หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 21 เกลือกกลิ้งด่าทออยู่กับพื้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 เกลือกกลิ้งด่าทออยู่กับพื้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.พ. 2563 11:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 เกลือกกลิ้งด่าทออยู่กับพื้น
แบบอักษร

 

เจ้าดำเลื้อยเล่นบนลำคอ หนิงอวี้นิ่งเหม่อ เมื่อคิดถึงใบหน้าซีดสลดของหงหลิงยามที่ประสานตากับงูนั้น นึกถึงคำตำหนิที่ตัวเองเคยหลุดปากไป และนึกถึงสภาพของนางที่อาบไปด้วยเลือดและนองน้ำตา 

‘นางเด็กโง่ เจ้าคงหวังจะให้ข้ากับเว่ยหยวนรักใคร่ผูกพันกัน หวังให้ข้ามีใครสักคนคอยเคียงข้างไม่จากกัน แต่เจ้ารู้บ้างไหม ครั้งก่อนนั้นด้วยอารมณ์รักของข้าเคยทำให้เจ้าต้องหัวหลุดจากบ่ามาแล้ว’ 

 หนิงอวี้ถอนหายใจยาวหนึ่งครั้ง ยิ้มเศร้าๆ อยู่ไม่เลิก เจ้าดำราวกับเข้าใจการทอดถอนใจของนาง จึงขยับเข้ามาใกล้อย่างสนิทสนม 

“เจ้าดำ” งูดำหยุดเลื้อย มองมายังนางพลางคายลิ้นสองแฉกออกมา “ฟังออกจริงหรือ” หนิงอวี้มุมปากยกยิ้ม ยื่นมือลูบไล้เกล็ดของมัน “ไว้คราวหน้าจะพาเจ้าไปเจอเจ้าเหลืองนะ” 

งูดำนิ่งไปครู่ใหญ่ ดูเหมือนกำลังมองมายังหนิงอวี้ด้วยความสับสน ครั้นแล้วก็เลื้อยขึ้นบนไหล่นาง  

หนิงอวี้ยังคงถูกมันพันรัดเอาไว้ แต่นางกำลังก้มหน้าครุ่นคิดเรื่องอื่นจึงไม่ทันได้สนใจ 

ผ่านไปไม่นานประตูก็ถูกผลักเปิด ชิงซงรีบร้อนเดินเข้ามา หนิงอวี้ลุกขึ้นคว้างูดำเอาไว้แน่น คิดจะยื่นมันให้กับพ่อบ้าน พ่อบ้านสีหน้าซีดเผือดในฉับพลัน เขารีบโบกมือไปมาพัลวันพลางพูดขึ้นว่า “ขอพระชายาช่วยเอาไปส่งทีเถิดพ่ะย่ะค่ะ” 

งูดำบนมือนั้นไม่ได้อยู่นิ่งเชื่อฟัง พยายามดิ้นหนีจากการถูกจับ บ่าวไพร่ที่ล้อมอยู่ด้านหน้าต่างกรูกันถอยหลัง หนิงอวี้ได้แต่คลายมือ ปล่อยให้งูดำเลื้อยพันไว้ แล้วพามันเดินออกจากห้องไป 

เดินผ่านโถงทางเดินยาวและสะพานเล็กๆ ไปจนถึงหน้าเรือนหลังหนึ่ง ประตูเรือนมีป้ายชื่อทำจากไม้เก่าคร่ำครึแขวนอยู่แผ่นหนึ่ง บนป้ายเขียนอักษรไว้สามตัว ‘ชิงอวี้เซวียน’ หนิงอวี้ห้อยงูดำไว้แล้วเดินเข้าเรือนไป พลันได้กลิ่นอันเข้มข้นของยาจีน หน้าประตูห้องมีเตาต้มยาวางอยู่สี่ห้าใบ แต่ละใบมีไอร้อนพวยพุ่งออกมา 

ยังเดินไม่ทันถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงตวาดด่าอย่างทรงพลังลอดออกมาจากด้านใน “ข้าบอกท่านไม่รู้กี่ครั้ง นี่ก็กึ่งพิการแล้ว! ท่านยังไม่รู้จักรักษาตัวให้ดีอีก! ไปตากลมหนาวทั้งคืนแบบนี้ ไม่อยากมีชีวิตต่อแล้วหรือไร” 

นอกประตูมีคนยืนเรียงแถวกันนิ่งเงียบไม่พูดสิ่งใด นางลอบมองผู้คนเหล่านั้นด้วยหางตาแต่ละคนมีสีหน้าพิกล หนิงอวี้ไม่กล้าเชื่อหูตัวเอง เป็นถึงท่านอ๋องแท้ๆ กลับถูกคนตวาดด่าเหมือนหมูเหมือนหมาเช่นนี้ 

“ยิ่งแก่ยิ่งขี้บ่น” เสียงนี้เมื่อเทียบกับเสียงเมื่อสักครู่แล้วฟังดูอ่อนแอไร้พลังอย่างเห็นได้ชัด หนิงอวี้กระแอมเบาๆแล้วผลักประตูห้องเปิดเข้าไป เห็นเว่ยหยวนเอนกายกึ่งนั่งบนหัวเตียง ใบหน้าซีดขาว สองแก้มแดงระเรื่อ 

“คารวะท่านอ๋อง” หนิงอวี้ก้มหน้ายอบตัวคำนับ  

“แค่กๆๆ ลุกขึ้นเถิด” เว่ยหยวนพูดเสียงเบาทั้งที่ยังไอ 

หนิงอวี้ลุกขึ้น แล้วดึงงูดำลงจากไหล่ตน ผู้เฒ่าผมหงอกหนวดขาวที่อยู่ข้างๆ รับเอางูนั้นมา จ้องเขม็งยังนางแล้วจากไปอย่างรีบร้อน 

‘ดูท่าเสียงการตวาดด่าอย่างไม่กลัวฟ้ากลัวดินอันทรงพลังเมื่อครู่นี้คงออกมาจากผู้เฒ่าท่านนี้กระมัง’ 

“นั่งสิ” เว่ยหยวนหน้านิ่วคิ้วขมวด ชี้ไปยังเก้าอี้ที่อยู่ข้างเตียง “เจ้ามาได้อย่างไร อากาศหนาวเช่นนี้ไยจึงไม่อยู่แต่ในห้อง” 

หนิงอวี้เอาแต่ก้มหน้าไม่ตอบ 

มั่วหลียืนอยู่ด้านข้างเม้มปากสีหน้าเคร่งขรึม แต่ในใจกลับกู่ร้องอย่างโห่ลั่น ครึ่งชั่วยามก่อนใครบางคนยังพลิกตัวไปมาบนเตียง เหวี่ยงหมอนทิ้งกับพื้นอาละวาดเป็นฟืนเป็นไฟ แล้วก็มีอีกคนรู้ใจจะไปเชิญพระชายามา กลับถูกใครบางคนนั้นด่าทอเสียไม่เหลือชิ้นดี 

แต่ไม่นานก็ทนไม่ได้ ไล่คนรอบข้างออกไป แล้วสั่งให้ตนเอางูดำไปวางไว้บนเตียงพระชายา 

หนิงอวี้นึกอยู่นาน ถึงจะเค้นเอาคำพูดออกมาอย่างจืดชืดว่า “...ดีขึ้นบ้างหรือยังเพคะ” 

เว่ยหยวนได้ยินพลันสีหน้าอ่อนลง มุมปากยกยิ้มพูดขึ้นว่า “ดีขึ้นบ้างแล้ว ช่วงนี้อากาศหนาว เจ้าเองก็ระวัง อย่าโดนลมหนาวจนป่วยเสียล่ะ” มั่วหลีเห็นท่าทางของท่านอ๋อง ได้แต่แอบมองเหยียด ก่อนจะค่อยๆ ถอยออกไปยังมุมมืดของผนังอย่างเงียบๆ 

“อืม” หนิงอวี้ก้มหน้ามองร้องเท้าปักลายของตน ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดจึงรู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าเขา 

“ข้าสั่งเจ้าเจ้าหน้าที่ภูษาให้รีบเตรียมชุดฤดูหนาวให้เจ้าแล้ว ไม่เกินสองวันคงจะเอามาส่งให้”  

“อืม” 

“ข้าเชิญคนทำขนมกุ้ยฮวาซูมาแล้ว”  

“อืม” 

“...ดอกไม้ไฟ...สวยหรือไม่” 

ความคิดเห็น