หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 16 แย่งบท...พ่ายแพ้

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 แย่งบท...พ่ายแพ้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 637

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2563 15:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 แย่งบท...พ่ายแพ้
แบบอักษร

 

อันซิงก็ได้รับบทละครชุดหนึ่ง เธออ่านเนื้อหาในบทละครอย่างละเอียดด้วยความลิงโลดยินดี เนื้อเรื่องสดใหม่ เนื้อหาเร้าใจชวนติดตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทของนางเอกวางไว้ดีมาก 

ถ้าหากเธอได้รับบทนางเอกเรื่องนี้ต้องดังเปรี้ยงแน่ อันซิงนอกจากดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว เธอยังมั่นใจอย่างมากว่าจะสามารถคว้าบทนางเอกนี้มาได้ ดังนั้นเมื่อเธอได้รับแจ้งให้ไปทดสอบหน้ากล้องจึงแต่งตัวเสีย 

เต็มยศแล้วเดินทางไปด้วยความยินดีปรีดา 

แต่เมื่อมาถึงสถานที่ทดสอบกลับต้องเห็นคนที่เธอไม่อยากพบเจอที่สุด...หลินหว่าน 

หลินหว่านนั่งท่องบทของตัวเองอยู่บนเก้าอี้ ไม่รับรู้การมาถึงของอันซิง ส่วนอันซิงพอเห็นหลินหว่านก็อดรู้สึกขัดใจขึ้นมาไม่ได้ 

“ลำบากแย่เลยนะ แต่ยังไงก็ไม่มีประโยชน์หรอก” อันซิงยืนกดสายตาต่ำมองหลินหว่านที่นั่งบนเก้าอี้ 

หลินหว่านเงยหน้าขึ้น เนื่องจากก้มศีรษะเป็นเวลานานทำให้รู้สึกปวดเมื่อยอยู่บ้าง เธอนวดลำคอพลางกวาดตามองอันซิงแวบหนึ่ง จากนั้นยืนขึ้นสบตากับอันซิงในระดับสายตาที่เสมอกัน 

“มีหรือไม่มีประโยชน์ นั่นต้องให้ผู้กำกับเป็นคนตัดสิน ไม่ใช่ใครหน้าไหนมาพูดก็ได้” 

“อย่างนั้นเธอก็คอยดูจนจบแล้วกันว่าได้หรือไม่ได้” เนื่องจากอยู่ในห้องทดสอบบท อันซิงจึงพยายามลดเสียงของเธอลง แต่เสียงรบกวนในห้องดังมากจึงไม่มีใครผิดสังเกต 

หลินหว่านคิดใคร่ครวญดูแล้วเห็นว่าท่องบทสำคัญกว่า จึงไม่ได้เอ่ยปากอีก ส่วนอันซิงที่ด้านข้างเห็นหลินหว่านเงียบไปก็เข้าใจว่าหลินหว่านกลัวเธอ ก็ยิ่งรุกไล่อย่างลำพองใจ 

“เป็นอะไรไป สกปรกโสมมจนไม่มีอะไรจะให้กลัวแล้วสิ” พออันซิงพูดจบ ทั้งห้องก็เงียบเสียงลงทันที ทำให้อันซิงรู้สึกอึดอัดขึ้นมาบ้าง 

ชั่วครู่หนึ่งก็มีผู้ช่วยนำบทละครมาให้อันซิง เธอกวาดตาอ่านผ่านๆ รอบหนึ่ง รู้สึกว่าด้วยความสามารถทางการแสดงของเธอต้องไม่มีปัญหาแน่ 

แต่เรื่องราวมักมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ คนที่ต้องแสดงประชันกับอันซิงก็คือหลินหว่าน พออันซิงรู้เข้าก็โกรธมาก แต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตนต่อหน้าสาธารณะ เธอจึงได้แต่ยิ้มรับเอาไว้ 

เพื่อให้เธอดูโดดเด่นกว่าหลินหว่าน อันซิงบังคับให้ตัวเองกวาดตาไปที่บทละคร แต่ก็รู้สึกอยู่ดีว่าบทพูดแบบนี้ไม่เห็นจะยากอะไร จึงไม่ได้ท่องจำไว้ 

พอถึงตอนแสดง หลินหว่านขึ้นไปแสดงก่อน เนื่องจากก่อนหน้านี้เธอทำความเข้าใจกับบทมาอย่าง 

ปรุโปร่ง จึงแสดงอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างแม่นยำ บทพูดก็พอเหมาะพอดี กรรมการที่ด้านล่างเวทีต่างแสดงสีหน้าพอใจ ในขณะที่อันซิงกลับมองข้ามการแสดงของหลินหว่าน 

พอถึงรอบการแสดงของอันซิง เธอก้าวขึ้นเวทีอย่างสุขุม จากนั้นแสดงบทบาทของตัวเองอย่างโดดเด่นมีสีสัน แต่เมื่อหลินหว่านพูดบทต่อมา อันซิงก็เหวอ เพราะเธอนึกบทพูดถัดไปไม่ออก 

อันซิงพูดอึกอักอยู่บนเวที ร้อนใจจนเหงื่อชุ่มฝ่ามือ 

“คัท! คนต่อไป” คนตีสเลท[1] ร้องขานสเลท อันซิงจึงทราบว่าการแสดงของเธอไม่ผ่านแน่ แต่เธอไม่รู้สึกเสียอารมณ์เลย เพราะเข้าใจว่าที่การแสดงผิดพลาดมาจากหลินหว่านเป็นเหตุ 

ผลปรากฏว่าเป็นดังที่อันซิงคาดไว้ เธอผิดหวังอย่างมากแต่ก็เพียงชั่ววูบเท่านั้น ในเมื่อใช้ความสามารถส่วนตัวไม่ได้ก็ให้บ้านตระกูลอันออกหน้า 

อันซิงไม่แวะหยุดแม้สักชั่วครู่ เธอสั่งให้คนขับบึ่งรถกลับบ้านตระกูลอัน พอดีกับที่อันจี๋อวี่กำลังจะออกไปบริษัท อันซิงเห็นอันจี๋อวี่ก็รีบวิ่งเข้าไปหาแล้วพูดว่า 

“คุณพ่อคะ หนูมีเรื่องอยากให้คุณพ่อช่วยหนูหน่อยค่ะ พ่อต้องช่วยหนูนะคะ” อันซิงพูดพลางส่งสายตาเว้าวอนชวนสงสาร ทำให้อันจี๋อวี่ไม่มีทางปฏิเสธได้เลย 

“ได้สิ แต่ลูกจะให้พ่อช่วยอะไรล่ะ” อันจี๋อวี่มองใบหน้างดงามของบุตรสาวแล้วพูดอย่างตามใจ 

“ขอบคุณค่ะพ่อ เราเข้าไปคุยกันในบ้านเถอะค่ะ” อันซิงกุลีกุจอช่วยอันจี๋อวี่ถือกระเป๋าเอกสาร แล้วเดินย้อนกลับเข้าบ้านไป 

อันซิงหยิบบทละครของเธอออกมาส่งให้อันจี๋อวี่แล้วพูดว่า 

“พ่อคะ หนูอยากได้บทนางเอกละครเรื่องนี้ค่ะ แต่ตอนไปแคสติ้งเกิดเรื่องนิดหน่อย พวกเขาเลยไม่ได้เลือกหนู...” อันซิงพูดอย่างน้อยใจ 

“ได้สิ ให้พ่อดูซิว่าเป็นบทละครอะไร พ่อต้องช่วยลูกอยู่แล้ว” อันจี๋อวี่กวาดตาดูบทละครคร่าวๆ ก่อนจะรับปากอันซิงเพราะทนลูกอ้อนไม่ได้ จากนั้นก็จากไป 

พอได้รับการช่วยเหลือจากอันจี๋อวี่ อันซิงก็เข้าใจว่าเธอต้องได้สมหวังแล้ว แต่ผ่านไปไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากอันจี๋อวี่ 

“ลูกซิง พ่อมีเรื่องจะบอกลูก ลูกต้องเตรียมทำใจด้วยนะ” อันจี๋อวี่พูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง ทำให้อันซิงรู้สึกตึงเครียดขึ้นมา 

“ทำไมหรือคะ” อันซิงถาม 

“คนที่ได้บทนางเอกของละครเรื่องนี้มีความเป็นมาพอตัวเลยทีเดียว เธอเป็นลูกสาวของนางเอกรุ่นใหญ่หานเวยอวี่ชื่อหลินอี๋โจว เธอได้รับคะแนนนิยมสูงมากเพราะหานเวยอวี่ ลูกจะลองดูบทตัวแสดงอื่นบ้างไหม” อันจี๋อวี่ถามเพื่อหยั่งดูท่าทีของเธอ 

“อืม...อย่างนั้นลูกขอจัดการเรื่องนี้ต่อเองก็แล้วกันค่ะ” อันซิงแกล้งพูดอย่างไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ จากนั้นวางสายของอันจี๋อวี๋ 

ถ้าหากเธอไม่ได้รับบทนางเอก อย่างนั้นเธอก็ต้องแย่งบทกับหลินหว่าน แม้ว่าจะเป็นแค่บทตัวประกอบหญิงสาม แต่ขอแค่เป็นเรื่องที่ทำให้หลินหว่านไม่เป็นสุขก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว 

อันซิงนั่งบนโซฟา นิ้วเรียวยาวที่ทาสีสดเคาะเบาๆ บนหัวเข่า เธอตัดสินใจว่าจะไปหาผู้กำกับ ให้เขามอบบทของหลินหว่านให้เธอ 

เพื่อไม่ให้คนอื่นจำได้ อันซิงสวมชุดที่ปกติไม่เคยใส่ สวมหมวกและคาดผ้าปิดปาก ส่องดูกระจกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครจำเธอได้แล้วไปที่กองถ่าย 

คนในกองถ่ายต่างกำลังยุ่งวุ่นวาย ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีคนเข้าไปในห้องทำงานของผู้กำกับ ส่วนผู้กำกับก็กำลังปวดหัวกับการคัดเลือกนักแสดง แม้ว่าตัวแสดงหลักส่วนใหญ่จะตกลงได้แล้ว แต่บทตัวประกอบก็สำคัญมาก 

อันซิงนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าผู้กำกับแล้วพูดว่า 

“ไม่ทราบว่าคุณได้คนรับบทตัวประกอบหญิงสามแล้วหรือยังคะ” อันซิงถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว 

ผู้กำกับสะดุ้งตกใจ จึงเห็นว่าหญิงสาวลึกลับคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้ารู้สึกคุ้นตามาก แต่คิดไม่ออกว่าเธอเป็นใคร จึงพูดขึ้นว่า 

“จะว่าได้ก็ได้แล้วล่ะ เป็นหลินหว่าน” 

“ผู้กำกับรู้สึกว่าหลินหว่านแสดงได้ดี สามารถรับบทนี้ได้เหรอคะ” อันซิงถามกลับ 

“ผมได้ดูตอนที่หลินหว่านเทสต์หน้ากล้องแล้ว เขาแสดงได้ถึงอารมณ์และน่าสนใจมาก เหมาะจะรับบทนี้” ผู้กำกับพูดอย่างพอใจ 

“อย่างนั้นถ้าจะเปลี่ยนคนล่ะ บางทีอาจแสดงได้ดีกว่าก็ได้นะคะ” อันซิงพูดพลางวางบัตรเครดิตลงบนโต๊ะอย่างเงียบเชียบ ผู้กำกับเป็นคนหัวไวจึงเข้าใจได้ทันที เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแล้วพูดว่า 

“จะไม่ดีได้ยังไงกันล่ะ” 

 

------ 

[1] คนตีสเลท (Slate or Clapperboard Operator) มีหน้าที่เขียนเลขซีน ช็อตและเทคบนสเลทที่กำลังจะถ่าย และขานข้อมูลดังกล่าวก่อนผู้ช่วยผู้กำกับจะสั่งแอ็คชั่นเพื่อเริ่มถ่ายทำต่อไป 

ความคิดเห็น