูๆ มึงๆ กับเขาตลอด ทีกับไอ้วินนะวินอย่างนั้นเฮียอย่างนี้ จวิ้นขยับเดินเข้าไปใกล้จนห่างกับอีกฝ่ายแค่สองก้าว 

“เรื่องรองเท้าที่พี่ซื้อมาอ่ะผมรู้เรื่องจากเฮียไทแล้ว เดี๋ยวจะทยอยจ่ายเงินให้ได้ไหม” 

“เอาไปเถอะ” 

“ได้ไง ของมันแพง” จวิ้นบอกคนที่กำลังยืดตัวขึ้นสูงเพื่อหยิบเหล้าจีนที่หนึ่งปีจะเอาออกมาดื่มสักครั้ง แต่อยู่สูงเหนือหัวเขาไปกลายเป็นว่าศรมายืนซ้อนเขาโดยหันหน้าเข้าหากัน จะหนีออกไปก็ไม่ได้เพราะพี่มันดักไว้ 

“ยืนนิ่งๆ ได้ไหมกูหยิบของอยู่ เกิดขวดเหล้าตกใส่หัวมึงแตกขึ้นมากูไม่มีปัญญาจ่ายค่าเหล้าเขา” ก็รู้อยู่แล้วว่าพี่ศรไม่ห่วงเขาหรอก 

“พี่ก็ถอยออกไปก่อนสิ ผมจะได้ไปยืนที่อื่นไม่เกะกะไง” จวิ้นชักสีหน้าบ้างไม่ยืนเป็นเป้านิ่งให้อีกฝ่ายได้ข่มอย่างเดียวหรอก ศรไม่สนใจแต่หยิบขวดเหล้าได้ก็ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เพียงแค่ถอยออกมาครึ่งก้าวเพื่อจะได้มองหน้าจวิ้นชัดๆ 

“เรื่องรองเท้ากูให้เป็นค่าป้อนไก่เมื่อปีก่อน” 

โห! ค่าป้อนไก่ตั้งเจ็ดพัน! อวดรวยอะไรขนาดนั้น 

“ผมรู้ว่าพี่ไปทำงานที่ต่างประเทศ เงินคงได้เยอะแต่ไม่ต้องมาอวดรวยกับผม ผมบอกว่าจะจ่ายคืนก็คือจ่ายคืน ลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้น” จวิ้นยืนกรานจนศรที่ยืนเท้าสะเอวมองอีกฝ่ายอยู่ทนไม่ได้ จับแก้มของมันยืดออกทั้งสองข้างเหมือนชีสยืด 

“หมั่นไส้ฉิบหาย มึงเป็นแค่เด็กม.ปลายจะมีเงินอะไรมากมายมาจ่ายคืนกูตั้งเจ็ดพัน เก็บเงินไว้ซื้อถุงยางเถอะได้ข่าวว่ามีเมียแล้วนี่” 

“อื้อออ เอ็บ!!” จวิ้นดิ้นเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยแก้มตนง่ายๆ ส่วนสูงที่ดูไกลๆ ก็ไม่ต่างกันมาแต่พอยืนใกล้กันพี่มันก็สูงกว่าอยู่ดี ยิ่งตอนนี้ความบึกบึนเหมือนเทรนเนอร์ฟิตเนสของไอ้พี่ศรข่มเขาได้อยู่หมัดเลย 

ศรแกล้งจนพอใจก็ยอมปล่อยมือ หน้าสิวเขรอะของมันพอไม่มีสิวก็ใสขึ้นแถมผิวยังนิ่มอีกด้วย ไม่รู้หมดเงินไปกับค่าหมอเท่าไหร่ เห็นแบบนี้กดอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ มันเจ้าสำอางด้วยเพราะเดี๋ยวนี้เด็กวัยรุ่นหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นหรือเพราะมีความรักก็ไม่รู้ จวิ้นลูบแก้มตัวเองแรงๆ แลบลิ้นใส่คนแก่กว่าก่อนจะหนีออกมาที่วงหมูกระทะ ทั้งสองไม่ได้เข้าใกล้กันอีกจนกระทั่งได้เวลาจวิ้นกลับบ้าน 

“เฮียศรไปส่งไอ้จวิ้นแทนผมหน่อยดิ” วินเดินเข้ามากระซิบบอกเพราะตนอยากอาบน้ำนอนแล้วมากกว่า ง่วงเกินตาจะเปิดไหว ยิ่งโดนเหล้าหมื่นปีของอาม่าเข้าไปกรึ๊บเดียวก็ทำเอามึนไม่น้อย ส่วนจวิ้นที่ดื่มไปเหมือนกันนั่งคอพับอยู่ที่ข้างบ่อปลาคาร์ปโน่น ศรพยักหน้าให้ทิ้งตะเกียบในมือเตรียมลุกขึ้นแต่โดนแชมป์ดักคอไว้ 

“ไปไหนมึง” 

“ไปส่งเด็กเปรต” คำตอบสั้นๆ ก็ทำเอาอีกสองคนที่นั่งอยู่ด้วยกันเข้าใจได้ แชมป์มองตามเพื่อนร่างสูงของตนเองที่เดินไปยังบ่อปลาคาร์ปข้างบ้านแล้วหันมาหาไท 

“มึงว่าไอ้ศรมันแปลกๆ ไหมวะ” 

“ยังไง” 

“ไม่รู้ว่ะ แต่กูว่ามันแปลกๆ บอกไม่ถูกแต่รู้สึกได้” แชมป์มองคนที่หิ้วปีก ‘เด็กเปรต’ เดินไปที่รถจนจับใส่รถได้แล้วขับออกไป 

“บ้านมึงอยู่ไหน ห่า...กูก็ลืมถามไอ้วิน” ศรสบถเมื่อลืมไปเสียสนิท เขาเขย่าตัวคนที่สะลึมสะลือหน้าตายู่ยี่ขึ้นมาเพื่อให้บอกทางแต่จวิ้นชี้มั่วไปหมดจนกลายเป็นขับรถวนที่เดิม เขาจึงต้องจอดรถแล้วหันไปถามมันจริงจัง 

“จวิ้น ตื่นมาบอกก่อนว่าบ้านมึงอยู่ไหน กูโทรหาไอ้วินแล้วมันไม่รับ” 

“อื้อออ ขับๆ ไปเถอะเดี๋ยวก็ถึง” คำตอบกวนตีนของมันทำศรดึงปากยู่ๆ นั้นจนติดมือยืดออก จวิ้นตีมือเขาแล้วโวยวายยกใหญ่ ตาตี๋ๆ เรียวๆ ตวัดมองไม่ชอบใจคนที่มาขัดเวลานอนของตนเอง 

“ไอ้เหี้ยพี่ศรแม่งมือสกปรกมาดึงปากกู” จวิ้นบ่นงึมงำเพราะได้กลิ่นคาวปลาจากมืออีกฝ่าย เขามึนหัวสุดๆ จนแทบจะยกหัวไม่ขึ้น แค่กรึ๊บเดียวของเหล้าอาม่าอี้ทำเขาเป๋ไปเลย อะไรมันจะแรงจนทำให้เมาได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ 

“อยากใช้อย่างอื่นดึงแต่ไม่ถนัด” ศรบอกกวนๆ ใส่คนเมา ตลกดีตอนมันทำหน้ายู่ปากยื่นเพราะไม่พอใจ อยากแกล้งให้ร้องฉิบหายคงเบะปากร้องไห้เหมือนเด็กแน่ๆ 

“อะไร” 

“นิ้วตีน” 

“อี๋ สกปรกกว่าเดิม” เขาพูดโดยไม่ลืมตา ก่อนจะบอกทางกลับบ้านเอาจุดเด่นที่ศรเห็นยังไงก็ต้องไปถูก เมื่อขับรถมาจอดหน้าบ้านได้เขาก็ทำท่าจะลง แต่เพราะแข้งขาอ่อนแรงเกิดอาการง่อยเปลี้ยจากฤทธิ์เหล้าของอาม่าเลยร่วงไปกองอยู่ข้างรถ เดือดร้อนคนพามาส่งต้องลงมาช่วยพยุง 

“แดกไม่เป็นแล้วเสือกกินอีกนะ” 

“ยุ่ง” 

“เถียงเก่งจริงนะมึง กูแก่กว่าตั้งหลายปีหัดให้ความเคารพกูเหมือนที่ไอ้วินเคารพบ้าง” 

“เหอะ! แก่กว่าแล้วไง” น้ำเสียงยียวนของคนเมาทำศรเหนื่อยใจ เถียงกับมันไปตอนนี้ตื่นเช้ามาก็ไม่รู้เรื่องหรอก 

เขาตบๆ กระเป๋ากางเกงจวิ้นล้วงหยิบกุญแจบ้านออกมาไข เปิดประตูบ้านได้ก็พยุงคนที่เดินเป๋ๆ เข้าไปในบ้าน โกหนึ่งน่าจะนอนแล้วทำให้ทั้งบ้านเงียบ เขาทิ้งเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งไว้บนโซฟาก่อนจะล็อกประตูบ้านให้แล้วขับรถกลับ 

* 

บ้านจวิ้นไหว้เสร็จแล้ว แต่กว่าจะไหว้เสร็จก็โดนป๊าบ่นจนหูชาเหมือนกันเพราะกินเหล้าเมาไม่ได้สติ ทั้งที่บอกไปว่าแค่แก้วเดียวแต่ป๊าก็ยังบ่น ถ้าเมาจนดูแลตัวเองไม่ได้ก็บ่นหมดแหละ 

“เจ๊โป๊ย อันนี้ให้ยกไปไว้ตรงไหน” จวิ้นถามเมื่อตนกำลังทยอยขนของเข้าบ้าน โต๊ะไหว้ที่จัดไว้ตอนเช้ารีบเคลียร์ให้เสร็จเนื่องจากป๊าจะไปทำธุระกับพี่สาวเขา และเขาก็จะไปกินอาหารบ้านไอ้วิน ซึ่งโดนคุณนายเจินชวนตั้งแต่เช้าตรู่ที่ออกไปจ่ายตลาดนั่นแหละว่าให้ไปกินที่โน่น 

“เอาไว้ตรงนี้ๆ พวกไก่ เป็ด ขนมทั้งหลายแกจัดเข้าตู้เย็นห่อให้เรียบร้อยอย่าให้มีกลิ่นนะ ตอนเย็นเจ๊จะกลับมาทำไก่รวนเค็มให้” 

“เออๆ เป็ดเอามาทำเป็นพะโล้นะป๊าอยากกิน” จวิ้นเสริมความเห็น เอาจริงๆ เขาก็อยากกินด้วยแหละ 

เจ๊โป๊ยเซียนคือพี่สาวเพียงคนเดียวของเขา อายุห่างกัน 6 ปี เรียกได้ว่าห่างกันพอสมควร แต่เป็นผู้หญิงแกร่งทำได้เกือบทุกอย่าง ตอนนี้ทำงานอยู่ที่กรมที่ดินหน้าที่การงานมั่นคงจนป๊าวางใจ 

จวิ้นปั่นจักรยานมาที่บ้านวินตอนบ่ายแก่ๆ ช่วงที่แดดร่มลมตกเพราะอากาศไม่ร้อนนัก รถยนต์ในบ้านลดจำนวนลงเหลือเพียงสองคันเพราะอาม่าอี้เดินทางไปเยี่ยมญาติ โดยมีลูกชายคนโตพาไปและลูกชายคนกลางก็ขับรถตามไปด้วย เหลือก็แค่พวกเฮียไทกับแม่บ้านเท่านั้น 

จวิ้นเข้าบ้านไปตรงขึ้นไปยังห้องนอนเพื่อนเพราะแม่บ้านบอกว่าวินอยู่ในห้อง ปรากฏว่าวินอยู่ในห้องจริงๆ แต่หลับอยู่ กรนครอกๆ ดังลั่นห้องเขาจึงไม่กวน เดินลงมาจากชั้นบนได้กลิ่นหอมมาจากในครัวจึงเดินตามไปเห็นแชมป์กำลังหยิบจับของมือเป็นระวิงโดยมีไทเป็นผู้ช่วย 

“ทำไรอยู่เฮียแชมป์” จวิ้นเข้าไปถามคนที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา ได้กลิ่นหอมโชยมาเป็นกลิ่นกะทิ 

“จะทำพะแนง ไอ้ไทกับไอ้ศรมันอยากกิน” 

“ให้ผมช่วยไหม” 

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวเฮียทำเอง จวิ้นไปตามไอ้ศรมาหน่อยไม่รู้ไปแอบหลับอยู่ที่ไหน บอกมันว่าแกงกำลังจะเสร็จให้มากินข้าวได้แล้ว” ไทสั่งก่อนจะหันกลับไปช่วยแชมป์ตามเดิม 

เด็กหนุ่มเดินหาคนที่ตนไม่ค่อยอยากเจอนักทั่วบ้านแต่ก็ไม่เห็น ในขณะที่กำลังจะถอดใจจะกลับไปบอกเฮียไทว่าไม่เจอหางตาดันเห็นเงาคนอยู่แถวบ่อปลาคาร์ป ซึ่งอยู่ที่สวนด้านหลังโรงจอดรถ ส่วนตรงนี้มีต้นไม้ขึ้นพอสมควรเพราะคุณลุงเฉียงสร้างไว้ให้อาม่าอี้ใช้เป็นมุมพักผ่อน ปลาคาร์ปตัวอวบอ้วนว่ายเอื่อยๆ ไปมาในบ่อปลาน้ำใสแจ๋ว 

“ซี้ด...” เสียงเหมือนคนสูดปากเวลากินอะไรเผ็ดทำจวิ้นสะดุ้ง เขาย่องเบาๆ เดินเข้าไปใกล้เห็นคนนอนอยู่บนที่นอนไม้หวาย มีต้นไม้โอบล้อมตรงนั้นไว้จนแทบมองไม่เห็นถ้าไม่สังเกตดีๆ ขาข้างหนึ่งของคนที่นอนอยู่ชันเข่าไว้ ส่วนอีกข้างเหยียดยาว จวิ้นกะจะทำให้อีกฝ่ายตกใจแต่กลายเป็นเขาเสียเองที่แทบช็อกกับสิ่งที่เห็น 

สาวหุ่นอวบอัดกำลังควบท่อนอุ่นที่ผลุบเข้าออกช่องทางสีหวาน ซึ่งกลีบปากทางเปิดออกเพื่อกลืนกินแท่งร้อนนั้นไว้ เสียงร้องที่ต้องเงี่ยหูฟังจริงๆ จึงจะได้ยินเป็นเสียงร้องด้วยความเสียวซ่าน ยิ่งฝ่ายชายจับสะโพกแน่นนั้นเพื่อสวนกายเข้าออกยิ่งทำสาวเจ้าร้องครางเสียงหลง ไอ้พี่ศรกำลังดูหนังโป๊ในมือถือหูฟังก็ไม่ใส่ มือใหญ่ของพี่มันกำลังลูบคลึงส่วนกลางกายผ่านกางเกงชั้นในสีขาวของตัวเองไปด้วย ส่วนปลายมีน้ำซึมเลอะกางเกงชั้นในเล็กน้อย แท่งลำนั้นค่อยๆ ขึ้นรูปชัดเจนสื่อถึงอารมณ์ของเจ้าตัวที่กำลังได้ที่ 

“อ๊ะ...อ๊า...” เสียงของสาวเอเชียคนนั้นร้องจนกระตุ้นประสาทส่วนกลางกายเด็กวัยรุ่นที่กำลังอยู่ในวัยกำลังโต จวิ้นกุมเป้าตัวเองไว้กดให้น้องชายนอนสงบเหมือนเดิม แต่เสียงและภาพเคลื่อนไหวที่ละสายตาไม่ได้ทำให้มันยิ่งตื่น 

“อึก...” ศรหยุดมือเมื่อรู้สึกว่ามีใครมองตนอยู่ เมื่อหันไปดูก็เห็นเด็กวัยรุ่นยืนกุมเป้าที่นูนเด่นของตนเองอยู่ จวิ้นตกใจทำอะไรไม่ถูกเพราะกางเกงเขาเริ่มมีน้ำลื่นๆ เปื้อนเป็นวง จะหนีก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อศรคว้าแขนเขาไว้ 

“มึงจะไปไหนล่ะจวิ้น ไม่สนใจมาดูด้วยกันเหรอ” 

“มะ...ไม่! อยากดูก็ดูไปคนเดียวดิ” จวิ้นตอบโดยไม่มองหน้าคนถามสักนิด พยายามสะบัดแขนออกจากมือที่เหนียวหนึบแต่กลับไม่เป็นผล 

“มึงแข็งขนาดนี้ยังจะฝืนอีกเหรอวะ มึงมีแฟนแล้วนี่ไม่สนใจดูไว้เพื่อเอาไปทำกับแฟนรึไง” คำพูดศรทำจวิ้นชะงัก หนังแบบนี้ใช่ว่าเขาจะไม่เคยดู มีแอบดูเป็นบางครั้งแต่ยอมรับว่าเขินเกินกว่าจะดูจบ อีกทั้งยังไม่เคยทำกับใครเลยด้วย หลายครั้งที่ยอมรับว่านิ้งเหมือนจะเชิญชวญ ทั้งเบียดทั้งกระแซะแต่เขาก็ยังเฉยนั่นเพราะไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี 

จวิ้นถอยกลับมาแล้วหย่อนก้นลงนั่งพื้นที่ว่างที่ศรขยับเว้นให้ เด็กหนุ่มเก็บขาตัวเองไม่ให้โผล่พ้นต้นไม้ที่ขึ้นหนาตา ไม้เลื้อยที่เลื้อยขึ้นเป็นซุ้มพอจะปกปิดพวกเขาสองคนได้ ตาเหลือบมองหน้าจอที่ยังคงมีคลิปนั้นเล่นอยู่ แต่ตาเจ้ากรรมก็ดันเห็นส่วนนั้นของไอ้พี่ศรด้วย ทำเอาจวิ้นร้อนหน้าร้อนหูไปหมดเพราะอาย 

“ห้ะ...ห้าม...ห้ามบอกใครนะเว้ยพี่” 

“คิดว่ากูปากหมาขนาดนั้นเลยรึไง” เพราะศรเป็นคนเงียบจวิ้นถึงเชื่อใจ คนแก่กว่ายกก้นขึ้นเล็กน้อยเพื่อรั้งเอวกางเกงและกางเกงชั้นในให้ไปกองอยู่ที่ต้นขาไม่คิดอาย ส่วนแข็งขืนดีดผึงออกมาเผชิญโลก จวิ้นเบิกตาโตเพราะไม่เคยเห็นของผู้ชายโตเต็มวัยอีกทั้งขนาดมันยังใหญ่กว่าเขาไม่น้อย 

“ถอดกางเกงสิมึง ไม่ปวดรึไง” ศรบุ้ยใบ้ไปทางช่วงกลางกายของเด็กหนุ่ม จวิ้นกลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ ก่อนจะมองซ้ายแลขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครมองอยู่จึงรูดซิปกางเกงลง ร่นกางเกงชั้นในลงไปกองที่ใต้ก้นแต่กระนั้นก็ยังกุมส่วนอ่อนไหวของตนเองไว้ 

ศรหยิบหูฟังออกมาส่งให้จวิ้นไปข้างหนึ่ง จากนั้นก็ดึงให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้เพื่อจะได้ดูคลิปด้วยกัน จวิ้นยังคงก้มหน้าไม่กล้าสบตาส่วนศรนั้นได้แค่ยิ้มมุมปาก ตอนแรกแค่อยากแกล้งแต่พอเห็นมันนั่งลงเลยคิดว่ามีคนมาแชร์เรื่องแบบนี้ด้วยกันก็ดี 

“อ๊ะ อ๊ะ อื๊อ อ๊า” เสียงหญิงสาวถูกเปิดเร่งวอลลุ่มดังมากทำให้ได้ยินชัดเจน ยิ่งพออารมณ์โดนปลุกส่วนนั้นของคนทั้งคู่ยิ่งผงาด ศรเห็นส่วนกลางกายของจวิ้นที่ค่อยๆ ตั้งลำ สงสัยมันคงยังไม่เคยใช้กับใครแน่ๆ เห็นแบบนี้ก็อดสงสารไม่ได้ สมัยเขาอายุเท่าจวิ้นเรื่องฟันผู้หญิงบอกเลยว่าไม่เป็นรองใคร ห้องน้ำหลังโรงเรียน ซอกต้นไม้ข้างโรงอาหาร บนตึกหลังเลิกเรียน เขาจัดมาหมดแล้ว 

ถุย! 

“ถ่มน้ำลายใส่มือแล้วค่อยๆ รูด” 

“ไม่ต้องสอนน่ะ ทำเป็น” พอเห็นว่าศรเริ่มบรรเลงจวิ้นก็ลงมือบ้าง เขาทำอย่างที่ศรว่าเพราะพอรู้บ้างแหละว่าควรทำยังไง แต่พอโดนพี่มันจ้องแบบนี้ใจเขาก็เริ่มฝ่อส่วนนั้นเริ่มเหี่ยว 

“มานี่ กูช่วย” 

“เห้ย! ได้ไง” 

“ชู่ว! เสียงดังหาพ่อมึงเหรอจวิ้น อยากให้คนรู้รึไงว่าหนีมาชักว่าวตรงนี้” ศรเอ็ดก่อนจะใช้ทีเผลอคว้าหมับเข้าที่ส่วนนั้นของคนตัวเล็กกว่า จวิ้นทำท่าจะโวยแต่เพราะเห็นแม่บ้านเดินผ่านโรงรถไปจึงปิดปากฉับ การที่ตัวตนเขาไปนอนอยู่ในอุ้งมือคนอื่นมันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง 

ศรสะกิดส่วนยอดที่มีน้ำปริ่มออกมาเบาๆ จวิ้นสะดุ้งเล็กน้อยเพราะรู้สึกถึงความเสียว หูฟังยังทำหน้าที่ของมันได้ไม่ขาดตกบกพร่องสมราคา ตอนนี้คลิปเปลี่ยนไปเป็นคลิปอื่นแล้ว แต่เสียงของผู้หญิงก็ยังคงยั่วยวนอารมณ์อยู่ 

“ซี้ดดด เสียวๆ” จวิ้นพูดเสียงเบา บางจังหวะถึงกับเกร็งหน้าท้องเมื่อโดนศรขยับรูดกาย จากที่เคอะเขินกลายเป็นตอนนี้แทบเด้งเอวใส่พี่มันแล้ว แต่ศรช่วยไม่กี่ทีจวิ้นก็เกร็งตัวกระตุกปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมาเลอะมือเต็มไปหมด 

“ฮึ! เด็กจริงๆ เลยมึง” คำดูถูกของศรทำจวิ้นเลือดขึ้นหน้า เขาไม่ได้แตกเร็วสักหน่อยนี่ก็ยืนมีอารมณ์มาสักพักแล้วเถอะ จวิ้นทำท่าจะกลับแต่พอเห็นศรเริ่มช่วยตัวเองบ้างเขาเลยนั่งต่อ 

“อยากรู้ไหมว่าผู้ใหญ่เขาทำยังไงถึงอยู่ได้นาน” ศรถามโดยที่มือก็ยังนวดคลึงส่วนนั้นของตนจนมาแข็งสู้มือ ขนาดของมันประกาศศักดาความเป็นชายหนุ่มที่โตเต็มวัยจนจวิ้นอิจฉา 

“ซี้ด...อ่าส์” ขนาดเสียงครางเครือแหบๆ ในลำคอของพี่มันยังดูดีเลย หลังเอนพิงไปกับพนักเก้าอี้หวาย มือที่ท่อนแขนมีเส้นเอ็นปูดขยับรูดรั้งส่วนกลางกายของตัวเองไปมา คลิปที่กำลังดูก็เร่งอารมณ์เหลือเกินจนจวิ้นเผลอเอามือไปช่วยตัวเองด้วยกลายเป็นแข็งสู้มือรอบสอง 

“มึงต้องกดส่วนปลายไว้ก่อน อย่าเพิ่งปล่อย เก็บอารมณ์ไว้ก่อน...อะ..ซี้ด...รูดไปเรื่อยๆ พอเสียวสุดให้หยุด ใช่ๆ แบบนั้นแหละ” ศรหันมาสอนเด็กหนุ่มข้างๆ ที่ทำตามเขาเหมือนเด็กกำลังหัดเขียนก.ไก่ครั้งแรก จวิ้นเขยิบเข้ามาใกล้อีกนิดเพื่อจะได้ดูคลิปในมือศรชัดๆ ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ เมื่อต่างฝ่ายต่างมองกันกลายเป็นความใกล้ชิดที่แทบแลกลมหายใจ 

“ขอจูบได้ไหมวะ มันปลุกอารมณ์ได้นะ” ศรถามออกมาทื่อๆ เหมือนคนละเมอเพราะอารมณ์ตอนนี้แทบฉุดไม่อยู่ ต่อให้เด็กคนนี้เป็นคนที่เขาเรียกว่าเด็กเปรตและไม่ชอบหน้ามันก็เถอะ คนที่อยู่ในวัยอยากรู้อยากลองไปหมดทุกอย่างพยักหน้าให้ไม่คิดปฏิเสธ ไม่รู้เพราะอารมณ์พาไปหรือเพราะดวงตาคมของพี่มันที่สะกดเขาไว้ 

ศรรั้งต้นคออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ประกบปากปิดแนบชิดไม่เหลือช่องว่างใดๆ บดเบียดจูบและดูดกลืนอย่างตะกรุมตะกราม จวิ้นที่ไม่อยากยอมแพ้ให้คนแก่กว่าได้ปรามาสว่าอ่อนหัดอีกจึงตอบรับจูบไม่แพ้กัน จากที่นั่งข้างๆ กลายเป็นปีนเข้าไปนั่งกลางหว่างขา มือผลัดกันช่วยรูดรั้งให้อีกฝ่ายเพราะศรคว้าส่วนนั้นเขาไปจับก่อน 

“อื้อๆ จะเสร็จแล้ว” สิ้นคำไม่ทันถึงสามวิจวิ้นก็ปลดปล่อยออกมาเป็นรอบที่สอง 

“ช่วยกู เร็วๆ เลย อยากเสร็จแล้วเดี๋ยวพวกไอ้ไทออกมาเห็น” เพราะพวกเขาใช้เวลาตรงนี้นานไปแล้วศรจึงเร่งเวลา ไลน์เด้งเตือนมาที่ขอบด้านบนหน้าจอว่าแชมป์ทำอาหารเสร็จแล้ว ศรกุมมือเรียวไว้บังคับจังหวะการรูดขึ้นลงของอีกฝ่ายในจังหวะที่พอใจ จวิ้นได้สัมผัสส่วนคอหยักของมันด้วยเรียกเสียงครางจากเจ้าของร่างได้เป็นอย่างดี 

“ตรงนี้แหละที่จะทำให้มึงเสร็จง่าย” ศรกระซิบบอกเคล็ดลับซึ่งจวิ้นจะจำไว้ ที่เขาเสร็จง่ายเพราะพี่มันเล่นสะกิดรอยหยักเขาเล่นนี่เอง 

ทำต่อไม่นานศรก็ฉีดของเหลวขาวขุ่นออกมาจนพุ่งเลอะเต็มเสื้อและกางเกง เขารั้งจวิ้นมาจูบดูดดุนลิ้นร้อนและขบเม้มปากอีกฝ่ายจนพอใจจึงปล่อย จวิ้นปากบวมเจ่อแต่เจ้าตัวไม่สนรีบใส่กางเกงให้เรียบร้อยเพราะได้ยินเสียงคนเดินมา ศรก็รีบจัดการตัวเองไม่ต่างกัน เก็บหูฟังเข้ากระเป๋ากางเกง กดปิดคลิปให้เรียบร้อย สำรวจความเรียบร้อยก่อนคนทั้งคู่จะเดินออกจากมุมลับสายตา 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว