หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 20 พบฉินเย่หานอีกครั้ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 พบฉินเย่หานอีกครั้ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2563 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 พบฉินเย่หานอีกครั้ง
แบบอักษร

 

เสิ่นฉางชิงมีสีหน้าโกรธเกรี้ยว แต่อยู่ท่ามกลางฝูงชนเช่นนี้ เขาเองก็ไม่อาจกล่าวอันใด จึงได้แต่ระงับโทสะ  

ทว่าเขากลับจดจำชื่อซูหลีไว้แล้ว 

ซูหลีโยนเงินเสร็จ ก็เดินนำไป๋ฉินเข้าไปด้านในหอสุยอวิ๋น แต่ต้นจนจบ นางมิได้มองใครแม้แต่ปราดเดียว รวมถึงไหวอ๋องที่นางลุ่มหลงหนักหนาเมื่อหลายเดือนก่อนด้วย 

ฉินโม่โจวหรี่ตาลง จ้องมองเงาร่างขาวนวล บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มใคร่ครวญเบาๆ 

ภาพนี้ปรากฏสู่สายตาคนด้านบนหออย่างชัดเจน  

“นายท่าน ซูหลีผู้นี้ก็คือศิษย์ของท่านหมอโจว” บุรุษข้างกายฉินเย่หานค้อมกายกล่าวรายงาน 

ฉินเย่หานวางถ้วยชาในมือลง ในดวงตาฉายแววลึกลับ  

…… 

“ท่านพี่หลี เมื่อครู่ท่านทำอะไรลงไป! คนผู้นั้นเป็นถึงคนสนิทข้างกายฝ่าบาท...” หลังจากซูหลีเดินจากไป ซูเนี่ยนเอ๋อร์ก็ไม่รั้งอยู่ที่นั่นนานนัก นางเดินตามอีกฝ่ายไปโดยพลัน 

“ก็ข้าพอใจ” ซูหลีมองนางปราดหนึ่ง คำพูดเพียงประโยคเดียวก็หยุดคำพูดของอีกฝ่ายจนหมด 

ซูเนี่ยนเอ๋อร์จ้องมองนาง ตกใจจนพูดไม่ออก  

ซูหลีผู้นี้ช่างประหลาดเสียจริง 

ตอนที่ไหวอ๋องปรากฏกาย แม้แต่ซูเนี่ยนเอ๋อร์เองก็ยังอดใจว้าวุ่นไม่ได้ ทว่าซูหลีผู้นี้กลับทำท่าเหมือนไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น 

ซูเนี่ยนเอ๋อร์รับมือซูหลีในตอนนี้ไม่ถูกจริงๆ ยิ่งนิสัยไม่รับแขกของซูหลีที่เพิ่มขึ้นทุกวัน นางก็ยิ่งจนปัญญา 

เวลานี้ ซูหลีก้าวเท้าขึ้นหอสุยอวิ๋น โดยมีไป๋ฉินซึ่งจดจ้องนางตามอยู่ด้านหลัง 

พวกนางสองคนเดินสวนกับคนกลุ่มหนึ่งพอดี 

ซูหลีเงยหน้าขึ้น เมื่อมองเห็นใบหน้าของคนผู้นั้น จิตใจก็พลันสั่นไหว 

นี่…นี่ฝ่าบาททรงว่างงานถึงเพียงนี้เชียวหรือ 

คาดไม่ถึงว่าพระองค์จะเสด็จมาถึงหอสุยอวิ๋น 

นางกับฉินเย่หานเดินสวนกันพอดี ลมหายใจของฉินเย่หานเป่าผ่านข้างหูนางแผ่วเบา และซูหลียังได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ  

เสียงหัวเราะ?! นางจะต้องหลอนไปเองแน่ๆ  

คนอย่างฉินเย่หานจะหัวเราะเป็นได้เยี่ยงไร 

ไม่รอให้นางได้ครุ่นคิด ฉินเย่หานก็ก้าวสามขุมจากไปแล้ว 

เขาเดินไปอีกทางที่เจ้าของร้านจัดไว้ มิได้เดินออกไปทางประตูใหญ่ที่มีผู้คนจอแจ  

ซูหลีขมวดคิ้วเบาๆ หากต้องกลับมาเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้ นางล้วนไม่กลัว แต่ฉินเย่หานผู้นั้นเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้นางรู้สึกกลัว 

ฮ่องเต้องค์ใหม่ผู้นี้ จิตใจลึกล้ำ มากอุบายเหี้ยมโหด จนผู้คนยากจะจินตนาการได้ 

หากนางคิดจะล้างมลทินให้สกุลหลี่ คงจำต้องคบค้าสมาคมกับเขา 

มิผิด ในชาตินี้ นอกจากทำให้คนพวกนี้ชดใช้กรรมแล้ว นางยังคิดจะล้างมลทินให้คนสกุลหลี่ที่ต้องตายอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม 

เรื่องของสกุลหลี่ถูกตัดสินไปแล้ว เส้นทางสายนี้ช่างยากเย็นนัก 

นับจากที่นางตัดสินใจลงไป ก็ไม่มีทางหันหลังกลับแล้ว 

“อะไรกัน คุณชายซูยืนอยู่บนบันไดเช่นนี้ หรือว่าคิดจะเรียกเงินสองร้อยตำลึงก่อนถึงจะยอมหลีกทาง” ขณะที่ซูหลีกำลังเหม่อลอยอยู่ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังนาง 

ซูหลีขมวดคิ้วเบาๆ ก่อนจะหันหน้ากลับไป ก็เห็นเป็นพวกเสิ่นฉางชิงกับไหวอ๋อง 

ถนนแคบจนศัตรูคู่แค้นยากจะหนีกันพ้น? 

ทว่าคนที่กล่าวในครานี้ มิใช่เสิ่นฉางชิง ถึงอย่างไรเสิ่นฉางชิงก็เป็นบุรุษ เขาไม่คิดที่จะเถียงกับซูหลีต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ 

เพียงแต่ข้างกายเขา ยังมีเจียงโม่อวี้ที่ยืนติดอยู่กับเขา 

ซูหลีมองเจียงโม่อวี้ปราดหนึ่ง แต่ไหนแต่ไรมานางมิเคยรักเสิ่นฉางชิง เรื่องราวระหว่างเสิ่นฉางชิงกับเจียงโม่อวี้ ก็ไม่มีอันใดมากเกินจะยอมรับไม่ได้ 

ทว่า... 

“เมืองหลวงกลายเป็นเช่นนี้ไปตั้งแต่เมื่อใด” ซูหลีหันหน้ากลับไป กล่าวกับไป๋ฉินเสียงค่อย 

“เจ้าคะ?” ไป๋ฉินยังตามไม่ทันความคิดของเจ้านายตนอยู่บ้าง 

“เพียงอนุผู้หนึ่ง ก็กล้าต่อปากต่อคำกับผู้คนแล้วหรือ” คำพูดที่ซูหลีเปล่งออกมา พลันทำให้เจียงโม่อวี้หน้าเปลี่ยนสี 

ความคิดเห็น