facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

แม้อุปสรรคที่พานพบจะเป็นโชคชะตาขีดลิขิตไว้ ทว่าหากมีองค์ชายอย่างเขาคอยเคียงข้าง นางก็หวังเพียงว่าจะฝ่าฟันมันไปได้...

ตอนที่ 15 ฝึกวิชาหลอมโอสถทิพย์

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 ฝึกวิชาหลอมโอสถทิพย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.พ. 2563 11:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 ฝึกวิชาหลอมโอสถทิพย์
แบบอักษร

 

หญ้าหนิงเซวี่ยเฉ่าและสมุนไพรอื่นๆ หลอมได้โอสถทิพย์ระดับต่ำ ปกติมีขายตามร้านขายทั่วไป แต่อาจารย์กู้หลีเฉิงบอกว่านักหลอมโอสถทิพย์ต้องเก็บสมุนไพรทิพย์ด้วยตัวเองเป็นการฝึกฝน  

“หญ้าแปะจี้มีตั้งมากมาย” บริเวณนี้มีหญ้าแปะจี้ขึ้นเป็นบริเวณกว้างทำให้เหออันโหรวดีใจรู้สึกเหมือนพบขุมทรัพย์ แต่พอดูในตะกร้าเห็นสมุนไพรทิพย์ไม่กี่ชนิดก็ถอนหายใจทันที “ยังขาดหญ้าอำพันเวหา สันหลังหยก ไข่มุกดำ...” 

กว่าจะเก็บสมุนไพรทิพย์บนภูเขาด้านหลังเสร็จฟ้าก็มืดแล้ว พอเหออันโหรวยื่นตะกร้าให้อาจารย์กู้หลีเฉิงแล้วก็กลับไปห้องพักด้วยความง่วงงุนและเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า 

ชีวิตความเป็นอยู่ของศิษย์ใหม่เรียบง่าย ในห้องพักมีเตียง โต๊ะอย่างละตัวกับตั่งสองสามตัว และชั้นวางของ 

เหออันโหรวเหนื่อยจนไม่อยากกินอาหาร พอล้มตัวลงนอนไม่ทันหลับตา เยี่ยนสี่ก็เข้ามาหาร้องบอก “อันโหรว ดูที่ข้าเรียนวันนี้!” 

เยี่ยนสี่ไม่ได้วาดมือเพียงแต่ท่องคาถาส่งพลังขึ้นไปกลางอากาศ ชั่วพริบตาบริเวณกระแสพลังก็มีกระต่ายตัวหนึ่งกระโดดออกมา เยี่ยนสี่อุ้มกระต่ายไว้ พอหันไปดูก็เห็นเหออันโหรวหลับไปแล้ว 

รุ่งขึ้น เหออันโหรวสะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องของนก นางพลิกตัวเอาหมอนปิดหูแต่ยังกั้นเสียงไม่ได้ ราวกับว่านกตัวนั้นอยู่ข้างหู  

นางจึงต้องลุกขึ้นพอเอียงหน้าก็เห็นรอยยิ้มร่าของเยี่ยนสี่พร้อมกับนกในกรง 

“เหนื่อยปานนี้เชียวหรือ เมื่อวานข้าได้ยินเสียงเจ้ากลับห้อง พอไปหาเจ้าก็หลับไปแล้ว” เยี่ยนสี่คุยพลางเล่นกับนกในกรงตลอดเวลา 

“เมื่อวานข้าไปเก็บสมุนไพรทิพย์บนเขาด้านหลัง ตากแดดทั้งวันทำเอาเหนื่อยสุดๆ” เหออันโหรวใช้มือทุบตามตัว 

“ลำบากหน่อยนะ เอาละ ข้าจะทำให้เจ้าร่าเริงขึ้น ดูนี่” นกในมือของเยี่ยนสี่เปลี่ยนเสียงร้องเหมือนกำลังร้องเพลง  

เหออันโหรวเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างจึงถามเยี่ยนสี่ว่าไปเอามาจากไหน 

“ข้าอัญเชิญมาเอง” เยี่ยนสี่พูดพลางท่องคาถาแล้วเรียกนกอีกตัวหนึ่งเข้ามาส่งเสียงจิ๊บๆ เหออันโหรวคลี่ยิ้ม นึกไม่ถึงว่าพอขยับตัวมากหน่อยก็ปวดหลังปวดเอวจนร้องโอย นางเอามือทุบคอเอียงตัวไปให้เยี่ยนสี่ช่วยทุบหลัง 

บังเอิญลู่ซิงหัวเดินเข้ามาจากนอกห้อง พอเห็นท่าทางนางก็ขมวดคิ้วแล้วเดินเข้ามา เยี่ยนสี่พอเห็นเขามาก็รู้ตัวว่าต้องหยุดคุยเพื่อเปิดโอกาสให้เขา 

ลู่ซิงหัวรวบรวมพลังไว้ในมือแล้วหุ้มหลังให้เหออันโหรว นางรู้สึกเนื้อตัวเบาทันทีสบายกว่ายามปกติเสียอีกจึงพูดอย่างดีใจว่า “เยี่ยนสี่ วิชาอัญเชิญอัศจรรย์ขนาดนี้เชียวหรือ รู้สึกสบายตัวมากกว่าแต่ก่อนเสียอีก” พอหันมากลับเห็นเสี้ยวหน้าของลู่ซิงหัว ส่วนเยี่ยนสี่หลีกไปยืนที่อื่น 

เหออันโหรวรู้สึกตื่นตระหนก 

“วิชาอัญเชิญไม่ได้อัศจรรย์ขนาดนี้ นี่เป็นวิชาชุบชีวิต การฝึกวิชาหลอมโอสถทิพย์แม้จะเหนื่อยที่สุด โหรวเอ๋อร์เจ้าก็ไม่ควรทำให้ตัวเองเหนื่อยเกินไป” ลู่ซิงหัวพูดน้ำเสียงราบเรียบ 

 “เจ้าเรียนวิชาชุบชีวิต...” เหออันโหรวรู้สึกผิดคาด แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าลู่ซิงหัวเป็นองค์ชายสาม ย่อมไม่ขาดตำราลับเมื่อเทียบกับคนทั่วไปจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากเขาจะฝึกวิชาชุบชีวิต นางถามขึ้นว่า “เจ้าออกไปได้หรือยัง” 

ความเย็นชาของเหออันโหรวเป็นเรื่องที่เขาคาดไว้แล้ว ลู่ซิงหัวจึงไม่รบกวนนางอีกเพียงแต่พูดว่า “เจ้าพักผ่อนเถอะ” แล้วจากไป 

เยี่ยนสี่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินทั้งสองคุยกันก็รู้สึกประหลาดใจ รอให้ลู่ซิงหัวไปแล้วจึงถามเหออันโหรวว่า “อันโหรว เจ้าเคยรับปากเขาเรื่องอะไร คนอย่างองค์ชายสามมีผู้หญิงอยู่ในจวนมากมาย เจ้าอย่าจริงใจกับเขาเกินไป!”  

เหออันโหรวทำหน้าพูดไม่ออก นางผลักเยี่ยนสี่แล้วลุกขึ้น “ข้าเพียงแต่รับปากเขาว่าจะหลอมโอสถทิพย์ให้ เจ้าไม่ต้องคิดมาก” 

เยี่ยนสี่พอได้ยินก็พยักหน้า “อย่างนั้นก็ดีแล้ว” 

“ไปเรียนเถอะ คุยจนไปไม่ทันมื้อเช้าแล้ว” เหออันโหรวลูบท้อง 

“อ้าว แล้วทำเช่นไรดี คงต้องรอกินมื้อกลางวันแล้วละ” เยี่ยนสี่ออกจากห้องพร้อมกับเหออันโหรว รู้สึกอยากขอโทษนาง 

“คงต้องเป็นเช่นนั้น” เหออันโหรวจนใจ 

“รอปิดเรียน ข้าจะชวนเจ้าไปกินขนมตานเกาที่บ้านเป็นการชดเชย!” เยี่ยนสี่ตบไหล่นางราวกับเป็นพี่ใหญ่ 

ตลอดการเข้าเรียนทั้งวัน วันนี้อาจารย์กู้หลีเฉิงสอนการหลอมโอสถทิพย์ ไม่ได้ให้นางไปขุดสมุนไพรทิพย์อีก  

“หลักการหลอมโอสถทิพย์ ก็คือการนำสมุนไพรทิพย์มาสกัดเอาสารพิสุทธิ์ หลอมให้เป็นโอสถทิพย์” ภายในห้องเตาหลอมโอสถทิพย์ กู้หลีเฉิงอธิบายพร้อมกับตรวจดูเตาของศิษย์ทีละคน 

“การควบคุมเปลวไฟในเตาหลอมโอสถทิพย์เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้าเปลวไฟแรงเกินไปจะทำให้สมุนไพรทิพย์ไหม้ โอสถทิพย์ก็เสียหมด” อาจารย์กู้หลีเฉิงพูดพลางโคจรพลังเข้าไปในเตาหลอมของศิษย์คนหนึ่งซึ่งมีเปลวไฟลุกโหมอย่างแรง 

“เปลวไฟเบาเกินไปโอสถทิพย์ก็ใช้ไม่ได้ ขนาดเล็กเกินไป สกัดสารพิสุทธิ์ได้ไม่หมด” อาจารย์พูดกับหญิงสาวที่แต่งตัวหรูหราคนนั้นแล้วเติมพลังเข้าไปในเตาหลอมของนาง ขณะเดินผ่านเหออันโหรว อาจารย์กู้หลีเฉิงเพียงแต่พยักหน้าให้ 

เหออันโหรวมองผู้หญิงคนนั้นโดยไม่ตั้งใจ นางก็มองตอบอย่างไม่พอใจ เหออันโหรวตาซ้ายกระตุกคิดในใจว่าทำไมจึงเจอนางบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจตั้งหน้าตั้งตาหลอมโอสถทิพย์ในเตาต่อไป 

หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามเหออันโหรวก็ปาดเหงื่อถอนหายใจ นางใช้พลังส่งโอสถทิพย์ให้ลอยขึ้นมาถือกล่องโอสถทิพย์ไว้ในมือดีดนิ้วเปาะหนึ่งโอสถทิพย์หลายเม็ดก็หล่นเข้าไปในกล่อง  

พอนำกล่องโอสถทิพย์ไปส่งอาจารย์กู้หลีเฉิงแล้ว งานตอนเช้าก็เสร็จ อาจารย์บอกว่าใครหลอมเสร็จไปกินอาหารได้ เหออันโหรวเป็นคนแรกที่เดินออกจากห้องหลอมโอสถทิพย์ นางคิดในใจว่าในที่สุดก็จะได้กินให้อิ่มเสียที  

นึกไม่ถึงว่าขณะนางเดินออกจากประตูห้อง ผู้หญิงซึ่งแต่งตัวหรูหรามองตามหลังนางอย่างเกลียดชัง 

ห้องอาหารของสถานที่ฝึกแต่ละที่ต่างกัน เหออันโหรวคนเดียวกินอาหารสิบกว่าสำรับในใจรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ไม่กล้าใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปากอีกจึงกินอย่างไม่มีรสชาติ 

ขณะเดินกลับไปห้องพักก็เห็นลู่ซิงหัวกำลังเดินมาหา นางเงียบใส่แต่ลู่ซิงหัวกลับพูดขึ้น “วันนี้กินข้าวอิ่มไหม” 

นึกถึงตอนลู่ซิงหัวเคยบอกว่าไม่ให้นางกินข้าว เหออันโหรวรู้สึกว่าเขากำลังแหย่ นางจึงตอบว่า “ข้าคนเดียวกินกับข้าวตั้งหลายสิบอย่าง ได้กินมื้อเย็นทุกวันองค์ชายสามไม่ต้องใส่ใจ” 

ลู่ซิงหัวขมวดคิ้วตามนางคาด แต่เขากลับไม่ถือสายังคงพูดกับเหออันโหรวด้วยน้ำเสียงราวกับห่วงใย “เจ้าต้องรักษาสุขภาพ เรียนหนักก็อย่าให้เหนื่อยจนไม่สบาย” ลู่ซิงหัวพูดจบก็เดินไปเลย 

เหออันโหรวตอบไล่หลัง “ขอบพระทัยองค์ชายสามที่เป็นห่วง ข้าน้อยเก่งเช่นนั้นเลยหรือเพคะ” นางทำเพื่อยั่วโมโหเขา  

วันต่อมาหลังจากนั้นก็เป็นการหาสมุนไพรทิพย์ หลอมโอสถทิพย์ เมื่อการหลอมโอสถทิพย์ยกระดับขึ้นจำนวนการหลอมโอสถทิพย์ก็มากขึ้น แม้แต่เหออันโหรวซึ่งมีพรฟ้าประทานด้านนี้ก็ยังรู้สึกเหนื่อยมากจนล้มเหลวยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ  

ความคิดเห็น