หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 17 มีคนสร้างเรื่อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 มีคนสร้างเรื่อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2563 15:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 มีคนสร้างเรื่อง
แบบอักษร

 

ซูหลีคนเดิมกับซูหลีคนใหม่ย่อมไม่เหมือนกัน นางไม่ชอบใส่เสื้อผ้าเหมือนไปงานศพเช่นนี้ 

“เจ้าคะ?” ไป๋ฉินงงงันไปชั่วขณะ คาดไม่ถึงว่าคุณชายจะไม่ชอบใส่ชุดขาวแล้ว... 

“ช่างเถอะ ข้าไปดูเองแล้วกัน” ซูหลียืนขึ้น ก่อนจะเดินไปหาเสื้อผ้าใส่เอง 

หาอยู่นาน ก่อนจะพบว่าในตู้เสื้อผ้าของซูหลี ไม่มีเสื้อผ้าสีที่นางชอบเลยจริงๆ นางได้แต่เลือกชุดตัวยาวที่ไม่ขาวมากมาหนึ่งตัว พร้อมกับเข็มขัดหยกชิ้นหนึ่ง ให้ไป๋ฉินเปลี่ยนชุดให้นาง 

รอจนนางเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ตรงหน้าไป๋ฉินก็พลันสว่างวาบ 

เดิมทีผิวพรรณของซูหลีนั้นขาวมากอยู่แล้ว เพียงแต่ก่อนนางมีกริยาถ่อย จึงทำให้มองไม่เห็นเสน่ห์ของนาง 

วันนี้นางแต่งกายเช่นนี้ ทำให้มีกลิ่นอายเทพเซียนเพิ่มขึ้นหลายส่วน จนไป๋ฉินเองก็ยังตะลึงงัน 

“น้องสาว พวกเราไปกันเถอะ” ซูหลีถือพัดไม้จันทร์ ขณะก้าวออกมา เมื่อนางปรากฏก็ทำให้ซูเนี่ยนเอ๋อร์ตกตะลึงจนพูดไม่ออก 

หากมิใช่เพราะซูไท่ไปรับตัวนางกลับมาด้วยตนเอง ซูเนี่ยนเอ๋อร์คงคิดว่าซูหลีที่อยู่ตรงหน้าตนเวลานี้ เป็นคนอื่นปลอมตัวมา 

“…เจ้าค่ะ” เป็นนานกว่าซูเนี่ยนเอ๋อร์จะได้สติกลับมา นางเดินทางออกจากจวนสกุลซูพร้อมกับซูหลี 

ด้านนอกประตูยังมีบุคคลอื่นยืนอยู่อีกหนึ่งคน เป็นซูหรุ่ยพี่หญิงใหญ่ของซูเนี่ยนเอ๋อร์และซูหลี 

ขณะที่ซูหรุ่ยเห็นซูหลี นางก็พลันตะลึงงัน เป็นเพราะมีซูเนี่ยนเอ๋อร์อยู่ข้างกาย นางถึงค่อยๆ ได้สติกลับมา 

คนทั้งสามนั่งอยู่บนรถคนเดียวกัน ซึ่งมุ่งหน้าไปยังตรอกที่เจริญที่สุดในเมืองหลวง 

ภายในรถม้า ซูหลีเคาะพัดลงบนมือซ้ายของตน พลางหลับตาพักผ่อน ไม่มีท่าทีว่าจะเสวนากับพวกนาง 

คนทั้งสอง ล้วนเป็นตัวการที่ทำให้ซูหลีดูน่าเกลียด 

ทำให้ซูหลีต้องมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ 

ดังนั้นซูหลีจึงไม่มีอะไรจะพูดกับพวกนาง 

ซูหลีเพียงเล่นพัดในมือตนเองอย่างเงียบสงบ ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ 

ในที่สุดรถก็หยุดลงด้านหน้าภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง อันมีนามว่า หอสุยอวิ๋น 

หลังจากรถหยุดลง ในดวงตาซูเนี่ยนเอ๋อร์ก็มีห้วงอารมณ์วาดผ่าน นางสอบถามผู้อื่นมา ได้ความว่าวันนี้ไหวอ๋องมาร่ำสุราหาความสำราญกับสหายที่นี่ จึงตั้งใจพาซูหลีมาที่นี่ 

นางละอยากจะเห็นนัก ว่าตอนที่ซูหลีเห็นไหวอ๋องแล้ว จะยังมีท่าทีเช่นนี้อีกไหม! 

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แม้นซูหลีไม่พูดกับพวกนางสักประโยค แต่กลับให้ความรู้สึกชิงชังนางกว่าที่เคยเป็น 

คนโง่อย่างซูหลีจะเก็บงำอะไรไว้ได้ นางจะให้ซูหลีเป็นอย่างไร ซูหลีก็ต้องทำตามอย่างว่าง่ายมิใช่หรือ 

“ท่านพี่หลี พวกเราถึงแล้ว” ซูเนี่ยนเอ๋อร์ได้สติกลับมา นางร้องเรียกซูหลีเสียงเบา 

ซูหลีลืมตาขึ้น มองนางเล็กน้อย มิได้กล่าวอันใดให้มากความ ก่อนจะก้าวจากรถ 

ท่าทางเมินเฉยของนางทำให้ซูเนี่ยนเอ๋อร์อึดอัดใจยิ่งนัก ซูหรุ่ยที่อยู่ด้านข้าง พลันเอ่ยถามขึ้น “น้องรอง เขาเป็นอะไรไปอีก” 

“ท่านพี่ก็อย่าไปสนใจเลย ลงรถเถอะ” ซูเนี่ยนเอ๋อร์ปฏิบัติต่อซูหรุ่ยด้วยท่าทีไม่ใคร่จะดีนัก ซูหรุ่ยเป็นเพียงลูกอนุ ในสายตาซูเนี่ยนเอ๋อร์ จึงไม่จำเป็นต้องเสวนากับนาง 

ซูหรุ่ยเห็นซูเนี่ยนเอ๋อร์ก้าวผ่านหน้าไป ในสายตาก็มีแววอาฆาตแค้นวาดผ่าน เพียงแต่นางมิได้เอ่ยอันใด ทำเพียงตามหลังคนทั้งสองไป แล้วลงจากรถ 

“ไอยา! เจ้าทำอันใดน่ะ!” ช่างบังเอิญยิ่งนัก เพิ่งจะลงจากรถ ก็มีเสียงร้องบาดแก้วหูดังขึ้นทันที 

ซูเนี่ยนเอ๋อร์กับซูหรุ่ยมองไป ก็เห็นไป๋ฉินถูกสาวใช้ท่าทางก้าวร้าวขวางไว้ 

พวกนางสองคนต่างรู้กัน หลังจากสบตากันปราดหนึ่ง ก็พากันเดินไปทางซูหลี 

ทว่าซูหลีในยามนี้ กลับมีสีหน้าแปลกประหลาดอยู่บ้าง 

นางรู้จักเด็กสาวท่าทางจองหองที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ รถม้าที่จอดอยู่ตรงหน้า นางเองก็รู้จักเช่นกัน 

ความคิดเห็น