หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 18 ดอกไม้ไฟ

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 ดอกไม้ไฟ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 ดอกไม้ไฟ
แบบอักษร

 

หนิงอวี้วางตะเกียบหยกลง ใช้ผ้าแพรผืนหนึ่งเช็ดริมฝีปาก สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างจัดการเก็บถ้วยชามแล้วออกไป จากนั้นจึงนำชามาตั้งไว้หนึ่งจอก นางคิดว่านอกจากไฉ่เตี๋ยที่ชอบสร้างปัญหาแล้ว ชีวิตในตำหนักอ๋องแห่งนี้นับว่าสุขสบายกว่าจวนขุนพลมากโข 

หงหลิงอยู่ด้านข้างท่าทางกังวลเศร้าสร้อย พูดขึ้นเสียงเบา “ท่านอ๋องทำไมไม่มารับอาหารเช้าล่ะเพคะ” 

“คงมีงานกระมัง” ในปากหนิงอวี้เต็มไปด้วยขนม “ช่างเขา” 

“พระชายา” หนิงอวี้ได้ยินก็รู้สึกตัว เห็นหงหลิงมองมายังตนดวงตาวาวเป็นประกาย จึงพูดขึ้นเสียงเบา “เมื่อคืนนี้ มันคืออะไรเพคะ ฮิๆ” 

แม้ไม่รู้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ใบหน้าหนิงอวี้กลับแดงซ่าน นางหันหน้ากลับพูดขึ้นเสียงดัง “พูดมากไปแล้ว” หงหลิงได้ยินดังนั้นยิ่งหัวเราะออกมาอย่างเริงร่า 

“พระชายา” พ่อบ้านเคาะประตู “ท่านอ๋องทรงเชิญท่านไปสวนดอกไม้พ่ะย่ะค่ะ” หนิงอวี้ขมวดคิ้วพลางเปิดประตูออกไป เห็นทางเดินเล็กๆ กลางลานสว่างอยู่ด้วยเทียนแดงที่ปักเรียงไว้เป็นทิวแถว 

“ท่านเดินตามเทียนแดงนี้ไปก็พอแล้ว” พ่อบ้านพูดพลางยื่นโคมแก้วในมือให้ หงหลิงยื่นมือรับ แต่พ่อบ้านกลับยื่นมันให้กับหนิงอวี้ 

หนิงอวี้รับเอาโคมแก้วไว้ รู้สึกสับสนเล็กน้อย เหลียวกลับไปมองยังหงหลิง เห็นหงหลิงยืนอยู่ข้างพ่อบ้านส่งยิ้มแล้วโบกมือให้ บอกเป็นนัยให้นางรีบไป 

ในตอนที่หนิงอวี้เดินไป แสงไฟจากเทียนแดงวูบวาบสะท้อนเป็นเงาทอดไปด้านหลัง เมื่อเดินออกจากลานมา เทียนแดงยังคงจุดสว่างตลอดทาง ตำหนักอ๋องที่แสนอึกทึก ณ เวลานี้กลับเงียบสงบ หนิงอวี้ได้ยินเสียงฝีเท้าของตนและเสียงสายลมพัดผ่านโคมแก้วดังกรุ๋งกริ๋ง 

นี่เว่ยหยวนต้องการทำอะไรกันแน่ หนิงอวี้มุ่นหัวคิ้ว ก็แค่ข้อสัญญาพันธมิตร ไยจึงต้องทำถึงเพียงนี้ หรือว่าเว่ยหยวนจะรักชอบตัวเองเข้าแล้ว หนิงอวี้ส่ายศีรษะยิ้มแหย นางทั้งไม่อ่อนโยนน่าหลงใหล ทั้งยังไม่มีความสุภาพเรียบร้อยแม้เพียงนิด ใบหน้าซ้ำมีรอยแผลยาว แต่กลับชอบคิดเพ้อฝัน 

ตอนแรกใจนางรู้สึกกังวลกระสับกระส่าย จนสุดท้ายก็นิ่งสงบดั่งผิวน้ำ เฉยเมยไร้ซึ่งอารมณ์ หนิงอวี้เดินผ่านพุ่มไม้ อ้อมผ่านภูเขาจำลองมาถึงริมสระ 

ชาติที่แล้วเป็นเพราะความรัก จึงได้สูญเสียทุกอย่าง ชาตินี้จะใช้สติปัญญาเป็นดาบตัดขาดความรักความอาวรณ์ อย่าได้ลำบากเพราะรักอีกเลย ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม 

กลางสระมีโคมประดับหลากสีลอยอยู่นับไม่ถ้วน ศาลาริมสระมีผ้าแพรผูกเป็นรูปดอกไม้ไปทั่วทั้งศาลา บนท้องฟ้ามีโคมลอยสว่างไสวลอยไปมา ไม่ว่าตำแหน่งใดล้วนมีแต่สีแดง สาดย้อมบรรยากาศค่ำคืนอันมืดมิดให้ดูรื่นเริง 

หนิงอวี้ชะงักอยู่กับที่ “เจ้าเคยพูดว่า เจ้าชอบดอกไม้ไฟมาก” เสียงของเว่ยหยวนดังขึ้นข้างหู ทันใดนั้นท้องฟ้ายามค่ำคืนก็ปะทุด้วยดอกไม้ไฟขนาดใหญ่สีสันตระการตา 

“เจ้าชอบสีไหนหรือ” หนิงอวี้หยิกตัวเองให้รู้ตัวแล้วพูดขึ้น “ไม่ชอบสักสี หากไม่มีธุระอันใดแล้ว หม่อมฉันขอกลับก่อนนะเพคะ” 

ยังไม่ทันสิ้นเสียง นางก็หันกายเดินจากไป นางเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงตื่นตระหนกเช่นนี้ เว่ยหยวนเห็นนางเดินหันหลังจากไปจึงได้แต่ขมวดคิ้วหน้านิ่วไม่พูดอะไร คนจุดดอกไม้ไฟเห็นเช่นนั้นจากไกลๆ จึงรีบร้อนวิ่งมาถาม “ท่านอ๋อง ยังจะจุดอีกหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” 

“จุดสิ ทำไมจะไม่จุดเล่า” เว่ยหยวนเหยียดมุมปากยิ้ม  

“แต่พระชายาเสด็จกลับแล้วมิใช่หรือ” เว่ยหยวนไม่ตอบ แต่ผลักล้อไม้เข้าไปในศาลา ไม่เป็นไรหากในใจนางจะยังคงมีเว่ยหลิง เวลาคงช่วยพัดพาเอาทุกสิ่งไปได้แน่นอน 

หงหลิงแหงนหน้า กำลังมองดอกไม้ไฟพลางกล่าวชมอยู่ไม่ขาดปาก ทว่าเห็นพระชายาเดินกลับมาเพียงลำพัง นางรีบเดินเข้าไปหาโดยพลัน เห็นหนิงอวี้สีหน้านิ่งเฉยไร้อารมณ์ นางรับโคมแก้วไว้ จึงรู้สึกได้ว่าหนิงอวี้นั้นเย็นเฉียบไปทั้งมือ 

“ทำไมถึงกลับมาหรือเพคะ” หนิงอวี้นิ่งเงียบไม่พูด เดินเข้าไปในห้องด้วยตนเองแล้วเอนกายลงนอนพลางใช้หมอนบังหน้าตัวเองไว้ “ทะเลาะกับท่านอ๋องหรือเพคะ” “พูดอะไรสักอย่างเถิดเพคะ เป็นเช่นนี้ข้าน้อยไม่สบายใจเลย” 

ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงปิดประตูดังขึ้น หนิงอวี้จึงดึงผ้าห่มออก ข้างนอกดอกไม้ไฟยังปะทุอยู่ไม่หยุด จากตรงนี้เพียงแค่มองออกนอกหน้าต่าง ก็สามารถมองเห็นดอกไม้ไฟสว่างไสวสวยงามได้แล้ว 

ความคิดเห็น