facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

แม้อุปสรรคที่พานพบจะเป็นโชคชะตาขีดลิขิตไว้ ทว่าหากมีองค์ชายอย่างเขาคอยเคียงข้าง นางก็หวังเพียงว่าจะฝ่าฟันมันไปได้...

ตอนที่ 11 สำนักศึกษาชิงเฟิง

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 สำนักศึกษาชิงเฟิง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 สำนักศึกษาชิงเฟิง
แบบอักษร

 

“อาหารที่นี่แพงนะ” ลู่ซิงหัวบอกนาง 

“ไม่เป็นไร มีเจ้าทั้งคน” เหออันโหรวไม่ใส่ใจ 

“ข้าบอกหรือว่าจะเป็นคนจ่าย” ลู่ซิงหัวพูดเสียงราบเรียบ แต่เหออันโหรวฟังแล้วเหมือนโดนระเบิด 

“อะไรนะ เจ้าบอกเองว่าจะกินไก่ดอกกุ้ยฮวา” เหออันโหรวตะโกนขึ้น 

“ข้าได้กินหรือ” ลู่ซิงหัวพูดจบก็ลุกไปหาเถ้าแก่โรงเตี๊ยม เหออันโหรวนึกว่าเมื่อครู่เขาพูดเล่นและเวลานี้ก็ไปจ่ายเงินแล้วจึงนั่งรอท่าทางเหมือนเด็กน่ารัก 

นึกไม่ถึงว่าพอลู่ซิงหัวจ่ายเงินให้เถ้าแก่เสร็จก็เดินกลับมาบอกนางว่า “ข้าจ่ายเงินค่าห้อง และบอกเถ้าแก่ว่าเงินค่าอาหารเจ้าเป็นคนจ่าย ถ้าเจ้าจ่ายเรียบร้อยก็ไปพักผ่อนได้” พูดจบก็เอากุญแจให้นางพวงหนึ่ง ส่วนตนเองขึ้นไปชั้นบน 

“ลู่ซิงหัวเจ้าไม่ได้...” เหออันโหรวถลึงตาใส่ด้วยความโกรธ แต่พอคิดอีกทีเขาเหมือนจะไม่ได้กินเลย 

วันหลังให้เขาเป็นคนจ่ายบ้าง พอคิดอย่างนี้เหออันโหรวจึงเอาเงินเกือบทั้งหมดออกมาจ่าย  

กระทั่งเหออันโหรวขึ้นไปชั้นบนมองดูกุญแจในมือ ไม่รู้ว่าห้องของตนอยู่ไหนจึงทำใจกล้าตะโกนขึ้น “ลู่ซิงหัว!” 

นึกไม่ถึงว่าจะมีคนเดินขึ้นบันไดมาหลายคน ในนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งเกล้าผมสวยแต่งหน้าเข้มสวมเสื้อผ้าราคาแพง พอเห็นเหออันโหรวก็เอามือปิดปากหัวเราะ “คนบ้านป่าก็หยาบคายเช่นนี้แหละ ไม่รู้ตะโกนโหวกเหวกอะไร” 

เหออันโหรวไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ในสถานที่เล็กๆ เห็นคนแต่งตัวฉูดฉาดเช่นนี้ ก็รู้สึกตะลึงอยู่บ้าง ขณะนั้นเองประตูข้างหน้าก็เปิดออก ใบหน้าของลู่ซิงหัวอยู่ตรงหน้านางพอดี 

“อีกแล้วหรือ” ลู่ซิงหัวขมวดคิ้ว เขาเคยเห็นผู้หญิงแต่งตัวฉูดฉาดคนนั้นมาก่อนแล้วทำสีหน้าบูดบึ้ง  

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าให้ข้าพักห้องไหน” เหออันโหรวพูดจบก็ก้มหน้า รู้สึกเหมือนนางกับลู่ซิงหัวลักลอบมาพบกัน 

ลู่ซิงหัวดึงนางเข้าไปแล้วปิดประตูห้องบอกว่า “ห้องนี้แหละ” 

“เจ้าบอกว่าสองห้องไม่ใช่หรือ” จู่ๆ ก็อยู่ใกล้กันทันทีเช่นนี้ ทำให้เหออันโหรวใจเต้นจึงผลักเขาออก 

“ข้าบอกเมื่อไรว่าสองห้อง” 

ดูเหมือนว่าจะใช่...แต่ว่า “ทำไมถึงพักแค่ห้องเดียว!”  

“ที่นี่อยู่ห่างจากสำนักศึกษาชิงเฟิงไม่มาก คนส่วนใหญ่จะมาพักที่นี่” พูดจบเขาก็หยุดครู่หนึ่ง “เจ้าคิดว่าคนที่จะไปสำนักชิงเฟิงมีแต่เราสองคนหรือ” 

“เอาละ แล้วจะให้ข้านอนไหน” เหออันโหรวยอมรับสภาพการอยู่ห้องเดียวกัน แต่พอมองไปรอบๆ กลับเห็นเตียงหลังเดียว  

“แน่นอนว่าเจ้านอนพื้น ข้านอนข้างบน” ลู่ซิงหัวพูดพลางถอดเสื้อนวมตัวนอกออกมาแขวนที่ข้างเตียง 

เหออันโหรวคิดด้วยความโกรธ แต่เขาเป็นคนจ่ายค่าห้อง ช่างเขาเถอะ 

“แต่ข้าอยากรู้จริงๆ เจ้าเอาเงินจากไหนมาจ่ายค่าอาหาร” ลู่ซิงหัวปรายตามองเหออันโหรว 

“ตอนอยู่จวนองค์ชายข้ากินแต่ข้าวต้มเปล่าโดยไม่หวังอะไรเลยหรือ” เหออันโหรวพูดจบก็รู้สึกว่าไม่เหมาะจึงรีบพูดเสริม “เอ่อ ข้าหมายความว่าเวลานั้นข้ากินข้าวต้มเปล่าเพื่อประหยัดเงินไว้”  

ลู่ซิงหัวไม่พูดไม่จา เดินเข้ามาจับเหออันโหรวกดกับบานประตู เหออันโหรวถูกเงาของลู่ซิงหัวบังไว้ นางมองลู่ซิงหัวซึ่งสูงกว่าตนหนึ่งช่วงหัว 

ลู่ซิงหัวยื่นมือมาที่กระเป๋าเงินของนางแล้วหันหลังกลับก็เรียบร้อยอย่างง่ายดาย 

เหออันโหรวยืนตะลึงอยู่กับที่ “ทำอย่างนี้ได้หรือ! ชิงเงินข้าก็เท่ากับฆ่าพ่อแม่ข้า” 

“ข้าจะช่วยเจ้าตามหาพ่อกับแม่ เอาละ นอนซะ ขืนบ่นพรุ่งนี้จะให้เจ้าจ่ายค่าอาหารเหมือนเดิม” ลู่ซิงหัวนอนตะแคงบนเตียง หลับตาพูด 

เหออันโหรวมองไปรอบๆ จะให้นางนอนไหนมีแต่ที่นั่ง นางจึงเอาโต๊ะเล็กมาวางที่พื้น แล้วนอน ทันทีที่ล้มตัวนอนเหออันโหรวก็คิดถึงชีวิตในบ้าน คิดไปคิดมาก็ร้องไห้ ร้องไห้เสร็จก็รู้สึกว่าขืนคิดเช่นนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่จึงรีบปิดตาพยายามข่มตัวเองให้หลับ 

ในห้องอีกห้องหนึ่ง ผู้หญิงที่เหออันโหรวเห็นพูดกับสาวใช้ใกล้ชิดว่า “ซูเยียน เมื่อครู่ข้าเห็นคนในห้องนั้นไม่ถนัดตา แต่ดูคล้ายพี่ซิงหัว” 

“ใต้หล้ามีคนหน้าตาเหมือนกันมากมาย องค์ชายสามคงไม่มายุ่งกับผู้หญิงบ้านนอกห่างไกลเช่นนี้” สาวใช้ตอบ 

“เจ้าพูดถูก ข้าคงคิดมากไปเอง” 

รุ่งเช้า พอเหออันโหรวตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่ามีผ้าห่มคลุมตัวอยู่ พอมองไปที่เตียงลู่ซิงหัวก็ไม่อยู่แล้ว 

นางเอามือขยี้ตาให้หายง่วง นึกได้ว่าลู่ซิงหัวคงไม่ทิ้งนางแล้วหนีไปจึงจัดแจงตัวเองแล้วลงบันไดไป 

ลู่ซิงหัวซึ่งกินอาหารเช้าอยู่พอเห็นนางลงมาก็ทำท่าบอก “ไม่ได้สั่งอาหารให้เจ้า ถ้าสั่งก็ต้องจ่ายเงินเอง” 

เหออันโหรวมองดูขนมแป้งข้าวโพดสองชิ้นที่เหลือบนโต๊ะ และข้าวต้มเปล่าที่ลู่ซิงหัวยังไม่ทันกินชามหนึ่งนางจึงแย่งมากิน 

ผู้หญิงที่พบเมื่อวานมาเห็นเหตุการณ์นี้พอดี เพียงแต่ว่าลู่ซิงหัวไม่ได้หันหน้ามานางจึงไม่ทันสังเกตเขา 

“ท่าทางหยาบคายเช่นนี้ เหมือนไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน” ผู้หญิงคนนั้นเดินห่างจากโต๊ะของเหออันโหรวให้มากที่สุด 

“คนป่าทั้งนั้น” ซูเยียนประคองนายหญิงเดินไป  

เหออันโหรวง่วนอยู่กับการกิน ไม่ได้ยินผู้หญิงสองคนคุยกัน 

“ข้าจะทำเป็นว่าไม่รู้จักเจ้าได้ไหม” ลู่ซิงหัวกลับรู้สึกขายหน้า 

“โทษข้าได้หรือ ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว” เหออันโหรวกินขนมแป้งข้าวโพดหมดแล้วกำลังกินข้าวต้มโจ๊กอยู่ 

ขณะออกจากประตูโรงเตี๊ยม จู่ๆ เหออันโหรวก็บอกลู่ซิงหัวว่า “ขอบใจ” 

“ไม่ต้องเกรงใจ” ลู่ซิงหัวสีหน้าแสดงความเอ็นดู มุมปากคล้ายกับมีรอยยิ้ม 

ทั้งสองเดินไปถึงนอกเมือง ลู่ซิงหัวจึงเรียกนกยักษ์แล้วโอบเหออันโหรวนั่งบนหลังนก 

ณ โรงเตี๊ยม “ซูเยียน ข้าเห็นชัดแล้ว คนนั้นก็คือพี่ซิงหัว!” 

ขณะที่นกยักษ์เหาะไป ท้องฟ้าต่างจากตอนที่ออกมาจากเมืองหลวง นอกจากเขากับนางแล้วยังมีสัตว์เทพหลายชนิดปรากฏให้เห็นไม่ขาดระยะ 

เดินทางครึ่งวันก็มาถึงนอกเมืองที่ตั้งสำนักศึกษาชิงเฟิง เหออันโหรวกระโดดลงมาจากหลังนกยักษ์ หมุนคอ ยืดเหยียดตัว มองดูผู้คนมากมายเดินเข้าไปในเมืองแล้วอดแปลกใจไม่ได้ “คนมากขนาดนี้เชียวหรือ” 

สำนักศึกษาชิงเฟิงไม่เหมือนสำนักศึกษาจิ่วโจว สำนักศึกษาจิ่วโจวเป็นสำนักศึกษาหลวงสำหรับเชื้อพระวงศ์คนชั้นสูง แต่สำนักศึกษาชิงเฟิงเป็นสำนักศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นเหลียงอันเกรียงไกร มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านการหลอมโอสถทิพย์ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ แม้มีชื่อเสียงเหมือนกัน แต่สำนักศึกษาจิ่วโจวก็เทียบสำนักศึกษาชิงเฟิงไม่ได้เลย” ลู่ซิงหัวพูดช้าๆ 

“มีชื่อเสียงขนาดนี้...ถ้าอย่างนั้นเราจะเข้าได้หรือ” เหออันโหรวรู้สึกกังวล 

“ข้าเข้าได้ แต่ถ้าเจ้าเข้าไม่ได้ ข้าจะไม่ดูแลค่าอาหารค่าที่พักให้เจ้า” ลู่ซิงหัวก้มหน้ามองเหออันโหรว  

“แน่นอนอยู่แล้ว เพราะเจ้าเป็นองค์ชายสาม” เหออันโหรวมองหน้าเขาอย่างดูแคลนแวบหนึ่ง 

แต่ลู่ซิงหัวอธิบายอย่างใจเย็น “สำนักศึกษาชิงเฟิงรับศิษย์โดยพิจารณาจากพรฟ้าประทาน ศิษย์ในนั้นส่วนใหญ่เป็นคนที่มีความสามารถพิเศษ ไม่เกี่ยวข้องกับชาติกำเนิด” 

“ถ้าเช่นนั้นเชื้อพระวงศ์ที่ไม่มีพรฟ้าประทานก็เข้าสำนักศึกษาชิงเฟิงไม่ได้!” เหออันโหรวอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง  

ความคิดเห็น