facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

แม้อุปสรรคที่พานพบจะเป็นโชคชะตาขีดลิขิตไว้ ทว่าหากมีองค์ชายอย่างเขาคอยเคียงข้าง นางก็หวังเพียงว่าจะฝ่าฟันมันไปได้...

ตอนที่ 12 คัดเลือกศิษย์

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 คัดเลือกศิษย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 คัดเลือกศิษย์
แบบอักษร

 

“ตรงกันข้าม เชื้อพระวงศ์ทุกคนมีพรฟ้าประทานที่ไม่เหมือนใคร” ลู่ซิงหัวสะบัดพัดออก ท่าทางภูมิใจ “สรุปแล้ว ถ้าเจ้าไม่อยากเป็นคนเร่ร่อน ก็ต้องเข้าให้ได้” 

“ตกลง” เหออันโหรวกัดฟันรับปาก  

ทั้งสองพูดคุยกันจนเข้ามาใกล้สำนักศึกษา เวลานี้จุดรับสมัครมีคนห้อมล้อมหลายชั้น ลู่ซิงหัวเห็นเช่นนั้นก็ให้เหออันโหรวอยู่รอก่อน ส่วนเขาเข้าไปสมัคร 

 พอได้ใบสมัครสองใบแล้วก็แหวกผู้คนที่ห้อมล้อมออกมาอย่างยากลำบาก ลู่ซิงหัวเงยหน้าขึ้นมองไม่เห็นเหออันโหรวทำอดโมโหไม่ได้ พอหันตัวไป จู่ๆ เหออันโหรวก็โผล่มา ในมือมีพุทราจีนฉาบน้ำตาลสองไม้ ดวงตาเป็นประกาย “ข้าเห็นทางโน้นขายพุทราจีนฉาบน้ำตาล รอเจ้าตั้งนานยังไม่มาเลยไปซื้อสองไม้ เอ้า ให้” 

ลู่ซิงหัวยื่นมือรับแล้วกัดคำหนึ่ง รสชาติหวานอร่อยเหมือนที่เคยกินในวัยเด็ก ความโมโหลดลงไปมาก 

“เห็นบอกว่าคนหนึ่งหยิบได้ใบหนึ่งไม่ใช่หรือ ทำไมเจ้าหยิบได้สองใบ” เหออันโหรวไม่ได้กินช้าๆอย่างเขา พุทราจีนฉาบน้ำตาลไม้นั้นของนางเลยเหลือไม่ถึงครึ่ง 

“คงเป็นเพราะข้าเป็นองค์ชายสาม” ลู่ซิงหัวถือพุทราจีนฉาบน้ำตาลข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งดึงเหออันโหรวไปยังจุดทดสอบของหอสมุด 

“เจ้าเคยบอกว่า...” เหออันโหรวรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เห็นท่าทางของลู่ซิงหัวยามถือพุทราจีนฉาบน้ำตาลดูน่ารัก จึงไม่พูดโวยวาย 

“เพราะข้ามีพรฟ้าประทานไม่เหมือนใคร” ลู่ซิงหัวพยายามทำสีหน้าให้อ่อนโยน 

เหออันโหรวยังไม่ทันเข้าใจคำพูดของเขาที่ว่า “พรฟ้าประทานไม่เหมือนใคร” 

“เมื่อคืนเจ้าร้องไห้” ลู่ซิงหัวลูบผมนาง 

เวลานี้ปากของเหออันโหรวเหมือนอมไข่ทั้งฟองเจ้าหูดีปานนี้เชียวหรือ 

พอมาถึงจุดทดสอบ ลู่ซิงหัวก็บอกนางอีกครั้ง “สำนักศึกษาชิงเฟิงมีกำหนดการคัดเลือกศิษย์เป็นเวลาหนึ่งเดือน สามปีครั้งหนึ่ง แต่ละครั้งจะรับศิษย์ชายสิบห้าคน ศิษย์หญิงสิบห้าคน พอได้จำนวนครบในหนึ่งเดือนก็หยุด ช่วงคัดเลือกสามารถทดสอบได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ชายหญิงต้องแยกกัน คนอื่นมักจะอยู่จุดทดสอบหลายวันไม่เหมือนเรา” 

เหออันโหรวมองเขาด้วยความงุนงง แล้วถามว่า “ทำไมไม่เหมือนกันอย่างไร” 

“เราแค่ทดสอบสามครั้ง ใช้เวลาถึงบ่ายแค่นั้น” ลู่ซิงหัวยื่นใบสมัครให้นาง “พอถึงเวลาเย็น ถ้าเจ้าสอบไม่ผ่านก็ต้องไปเร่ร่อน” 

“เดี๋ยวนะ เจ้าควรจะคุ้มครองข้าไม่ใช่หรือ” 

“มีเงื่อนไขว่าเจ้าต้องได้รับการคัดเลือก” ลู่ซิงหัวพูดขณะเดินมาถึงจุดทดสอบ พอก้าวเข้าไปก็พูดเสริมขึ้นอีก “เราพบกันที่จุดรายงานตัวศิษย์ใหม่” 

เหออันโหรวรับปากอย่างจำใจ แล้วทำใจกล้าเข้าไปจุดทดสอบ ในจุดทดสอบเป็นเหมือนอีกมิติหนึ่ง มีภูเขาสูง มีน้ำตก มีแม้กระทั่งเมฆและลม เหออันโหรวรู้ดีว่าเป็นภาพนิรมิตจากพลัง  

พอเข้าไปแล้ว เหออันโหรวจึงนึกออกว่านางยังไม่ได้ถามลู่ซิงหัวว่าจะมีการทดสอบอะไร... 

ข้างในมีคนจำนวนมากทั่วบริเวณเต็มไปด้วยสมุนไพรทั้งลอยกลางอากาศ ทั้งงอกขึ้นจากพื้นดิน นางเห็นภาพคนที่มาคัดเลือกชุลมุนกับการเก็บสมุนไพรต้นหนึ่งปรากฏอยู่ทั่วไป 

เหออันโหรวดูอยู่ครู่หนึ่ง จึงพอรู้ว่าถ้าจะสอบผ่านก็ต้องเก็บสมุนไพรบางชนิดแล้วเอาไปให้อาจารย์ตรวจ และที่อาจารย์มีป้ายแขวนไว้ว่า “ไม่รับของราคาถูก” 

มิน่าคนพวกนั้นจึงพากันปีนเขาขึ้นไปหา แต่สมุนไพรมีตั้งมากมาย อะไรที่ราคาแพงล่ะ เหออันโหรวใช้พลังเหาะขึ้นไปบนเขาสูงพบว่าสมุนไพรที่ขึ้นทั่วไปตามพื้นไม่มีคนเก็บ ทุกคนแย่งกันปีนขึ้นไปเก็บเห็ดหลินจือพืชต่างๆ แต่สมุนไพรที่มีทั่วไปใช้ไม่ได้จริงๆ หรือ 

 เหออันโหรวหลับตาใช้พลังสัมผัสจุดทดสอบ พบว่าเป็นไปตามคาด สถานที่แห่งนี้นิรมิตขึ้นด้วยพลัง สมุนไพรบนภูเขาสูงก็เช่นกัน สมุนไพรนิรมิตด้วยพลังล้วนแต่เป็นของปลอม สมุนไพรซึ่งขึ้นตามพื้นทั่วไปต่างหากที่เป็นของจริงแม้จะมีของปลอมปนอยู่บางส่วน 

เหออันโหรวเงยหน้าขึ้นเห็นอาจารย์ที่จุดทดสอบมองตนอยู่ ในใจรู้สึกยินดีรีบเก็บสมุนไพรสามต้นไป คนรอบข้างพอเห็นเหออันโหรวเก็บสมุนไพรตามพื้นก็ทำท่าดูแคลน 

“เมื่อครู่ข้าดูเจ้าอยู่ เจ้าไม่เหมือนคนอื่นจริงๆ จำไว้นะ สมุนไพรทิพย์นี้อย่าทิ้งเจ้าเข้าไปเถอะ” อาจารย์จุดทดสอบลุกขึ้นใช้พลังนิรมิตประตูให้ 

คนอื่นซึ่งอยู่ข้างๆ ได้แต่มองเหออันโหรวด้วยความอิจฉา แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดีในเมื่อตนไม่มีความสามารถพอจะแยกออกว่าสมุนไพรต้นไหนเป็นของจริงต้นไหนเป็นของปลอม แม้จะเก็บสมุนไพรตามพื้นอย่างเหออันโหรวก็คงไม่ได้ผล 

พอถึงตอนนี้เหออันโหรวจึงรู้ว่านี่เป็นสมุนไพรทิพย์ ไม่ใช่สมุนไพรธรรมดาอย่างที่ตนคิด 

ลู่ซิงหัวบอกไว้ว่าจุดทดสอบมีสามจุด เหออันโหรวมาถึงจุดทดสอบสองเห็นโต๊ะตั้งเรียงกันเป็นแถวมีคนกำลังเขียนตัวหนังสืออยู่ คนรับใช้พานางไปยังโต๊ะที่ไม่มีคนแล้วมอบดินสอให้แท่งหนึ่ง 

หมายถึงให้นางเขียน...เหออันโหรวรู้สึกว่าไม่น่าจะง่ายเช่นนี้ พอดูให้ดีทุกคนกำลังใช้พลังวาดรูป  

ใช้พลังเขียนตัวหนังสือไม่ใช่เรื่องแปลก ใครๆ ก็เขียนได้อย่างสวยงาม แต่การวาดรูปแตกต่างออกไป มันเป็นการทดสอบความสามารถในการใช้พลังและทดสอบความรู้ในการแยกแยะ  

เหออันโหรวรีบหลับตาทำให้ตนเข้าไปอยู่ในโลกนิรมิต ไม่เอาดินสอที่คนรับใช้ให้แต่ใช้พลังนิรมิตดินสอขึ้นมา  

หลังจากออกแบบภาพ จัดความสัมพันธ์ของภาพ และทำให้เหมือนจริง... สองชั่วยามแล้ว เหออันโหรวก็วาดภาพออกมาได้สำเร็จ การใช้พลังวาดภาพต่างจากการนิรมิตอย่างอื่น พอปลายดินสอแตะถูกตำแหน่งใดก็ปรากฏสีต่างๆ ตามที่จินตนาการ 

ภาพที่ปรากฏเป็นสิ่งที่นางพบเห็นขณะนั่งบนหลังนกยักษ์กับลู่ซิงหัวหลังออกจากเมืองหลวง ทั้งแสงตะวันยามเช้าเหนือภูเขา สรรพสิ่งซึ่งอาบด้วยแสงอรุณ ไกลออกไปเป็นพระราชวังอันโอ่อ่างดงาม ใกล้เข้ามาเป็นคนสองคนบนหลังนกยักษ์ดูแล้วเหมือนได้เข้าไปอยู่ในบรรยากาศนั้นจริงๆ  

ขณะคนรับใช้เอาภาพนี้ไปให้อาจารย์ยังจุดทดสอบ อาจารย์ทุกคนต่างพยักหน้า อาจารย์ผู้นั่งตำแหน่งประธานซึ่งมีผมสีเงิน สวมเสื้อนวมสีม่วง คาดเข็มขัดทอง พูดกับเหออันโหรวว่า “ภาพนี้ใช้วิธีวาดแบบใหม่ ผู้เยาว์เหนือกว่าผู้อาวุโสจริงๆ” 

“อาจารย์ชมเกินไป” เหออันโหรวคารวะอาจารย์ 

“ถ้าเจ้าได้รับคัดเลือก คงได้คุยกันอีก เข้าไปได้” อาจารย์ทดสอบจุดนี้ทำเหมือนคนก่อนหน้านี้ใช้พลังนิรมิตประตูให้ 

จุดทดสอบสามต่างจากสองจุดแรก ทั่วบริเวณมีเตาหลอมโอสถทิพย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บรรดาศิษย์ที่ผ่านการทดสอบสองจุดกำลังใช้เตาหลอมหลอมอะไรบางอย่าง คนใช้พอเห็นเหออันโหรวเข้ามาก็บอกให้นางหาเตาหลอมเอง แล้วเอาสมุนไพรทิพย์ที่ได้มาจากจุดทดสอบแรกมาหลอมให้เป็นโอสถทิพย์ ถ้าโอสถระดับสูงเท่าใดอาจารย์ผู้ทดสอบก็ยิ่งประทับใจมากเท่านั้น หากผ่านการคัดเลือกแล้ว ก็จะเป็นศิษย์สำนักศึกษาชิงเฟิง  

เตาหลอมทุกเตามีคนอยู่แล้ว เหออันโหรวจึงได้แต่มองหาตามซอกมุม ขณะมองหาอยู่ก็เห็นผู้หญิงซึ่งพบในโรงเตี๊ยมวันก่อน นางยังคงแต่งตัวฉูดฉาดไม่ได้ใส่ใจเหออันโหรว แต่ตั้งหน้าตั้งตาหลอมโอสถทิพย์  

เหออันโหรวพบเตาหลอมโอสถทิพย์ว่างตรงมุม ขณะกำลังจะเอาสมุนไพรทิพย์ใส่เข้าไปในเตา คนข้างๆ ก็พูดขึ้น “นี่! ทำอะไรนั่น” 

ความคิดเห็น