หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 22 สำนักฉยงสือ

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 สำนักฉยงสือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2563 11:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 สำนักฉยงสือ
แบบอักษร

 

“ดูท่าท่านอ๋องคงไม่ยินดี จึงได้โกรธที่ข้าน้อยไร้มารยาท เช่นนั้นข้าน้อยขอล่วงหน้าไปก่อนหนึ่งก้าว” ซูหลีเงยหน้าขึ้นยิ้ม บนใบหน้าฉายแววราบเรียบ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป 

นี่มัน... 

“ทะ…ท่านอ๋อง!” ซูเนี่ยนเอ๋อร์เห็นฉินโม่โจวโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ ก็พลันตัวสั่น จ้องมองฉินโม่โจวอย่างกระวนกระวาย 

ตัวการอย่างซูหลีก่อเรื่องเสร็จ ก็ปัดบั้นท้ายเดินจากไป ไม่สนว่าพวกนางจะเป็นจะตาย 

ต่อให้ฉินโม่โจวเป็นคนเข้าถึงง่าย อย่างไรก็เป็นอ๋องในรัชสมัยนี้! 

นอกจากจิ้งหนานอ๋องแล้ว ก็มีท่านอ๋องเพียงผู้เดียวเท่านั้น! 

“พี่ชายบ้านเจ้าชักจะใจกล้าขึ้นทุกวัน!” ฉินโม่โจวมีสีหน้าเย็นชา จ้องมองซูเนี่ยนเอ๋อร์ด้วยสีหน้าอึมครึมถึงขีดสุด 

แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ครั้งนี้เขากลับไม่โกรธมากเท่าตอนที่ซูหลีกอดเขาจากทางด้านหลังเมื่อครั้งก่อน  

ฉินโม่โจวหรี่ตาลง ใบหน้ามีแววเยือกเย็นวาดผ่าน 

ดีมาก ซูหลีชักจะใจกล้าขึ้นทุกวัน เขาละอยากจะดูหนัก ว่านางยังจะก่อเรื่องใดอีก!? 

“กลับไปบอกใต้เท้าซู ว่าบุตรชายของท่านดูเหมือนจะไม่รู้จักโตบ้างเลย หากใต้เท้าซูดูแลไม่ไหวละก็...จะส่งตัวเขามาให้ข้าดูแลก็ย่อมได้!” 

ซูเนี่ยนเอ๋อร์ได้ยินดังนั้น ในดวงตาพลันมีความตกตะลึงระคนดีใจพาดผ่านไป เพียงชั่วเวลาสั้นๆ นางก็เก็บสีหน้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นซึมเศร้า ประหนึ่งจนปัญญากับพี่ชายตนเอง 

“เจ้าค่ะ” คืนนี้ได้มีคนถูกเฆี่ยนจนเนื้อแตกแน่!  

...... 

หลังจากออกจากหอสุยอวิ๋น ก็มุ่งหน้าไปยังร้านขายผ้า ซูหลีเลือกผ้าที่ตนเองรู้สึกว่าดูไม่เลวมาสองสามทบ ก่อนจะถูกซูเนี่ยนเอ๋อร์ลากกลับบ้าน 

คนที่ชวนออกมาก็คือซูเนี่ยนเอ๋อร์ คนที่ร้องจะกลับก็คือซูเนี่ยนเอ๋อร์ 

สิ่งที่ซูหลีไม่รู้ก็คือ การกระทำของนางในวันนี้อยู่ในสายตาของซูเนี่ยนเอ๋อร์หมดแล้ว นางมีแต่จะอาการหนักข้อขึ้น 

แต่ก่อนถึงจะทำอะไรไม่รู้จักขอบเขต อย่างน้อยก็ยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง ทว่าซูหลีในยามนี้ไม่สนใจใครหน้าไหนเช่นนี้ กล่าวตามตรง มันยิ่งทำให้ซูเนี่ยนเอ๋อร์กลัวขึ้นมา 

หากให้ซูหลีอยู่ที่นี่ต่อ ไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องขึ้นอีกเท่าไร! 

บวกกับควาดคิดที่จะกลับไปฟ้องเรื่องซูหลีของซูเนี่ยนเอ๋อร์ ไหนเลยนางจะอยู่เดินเล่นเป็นเพื่อนซูหลี 

ด้วยเหตุนี้เมื่อฟ้ามืดลง พวกนางก็กลับมาถึงจวนสกุลซูแล้ว 

การออกนอกจวนในวันนี้ ซูหลีไม่สนว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร นางกลับเบิกบานใจยิ่งนัก แต่ก่อนเป็นเพราะสุขภาพร่างกายไม่ดี นางจึงได้ออกจากจวนน้อยมาก จะออกจากจวนสักครั้งก็ต้องห่อร่างอย่างแน่นหนา เกรงว่าลมพัดมาคราหนึ่ง นางก็คงล้มทั้งยืน 

วันนี้ได้ออกจากจวน นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ยิ่งนัก ดังนั้นนางจึงอารมณ์ดีไม่น้อย 

หลังจากกลับจวนสกุลซูแล้ว ซูหลีกลับพบว่า ข้ารับใช้ในจวนสกุลซูดูเริงร่ากันยิ่งนัก 

“ขอแสดงความยินดีกับคุณหนูรอง!” 

“บ่าวขอแสดงความยินดีกับคุณหนูรองด้วยนะเจ้าคะ!” 

เมื่อลงจากรถม้า สาวใช้สองคนที่ยืนอยู่ตรงประตู ก็ปรี่เข้ามาเอาอกเอาใจซูเนี่ยนเอ๋อร์อย่างรวดเร็ว 

“หือ เกิดเรื่องมงคลอันใดขึ้นกัน ถึงได้พากันมาแสดงความยินดีกับน้องรองเช่นนี้” ซูหรุ่ยเดินเข้ามา ถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ 

“นายน้อย…” ไป๋ฉินเดินตามอยู่หลังซูหลี มองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง พร้อมกับทำท่าเหมือนจะพูดอะไร 

ซูหลีเลิกคิ้ว หรือว่าเรื่องมงคลของซูเนี่ยนเอ๋อร์จะเกี่ยวข้องกับนาง 

เมื่อคิดได้เช่นนี้ นางก็หยุดฝีเท้าลง ฟังคนพวกนั้นคุยกัน 

“คุณหนูใหญ่ยังไม่ทราบ คุณหนูรองของพวกเราสอบเข้าสำนักฉยงสือได้แล้วเจ้าค่ะ!” สาวใช้นางนั้นมีสีหน้าดีใจ ไม่รอให้ซูหรุ่ยได้เอ่ยถาม นางก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน  

สำนักฉยงสือ?  

ซูหลีหน้าเปลี่ยนสี หมุนตัวกลับไป มองซูเนี่ยนเอ๋อร์ปราดหนึ่ง  

ความคิดเห็น