email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 การเริ่มต้นของเข็มนาฬิกา (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 การเริ่มต้นของเข็มนาฬิกา (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2563 18:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 การเริ่มต้นของเข็มนาฬิกา (2/2)
แบบอักษร

อา… 

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อาการปวดหัวไม่ได้มีมากเหมือนครั้งแรก สองแขนพยายามที่จะยันตัวลุกขึ้นแต่ร่างกายกลับไม่ฟังคำสั่ง สุดท้ายก็ต้องทิ้งตัวลงนอนเหมือนเดิม 

“ลูกเพิ่งฟื้นหลังจากหลับไปนาน ตอนนี้ร่างกายคงยังขยับไม่ได้ตามใจนักหรอก” ผู้หญิงคนเดิมที่แทนตัวเองว่าแม่เดินเข้ามาใกล้พลางส่งน้ำเปล่าให้ หรูซื่อพึมพำขอบคุณและค่อยๆ ดูดน้ำจากหลอดเพื่อดับความกระหาย 

“ยังปวดหัวอยู่หรือเปล่า” 

หรูซื่อส่ายหน้า  

“ผมนอนหลับไปนานแค่ไหนครับ...เอ่อ...หมายถึงหลังจากเหตุการณ์วันนั้น” 

เขาหมายถึงวันที่จมน้ำ...เพราะยังไม่ทราบที่มาที่ไปชัดเจนหรูซื่อจึงไม่กล้าพูดอะไรมาก และการที่จะคุยกับคนตรงหน้าให้เหมือนครอบครัว…ก็ยังคงเป็นเรื่องยากอยู่ดี  

รู้สึกอึดอัดชะมัด 

“ประมาณห้าเดือนได้จ้ะ” 

นานขนาดนั้นเลยเหรอ!? แล้วตอนนี้เขา...มันหมายความว่ายังไงกันแน่ เขาไม่ได้ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลมาเพราะถูกรถชนหรือยังไง 

ภาพเหตุการณ์ที่ประดังเข้ามาในหัวก่อนหน้านี้ยังคงชัดเจน ตอนนี้หรูซื่อเริ่มแน่ใจแล้วว่าตัวเองไม่ได้จมน้ำแน่นอน และเขาไม่ใช่เฉียนเฉียน 

“วันนี้เป็นยังไงบ้างครับ ยังปวดหัวอยู่หรือเปล่า” 

ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ เสียงที่ดังขึ้นหลังจากประตูห้องถูกเปิดออกก็ขัดความคิดเขาเสียก่อน แพทย์หนุ่มคนเดียวกับคนเมื่อวานเดินเข้ามาส่งยิ้มให้ทั้งหรูซื่อที่นอนอยู่บนเตียงและผู้หญิงที่แทนตัวเองว่าแม่ 

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณนายโม่” เขาเอ่ยทักเธอก่อนจะหันมารอฟังคำตอบจากคนไข้ 

“ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษครับ” หรูซื่อตอบคำถามก่อนหน้านั้นและปล่อยให้ผู้เป็นหมอเจ้าของไข้ตรวจร่างกายตามปกติ 

“อืม...จากผลแสกนสมองเมื่อคืนก็ไม่ได้มีความผิดปกติอะไรนะครับ อาการภายนอกโดยรวมก็ดูปกติ แล้วคนไข้ล่ะครับ ยังรู้สึกหรือจำอะไรไม่ได้บ้างไหม” 

“เปล่าครับ” 

กลับกัน เขาจำอะไรบางอย่างได้ชัดเจนขึ้น แต่ก็ยังไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใคร ทุกคนที่นี่ไม่ได้ดูคุ้นเคยสำหรับเขาเลยสักนิด และมันยิ่งชัดขึ้นจากอาการปวดหัวแปลกๆ ก่อนหน้าที่เขาจะหมดสติไป 

แพทย์หนุ่มลูบคางอย่างใช้ความคิดก่อนจะเอ่ยถามคำถามซ้ำกับเมื่อวานอีกครั้ง  

“งั้นผมขอถามอีกครั้ง คนไข้ชื่ออะไรครับ” 

“ผม...เฉียนเฉียน…” หรูซื่อเหลือบตามองหญิงที่แทนตัวเองว่าแม่ชั่วครู่ก่อนจะตอบออกไป ในเมื่อชื่อที่เธอมักจะเรียกเขาบ่อยๆ คือเฉียนเฉียน นั่นก็น่าจะเป็นชื่อของเขาในตอนนี้ ส่วน… 

“เฉียนเฉียน…” 

“ไม่เป็นไรครับ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วคุณโม่เฉียน” 

ชายหนุ่มก้มลงมองแฟ้มประวัติในมือก่อนจะพยักหน้าแล้วยิ้มให้ นั่นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกโล่งอก หรูซื่อลอบถอนหายใจก่อนจะตอบคำถามทั่วไปอีกสองสามคำถามจนกระทั่งพวกเขาออกไป 

แม้จะยังไม่แน่ใจว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ตอนนี้ก็ต้องตามน้ำไปก่อนละนะ 

“หิวไหม เดี๋ยวแม่จะปอกผลไม้ให้ทานรองท้องไปก่อน อีกพักใหญ่กว่าอาหารเช้าจะมา” เสียงของคุณแม่ อา...เขาคงต้องเรียกเธอแบบนั้นสินะ ดังมาจากริมหน้าต่าง หรูซื่อเพิ่งสังเกตว่าบนโต๊ะข้างๆ นั้นมีผลไม้และวิตามินบำรุงเยอะแยะเต็มไปหมด 

“อ๋อ ของพวกนี้เหรอ...เพื่อนๆ ของลูกซื้อมาเยี่ยมน่ะจ้ะ” เธอมองตามสายตาของลูกชายและคงจะรู้ว่าคิดอะไรอยู่ถึงได้ตอบคำถามให้ แต่หรูซื่อไม่ได้สนใจมันสักเท่าไหร่นัก 

“ผมอยากไปเข้าห้องน้ำสักหน่อยครับ” 

“เดี๋ยวแม่ช่วยพยุงนะ” 

ชายหนุ่มก้าวลงจากเตียงด้วยความช่วยเหลือของผู้เป็นมารดา โชคดีที่ในห้องน้ำมีราวสำหรับใช้จับให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาในการเดิน หรูซื่อเดินมาจนถึงอ่างล้างหน้า น้ำเย็นๆ ช่วยให้เขารู้สึกดี 

ตอนนี้แม้แต่ร่างกายก็ยังรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเอง มันทั้งอ่อนล้าไรไร้เรี่ยวแรงเหลือเกิน 

แค่จะทรงตัวยืนก็ยากลำบากมากพอแล้ว 

ในห้องน้ำเป็นสถานที่ที่ทำให้เขาได้ใช้เวลาส่วนตัวสั้นๆ แต่มันก็มากพอแล้ว เมื่อต้องนอนอยู่ในห้องนั้นนานๆ กับใครสักคนที่ไม่รู้จัก 

แม่อย่างนั้นเหรอ 

มือบางกวักน้ำล้างหน้าอีกครั้งก่อนจะเงยขึ้นมองกระจก 

!!? 

ใบหน้าที่ปรากฏอยู่บนกระจกทำให้ชายหนุ่มตกใจจนเกือบเผลอร้องออกมา นี่มัน...อะไรกัน เด็กนี่...มือซีดยกขึ้นจับใบหน้าของตัวเองอย่างสั่นเทา 

ภาพที่สะท้อนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่เขา 

แล้วเป็นใคร...ใครกัน? 

 

‘ฉันจะมอบโอกาสให้เธอ’ 

เสียงนั้นมัน… 

‘แต่มีข้อแม้ว่าเวลาของเธอมีเพียงสี่สิบเก้าวันเท่านั้น’ 

มันไม่ใช่ความฝัน 

คำพูดเหล่านั้น สิ่งที่ได้ยิน สิ่งที่ได้เผชิญ ทุกอย่างเป็นความจริง 

หรูซื่อมองสบเข้าไปกับดวงตาที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ในกระจก ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่เขา ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเขา 

ชายหนุ่มก้มลงมองสองมือของตนตอนนี้ ผิวกายที่ดูซีดเซียวราวกับคนที่ไม่ค่อยแข็งแรง ทั้งความรู้สึกอ่อนล้าตลอดเวลาที่เป็นตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา เขามัวแต่สับสน และนั่นทำให้มองข้ามจุดนี้ไป 

ว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเขา แต่เป็นใครบางคนที่หลับใหลไปนาน คนคนนั้นที่จมน้ำไปเมื่อเก้าเดือนก่อน แต่การที่วิญญาณของเขามาอยู่ตรงนี้ มัน...เป็นไปได้เหรอ? 

มันยากที่จะเชื่อ ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะกำลังเผชิญกับมันอยู่ 

อึก... 

‘ได้ยินว่าได้ที่หนึ่งอีกแล้วเหรอ ไม่เลวนี่’ 

ใบหน้าเลือนรางของเด็กคนหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอกจางสีเข้ม หรูซื่อรู้สึกสับสน ทั้งภาพและเสียงดูไม่ชัดเจนในห้วงความคิด สิ่งเดียวที่มองเห็นได้ชัดคือริมฝีปากยิ้มหยันนั้น 

‘เอาน่า เพื่อให้เพื่อนคนนี้ได้ลองสัมผัสที่ตรงนั้นนายยอมลาป่วยไปสักวันเป็นไงล่ะ’ 

สิ้นสุดประโยคนั้นกลุ่มคนที่ไม่ทราบที่มาที่ไปเดินเข้าไปล้อมรอบเด็กอีกคนหนึ่ง เสียงฝีเท้ากระทบร่างกายดังลอดออกมาอย่างน่ากลัวภายในห้องแคบและมืดมิด มีเพียงแสงลอดจากใต้ช่องประตูพาดผ่านเข้ามา เขาพยายามเพ่งมองคนในวงล้อมนั้น ร่างกายสะบักสะบอมผอมแห้งของเด็กคนหนึ่งนอนคู้ตัวสองมือพยายามปกปิดใบหน้าและศีรษะของตนเองไว้ ไม่มีแม้แต่เสียงร้องของความเจ็บปวดหลุดลอดออกมาแม้แต่น้อย 

หรูซื่อยกมือขึ้นกุมศีรษะ ความปวดหนึบแล่นริ้วเข้าโจมตีจนต้องใช้มืออีกข้างจับขอบของอ่างล้างหน้าเอาไว้เพื่อพยุงร่างกาย 

ภาพในหัวสับเปลี่ยนไปอีกครั้ง 

แม่น้ำกว้างใหญ่ สะพานหิน และความมืดมิดรอบกาย เด็กผู้ชายใบหน้าเลือนรางปรากฏอยู่บนสะพาน เป็นอีกครั้งที่หรูซื่อไม่สามารถมองใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจน มีเพียงส่วนล่างของใบหน้าเท่านั้นที่สามารถมองเห็น แต่มันก็มากพอที่จะทำให้สังเกตได้ถึงรอยช้ำบริเวณมุมปาก ข้างแก้ม ไล่ลงมาจนถึงช่วงไหล่และแขนทั้งสองข้างซึ่งกำลังจับขอบสะพานเอาไว้ 

คล้ายกำลังเหม่อมองออกไปยังที่แสนไกล 

นั่นคือ.. 

โม่เฉียน? 

อ่า... 

ความปวดแปลบแล่นปราดขึ้นมาอีกครั้งทำให้หมอกจางเหล่านั้นค่อยๆ สลายไปเป็นตอนเดียวกับที่เสียงนุ่มนวลดังขึ้นหลังบานประตูห้องน้ำ 

“เฉียนเฉียน?” คุณโม่ร้องเรียกพลางเคาะประตู 

หรูซื่อสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติให้กลับมาดังเดิมก่อนจะเดินออกไป 

“ทำไมเข้าไปนานจังลูก เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงทักเจือไปด้วยความเป็นห่วงดังขึ้นมาทันทีที่ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก หรูซื่อเอ่ยตอบไปว่าเขาไม่เป็นอะไร ก่อนจะค่อยๆ เดินไปที่เตียงโดยความช่วยเหลือของคุณนายโม่ หญิงแปลกหน้าที่ตอนนี้มีสถานะเป็นมารดา 

เขาพยายามทบทวนเรื่องทั้งหมด มันทั้งสับสนและกะทันหันเกินไป ซึ่งหรูซื่อไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน 

แน่ล่ะ...ในยุคแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าแบบนี้ใครจะเชื่อเรื่องวิญญาณ หรือการสลับร่างอะไรแบบนี้กัน และถึงจะมีแต่หนึ่งในนั้นต้องไม่ใช่เขา 

มันยากหากวันหนึ่งคุณต้องยอมรับว่าตัวเองกำลังอยู่ในร่างของใครสักคนที่ไม่รู้จัก ทั้งบรรยากาศที่แตกต่าง ครอบครัวที่ไม่คุ้นชิน ทุกอย่างมันน่าสับสนและหวาดกลัวไปหมด 

ไหนจะภาพที่ปรากฏอยู่ในหัวนั่นอีก... 

แล้วเหตุผลที่เขามาอยู่ในร่างของโม่เฉียนคืออะไร ทั้งที่เขาควรจะถูกรถชน และนอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาล หรือไม่ก็ตายไปแล้ว 

‘ฉันจะมอบโอกาสให้เธอ’ 

‘โอกาสนั้น มีเพียงครั้งเดียว จะทำหรือไม่เธอเป็นผู้เลือกเอง’ 

ทุกคำพูดของเสียงปริศนานั้นยังคงชัดเจน 

หรือว่านี่คือโอกาสที่เสียงลึกลับนั้นบอกกับเขาอย่างนั้นหรือ? 

โอกาสที่จะได้กลับมาแก้ไขอีกครั้ง 

แล้วค่าตอบแทนล่ะ...หรูซื่อรู้สึกสบสันในเรื่องนี้ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาได้ลองถามถึงข้อแลกเปลี่ยนไปแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับกับมามีเพียงเสียงหัวเราะ และคำพูดที่แสนกำกวม 

‘แล้วอะไรคือค่าตอบแทนที่ผมต้องจ่ายอย่างนั้นเหรอครับ’ 

‘หืม?’ เสียงหัวเราะแว่วมาบางเบา ‘เธอได้รับมันมาเรียบร้อยแล้วล่ะ’ 

มันคืออะไรกัน... 

  

“ถึงแม้ว่าตอนนี้คนไข้จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แถมร่างกายก็เริ่มฟื้นตัวกลับมาปกติแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากด้วยสภาพที่นอนหลับไปนาน ทำให้ร่างและกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ อ่อนแอ…” 

“หลังจากนี้คุณโม่เฉียนจะต้องเข้ารับการทำกายภาพบำบัดต่อไปอย่างสม่ำเสมอนะครับ เพื่อที่จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิม” 

“แล้วเขาต้องใช้เวลานานแค่ไหนคะ ถึงจะกลับมาเหมือนเดิม” เสียงของคุณแม่ (อย่างน้อยก็ตอนนี้) คุยกับคุณหมออยู่ที่โซฟาภายในห้องพัก หรูซื่อไม่ได้สนใจรายละเอียดเหล่านั้นมากนัก เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดก็คือออกจากโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด 

แต่มันก็เป็นได้แค่ความคิด เพราะร่างกายที่แสนอ่อนแอของโม่เฉียนในตอนนี้ทำให้เขาไม่สามารถทำตามอย่างที่ใจต้องการได้มากนัก เขาไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง ไม่สามารถหยิบหรือจับอะไรได้นานๆ เพราะแขนที่อ่อนล้า เต็มที่ที่สุดก็คือการทรงตัวยืนได้ช่วงเวลาหนึ่งผ่านการจับหรือยึดอะไรบางอย่างไว้เพื่อช่วยทรงตัว 

ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่หรูซื่อฟื้นขึ้นมาภายในร่างของโม่เฉียน อาการหลายๆ อย่างที่กล่าวมาก็เริ่มดีขึ้น การกายภาพบำบัดช่วงแรกเป็นไปอย่างทุลักทุเล แต่วันนี้ดูเหมือนจะดีขึ้นกว่าเมื่อวาน 

อย่างน้อยชายหนุ่มก็สามารถเดินไปเข้าห้องน้ำเองได้ แม้จะต้องคอยจับราวที่ถูกติดไว้รอบๆ ห้องเป็นบางครั้ง ทั้งหมดมันเป็นผลพลอยได้มาจากการที่เขาพยายามอย่างหนักในการทำกายภาพบำบัดในทุกๆ วัน 

เวลาในตอนนี้กำลังเริ่มเดิน...โอกาสของเขา...ตั้งแต่วันที่ฟื้นขึ้นมาก็ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว จะมัวมาเสียเวลาอยู่ที่นี่ไม่ได้ ชายหนุ่มไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน และอี้เฉินอยู่ที่ไหน 

เขามีเวลาแค่สี่สิบเก้าวันก่อนที่ทุกอย่างจะสูญเปล่าไป 

ไม่ว่ายังไงก็ต้องออกจากโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด 

ช้าไม่ได้แล้ว 

 

เราต้องรีบตามหาอี้เฉิน 

ความคิดเห็น