facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

แม้อุปสรรคที่พานพบจะเป็นโชคชะตาขีดลิขิตไว้ ทว่าหากมีองค์ชายอย่างเขาคอยเคียงข้าง นางก็หวังเพียงว่าจะฝ่าฟันมันไปได้...

ตอนที่ 14 เลือกวิชา

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 เลือกวิชา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2563 11:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 เลือกวิชา
แบบอักษร

 

อาจารย์ใหญ่เซียวอู๋เฮ่อผมยาวประบ่า หน้าตาใจดี ส่งคำพูดผ่านพลังกระจายเสียงออกไปไกล 

เมื่อเซียวอู๋พูดสามพยางค์สุดท้าย “ลู่ซิงหัว” บรรดาศิษย์ใหม่ต่างส่งเสียงเซ็งแซ่ทันที 

“ลู่ซิงหัว! หมายถึงองค์ชายสามลู่ซิงหัวในตำนานที่อายุสิบสองก็บรรลุถึงระดับราชันย์ฟ้าระดับสูงใช่หรือไม่” 

“ข้าโชคดีที่ได้ฝึกกับอัจฉริยะระดับนี้...” 

เหออันโหรวรู้สึกปวดหัวขึ้นมาพักหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าจะมีคนหลงใหลลู่ซิงหัวมากขนาดนี้ วันหลังนางต้องอยู่ห่างเขาหน่อย ไม่เช่นนั้นคงเกิดเรื่องยุ่งยากไม่รู้จักจบสิ้นพอคิดเช่นนี้จึงได้แต่รอสร้างร่างให้เขา จะได้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก 

“อันโหรว นึกไม่ถึงว่าคนที่รังแกเจ้าวันก่อนคือองค์ชายสาม เจ้ากับเขามีความสัมพันธ์กันอย่างไร!” เยี่ยนสี่เอามือจับแขนเสื้อของเหออันโหรว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตะลึง 

“ก็แค่เขาผ่านมาช่วยข้า” เหออันโหรวพูดอย่างไม่เต็มใจ แต่พอนึกถึงคำพูดของลู่ซิงหัวว่าสำนักศึกษานี้ไม่คำนึงถึงชาติกำเนิดของแต่ละคน นางก็รู้สึกประหลาดใจในความสามารถอันโดดเด่นของเขา 

ต่อมาก็เป็นการพูดพึมพำของผู้อาวุโสแต่ละคนที่มากล่าวความเห็น หลังจากนั้นจึงเป็นการแนะนำวิชาที่จะเลือก วิชาแรกคือการอัญเชิญ โดยใช้พลังอัญเชิญสัตว์ประหลาดในตำนาน อาจารย์ผู้แนะนำได้ส่งพลังเข้าไปในมนตร์อัญเชิญ ชั่วพริบตาก็มีพยัคฆ์ขาวสามตาเดินออกมาตัวหนึ่ง  

“นักอัญเชิญมีความสำคัญในบรรดาสายวรยุทธ์ นักอัญเชิญที่ฝึกจนได้ระดับอัศวฟ้าสามารถอัญเชิญสัตว์ประหลาดในตำนานขั้นE ได้ตัวหนึ่ง หากถึงระดับครุฟ้าสามารถอัญเชิญสัตว์ประหลาดในตำนานขั้นD ได้สองตัว บางครั้งสัตว์ประหลาดในตำนานขั้นD ตัวหนึ่งอาจทำให้การต่อสู้ระหว่างสองตระกูลเลวร้ายได้ อาจารย์หลินเปี๋ยเซิงได้สาธิตการอัญเชิญ เขาสามารถอัญเชิญมังกรตาทองขั้นD ได้สามตัว ศิษย์ใหม่ส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นมาก่อนต่างส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตะลึงโดยเฉพาะเยี่ยนสี่ 

มีสามคนที่ไม่แสดงความรู้สึกใดคือลู่ซิงหัว เหออันโหรว และผู้หญิงที่เหออันโหรวพบในโรงเตี๊ยมเมื่อวันก่อน การส่งพลังเข้าไปในมนตร์อัญเชิญสามารถอัญเชิญสัตว์ประหลาดในตำนานได้ สัตว์ประหลาดดังกล่าวนิรมิตขึ้นด้วยพลังของนักอัญเชิญ เมื่อเทียบกับผู้หญิงคนนั้นซึ่งอาจจะเป็นผู้สูงศักดิ์ และลู่ซิงหัวเป็นองค์ชายสามก็พบเห็นภาพเช่นนี้จนชิน แต่เหออันโหรวแตกต่างออกไปเพราะในความทรงจำของนาง แม่ทัพเหอเป็นนักอัญเชิญผู้มีพลังระดับองค์ฟ้า เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก 

“ข้าจะเรียนวิชาอัญเชิญ! อันโหรว พ่อแม่ข้ามักจะคิดเสมอว่านักอัญเชิญเป็นนักต่อสู้วู่วาม ไม่ให้ข้าเข้าใกล้แต่ข้าอยากฝึกวิชาอัญเชิญปกป้องคนที่ข้ารัก ใครกล้ามารังแกข้าจะต่อยมันให้ยับ” เยี่ยนสี่ควงหมัดทำท่าว่าวันหลังจะปกป้องเหออันโหรว  

ปกป้อง...หรือ เหออันโหรวซาบซึ้งมากแต่ก็ตัดสินใจแล้วว่าจะพัฒนาความสามารถให้มากขึ้นเพื่อจะตามหาพ่อแม่ให้เจอ 

จากนั้นอาจารย์ผู้สอนวิชาชุบชีวิตก็สาธิตความอัศจรรย์ในการชุบชีวิต โดยหยิบดอกไม้เหี่ยวเฉาออกมาดอกหนึ่ง เมื่อโบกมือดอกไม้ก็สดเหมือนเพิ่งแย้มบาน “ในทุกๆ ตระกูลไม่อาจขาดนักชุบชีวิตได้ สามารถทำให้สิ่งที่ถูกทำลายฟื้นขึ้นมาใหม่รวมทั้งผิวหนังของคน ถ้าฝึกวิชาชุบชีวิตถึงระดับองค์ฟ้าก็สามารถทำให้คนฟื้นชีวิต” อาจารย์อินซู่เป็นหญิงงามซึ่งยังอ่อนเยาว์ นักชุบชีวิตอาจจะได้เป็นชนชั้นสูงหรือถึงขั้นได้เป็นแขกคนสำคัญของเชื้อพระวงศ์ นอกจากความสามารถทางการแพทย์อันสูงส่ง ใบหน้ายังไม่มีวันแก่ด้วย 

“นักชุบชีวิต...ช่วยชีวิตคนได้” เหออันโหรวถอนหายใจ 

“แต่การจะเป็นนักชุบชีวิตมีเงื่อนไขคือไม่พลาด นักชุบชีวิตไม่ใช่อาศัยพลัง แต่อาศัยความคุ้นเคยกับสรรพสิ่ง ผู้มีความคุ้นเคยสูงสามารถฝึกเป็นนักชุบชีวิตได้ดีกว่าคนระดับเดียวกันเป็นเท่าตัว การจะเป็นนักชุบชีวิตจึงเป็นเรื่องของโชคชะตา และตำราลับที่สอนก็มีน้อยมาก เพราะนักชุบชีวิตไม่เปิดเผยตำราลับของตน การฝึกจึงช้ากว่าวิชาอื่นมาก” เยี่ยนสี่เตือนเหออันโหรว 

เหออันโหรวพอได้ยินเยี่ยนสี่พูดเช่นนี้จึงยกเลิกความคิด เวลานี้นางต้องรีบพัฒนาความสามารถให้เร็วที่สุด 

“สุดท้ายนี้ขอแนะนำวิชาหลอมโอสถทิพย์ ซึ่งเป็นหัวใจของสำนักศึกษาเรา” กู้หลีเฉิงอาจารย์สอนวิชาหลอมโอสถทิพย์หยิบโอสถทิพย์เม็ดหนึ่งออกมาจากกล่อง “เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับโอสถทิพย์นี้จากตระกูลตั้งแต่เล็ก และตอนสอบคัดเลือกก็ได้ทดลองหลอมโอสถทิพย์มาแล้ว เช่นนี้ข้าจึงไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องชื่อเสียงและพรฟ้าประทานที่จำเป็นของนักหลอมโอสถทิพย์อีก พวกเจ้าเลือกวิชาเถิด” 

พอเห็นคนรอบข้างต่างเคร่งเครียด เหออันโหรวแม้รู้ว่าชื่อเสียงของนักหลอมโอสถทิพย์เหนือกว่าผู้ฝึกวิชาอื่นมาก แต่ไม่รู้ทำไม ตามที่นางเข้าใจจากคนรับใช้เมื่อเช้าได้ความว่าศิษย์สำนักศึกษาชิงเฟิงฝึกหลอมโอสถทิพย์ได้ทุกคน ไม่ว่าคนเรียนวิชาอัญเชิญหรือวิชาชุบชีวิต ศิษย์ทุกคนที่จบแล้วล้วนแต่หลอมโอสถทิพย์เป็น นี่คือเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้สำนักศึกษาชิงเฟิงมีชื่อเสียงเลื่องลือ เยี่ยนสี่เข้าไปหาอาจารย์สอนวิชาอัญเชิญแล้ว ส่วนลู่ซิงหัวก็เดินไปคิดไป  

เหออันโหรวไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าใดนัก เมื่อนึกถึงเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าคือสร้างร่างให้ลู่ซิงหัวเพื่อสลัดเขาให้พ้นไปตามหาท่านพ่อท่านแม่โดยเร็ว 

พอคิดได้เช่นนี้นางจึงไปถามกู้หลีเฉิงอาจารย์สอนวิชาหลอมโอสถทิพย์ 

“อาจารย์ ศิษย์มีคำถามข้อหนึ่ง” เหออันโหรวคารวะอาจารย์อย่างนอบน้อมทำให้กู้หลีเฉิงพอใจ 

“ศิษย์ใหม่ทุกคนมีคำถามทั้งนั้น เจ้าพูดมาเถอะ” กู้หลีเฉิงไม่ถือสา 

“ในเมื่อวิชาอัญเชิญกับวิชาชุบชีวิตน่าอัศจรรย์ปานนี้ แล้วจะมีคนเลือกวิชาหลอมโอสถทิพย์หรือ” เหออันโหรวเต็มไปด้วยความสงสัย 

“ผู้ฝึกพลังแต่ละคนหากจะบรรลุอีกระดับหนึ่งนอกจากอาศัยพรฟ้าประทานและการต่อสู้ของตนแล้วยังต้องอาศัยโอสถทิพย์ โอสถทิพย์ของนักหลอมโอสถทิพย์จะทำให้ผู้ฝึกประสบผลอย่างคาดไม่ถึง และเพิ่มระดับการฝึกพลังทำให้อายุยืนยาว นักหลอมโอสถทิพย์บางคนซึ่งสร้างทางของตัวเองได้หลอมโอสถทิพย์ทำให้หน้าตาดีก็มี เรื่องนี้ไม่เป็นรองนักชุบชีวิต” กู้หลีเฉิงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “ความสำคัญของโอสถทิพย์ไม่เป็นรองตำราลับ หากตระกูลใดได้รับการช่วยเหลือจากนักหลอมโอสถทิพย์ระดับองค์ฟ้า ฐานะของตระกูลนี้ก็พอจะคาดเดาได้” 

“อาจารย์พูดถูกต้อง แต่ศิษย์ไม่ต้องการฝึกแค่นี้” เหออันโหรวได้ยินอาจารย์พูดถึงแต่เกียรติ จึงรู้ว่าอาจารย์ยังพูดออกมาไม่หมด 

“นึกไม่ถึงว่าเจ้ายังอายุน้อยแต่มีอุดมการณ์เหนือกว่าคนอื่น ข้าจะบอกให้ถ้าเจ้าฝึกพลังถึงระดับปรมาจารย์ฟ้า และมีพรฟ้าประทานสูงส่ง อาจจะอาศัยสมุนไพรกับไอทิพย์มาฝึกสร้างร่างก็คือทำให้มีสองชีวิตอยู่ในตัว น่าเสียดายที่วิชาลับนี้สูญหายไปหลังจากคนรุ่นก่อนเหาะขึ้นไปบนสวรรค์” กู้หลีเฉิงส่ายหน้า รู้สึกว่าคนหนุ่มสาวช่างเพ้อเจ้อคิดไกลใจทะนง  

แต่พอเหออันโหรวได้ยินคำว่า “ฝึกสร้างร่าง” ก็พูดออกมาทันที “ศิษย์ต้องการฝึกวิชาหลอมโอสถทิพย์” แม้เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล แต่เรื่องที่นางรับปากไว้ต้องทำให้ได้ 

ใจคิดเช่นนี้ แต่พอเข้าสู่การเรียนจริงๆ นางก็ร้อนใจขึ้นมาทันที ตำราเรียนบทแรกของวิชาหลอมโอสถทิพย์คือไปเก็บสมุนไพรทิพย์ตรงทุ่งกว้างนอกเมืองบนภูเขาด้านหลังสำนักศึกษา เหออันโหรวหิ้วตะกร้าใบเล็กถือพลั่วขุดดินพลิกหาไปทั่ว 

“หญ้าหนิงเซวี่ยเฉ่าหนึ่งต้น” หลังจากขุดหนิงเซวี่ยเฉ่าและรากขาดครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดเหออันโหรวก็ขุดได้ต้นที่สมบูรณ์ การขุดสมุนไพรทิพย์ตอนทดสอบแตกต่างจากการขุดจริงๆ มาก ตอนทดสอบนั้นสมุนไพรทิพย์ถูกสะกดไว้ในวงอาคมเตรียมไว้แล้ว เหออันโหรวเพิ่งรู้ถึงความลำบากในการขุดสมุนไพรทิพย์ตอนนี้เอง 

ความคิดเห็น