email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 โม่เฉียน (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 โม่เฉียน (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2563 18:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 โม่เฉียน (1/2)
แบบอักษร

10th Day 

“ความดันกับค่าชีพจรวันนี้ก็ปกติดีเหมือนเดิมครับ” แพทย์หนุ่มประจำตัวยิ้มให้อย่างเช่นทุกวัน เขาก้มลงไปจดบันทึกครั้งสุดท้ายก่อนที่จะขยับออกไปเพื่อให้คนไข้ลุกขึ้นจากเตียง 

“ถ้าตามกำหนดก็ออกเร็วกว่าปกตินะครับ แต่ว่าร่างกายคุณโม่เฉียนตอนนี้เริ่มแข็งแรงแล้วก็ไม่มีอาการผิดปกติอะไร เพราะฉะนั้นก็ไม่มีปัญหาครับ” 

“ขอบคุณที่ช่วยดูแลลูกชายคนเดียวของเรานะคะ เพราะคุณหมอ เฉียนเฉียนก็เลยหายดี” โม่อันฉี หรือก็คือแม่ของโม่เฉียนโค้งให้แพทย์หนุ่มอย่างรู้สึกแสดงความขอบคุณ 

“โอ้ ไม่เป็นอะไรหรอกครับ มันคือหน้าที่ของผม แล้วก็ยังไงอาทิตย์หน้าอย่าลืมมาตรวจตามนัดนะครับ” 

“ค่ะ ไปกันเถอะ คุณพ่อรออยู่ข้างล่างแล้ว” มือบางแตะไหล่ของลูกชายเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายเดินนำไปก่อน 

คนทั้งสองเดินมาจนถึงโถงทางเข้าของโรงพยาบาลอย่างไม่รีบร้อน เด็กหนุ่มผงกหัวทักทายชายร่างสูงคนหนึ่งที่ยืนรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว 

“ทุกอย่างเรียบร้อยนะ” ชายคนนั้นหรือก็คือพ่อของโม่เฉียนเอ่ยถาม ซึ่งเด็กหนุ่มไม่ใช่คนตอบคำถามนั้นแต่เป็นโม่อันฉีแทน และจากนั้นจึงได้เดินออกไปด้านนอกเพื่อขึ้นรถ 

หรูซื่อรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย 

ตลอดสิบวันที่ผ่านมาตั้งแต่ลืมตาขึ้น เขาอยู่กับโม่อันฉีทุกวันจนตอนนี้เริ่มคุ้นชินบ้างแล้ว ผิดกับชายคนที่เขาต้องเรียกว่าพ่อขณะนี้ ที่ผ่านมาก็มีแวะมาดูบ้างเมื่อมีเวลาว่างจากงาน อาจจะเจอแทบทุกวันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา หรืออาจจะเพราะว่าผู้หญิงคนนี้ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับแม่ของเขากันนะ ถึงได้รู้สึกผ่อนคลายมากกว่า 

“ตอนนี้กลับบ้านไปพักผ่อนก่อนสักอาทิตย์แล้วค่อยคุยกันเรื่องเรียนต่อแล้วกันนะ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นมาในขณะขับรถ ซึ่งก็ได้รับการเห็นด้วยจากโม่อันฉีเช่นกัน 

“เรียน...เหรอครับ” 

เด็กหนุ่มละสายตาจากวิวข้างทาง คำพูดไม่มีที่มาที่ไปนั่นทำให้เขางุนงงเล็กน้อย สิ่งหนึ่งที่หรูซื่อไม่ได้คิดถึงมันเลยก็คือชีวิตของโม่เฉียนในช่วงก่อนวิญญาณของเขาจะมาแทนที่เป็นอย่างไร ส่วนตัวหรูซื่อตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นอายุ 21 ปี แล้วโม่เฉียนล่ะ? ไหนจะเพื่อน คนรู้จักรอบข้าง สถานศึกษาหรืออะไรก็ตามแต่ เป็นเรื่องยากกับการจะทำตัวให้แนบเนียนโดยไม่โดนเปิดเผยตัวตน 

“ใช่จ้ะ...เพราะอุบัติเหตุเลยทำให้ลูกต้องพลาดโอกาสในปีนี้ไป แต่ก็ไม่เป็นไรนะเรามาเริ่มกันใหม่ได้ แม่ไม่อยากให้ลูกเครียดสักเท่าไหร่” 

หมายถึงเรื่องดรอปเรียนหรืออะไรแบบนั้นหรือเปล่านะ 

“ครับ” 

ถึงแม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจแต่เด็กหนุ่มก็ได้แต่ตามน้ำไปก่อน เขายังไม่กล้าพูดหรือถามอะไรมาก โม่เฉียนตอนนี้ไม่ได้ความจำเสื่อม หากจะบอกว่ารู้สึกว่าความจำบางส่วนหายไปหรืออะไรทำนองนั้นก็ดูท่าจะไม่ค่อยน่าเชื่อนัก เขาจะถูกสงสัยหรือถูกจับไม่ได้เด็ดขาด ถ้าหากว่าทำพลาดเขาจะต้องสูญเสียโอกาสเหล่านี้ไป 

…และอาจจะไม่ได้เจออี้เฉินอีก 

               

ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงในการเดินทางมาถึงบ้าน สถานที่ที่โม่เฉียนพักอาศัยอยู่ หรูซื่อปิดประตูรถพลางมองสำรวจรอบตัวบ้าน มันค่อนข้างไกลจากที่ที่เขาเคยอาศัยอยู่ มันดูแตกต่างมากจริงๆ ทั้งละแวกบ้านที่เงียบสงบ ระยะห่างของบ้านแต่ละหลังและลักษณะของบ้าน พวกเขาดูมีฐานะ 

มันค่อนข้างต่างกัน ถึงแม้ว่าความเป็นอยู่เดิมของหรูซื่อนั้นจะไม่ได้แย่ แต่มันก็ไม่ได้ดีมากขนาดนี้ มันแค่เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและเขาต้องทำงานพิเศษแม้ว่าจะไม่ทำชีวิตก็ไม่ได้แย่อะไร สิ่งที่เขาหมายถึงคือความเป็นอยู่มันแตกต่างกันมากจริงๆ เขาสังเกตได้ตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่โรงพยาบาลแล้ว 

“เป็นอะไร...ทำอย่างกับไม่ใช่บ้านของตัวเอง” โม่อันฉีหัวเราะเบาๆ ก่อนเธอจะเดินนำเข้าไปในตัวบ้าน ซึ่งหรูซื่อทำได้แค่ยิ้มเจื่อนแล้วเดินตามเข้าไป “ยังจำห้องของตัวเองได้ใช่ไหมจ๊ะ” 

นั่นเธอกำลังหยอกเล่นอยู่ใช่ไหม ถึงแม้ว่ามันจะทำให้หรูซื่อรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาเพราะเขาจำไม่ได้จริงๆ ไม่สิ...ไม่รู้เลยต่างหาก 

เด็กหนุ่มเดินขึ้นมาจนถึงชั้นสอง แอบรู้สึกดีบ้านหลังนี้ไม่ได้มีสาวใช้หรืออะไรก็แล้วแต่ ถึงจะดูหรูหราแต่ก็ไม่ได้ใหญ่มากเกินไปสำหรับครอบครัวหนึ่งที่อยู่กันสามคน ซึ่งดีแล้วล่ะ เขาชอบวิถีชีวิตที่เรียบง่าย 

แล้วห้องไหนกันล่ะคือห้องของโม่เฉียน 

ด้านบนมีห้องอยู่สี่ห้อง ซึ่งหรูซื่อไม่รู้ว่าเขาควรจะเข้าไปที่ไหน เด็กหนุ่มแอบเหลือบมองลงไปยังชั้นล่าง โล่งใจที่สองสามีภรรยานั้นยังอยู่ข้างล่างนั่น ชั่งใจอยู่เล็กน้อยแล้วเดินตรงไปยังประตูห้องที่อยู่ริมสุดของชั้น มันเป็นความรู้สึกที่จู่ๆ ก็วาบเข้ามาในความคิด เขาแค่รู้สึกว่าต้องเดินไปยังห้องนั้น มันประหลาดมากแต่กลับถูกต้อง 

แอ๊ด... 

หรูซื่อผลักประตูเข้าไปอย่างเชื่องช้าแล้วเดินเข้าไปภายในห้อง มุมเตียงและผ้าปูสีครามคือสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา เตียงขนาดหกฟุตปูด้วยชุดเครื่องนอนสีเดียวกันทั้งหมด ชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่กับโต๊ะที่มีหนังสือและเครื่องเขียนวางอย่างเป็นระเบียบ ดูจากสภาพห้องคร่าวๆ อาจจะเข้ามาถูกห้องแล้ว เด็กหนุ่มปิดประตูก่อนจะเดินเข้าไปที่โต๊ะ 

 

สู้ๆ!! , เพื่อความฝันขอให้อดทนไว้นะ, 7 Jun. สู้ตายนะ  

 

...และอีกหลายข้อความบนโพสต์อิตถูกติดไว้บนผนัง และบนโต๊ะก็มีหนังสือสำหรับเตรียมสอบหลายเล่มวางอยู่ สาเหตุที่มันดูเรียบร้อยแบบนี้คงเพราะมีคนมาจัดมันไว้มากกว่า ว่าแต่วันที่เจ็ดมิถุนายนอย่างนั้นเหรอ... 

นั่นมันวันสอบเกาเข่านี่?[1] 

หมายความว่าโม่เฉียนกำลังเตรียมสอบ แล้วตอนนี้เขาก็อยู่ม.ปลายปีสามสินะ ก่อนหน้านี้ก็พอจะรู้ว่าคงยังเรียนอยู่แน่ๆ เดาจากหน้าตาที่ยังคงเยาว์วัย แต่ไม่แน่ใจเรื่องอายุสักเท่าไหร่  

แล้วเขาได้สอบไปหรือยัง...ข้อนี้หรูซื่อไม่ค่อยแน่ใจ เขาไม่รู้ว่าวันที่โม่เฉียนจมน้ำเป็นวันที่เท่าไหร่ และเหตุผลคืออะไร สิ่งที่รู้ตอนนี้มีเพียงผู้ชายคนนี้อยู่ในสภาพเจ้าชายนิทรามากว่าห้าเดือน ซึ่งถ้านับย้อนกลับไปก็เป็นเดือนธันวาคมพอดี ระยะเวลากับข้อมูลที่มีตอนนี้ยังไม่ค่อยสัมพันธ์กันสักเท่าไหร่ 

หรูซื่อละสายตาจากโต๊ะหนังสือนั้นแล้วมองสำรวจรอบห้อง มันดูสะอาดและเรียบร้อย ข้าวของส่วนใหญ่เป็นสีน้ำเงิน เหรียญและใบประกาศมากมายจากการแข่งขันทางวิชาการบนชั้นวางทำให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนฉลาดแค่ไหน เด็กหนุ่มเดินมาหยุดที่เตียงก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง เขารู้สึกอ่อนเพลียแม้จะไม่ได้ทำอะไรมากมายก็ตาม 

โม่เฉียนงั้นเหรอ... 

คนที่หัวดีแต่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงแถมยังมีความทะเยอทะยานแบบนี้คงมีช่วงที่รู้สึกยากลำบากอยู่บ้าง ก็หวังแค่ว่าเรื่องเหล่านี้คงจะไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ก่อนหน้านี้ 

 

‘แหม คุณโม่คงจะภูมิใจน่าดูเลยนะคะ ปีนี้เฉียนเฉียนก็ได้ที่หนึ่งอีกแล้ว’ 

‘ทั้งหมดก็เพราะเขาทุ่มเทมากนั่นแหละค่ะ วันๆ ก็เอาแต่หมกตัวอ่านหนังสือทั้งวัน’ 

‘เป็นเด็กดีจริงๆ ลูกชายของฉันน่ะทั้งขี้เกียจ ไม่เอาไหน...’ 

 

เสียงสนทนาสองสายดังขึ้น ในห้วงความคิดเกิดเป็นภาพเลือนรางไม่ชัดเจน หรูซื่อพยายามเพ่งมองใบหน้าของหญิงทั้งสองคนแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถเห็นได้ แต่หนึ่งในสองเสียงนั้นเขาจำได้ว่ามันคือคุณโม่อันฉี เหมือนเธอกำลังยืนคุยกับเพื่อนบ้านคนหนึ่งอยู่ ข้างกายมีเด็กอายุราวสิบหกสิบเจ็ดยืนอยู่ เขาก้มหน้าและมีท่าทางไม่สนใจคนรอบข้าง 

นั่น...โม่เฉียน? 

ความปวดหนึบแล่นริ้วขึ้นมายังขมับภาพที่มองเห็นแตกกระจายในเสี้ยวพริบตาตอนที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น หรูซื่อยกมือขึ้นคลึงศีรษะ รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ 

ก๊อกๆ 

หรูซื่อสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติก่อนขานรับกลับไปและเป็นโม่อันฉีที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย 

“หิวหรือยัง แม่ทำข้าวต้มไว้ให้ลงไปทานได้เลยนะจ๊ะ” 

“ครับ อีกสักครู่ผมจะลงไป” เขาพยักหน้า ควบคุมสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพื่อจะไม่ให้โม่อันฉีรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ 

“จะอาบน้ำหรือเปลี่ยนชุดก่อนก็ได้นะ” เธอพูดจบแล้วทำท่าจะเดินกลับออกไปแต่ต้องชะงักเพราะเสียงเรียกของลูกชายเสียก่อน 

“เอ่อ แม่ครับ” ไม่ว่าจะเรียกกี่ครั้ง เด็กหนุ่มก็ยังรู้สึกแปลกอยู่ดี เวลาที่ต้องเรียกผู้หญิงคนนี้ว่าแม่ 

“หืม?” 

“คือว่า...เรื่องการสอบของผมเมื่อห้าเดือนก่อน...” 

เธอเลิกคิ้วขึ้นก่อนที่ใบหน้านั้นจะแปรเปลี่ยนไปด้วยท่าทีที่ดูกังวล  

“เฉียนเฉียน ลูกไม่ต้องคิดมากหรอกนะ” มือบางถูกยื่นเข้ามากุมมือของเด็กหนุ่มไว้ “แม่เข้าใจว่าลูกตั้งใจกับมันมาก ถึงแม้ปีที่แล้วจะพลาดไปแต่พักรอให้หายดีก่อนแล้วค่อยเตรียมตัวสอบใหม่เอาก็ได้ พ่อกับแม่ไม่มีปัญหาหรอกจ้ะ” 

แสดงว่ายังไม่ทันได้สอบสินะ 

“ไม่ต้องกดดันตัวเองหรอกนะ” 

“เข้าใจแล้วครับ” 

หลังจากที่โม่อันฉีเดินออกไปแล้ว หรูซื่อตัดสินใจเดินกลับไปที่โต๊ะของโม่เฉียนอีกครั้ง มือซีดดึงลิ้นชักออกมาทีละชั้นเพื่อสำรวจข้าวของส่วนตัวคร่าวๆ ถึงจะรู้ว่านี่มันค่อนข้างเสียมารยาท แต่ว่าตัวเขาตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับตัวของโม่เฉียนเอง อย่างน้อยข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ก็จะเป็นตัวบอกข้อมูลเบื้องต้นให้เขาได้รู้จักตัวตนของเด็กคนนั้น 

ในเมื่อตอนนี้เขาต้องเป็นโม่เฉียน ขั้นแรกก็ต้องเรียนรู้เรื่องราวของเด็กคนนี้เสียก่อน 

 

[1] เกาเข่า (Gaokao) การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศจีนที่ว่ากันว่าเป็นการสอบที่สำคัญที่สุดของประเทศจีน  ปกติแล้วการสอบจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 7-8 มิถุนายนของทุกปี 

ความคิดเห็น