หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 19 รู้จักประมาณตน

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 รู้จักประมาณตน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 รู้จักประมาณตน
แบบอักษร

 

จะไม่รู้สึกใจเต้นได้อย่างไร ชาติที่แล้วแค่นกกระเรียนกระดาษไม่กี่ตัวของเว่ยหลิงก็ซื้อใจนางได้แล้ว เทียบกับตอนนี้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ หลังจากความว้าวุ่นสับสนในใจได้ผ่านไป ตอนนี้เหลือเพียงความกังวลหวาดหวั่น 

หนิงอวี้ยกมือลูบบาดแผลที่ดูน่ากลัวนั้น เว่ยหลิงเคยบอกว่าสิ่งที่ดึงดูดเขาอย่างแรกคือดวงหน้านี้ อย่างที่สองคืออำนาจทางทหาร แต่หน้านางตอนนี้อัปลักษณ์ดั่งอู๋เยี่ยน[1] สิ่งที่เว่ยหยวนคาดหวังเห็นจะมีเพียงแค่อำนาจทางทหารเท่านั้นเอง 

ดอกไม้ไฟส่องสว่างไม่ขาดตลอดคืน เว่ยหยวนนั่งตากลมกลางคืนอยู่ริมสระเพียงลำพังทั้งคืน หนิงอวี้เองก็นอนไม่หลับได้แต่พลิกกายกลับไปกลับมา จนเช้าวันรุ่งขึ้น นางจึงลุกขึ้นด้วยขอบตาทั้งสองที่ดำคล้ำ หงหลิงคอยปรนนิบัติแต่งหน้าแต่งตัว ส่วนเว่ยหยวนได้ผู้คนพยุงกลับห้องนอนไป เขาไข้ขึ้นสูงไม่ลด 

หงหลิงตั้งใจพูดบางสิ่ง แต่เห็นใบหน้าหมองคล้ำของพระชายาสะท้อนในคันฉ่อง จึงยั้งไว้ไม่พูดอะไร แต่ด้วยเมื่อเช้าเหล่าบ่าวรับใช้ต่างพูดกันว่า ‘องค์ชายต้องลมหนาวจนล้มป่วย’ ลังเลอยู่นาน นางก็ตัดสินใจพูดออกไป “ได้ยินว่าท่านอ๋องทรงล้มป่วย ท่านจะไม่ไปเยี่ยมหรือ” 

“ไม่ไป” หนิงอวี้หน้านิ่ง ยกมือขึ้นลูบรอยแผล บาดแผลสมานแล้ว แต่ใบหน้าเป็นรอยบากยาว ทำให้ดูดุดันไปสามส่วน นี่คือสิ่งตอบแทนจากการที่นางทุ่มเทเพื่อความรัก...แค่ส่วนหนึ่ง 

“...เมื่อคืนฝันร้ายหรือเพคะ” หงหลิงแต้มแป้งชาด บรรจงทาลงบนหน้าหนิงอวี้ หนิงอวี้ยิ้มแห้งๆ ฝันร้ายอะไรกันเล่า ได้แต่พลิกตัวไปมาทั้งคืน จะนอนอย่างไรก็นอนไม่หลับเอาเสียเลย 

หงหลิงถอนหายใจยืดยาว การจุดดอกไม้ไฟ อันที่จริงควรช่วยกระชับความรักของสองคน ใครจะไปรู้ว่ากลับทำให้อีกคนล้มป่วยอีกคนนอนไม่หลับ การกระทำของคุณหนูนับวันยิ่งเข้าใจยากขึ้นเรื่อยๆ 

—— 

“พระชายา ไฉ่เตี๋ยมาคารวะเพคะ” ไฉ่เตี๋ยผลักประตูเข้ามาด้านใน คุกเข่าลงกับพื้น หนิงอวี้พยักหน้าเป็นสัญญาณให้นางลุกขึ้น 

ไฉ่เตี๋ยแอบคาดเดาจากสีหน้าอันหมองคล้ำของพระชายา รู้สึกดีใจอยู่ลึกๆ นางพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่ดูเหมือนจริงใจว่า “พระชายาเมื่อคืนไม่ได้นอนหรือเพคะ ข้างนอกจุดดอกไม้ไฟทั้งคืน เสียงดังอึกทึกจริงๆ” 

เมื่อวานท่านอ๋องมีธุระต้องออกไป ใครจะไปคิดว่าเป็นการไปเพื่อเตรียมดอกไม้ไฟให้พระชายา นางถึงกับหายใจไม่เป็นจังหวะด้วยความไม่พอใจเมื่อรู้ข่าว แต่ก็คาดไม่ถึงว่าสาวใช้จะมาแจ้งข่าวว่าพระชายาเดินจากไปโดยไม่สนใจ ได้ยินว่าท่านอ๋องทรงล้มป่วย อีกสักครู่ต้องไปปลอบประโลมเสียหน่อย ทำตัวดีๆ เผื่อจะทำให้ท่านอ๋องรักใคร่ขึ้นบ้าง 

“อืม” 

ไฉ่เตี๋ยเหลียวมองไปรอบทิศ พลันพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ “ไยไม่เห็นน้องหญิงซีเย่ว์เล่า ตอนให้โอวาทก็ไม่มา นี่คารวะก็ไม่มาอีกหรือ” 

หนิงอวี้คลึงถ้วยชาในมือเล่นไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว ไฉ่เตี๋ยยั่วยุไม่เป็นผลก็พลอยรู้สึกเบื่อจึงกล่าวลาจากไปอย่างหงุดหงิด หนิงอวี้นอนอาบแดดอยู่บนเตียงนอนเล่นที่กลางลาน ได้ยินเสียงคนเดินพูดถกกันเรื่องต่างๆ เป็นพักๆ ได้ยินว่าเมื่อคืนจุดดอกไม้ไฟ ท่านอ๋องต้องลมหนาวจนป่วยหนัก อาการป่วยที่ขากำเริบอีกครั้ง 

“หงหลิง” หนิงอวี้วางหนังสือในมือลง  

หงหลิงขานรับวิ่งเข้ามาในห้องด้วยความตื่นเต้นประหลาดใจ “พระชายา พวกเราจะไปเยี่ยมท่านอ๋องใช่ไหมเพคะ!”  

หนิงอวี้เอามือเท้าคาง พูดขึ้นเสียงต่ำ “...พวกเราจะไปเยี่ยมซีเย่ว์” 

“อ๋อ” หงหลิงตอบรับหนึ่งคำอย่างผิดหวัง หนิงอวี้ส่ายศีรษะอย่างขัดขืน ตอนแรกตั้งใจไปเยี่ยมเว่ยหยวน ไม่คิดว่าพอคำพูดถึงริมฝีปากกลับพูดมันไม่ออก 

‘อย่างนี้ก็ดี ไม่เจอไม่ฟังไม่ถามเลยเสียแล้วกัน ตัดความอาวรณ์ทิ้งเสียให้สิ้น จะได้ไม่ต้องวุ่นวายไม่รู้จบสิ้น’ หนิงอวี้ลุกขึ้นยืนก้มหน้านิ่งคิดไม่พูดจา 

หงหลิงช่วยนางรัดเสื้อคลุมไปพลาง ปากก็บ่นอุบอิบไปพลาง “สองสามวันนี้อากาศเย็นลง หนาวขนาดนี้ ระวังจะไม่สบายนะเพคะ” 

“แต่ว่าข้าน้อยได้ยินมาว่านายหญิงไฉ่เตี๋ยตื่นมาแต่เช้า ตั้งใจเข้าครัวตุ๋นน้ำแกงเองเชียวนะ นายหญิงไม่ทำอะไรเลย มันจะ...”  

“ไม่ต้องพูดแล้ว” หนิงอวี้ตัดบทเสียงทุ้ม หงหลิงหยุดพูด ได้แต่ก้มหน้าน้อยใจ 

หนิงอวี้เห็นหงหลิงตาบวมแดง ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี ผ่านไปพักใหญ่จึงเค้นคำพูดออกมาได้หนึ่งคำ “เจ้าอย่าร้องไห้เลย ข้ารู้จักประมาณตนดี” 

 

------ 

[1] อู๋เยี่ยน จงอู๋เยี่ยน หรือ จงหลีชุน เป็นสตรีที่เกิดมามีหน้าตาที่อัปลักษณ์ เบ้าตาลึก จมูกแบน ผิวคล้ำดำ ผมเผ้าบางจนไม่สามารถปกคลุมศีรษะของเธอได้ เรียกได้ว่ารูปชั่ว เกิดที่เมืองอู๋เยี่ยน แคว้นฉี ในสมัยยุคชนชิว (770 ปีก่อนคริสตกาล) แต่ได้สร้างคุณความดีให้กับแคว้น ต่อมาจึงมีการเปรียบสตรีที่มีหน้าตาอัปลักษณ์เป็นอู๋เยี่ยน 

ความคิดเห็น