facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ไม่ชอบ : 1

คำค้น : หื่น,NC,18+,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 83.5k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2564 08:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่ชอบ : 1
แบบอักษร

ไม่ชอบ : 1 

 

--- พ.ศ. 255x --- 

เด็กหนุ่มผิวขาวซีดตามเชื้อสายจีนที่ได้รับมาจากผู้เป็นพ่อ ใบหน้ามีสิวขึ้นหลายเม็ดตัวเล็กผอมเก้งก้างแต่แข็งแรงอายุ 16 ปั่นจักรยานจากบ้านมายังตลาด ‘กิมท้อ’ เพื่อมายัง ‘ร้านน้ำชาโกหนึ่ง’ ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ข้างซอยธนาคาร ขนาดร้านไม่ใหญ่แต่ก็ไม่เล็กมีรถเข็นด้านหน้าร้านต่อกันถึงสองคัน อีกทั้งเป็นร้านที่ใครๆ ในตลาดกิมท้อก็รู้จักกันดีเพราะเจ้าของร้านเป็นคนกว้างขวาง เปิดให้บริการตั้งแต่ตี 5 ถึง 6 โมงเย็นทุกวัน เขาจอดรถจักรยานหน้าร้านไม่ได้ลงมาอย่างที่คิด แต่กลับเรียกชายวัยกลางคนที่กำลังยืนชงโอเลี้ยงให้ลูกค้าหน้าร้านอยู่ 

“ป๊า! ผมไปเล่นบ้านไอ้วินนะ” ‘จวิ้น’ ตะโกนบอกบิดาเสร็จแล้วทำท่าจะปั่นจักรยานจากไป แต่กลับโดนผู้เป็นพ่อเรียกไว้เสียก่อน 

“เดี๋ยวๆ มานี่ก่อนมาไหว้เฮียไทก่อน ไทนี่จวิ้นลูกชายคนเล็กลุงเอง เอ้า! มัวแต่งงลงมานี่” โกหนึ่งกวักมือเรียกลูกชายคนเล็กของตนให้เข้ามาในบริเวณร้าน 

“นี่เฮียไท ไหว้สิ” โกหนึ่งชี้ไปยังชายหนุ่มหน้าตาดีหล่อเหลา การแต่งกายดูสะอาดสะอ้านและเจ้าสำอางค์หน่อยๆ 

“สวัสดีครับ” จวิ้นพนมมือขึ้นไหว้ ยิ้มโชว์เหล็กดัดฟันเมื่ออีกฝ่ายยิ้มให้ตน 

“คนนี้รึเปล่าครับที่ตอนเด็กๆ แอบกินอาหารปลากับไอ้วินน่ะ” ไทหันไปถามโกหนึ่งเมื่อพอจะจำได้ว่าเด็กคนนี้เคยไปเล่นที่บ้านกับน้องชายเขา 

“ใช่ๆ ไอ้ตัวนี่แหละ” 

“โอ้โห โตเป็นหนุ่มแล้วนะเนี่ย ตัวสูงขึ้นเยอะเลยจำเฮียได้ไหม” จวิ้นนิ่งคิดอย่างใช้ความคิด ก่อนจะร้องอ๋อยาวๆ เพราะเฮียไทของป๊าก็คือเฮียไทพี่ชายไอ้วินเพื่อนรักเขานั่นเอง 

เฮียไทอายุมากกว่าเขากับไอ้วิน 5 ปี แต่กระนั้นเฮียก็ยังใจดีที่รับน้องชายตัวเองเข้ากลุ่ม เวลาไปเล่นอะไรที่ไหนก็พาน้องไปด้วย ถือว่ารักน้องมากๆ และเผื่อแผ่ความเอ็นดูมาถึงเขาด้วย เนื่องจากเขามีพี่สาวที่อายุห่างจากเขาถึง 6 ปี การเล่นอะไรก็ต่างกันจึงทำให้ติดเฮียไทมากกว่าพี่สาวตัวเอง 

“เฮียไทกลับมาจากมาเลเซียตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” เฮียไทไปเรียนที่มาเลเซียอยู่หลายปีเท่าที่เขาจำได้ ตั้งแต่ไปเรียนต่อก็ไม่ได้เจอกันเลยเพราะที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่ประจำ ครอบครัวของวินย้ายไปอยู่ในเมืองห่างจากที่นี่หลายกิโลฯ ตั้งหลายปีก่อนแล้ว หน้าตาอีกฝ่ายเปลี่ยนไปพอสมควรอาจเพราะทรงผมและความเป็นผู้ใหญ่ที่มีมากขึ้นก็เป็นได้ หากจำไม่ผิดตอนนี้เฮียไทน่าจะเรียนมหา’ ลัยแล้ว 

“กลับมาเป็นปีแล้วล่ะแต่ไม่ได้กลับมาที่นี่เลย ปีนี้ช่วงตรุษจีนว่างพอดีเลยกะมาเยี่ยมอาม่าด้วย” 

“เฮียจะกลับมาทุกปีเลยรึเปล่า” เด็กหนุ่มถามตาเป็นประกาย ถ้าเฮียไทกลับมาแสดงว่าเพื่อนเขาก็ต้องกลับมาด้วย เพราะเรียนกันคนละที่ทำให้แทบไม่ได้เจอกันเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็จะได้อยู่กับเพื่อนสนิททุกปี ปีละเกือบอาทิตย์แบบนี้มันสุดยอดไปเลย 

“ทุกปีแหละ กลับมาให้อาม่าแกเห็นหน้าว่ายังมีหลานชายอยู่ นี่เราจะไปหาไอ้วินเหรอ ไปสิ มาปีนี้อยู่หลายวันเพราะอาม่าเขาบ่นคิดถึง” สิ้นคำอนุญาตจวิ้นยกมือไหว้อีกรอบ ทำท่าจะวิ่งไปที่รถแต่โดนบิดาดึงคอเสื้อยืดลายซูเปอร์ฮีโร่จนยืด 

“เดี๋ยวไอ้แสบ เพื่อนเฮียไทนั่งอยู่ด้วยอีกสองคนทำไมเอ็งไม่ไหว้ก่อน ไอ้ลูกคนนี้สอนไม่จำ นี่เฮียศรกับเฮียแชมป์” 

“โหยป๊าอ่ะ สวัสดีครับ สวัสดีครับ” จวิ้นยกมือไหว้รอบโต๊ะให้คนที่เหลือ สบตาเพื่อนเฮียไททั้งสอง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายทั้งกลุ่มเลยจริงๆ จะติดก็แต่เฮียไทหน้าออกไปทางตี๋แต่เพื่อนอีกสองคนหน้าตาไทยแท้ ผิวเข้มติดไปทางสีน้ำผึ้ง คนหนึ่งชอบยิ้มส่วนอีกคนก็ยิ้มแต่ยิ้มมุมปากนะ ใช้สายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า 

มองไรวะ... เมื่อฝ่ายนั้นมองเขาก็มองตอบไม่ยอมแพ้ หน้าตาจากที่ดูเป็นมิตรของจวิ้นเริ่มบึ้งตึงติดไปทางเด็กหนุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนที่ไม่ชอบให้ใครมามองหน้าตนแบบนี้ 

“เฮ้ย!!” จู่ๆ คนที่จ้องเขาอยู่ก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดังจนสะดุ้ง หลุดมาดเด็กวัยรุ่นถือดีกลายเป็นเกรงกลัวขึ้นมาแทนเมื่อชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวถอยหลังเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะเอาเรื่องที่ไปจ้องหน้า แต่ในใจก็พร้อมรบหากคนนั้นจะเอาเรื่องจริงๆ 

“อะไรของมึงไอ้ศร น้องเขาตกใจหมด” คนชื่อแชมป์ร้องถาม 

“หมามันจะเยี่ยวใส่รถ” พูดจบก็มองเลยไปทางด้านหลังจวิ้นที่มีรถยนต์จอดอยู่ เด็กหนุ่มหันมองตามก่อนจะตวัดสายตามามองเจ้าของรถคันที่ว่าอย่างเคืองๆ อีกฝ่ายจ้องอยู่ก่อนแล้วยกยิ้มมุมปากคล้ายหัวเราะเยาะที่แกล้งให้เขาตกใจได้ จวิ้นรีบออกจากร้านแต่ไม่วายชักสีหน้าใส่เพื่อนเฮียไท ‘คนนั้น’ ด้วย 

บ้าน ‘ไอ้วิน’ ที่ว่าคือบ้านของอาม่าอี้ เป็นเจ้าของตลาดกิมท้อที่ใครๆ ต่างเคารพนับถือ อาม่าเป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี่ มีลูกชายสองคนและลูกสาวหนึ่งคน อาม่ายืนกรานที่จะอยู่ที่นี่ทั้งที่ลูกชายคนกลางชวนไปอยู่เมืองจีนด้วยกันหลายครั้งแล้วก็ตาม แกไม่ต้องการที่จะย้ายไปจึงมีครอบครัวของลูกชายคนโตอยู่เป็นเพื่อน 

ปั่นจักรยานมาท้ายตลาดใกล้ที่ทำการเทศบาลไม่ถึง 5 นาทีก็มาถึงบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด ล้อมรอบบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่มีครอบครัวใหญ่อยู่ในนั้น รถหลายคันจอดเรียงกันเพราะช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ลูกหลานของอาม่าอี้จึงกลับมาเยี่ยมอาม่ากันหมด รวมไปถึงเพื่อนรักของเขาเช่นกัน 

เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กวัยประถมและเด็กที่อายุน้อยกว่านั้นวิ่งเล่นกันเสียงดัง แต่เจ้าของบ้านอย่างหญิงชราอายุกว่า 70 ปีที่ยังแข็งแรงยิ้มแย้มนั่งดูด้วยความเอ็นดู ผมสีขาวส่วนปลายออกทองนิดๆ ถูกซอยและดัดลอนจนอยู่ทรง เสื้อผ้าที่ใส่เป็นผ้าเนื้อดีเพราะลูกหลานซื้อมาให้ตลอด อาม่าอี้นั่งคุยกับลูกชายลูกสาวที่พาลูกเขยลูกสะใภ้มาไหว้ จวิ้นเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะคลานเข่าเข้าไปหาอาม่าแล้วพนมมือขึ้นไหว้ 

“สวัสดีครับอาม่า จำผมได้ไหม ผมจวิ้นลูกป๊าหนึ่งร้านน้ำชากับหม่าม้าผิง” 

“จำได้สิ ลื้อมาเล่นที่บ้านอั๊วตลอดทำไมจะจำไม่ได้” อาม่าตอบกลับพร้อมด้วยรอยยิ้ม “อาวินอยู่ในครัว พอดีอาหมี่อีซื้อขนมมาฝากตอนไปเที่ยวไต้หวัน ลื้อเข้าไปในครัวได้เลย” คำไทยสำเนียงจีนแต่ก็ยังฟังรู้เรื่องของอาม่าทำให้จวิ้นรีบลุกไปทางห้องครัว เพื่อจะได้ไปเจอเพื่อนรักที่เล่นกันมาตั้งแต่เด็ก กว่าจะได้เจอกันก็ต้องรอปิดเทอมที่อีกฝ่ายมาพักที่นี่ ไม่ก็หน้าเทศกาลรวมญาติแบบนี้แหละ ก่อนไปเขาไม่ลืมไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่บริเวณนั้นด้วย 

“โอ๊ย!” วิ่งออกมายังไม่ทันถึงโซนที่เป็นครัวเขาชนกับผู้ชายคนหนึ่ง ไม่รู้ส่วนหัวตัวเองไปโขกอะไรของอีกฝ่ายแต่เจ็บไม่น้อย เอามือกุมหน้าผากลูบเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองปรากฏว่าเป็นเพื่อนเฮียไทคนนั้นกำลังลูบคางตัวเองอยู่ 

“เดินระวังหน่อย คนเดินอยู่ทั่วบ้านยังวิ่งเล่นเหมือนเด็กๆ” จากที่คิดว่าจะขอโทษเพราะเห็นว่าอายุมากกว่ากลายเป็นต้องเก็บคำไป แทนที่จะถามว่าเขาเจ็บมากไหมกลับเอ็ดกันเสียอย่างนั้น รู้จักกันก็ไม่ใช่ ไม่ชอบหน้าเพื่อนเฮียไทคนนี้เลยให้ตายสิ 

“ใครเด็ก? ตัวเองเดินไม่ดูเองเหมือนกันถึงได้ชนเนี่ย” จวิ้นถามกลับเสียงห้วน ถ้าจะยอมให้คนคนนี้ให้ไปจูบตูดหมายังดีซะกว่า 

“พูดให้ดีหน่อยไอ้หนู มึงเด็กอยู่ไม่อยากแก่ตายเหรอ” คำพูดเป็นเหมือนการประกาศศึก จวิ้นหันกลับไปมองผู้ชายตัวโตกว่าตนไปไม่น้อย แต่เชื่อว่าสักวันเขาจะโตทันอีกฝ่ายแน่นอน จากนั้นก็ตัดสินใจเดินหนีเพราะไม่อยากมีเรื่อง 

* 

“เพื่อนน้องมึงทำหน้าตากวนตีน กูเห็นมันแอบแลบลิ้นใส่ตอนเดินผ่านที่ห้องครัว ไม่ใช่เด็กป.1แต่ทำตัวไม่ต่าง” เย็นวันที่สองของการมาอยู่ที่บ้านเพื่อนในช่วงตรุษจีน ซึ่งเหล่าลูกหลานพาอาม่าอี้ออกไปเที่ยวทั้งบ้านเหลือแค่ไทกับเพื่อนเท่านั้น ส่วนเด็กแสบวัยรุ่นวัยคะนองอีกสองคนก็ออกไปร้านสะดวกซื้อ 

“จวิ้นอ่ะเหรอ น้องมันกวนๆ แบบนั้นแหละไม่เชื่อถามไอ้แชมป์สิ ตอนนี้น้องมันติดไอ้แชมป์ สองวันมานี้เจอหน้ากูก็ถามถึงแต่เฮียแชมป์ๆ” ไทบอกพลางส่งข้าวสวยที่เพิ่งเอาออกจากตู้เย็นให้แชมป์เอาลงผัดในกระทะทำข้าวผัด 

“มึงทำหน้าบึ้งใส่มันก่อนเอง น้องมันบอกกู” แชมป์แย้งแทน 

“แล้วมันทำอะไรให้กูกูถึงต้องยิ้มให้?” 

“แค่สร้างมิตรภาพไหมล่ะ วันๆ เอาแต่เงียบน้องมันไม่ชิน” ศรถอนหายใจทิ้งหลังพิงพนัก 

คนมันไม่ชอบเด็กยังไงก็ไม่ชอบอยู่ดีนั่นแหละ เห็นแล้วหงุดหงิดรำคาญ 

* 

“จวิ้น เอาชาร้อนไปเสิร์ฟ” โกหนึ่งเรียกลูกชายที่นั่งเล่นกับวินอยู่หลังร้าน ซุบซิบกันอยู่สองคนทั้งที่อายุ 16 แล้วแต่ทำตัวเหมือนเด็กเพิ่งสูงพ้นขอบเก้าอี้ 

วันนี้ที่ร้านคนไม่พอเพราะลูกน้องแค่คนเดียวเสิร์ฟลูกค้าไม่ทันจึงต้องให้ลูกชายมาช่วยด้วย แน่นอนว่าเทศกาลตรุษจีนลูกค้าร้านเขาจะเพิ่มขึ้นจากเดิมสองเท่า นั่นเพราะญาติพี่น้องของแต่ละบ้านกลับมาเยี่ยมบ้านกันทั้งนั้น เป็นงานรวมญาติย่อมๆ รองจากงานเชงเม้งก็ว่าได้ ส่วนเขาเสียทั้งพ่อและแม่ไปแล้ว จะมีก็แต่พี่ชายแต่อยู่กันคนละจังหวัดจึงไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่นัก ส่วนญาติผู้ใหญ่ก็มีไปมาหาสู่บ้าง 

“โต๊ะไหน” 

“เพื่อนเฮียไทของเอ็งนั่นแหละ” โกหนึ่งตอบโดยไม่ได้มองว่าหน้าลูกชายตอนนี้บึ้งตึงชัดเจน จวิ้นหันมองโต๊ะที่ว่าก่อนจะถอนหายใจ เพื่อนเฮียไทคนนี้หน้าตาไม่รับแขกอีกทั้งชอบพูดจามะนาวไม่มีน้ำ ถามอะไรไปก็ไม่ได้ความ พอรู้มาจากเฮียแชมป์ว่าพี่ศรไม่ชอบเด็ก ก็ไม่อยากพูดหรอกว่าเด็กก็ไม่ชอบคนแก่แบบนี้เหมือนกัน 

“ขอปาท่องโก๋ด้วย” ศรเอ่ยบอกไม่ได้เจาะจงว่าใครแต่คนที่เพิ่งวางแก้วชาร้อนตรงหน้าเขาก็ต้องรู้ จวิ้นหยิบจาน ‘จาโก๊ย’ ที่ใครต่างเรียกผิดเพี้ยนมาเป็นปาท่องโก๋ให้กับคนขอ แป้งทอดยาวขนาดนิ้วชี้ติดกันสองชิ้นเกือบเป็นรูปกากบาทสีเหลืองกรอบในจานถูกหยิบขึ้นมาฉีกออก 

“นมข้นหวานด้วยสิ” ยังไม่ทันที่จวิ้นจะจากไปได้เกินครึ่งก้าวเสียงเดิมก็มาอีก เด็กหนุ่มเดินกลับไปที่บิดาขอแบ่งนมข้นหวานใส่ถ้วยน้ำจิ้มเล็กๆ มาให้คนที่นั่งหน้าตายอยู่ที่โต๊ะ 

มาได้ทุกวี่ทุกวันไม่เบื่อบ้างรึไง ขนาดเฮียไทกับเฮียแชมป์ยังไม่ได้มาบ่อยขนาดนี้เลย มาถึงก็เอาแต่จ้องกันจนเสียวสันหลังไปหมด อุตส่าห์ขลุกตัวอยู่หลังร้านแต่ป๊าก็ยังเรียกมาเสิร์ฟอีก จะมีใครรู้บ้างว่าเขาไม่ถูกชะตากับพี่คนนี้นัก 

“ลูกเจ้าของร้านหน้าบูดขนาดนี้ลูกค้าก็ยังเข้าร้าน” เสียงเอ่ยลอยๆ เข้ากระทบหูทำเอาจวิ้นควันออกหู อีกฝ่ายจะพูดถึงใครถ้าไม่ใช่เขา 

“ลูกค้าบางคนควรได้รับบริการที่ดี แต่กับบางคนที่ไม่ได้รับเพราะอะไรเขาควรคิดเอง” คำพูดคำจาของไอ้หนุ่มวัยรุ่นตรงหน้าทำเอาศรถึงกับมองตั้งแต่หัวจรดเท้า 

“ปากดีแบบนี้มันน่า...” ศรหยุดคำไป จวิ้นที่โดนมองเหยียดถึงกับกำหมัด 

กลับบ้านไปเย็นวันนั้นเขาโดนบิดาบ่นเรื่องที่ศรฟ้องว่าเขาบริการไม่ดี อีกทั้งยังพูดไม่ดีไม่รู้จะผู้หลักผู้ใหญ่ จวิ้นเดินตึงตังขึ้นบนห้องก่อนจะกดโทรศัพท์หาเพื่อนรักทันที 

“ไอ้วิน! กูเกลียดไอ้พี่ศร ไอ้เหี้ย! อย่าให้กูหมดความอดทนนะกูเล่นแม่ง” ระบายความโกรธให้เพื่อนตนเองฟังเสร็จก็หลับไป ตื่นเช้ามาอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่เคยมีเมื่อวานก็หายไปหมดสิ้น 

* 

[1 ปีต่อมา] 

“ตรุษจีนปีนี้กูอดกินเป็ดแน่ๆ หมอเชนด่าอีกแล้ว” 

“เรื่องฟันมึงอ่ะนะ” 

“เออดิวะ ลวดแม่งก็หลุดง่ายเกิ๊นแค่กูแทะกระดูกไก่ก็หลุดแล้วเนี่ย ครั้งก่อนไปเปลี่ยนยางโดนด่าหูชาเลย” จวิ้นบ่นขณะที่เดินวนอยู่ในห้องนอนตัวเองเพราะต้องเก็บของให้เข้าที่เข้าทาง และจะได้เลือกเสื้อผ้าไว้ใส่ไปเที่ยวทะเลกับบ้านวินด้วย 

ครั้งนี้บ้านวินจะไปพักที่ทะเลกันสองวันหนึ่งคืน เพราะอาม่าอี้มีอาการเครียดตามภาษาคนแก่สมบัติเยอะ ลูกหลานกลับมาช่วงตรุษจีนเลยจองทริประยะสั้นไว้ เขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับตระกูลนี้แต่ก็ขอติดสอยห้อยตามไปด้วย 

โดนป๊าบ่นไปเหมือนกันที่ตรุษจีนทีไรชอบไปขลุกอยู่บ้านวินเพราะเกรงใจอาม่าอี้ แต่เฮียไทกลับกางปีกปกป้องและมาขออนุญาตพาเขาไปเที่ยวด้วยตัวเอง ไม่พออาหรงพ่อของไอ้วินก็แวะไปกินน้ำชาที่ร้านแล้วพูดเรื่องให้เขาไปเที่ยวด้วยซ้ำอีกทีหนึ่ง ป๊าเขาจึงอนุญาตให้ไปได้ 

ครอบครัวตั้งปัญญา (นามสกุลของอาหรง ฝั่งอาม่านามสกุลเดิมคือแซ่หลีแต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นศรีไววิทย์) ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยรถส่วนตัวทั้งหมดสามคัน เป็นของครอบครัวลูกชายคนโตที่พาอาม่าอี้ไปด้วยคันแรก ต่อมาคือของอาหรงลูกเขยเป็นคันที่สอง และคันสุดท้ายคือของเฮียไทที่ปิดท้ายขบวน ซึ่งครั้งนี้ครอบครัวลูกชายคนกลางของอาม่าไม่ได้มาด้วย 

“ไหนมึงบอกไม่นอน อันนี้หมอนกูกูอุตส่าห์หอบหิ้วมามึงมาแย่งได้ไง” วินโวยเมื่อเพื่อนรักทำท่าจะแย่งหมอนกอดรูปกล้วยของตนไป โดยในรถมีแชมป์เป็นคนขับไทนั่งข้างหน้าคู่กัน เขา จวิ้นและศรเพื่อนพี่ชายอีกคนนั่งหลัง ประเด็นคือศรตัวใหญ่ขายาวอ้าขานั่งกินพื้นที่ไปสองในสามแล้ว พวกเขาสองคนเลยนั่งเบียดแทบชิดประตู จวิ้นพยายามเบียดขาพี่มันกลับแต่ดูอีกฝ่ายจะเอาแรงข่มเข้าสู้ 

“มึงใจร้ายอ่ะ กูนั่งกลางหมอนรองคอก็ไม่มีไม่สงสารเหรอวะ เมื่อยคอเนี่ย” จวิ้นตัดพ้อ ใบหน้าที่เคยมีสิวจางลงเพราะพอเป็นวัยรุ่นเต็มตัวก็หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งจัดฟันและหาหมอรักษาผิวหน้า ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเงินของพี่สาวซึ่งทำงานแล้วด้วยส่วนหนึ่ง 

“วินแบ่งให้เพื่อนบ้าง ตัวเองมีหมอนใบนึงแล้วจะใช้หมอนคนเดียวหมดได้ยังไง” ไทในวัย 22 ปีกล่าวเตือนทำเอารถทั้งคันเงียบกริบ วินหันมองเพื่อนตัวเองที่ตอนนี้ตีหน้าเศร้าบีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสารเห็นแล้วหมั่นไส้มันชะมัด ตกลงใครลูกหลานบ้านนี้กันแน่วะ 

“วินบอกมันแล้วว่าให้มันเอาหมอนมาเองด้วย มันบอกขี้เกียจเองอ่ะ ไม่แฟร์ดิเฮีย” วินแย้งโดยที่เพื่อนรักทำท่าจะบีบคอใส่เพราะบังอาจฟ้องความจริง 

“มึงเข้าใจคำว่าน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ไหมไอ้วิน กูอ่ะนะ...” 

ตุ้บ! 

“ได้หมอนแล้วก็เงียบ กูจะนอน” ศรโยนหมอนรองคอตนเองใส่คนที่นั่งติดกัน ก่อนจะเอนหัวพิงพนักแล้วหลับตาลง เด็กมันทะเลาะกันได้แม้กระทั่งหมอนใบเดียว น่ารำคาญจริงๆ 

พวกเขามาถึงที่พักกันในช่วงสาย ทุกคนช่วยกันหอบหิ้วคนละไม้คนละมือเอาของเข้าไปเก็บในที่พักซึ่งเป็นแบบบังกะโลจองไว้ทั้งหมด 3 หลัง ตัวรีสอร์ตตั้งอยู่บนเนินเขาทำให้เห็นทะเลไทยได้อย่างชัดเจน จวิ้นลงรถมาได้ก็ยืนบิดขี้เกียจแต่แขนดันฟาดไปโดนหน้าศรเต็มๆ 

“ขอโทษ” ยกมือไหว้แต่ศรกลับทำหน้าตาบึ้งตึงใส่ก่อนจะโบกมือผ่านๆ เชิงว่าช่างมัน 

“มึงทำหน้าให้ดีๆ หน่อย อย่าไปหาเรื่องเด็กมัน” แชมป์กระซิบเพื่อนเบาๆ เขาเห็นว่าศรทำหน้าเหวี่ยงใส่น้องรักของตนเลยไม่อยากให้มีเรื่องกัน 

“เผื่อมึงลืมนะว่าปีก่อนมันแอบเอาปะทัดกระเทียมติดที่พื้นรองเท้ากูด้วย จะให้กูญาติดีกับเด็กเปรตนี่กูไม่ดีด้วย” แชมป์ได้แค่ถอนหายใจ เพื่อนเขาแค้นฝังหุ่นจริงๆ เพราะปีก่อนจวิ้นก็แกล้งศรไว้แสบเหมือนกัน 

“ไอ้วิน เพื่อนพี่มึงต้องเกลียดกูแน่ๆ” จวิ้นกระซิบพลางหันไปทางชายหนุ่มหน้าตาบูดบึ้ง ก่อนจะรีบหันกลับเมื่ออีกฝ่ายตวัดสายตามองมา 

“ใคร? เฮียแชมป์หรือเฮียศร” 

“พี่ศรดิ” 

“แหม... วีรกรรมมึงน้อยที่ไหนล่ะไอ้จวิ้น แอบใส่เกลือในยาสีฟันพี่เขา ติดปะทัดกระเทียมที่รองเท้าพี่เขา เอากางเกงในพี่เขาไปซ่อน” 

“ก็ตอนนั้นกูทำมิชชั่นกับมึง! เราเล่นเกมกันแล้วแพ้มึงเลยสั่งให้กูทำตามคำสั่งคนชนะ” วินหัวเราะเพราะก็จริงอย่างที่ว่า แต่ใช่ว่าทั้งหมดจะเป็นคำสั่งคนชนะเท่านั้น จวิ้นเองก็เสริมการเล่นพิเรนทร์ใส่ลงไปเองด้วยจนเฮียศรไม่ถูกชะตาข้ามปีแบบนี้แหละ 

หลังจากกินอาหารและพักผ่อนกันจนบ่ายคล้อย พวกเด็กๆ ก็พากันไปที่ชายหาดลงเล่นน้ำกันสนุกสนาน เด็กน้อยในวันนั้นโตขึ้นเมื่อวันเวลาผ่านไป จากที่เคยมีแค่เด็กเล็กจึงกลายเป็นเด็กโตกันหมดแล้ว วินมีลูกพี่ลูกน้องอีกสองคนเป็นฝาแฝดอายุประมาณ 11 ขวบ อาม่าอี้แม้จะชรามากแล้วแต่ก็ยังแข็งแรงอยู่ ถึงแม้จะมีเรื่องให้หนักใจจากพวกแม่ค้าในตลาดที่ไม่ลงรอยกัน แต่ลูกหลานพามาเที่ยวที่แบบนี้แกก็ผ่อนคลายขึ้นเยอะ 

“เห้ยยย!! อย่าเฮียไท ผมไม่เอาแบบนี้” จวิ้นร้องโวยวายเมื่อตนเองโดนจับหิ้วสองแขนสองขา เนื่องจากไปแกล้งไอ้วินก่อนจึงโดนมันเอาคืนด้วยการหากำลังเสริมมาแกล้งเขา แชมป์กับไทจับเพื่อนน้องชายไว้โดยมีวินถ่ายคลิป 

ตูม! 

ร่างสูงโปร่งของนักเรียนมัธยมปลายถูกโยนลงน้ำจนตัวเปียกปอน กางเกงขาสั้นที่ใส่ตัวเดียวติดกายเปียกลู่ไปกับเรียวขา ผิวขาวตอนนี้เข้มขึ้นเล็กน้อยเพราะเจ้าตัวชอบเล่นฟุตบอลจึงโดนแดดบ่อย จวิ้นตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำลุกยืนด้วยหน้าเหยเกเพราะดื่มน้ำทะเลไปหลายอึก 

“เห้ย!! ไอ้พี่ศะ...” เมื่อยืนขึ้นได้ไม่ทันได้ลูบน้ำออกจากหน้าเด็กหนุ่มก็โดนอุ้มท่าเจ้าสาว พอหันไปมองก็เห็นรอยยิ้มเหี้ยมจากศรในระยะประชิดก่อนที่ร่างจวิ้นจะโดนโยนลงน้ำอีกครั้ง หมั่นไส้มานานโดนสักทีสะใจชะมัด 

“ไอ้พี่ศร!” เสียงโวยวายของจวิ้นดังลั่นเรียกเสียงฮาจากคนที่ยืนดูอยู่ได้ไม่น้อย แม้แต่ใบหน้าที่ชอบบึ้งตึงใส่อย่างศรก็ยังยกยิ้ม 

ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ปาร์ตี้บาร์บีคิวก็เริ่มขึ้นหลังจากทางรีสอร์ตเขาอนุญาตให้ทำได้ อีกทั้งโซนนี้ห่างจากหลังอื่นพอประมาณจึงไม่เป็นการรบกวนแขกอื่นที่มาพักด้วย แม่ครัวใหญ่หนีไม่พ้นคุณนายเจินแม่ของวินโดยมีลูกมือเป็นคุณหมี่ภรรยาลูกชายคนโตของอาม่า สองสาววัยกลางคนช่วยกันทำน้ำจิ้มและซอสหมักหมู ส่วนผักและเครื่องเคียงต่างๆ เด็กๆ ก็ช่วยทำกันไปโดยมีอาม่าอี้ช่วยเล็กๆ น้อยๆ อีกแรง 

“ก่อไฟยังไงวะ ไอ้วิน! มาช่วยกูดิ๊ เอาแต่โทรหาฟางอยู่ได้” จวิ้นบ่นเพราะเพื่อนเขาหายเข้าไปในห้องนานแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววจะออกมาช่วยสักที ล่าสุดที่เข้าไปตามคือมันกำลังโทรศัพท์คุยกับแฟนอยู่ มือเขาเลอะไปด้วยคราบสีดำของถ่าน กองกระดาษเหลือใช้ที่พอจะขอจากทางรีสอร์ตมาได้ถูกใช้ไปเกือบหมดแล้วแต่ถ่านก็ยังไม่ติดไฟ เม็ดเหงื่อเริ่มผุดซึมทั่วกรอบหน้าทั้งที่เพิ่งอาบน้ำมาแท้ๆ 

“จวิ้น! ก่อไฟเสร็จรึยังหมูพร้อมลงเตาแล้วนะ” ไทตะโกนมาจากฝั่งที่ใช้เตรียมของ 

“ยังเลยเฮีย พยายามอยู่ไอ้วินก็ไม่มาช่วย” แอบบ่นใส่พี่ชายเพื่อนไปเล็กน้อย 

“ไอ้ศร มึงว่างก็ไปช่วยน้องมันหน่อย” ไทบอกคนที่กำลังนั่งเกากีตาร์โปร่งไม่สนใจคนที่กำลังยืนหน้ามุ่ยอยู่หน้าเตาย่าง ศรเหลือบมองเพื่อนตนเองแล้วชี้เข้าหาตัว ไทพยักหน้าให้เพราะแชมป์ออกไปซื้อเบียร์มาเพิ่ม คืนนี้พวกเขาจะได้เมากันเต็มที่ ศรถอนหายใจก่อนจะลุกเดินเข้าไปหาเด็กวัยรุ่นที่ก่อไฟในเตาย่างไม่เป็น 

“ผ่านลูกเสือมาได้ไงวะ” คนตัวโตบ่นพอให้อีกฝ่ายได้ยิน เมื่อเย็นที่แกล้งมันเขาโดนข่วนจนแสบหลังไปหมด 

“ผมทำเองได้พี่ไปนั่งเถอะ” คนพูดสบตาคนตัวโตที่สีหน้าแสดงออกชัดว่ากำลังด่าเขาว่าโง่ 

เขาเป็นคนเดียวที่จวิ้นเรียกว่า ‘พี่’ ตอนแรกเข้าใจว่าเพราะหน้าเขาไทยแท้ผิวสีน้ำผึ้งอย่างคนใต้ แต่กับแชมป์ที่สภาพร่างกายและหน้าตาไม่ต่างกันก็โดนเรียกเฮียเหมือนกันข้อสันนิษฐานนี้จึงปัดตกไป เคยถามวินว่าทำไมจวิ้นถึงเรียกคนอื่นว่าเฮียได้ วินจึงอธิบายว่าจวิ้นจัดให้เขาเป็นพวก ‘ไม่สนิท’ จึงเรียกว่าพี่ ส่วนเฮียไว้เรียกคนที่สนิทเท่านั้น 

ขนาดคำนำหน้าที่เรียกยังจำแนกชัดเจน เด็กบ้าไรกวนตีนตั้งแต่หน้าตายันความคิด 

“ไปเอาทิชชูมา” ศรสั่งส่วนเจ้าตัวเดินไปขอน้ำมันพืชจากคุณนายเจิน แต่เมื่อกลับมาจวิ้นก็ยังยืนอยู่ที่เดิมและใช้วิธีจุดไฟแบบเดิม “ไปเอาทิชชูมา” สั่งอีกครั้งเสียงเข้มขึ้นด้วย จวิ้นเงยหน้ามองคนที่สูงกว่าตนไปเกือบสิบเซนฯ 

“เลอะก็ค่อยเช็ดได้ไหมพี่ ถ้าพี่จะไม่ช่วยก็กลับไปนั่งเถอะ” กระแทกเสียงใส่ไปเล็กน้อยเพราะความหงุดหงิด หงุดหงิดที่จุดไฟไม่ติดและหงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่คิดจะช่วย 

“มึงฟังภาษาคนรู้เรื่องรึเปล่าวะจวิ้น กูบอกตอนไหนว่าจะไม่ช่วย กูบอกให้ไปเอาทิชชูมาจะได้ชุบน้ำมันพืชมันใช้เป็นเชื้อเพลิงได้” พออธิบายให้เด็กมันเข้าใจเท่านั้นแหละจวิ้นก็ยอมทำตามทันที เดินไปหยิบทิชชูด้วยหน้าบึ้งๆ แต่หูแดงก่ำเพราะอายที่หน้าแตก 

“เอาวิธีนี้มาจากไหน” จวิ้นถามเพราะมันจุดไฟติดได้อย่างที่บอกจริงๆ 

“ที่บ้านมีเตาถ่าน” 

“ลำบากแย่ เตาแก๊สสมัยนี้ก็ไม่ได้แพงนี่ทำไมไม่ซื้อใช้ สะดวกกว่าด้วย” 

“กูบอกว่าที่บ้านมีเตาถ่าน แต่ไม่ได้บอกว่าบ้านไม่มีเตาแก๊ส” ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นเต็มความสูงหลังจากก้มๆ เงยๆ เติมถ่านอยู่เมื่อครู่ 

“ตอบดีๆ ก็ได้ป่ะ ไม่เห็นต้องเหวี่ยงเลย” พูดจบก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง ไปตามไอ้เพื่อนตัวดีที่หายไปคุยโทรศัพท์นานสองนานดีกว่า ศรมองตามไอ้เด็กวัยรุ่นมีลวดเต็มปากแล้วถอนหายใจ แล้วเขาตอบไม่ดีตรงไหน ยังไม่ได้ขึ้นเสียงใส่ด้วยซ้ำ 

วันรุ่งขึ้นเพราะแชมป์กับไทซดเหล้าไปเป็นขวดจึงไม่มีแรงขับกลับ ศรจึงต้องทำหน้าที่เป็นสารถีแทน วินใช้ความเป็นลูกหลานอาม่าอี้เลือกนั่งข้างหลังกับแชมป์ ส่วนไทไปนั่งรถคันใหญ่กับอาม่าอี้เพราะที่นั่งปรับนอนได้สบายกว่า จวิ้นจึงต้องจำยอมมานั่งเป็นเพื่อนคนขับแทน 

“จอดปั๊มข้างหน้าด้วย” เด็กหนุ่มบอกขณะที่ตายังจ้องโทรศัพท์กดเกมเล่นอย่างเมามัน ศรเหลือตามองเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำตามที่อีกฝ่ายบอก จนรถขับเลยไปสองปั๊มแล้ว 

“พี่... ผมบอกว่าจอดปั๊มด้วยไง เลยมาสองปั๊มแล้วเนี่ย” 

“ก็เห็นมึงเล่นเกมเพลินไม่อยากกวน” 

“แม่ง... กวนตีน” 

“มึงพูดให้ดี กูแก่กว่ามึงนะจวิ้น” เสียงคนโตกว่าเข้มขึ้น หน้าตาจากที่สบายๆ กลายเป็นเรียบตึง จวิ้นหันหน้าหนีไปทางอื่นแทน รู้สึกอยากเปลี่ยนที่กับคนข้างหลังแต่ก็หลับหนีกันหมด 

ศรจอดรถที่ปั๊มปตท.ให้ตามที่วัยรุ่นต้องการ เด็กหนุ่มรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพราะปวดฉี่แทบราด วินกับแชมป์ตื่นมาด้วยความงัวเงียก่อนจะตามลงไปเข้าห้องน้ำเช่นกัน เดินสวนกับจวิ้นที่บอกจะไปซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อที่มีสาขาอยู่เกลื่อนเมือง คนขับลงมาเข้าห้องน้ำและยืดเส้นยืดสายด้วยเพราะต้องขับรถไกล เขาเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อมาหากาแฟดื่ม ไม่ลืมซื้อไก่ทอดห้าดาวมาด้วยเพราะแม้จะจอดแวะกินข้าวไปแล้วแต่เขารู้สึกยังอยากทานอะไรอีก 

“ฉีกไก่ให้กูด้วย” เมื่อขึ้นมานั่งบนรถได้ศรก็วางถุงไก่ทอดบนตักคนนั่งข้างกัน 

“ซื้อมาก็ฉีกกินเองดิ” 

“กูขับรถอยู่มึงตาบอดเหรอ แค่ฉีกไก่แล้วป้อนกูแค่นี้น้ำใจน่ะมีไหม กูขับรถให้มึงนั่งนะ” 

“แล้วจะซื้อของที่กินยุ่งยากมาทำไม” จวิ้นบ่นงึมงำคนเดียวแต่ศรก็ยังพอได้ยิน เจ้าตัวจึงเหยียบเบรกพอให้รถกระตุกจนคนนั่งหลังร้องด้วยความตกใจซึ่งคนนั่งหน้าก็ไม่ต่างกัน พอเห็นว่าโดนแกล้งจวิ้นจึงฉีกไก่จ่อถึงปากเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายขับรถแบบนี้ ไม่งั้นจะตายกันทั้งหมด 

“ไอ้ห่าศร ขับดีๆ กูจะอ้วกอยู่เนี่ยอย่าขับกวนตีน” แชมป์บ่นตาปรือก่อนจะหลับตาอีกครั้ง อาการเมาค้างทุเลาลงไปบ้างแต่ถ้าขับๆ เบรกๆ อยู่แบบนี้มีสิทธิ์อ้วกได้ ส่วนวินรายนั้นใส่หูฟังตัดการรับรู้ทุกสิ่งอย่าง นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถทอดอารมณ์สุนทรีไปกับป่าสองข้างทาง 

ศรอ้าปากงับไก่ในมือของเด็กหนุ่มโดยตาไม่ละไปจากถนนตรงหน้า จวิ้นที่หน้าตาบูดบึ้งถอนหายใจฟึดฟัดอย่างคนขัดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อีกฝ่ายขับรถอยู่จริงๆ จะให้มากัดกินไก่อย่างที่คนปกติทำคงไม่ได้ เขาจึงต้องจิ้มไส้กรอกกินเองบ้างสลับกับฉีกอกไก่ชิ้นพอดีคำป้อนคนขับ 

จุ๊บ! 

“เห้ย! พี่ดูดนิ้วผมทำไม!” จวิ้นดิ้นเหมือนโดนของร้อน เขาโวยวายเพราะศรไม่ได้กินแค่ไก่แต่ดูดนิ้วเขาด้วย อีกฝ่ายจับมือเขาไปดูดนิ้วเหมือนดูดนิ้วตัวเองหน้าตาเฉย ความรู้สึกหยึยๆ ที่นิ้วชี้กับนิ้วโป้งทำจวิ้นหน้าเหยเกหยิบทิชชูมาเช็ดแทบจะขูดหนังออก ศรเหลือบมองก่อนจะลอบยิ้มกับตัวเอง ไอ้เด็กแสบโดนเอาคืนบ้างก็ดี แกล้งมันแบบนี้ก็พอจะตัดความรำคาญเด็กได้ดีเหมือนกัน 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว