email-icon facebook-icon Line-icon

เพียงคืนเดียวเขาก็เปลี่ยนจากเพื่อนพี่ชายกลายเป็นสามี

บทที่ 4 ขอโอกาส (100%)

ชื่อตอน : บทที่ 4 ขอโอกาส (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2563 00:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ขอโอกาส (100%)
แบบอักษร

(ต่อ) 

 

“เฮ้ย ไอ้เหี้ยใหญ่!” 

เสียงร้องของหญิงสาวกับเสียงห้าวของรณกรดังแว่วมาจากอีกฝั่ง ก่อนเสียงบางอย่างหล่นกระแทกพื้นจะดังขึ้นแล้วสายก็ตัดไป 

ภพธรย่นคิ้ว นึกเป็นห่วงรณกรขึ้นมาตงิดๆ ด้วยธนากรมีกุญแจบ้านของรณกร การเข้านอกออกในบ้านหลังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อสักครู่มีสิ่งที่ไม่ปกติเกิดขึ้น 

“เสียงผู้หญิง” เขาเอ่ยพลางจ้องมองหน้าจอมือถือที่สายของเพื่อนเพิ่งตัดไป 

ไม่รู้ว่าตนเองคิดมากไปเองไหม แต่เสียงหวานใสที่ได้ยินนั้นมันคุ้นหูเหลือเกิน เขาขมวดคิ้วแน่น เม้มริมฝีปากพลางเคาะมืออีกข้างกับโต๊ะทานข้าว ครุ่นคิดอย่างหนัก เพราะติดใจในเสียงนั้นจนน่าแปลกใจ 

กระทั่งคิดได้ว่าเสียงของผู้หญิงทั่วไปคงไม่ต่างกัน ชายหนุ่มระบายลมหายใจแรงๆ ส่ายหน้าไปมาระอาความคิดเยอะของตน แต่แม้จะบอกตนเองแบบนั้น ความคลางแคลงใจในเสียงของ ‘ผู้หญิง’ ที่ได้ยินเมื่อครู่กลับไม่จางหายไปแถมคิ้วซ้ายยังกระตุกขึ้นมากขึ้นอีกด้วย 

 

“ไอ้เหี้ยใหญ่!” 

ธนากรชะงักค้าง ร่างกายแข็งทื่อ เบิกตากว้างยามมองเห็นภาพเพื่อนสนิทกำลังดึงร่างบางเข้ามาจุมพิตอย่างดูดดื่มโดยไม่ตั้งใจ ใบหน้าคมสันเลิ่กลั่ก ก้มต่ำลงยามเพื่อนดันร่างสาวน้อยไปไว้ด้านหลัง รู้สึกผิดขึ้นมาตงิดๆ ที่ไม่ฟังคำของภพธรตั้งแต่แรก 

ทว่า… ธนากรรู้สึกคุ้นหน้าหญิงสาวมากเหลือเกิน 

“เข้ามาได้ยังไงวะ” 

คนถามสบถเบาๆ อย่างหัวเสียตามมา ก่อนลอบมองมือเรียวที่กำชายเสื้อยืดตนเองแน่นพร้อมร่างสั่นเทาอย่างน่าสงสาร 

ธนากรอึกอัก ไม่กล้าเงยหน้าตอบจึงยกกุญแจสำรองเข้าบ้านหลังนี้ที่เพื่อนเคยให้ไว้ขึ้นแกว่งไปมา 

รณกรขบกรามแน่น พ่นลมหายใจออกทางปากแรงๆ เพื่อระบายอารมณ์ 

“การที่มึงมีกุญแจบ้านกู ไม่ได้หมายความว่ามึงจะเข้าบ้านกูตามใจชอบตอนไหนก็ได้นะเว้ย!” 

คราวนี้เขาโกรธจริงๆ ไม่ใช่เพราะกลัวเพื่อนจำพิมพ์รักได้ แต่กลัวว่าคนตัวบางจะอับอายจนไม่กล้าเปิดใจให้เขา คนเพิ่งจะคุยกันดี ๆ ได้ไม่กี่ขำ นี่ต้องมาเคืองกันอีกแล้วเพราะคนอื่น! 

ในขณะที่เขาโกรธจนตัวสั่น พิมพ์รักเองก็กลัวจนตัวสั่นเช่นกัน ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าคนตัวบางมีอาการไม่ดีจึงกุมมือที่กำชายเสื้อยืดของตนเอาไว้แน่นๆ ก่อนกระแทกเสียงบอกเพื่อนที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาไม่ดูสี่ดูแปดเสียงดังลั่น 

“หันหลังไป!” 

ธนากรไม่รอให้เพื่อนตวาดซ้ำ ชายหนุ่มหันขวับกลับไปหลับตาปี๋พยายามหายในให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้ไฟที่คุกรุ่นลุกโชนกว่าเดิม 

รณกรหันกลับมา รวบมือเรียวที่สั่นเทาเอาไว้ คลี่ยิ้มบางๆ ก่อนกระซิบบอก “ขึ้นไปข้างบนก่อนนะ” 

เขาจูงมือพิมพ์รักไปส่งที่บันได สายตาเหลือบมองแผ่นหลังค้อมต่ำของเพื่อนอยู่เนืองๆ กลัวอีกฝ่ายแอบหันมาจ้องมองใบหน้าของหญิงสาว เขาไม่ได้มีปัญหาหากจะเปิดตัวเธอ แต่ตัวพิมพ์รักเองที่ยังไม่ต้องการให้ใครรับรู้ความสัมพันธ์แบบกะทันหันนี้ เขาเคารพการตัดสินใจของเธอไม่ว่าเรื่องอะไร 

“ไปนอนพักในห้องรอพี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ขอส่ง ‘แขก’ แป๊บนึง!” 

‘แขก’ ที่มาเยือนโดยไม่ได้รับเชิญเสียวสันหลังวาบ ลอบฟังเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ห่างออกไปอย่างใจหวาดหวั่น กระทั่งเสียงเปิดและปิดประตูจากชั้นบนดังขึ้น คนที่เพิ่งล้ำเส้นเพื่อนอย่างไม่ได้ตั้งใจก็ค่อยๆ หันกลับมา 

“เอ่อ กู เอ่อ ขอโทษด้วยนะเพื่อน” 

“อย่ามาเพื่อน!” 

มีไม่กี่ครั้งที่รณกรโกรธจนหน้าดำหน้าแดงขนาดนี้ เขานึกหงุดหงิดตัวเองที่มอบกุญแจสำรองของบ้านให้เพื่อน ด้วยเมื่อสองปีก่อน ตอนที่ธนากรหย่าขาดจากอดีตภรรยา อีกฝ่ายไม่มีที่ไปจึงมานอนที่บ้านของเขา เมื่อเห็นว่าเพื่อนยังต้องอยู่อีกนานเขาจึงปั้มกุญแจสำรองมอบไว้ให้ชุดนึง แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว เขาไม่คิดว่ามันจะยังเก็บเอาไว้อีก! 

“ทำไมมึงไม่ทิ้งกุญแจสำรองบ้านกู” คำถามของรณกรจี้ใจดำจนแขกสรรหาคำแก้ตัวไม่ได้ 

“คือ เอ่อ คือ” 

ลมหายฟึดฟัดรุนแรงขึ้น ยามอีกฝ่ายอึกอักไม่มีคำตอบที่น่าพอใจให้ 

“มึงต้องรู้ว่าอะไรควรไม่ควร!” 

ธนากรไม่ใช่เด็กหนุ่ม มันโตพอจะรับรู้ได้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ การเป็นเพื่อนสนิทไม่ได้หมายความว่ามันจะล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของเขาได้ขนาดนี้ เขาไม่ว่าหากมันจะมา แต่มันควรต้องโทรมาถามเขาก่อนไหม ว่าทำอะไร อยู่บ้านไหม อยู่กับใคร ไม่ใช่เดินทะเล่อทะล่าไขกุญแจเข้ามาเหมือนบ้านตัวเอง 

“นี่บ้านกู” เขาตวาดเสียงดังลั่นด้วยกรุ่นโกรธจนระงับไว้ไม่อยู่  

แค่เรื่องราวในอดีตของพิมพ์รักก็เป็นอุปสรรคใหญ่ให้เขาแก้ไขยากเย็นพอแล้ว นี่เขายังต้องมาคอยแก้ไขอุปสรรคที่เกิดจากเพื่อนตนเองไปเรื่อยๆ เช่นนี้เหรอ  

“กูมีเวลาส่วนตัวของกู มึงมีของมึง กูไม่เคยล้ำเส้น แต่นี่มึง…” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกทางปาก พอจะรู้ว่านิสัยเพื่อนเป็นเช่นไร แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวเขามากมายขนาดนี้ 

“กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าช่วงนี้จะมีคนมาค้างกับกูบ่อยๆ” 

เขาบอกเพื่อนสนิททุกคนที่เคยเข้านอกออกในว่าหลังจากช่วงปีใหม่จะมีคนมาค้างด้วยถี่ขึ้น ทุกคนรับรู้กันดีว่า ‘คน’ ที่เขาหมายถึงคือใคร และธนากรเองก็รับรู้ แถมตอบตกลงมาแล้ว แต่พอผ่านไปไม่กี่วัน อีกฝ่ายก็ทำเหมือนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเสียอย่างนั้น 

“มึงรู้แล้วไม่ใช่เหรอวะ ทำไมยังทำแบบนี้อีกห๊ะ!” 

ธนากรไม่โต้แย้งใดใดด้วยจนใจในคำแก้ตัว เขาผิดเอง พรวดพราดเข้ามาในเวลาที่ไม่สมควร ทั้งๆ ที่เพื่อนบอกแล้วว่าช่วงเวลานี้ไม่ว่างต้อนรับ ชายหนุ่มก้มหน้าต่ำลง ลอบถอนหายใจแผ่วเบาด้วยความรู้สึกแย่

ไม่ใช่เพียงรู้สึกผิดต่อรณกรแต่ยังรู้ผิดไปถึง ‘แฟนสาว’ ของเพื่อนด้วย เพราะดูแล้วครั้งนี้เพื่อนพามาอยู่อาศัยในบ้านอย่างเปิดเผย ไม่ได้ปกปิดสถานะอย่างที่เคยเป็น ดังนั้นความสัมพันธ์น่าจะมากกว่า ‘คู่นอน’ ทั่วไปอย่างแน่นอน

“กูขอโทษนะรบ”

รณกรถอนหายใจแรงๆ เบือนหน้าไปอีกทาง “มึงกลับไปก่อน”

เขาไม่อาจทนสนทนากับเพื่อนต่อได้อีก เพราะหัวใจกำลังกระวนกระวายกับคนที่หลบอยู่ข้างบนมากกว่า

ธนากรเข้าใจในความรู้สึกของเพื่อน อีกฝ่ายคงอยากปรับความเข้าใจกับคนของตัวเองมากกว่าเสวนากับคนมีความผิดเช่นเขา ชายหนุ่มพยักหน้ารับทันที

“งั้นกูกลับเลยนะ”

ไม่มีเสียงตอบรับ

ทว่าเมื่อเขาหันหลังเดินออกมา ฝีเท้าของเจ้าของบ้านก็ดังตามมาเช่นกัน

เขาถูกเดินตามมาส่งถึงหน้าประตูบ้านโดยปราศจากคำพูดอื่นใด บรรยากาศด้านหลังอึดอัดจนขนหลังคอตั้งชัน กว่าจะเดินนำมาจนถึงหน้าประตูบ้านก็เสียวสันหลังจนต้องหดเกร็งคอ

“เอ่อ” คนมีความผิดยังหันกลับมาเตรียมเอ่ยลา

ทว่า…

“ไม่ต้องมาบ้านกูอีก ถ้ากูไม่ได้เชิญ!”

นั่นนับเป็นการ ‘ไล่’ ที่สุภาพที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินจากเพื่อนมา ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ยอมรับสถานะที่ไม่โสดของเพื่อนเพิ่มอีกหนึ่งคน

ครั้นพอเขาหันหลัง เสียงปิดประตูบ้านดังปังก็ไล่หลังตามทันที

ธนากรเดินคอตกออกมา ทว่าสายตาดันไปสะดุดรองเท้าผ้าใบสีขาวมอมแมมที่วางอยู่บนพื้นข้างชั้นรองเท้าอย่างระเกะระกะ ผิดวิสัยคนมีระเบียบของเพื่อนจนต้องหรี่ตามอง ตงิดใจว่าคุ้นเคยกับไอ้รองเท้าแบบนี้ที่ไหน หากพอขบคิดไปมาก็ต้องสะบัดหน้าแรงๆ

“รองเท้าที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ”

ชายหนุ่มถอนหายใจแรงๆ อีกครั้ง เหลียวกลับไปมองบ้านของเพื่อนอย่างอาลัยอาวรณ์ ต่อไปนี้เขาคงมาฝากท้องหรือนอนค้างที่นี่ไม่ได้อีก ก่อนหันหลังเดินจากไปเงียบ ๆ โดยไม่ลืมปิดประตูรั้วบ้านให้เพื่อนอย่างคนสำนึกผิดสุดหัวใจ

 

 

นิยายยังเป็นต้นฉบับดิบๆ ไม่มีการขัดเกลา ไม่มีการตรวจคำผิด 

แต่งเสร็จลงทันที ขออภัยในความผิดพลาดไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว