email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ Lost Christmas (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2563 18:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ Lost Christmas (1/2)
แบบอักษร

หากผมไม่เจอคุณก่อน...ก็คงไม่ต้องโหยหา 

หากเราไม่แยกจากกัน...ก็คงไม่คิดถึงเพียงนี้ 

และหากเราไม่ได้พบกัน...ก็คงไม่ต้องจากลา 

บางที...เราก็ไม่ควรเจอกันตั้งแต่แรก 

 

เรื่องราวของเรามันเริ่มขึ้นจากวันนั้น... 

 

16 มีนาคม 2016 

วันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ วันนั้นเป็นวันที่เราพบกันครั้งแรก...ในตอนที่ผมกำลังงุ่นง่านเพราะไม่คุ้นชินกับการใช้ชีวิตในเมืองหลวง 

ผมมองเห็น... 

ที่หอนาฬิกากลางมหาวิทยาลัย เขาคนนั้น...ใครสักคนที่ทำให้หัวใจเต้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบ 

ดวงตายิ้ม ใบหน้าหวาน และริมฝีปากสีซีด 

ไม่รู้เพราะเผลอยืนจ้องนานเกินไปหรือเพราะความบังเอิญ เขาคนนั้นหันมาและเราสบตากัน ผมสะดุ้ง รีบเดินออกมา 

น่าแปลก ทั้งที่เดินออกมาไกลมากแล้วแท้ๆ แต่ทำไมหัวใจถึงยังเต้นแรงกันนะ 

 

20 มีนาคม 2016 

พระเจ้าอาจจะกำลังเข้าข้างผมอยู่ เราเจอกันอีกครั้งในคลาสเรียนรวม ผมทำใจกล้าเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เขา เรายิ้มให้กันเล็กน้อยตามมารยาท รอยยิ้มที่เป็นแค่การทักทายสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับผมมันคือรอยยิ้มที่ทำให้ใจระส่ำไปทั้งชั่วโมง 

‘ให้ยืมเอาไหม’ 

เสียงนุ่มเอ่ยเบาๆ ในตอนที่ผมกำลังค้นปากกาในกระเป๋าของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ใจที่เต้นแรงตั้งแต่แรกกลับระรัวจนแทบระเบิด รอยยิ้มเล็กๆ ประดับบนใบหน้าใส ผมยื่นมือไปรับโดยบังคับไม่ให้มันสั่น นึกขอบคุณนิสัยชอบลืมพกปากกาของตัวเองที่ทำให้เราได้คุยกันเพิ่มอีกนิด 

‘ขอบคุณนะครับ คุณ เอ่อ...’ 

‘หยางหรูซื่อครับ’ ใบหน้าหวานนั้นระบายรอยยิ้มจาง 

หยางหรูซื่อ... 

เป็นชื่อที่เพราะมากเลย 

 

8 กรกฎาคม 2016 

เราสนิทกันมากขึ้นหลังจากที่ได้เรียนคลาสเดียวกันบ่อยๆ ผมชอบชวนหรูซื่อออกไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน ชวนไปห้องสมุดบ้าง พยายามอ้างเรื่องงานเพื่อที่เราจะได้ใช้เวลาร่วมกันเยอะๆ 

ในตอนนั้นผมคิดว่าทฤษฎีรักแรกพบเป็นเรื่องไร้สาระ ความรู้สึกในวันแรกที่เราพบกันเมื่อเวลาผ่านไปมันอาจจะจางลงได้ แต่นั่นคือสิ่งที่ผมคิดผิด ยิ่งชิดใกล้ยิ่งโหยหา ยิ่งได้พบก็ยิ่งอยากเจอ 

ดีใจนะ...ที่หรูซื่อไม่ได้คิดรังเกียจผม 

 

25 ธันวาคม 2016 

ปีนี้เป็นปีแรกที่เราจะได้ฉลองคริสต์มาสร่วมกัน ผมดีใจมาก แผนทุกอย่างได้ถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างพิถีพิถัน ช่วงเย็นเราจะไปฉลองด้วยกันเป็นกลุ่มกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่สนิทในคลาสเรียนเดียวกัน และหลังจากนั้นอีกสองสามชั่วโมง ผมจะพาหรูซื่อแยกออกมา 

วันนี้เป็นวันสำคัญ วันที่ผมตัดสินใจว่าจะสารภาพความในใจทั้งหมด  

ช่วงเวลาสามทุ่มตรง...วันนั้นผมยังคงจำได้ดี หลังจากที่ผมรวบรวมความกล้าทั้งหมดและสารภาพออกไปหรูซื่อยิ้มให้อย่างอบอุ่น รอยยิ้มของเขายังคงเปล่งประกายอยู่เสมอ  

หรูซื่อตอบกลับมาอย่างสุภาพว่าเขาขอบคุณกับความรู้สึกมากมายที่มีให้...ผมยิ้ม แม้ว่าภายในจะไม่ได้ยิ้มตาม 

เขาบอกออกมาว่าภายในใจก็รู้สึกดีนะ แต่ความรู้สึกมันยังไม่ได้มากพอที่เรียกว่ารัก หรูซื่ออยากจะขอเวลาทบทวนอีกนิด แต่เขาดีใจที่ได้ยินผมพูดแบบนี้ออกมา 

อาจจะไม่ได้เริ่มอย่างสวยงามมากนัก แต่ผมตัดสินใจว่าจะให้เวลากับหรูซื่อและเราจะเดินไปด้วยกันอย่างช้าๆ 

อย่างน้อยในวันนั้นผมก็ไม่ได้รับคำปฏิเสธ รอยยิ้มนั้นเป็นสัญญาณที่ดีใช่ไหมนะ 

 

18 พฤษภาคม 2017 

ปิดเทอมฤดูร้อนกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ช่วงนี้ทุกคนดูยุ่งๆ แต่ก็ยังมีช่วงให้ได้พักผ่อนเล็กๆ น้อยๆ ก่อนพวกเราจะเตรียมสอบกัน 

ช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้ผมรู้จักหรูซื่อมากขึ้น เขาค่อนข้างขี้อายและสุภาพ นั่นเป็นเหตุว่าทำไมช่วงที่รู้จักกันแรกๆ เราถึงได้คุยกันน้อยนัก แต่กับคนสนิทก็ดูร่าเริงและสดใสนะ 

ความจริงแล้วหรูซื่อก็คุยเก่งใช้ได้เลย 

 

25 ธันวาคม 2017 

เวลาผ่านมาจนถึงคริสต์มาสปีที่สองแล้วสำหรับพวกเรา แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมานั้นคือในปีนี้เรามาฉลองด้วยกันในฐานะคนรัก หลังจากที่เราคุยกันมาพักใหญ่ ในที่สุดหรูซื่อก็ตกลง สถานะของเราถูกเลื่อนขึ้นเมื่อสองอาทิตย์ก่อน 

อ่า...ผมมีความสุขจัง 

 

12 มกราคม 2018 

ผมรู้สึกชอบชีวิตระยะนี้จัง หรูซื่อเป็นคนรักที่ดี ถึงแม้ว่าเราจะเริ่มต้นชีวิตในฐานะคนรักมาไม่นาน แต่สำหรับฐานะคนรู้จักมันก็ค่อนข้างนานอยู่นะ 

พวกเราดูแลกันและกันดีมากๆ นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมผมถึงมีความสุข การได้บอกรักหรูซื่อในทุกวัน ในช่วงที่เราคุยโทรศัพท์กันก่อนนอนเป็นอะไรที่ดีมาก ผมค่อนข้างชอบมันนะ ถึงแม้หรูซื่อจะไม่เคยเอ่ยตอบกลับมาก็ตาม เขาทำแค่หัวเราะและบอกฝันดี 

 

3 เมษายน 2018 

เรื่องไร้สาระในชีวิตของผมคือการที่มักจะลืมพกปากกาเสมอในวันที่ต้องเลกเชอร์ และหรูซื่อก็มักจะยื่นมันมาให้อย่างรู้ใจ ผมชอบช่วงเวลาแบบนี้จัง 

วันนี้เราพบแมวน้อยตัวหนึ่งใกล้ๆ กับร้านสะดวกซื้อด้วย ขนสีขาวของมันสกปรกและร่างกายซูบผอม มันเป็นแมวเด็กที่ดูน่าสงสารมาก หรูซื่อบอกว่าคงจะดีนะถ้ามีคนเก็บไปเลี้ยงเนื่องจากที่บ้านไม่ชอบให้เลี้ยงแมว ก่อนเขาจะหันมาหาผมและทำสายตาเศร้าสร้อยใส่ มันไม่ได้ดูพิเศษจากปกติหรอก แค่ผมคิดว่าเขากำลังถามผมด้วยสายตาน่ะ ว่าอยากจะรับเลี้ยงไหม 

จนสุดท้ายแล้ว เจ้าแมวน้อยที่น่าสงสารตัวนั้นก็กลายมาเป็นสมาชิกใหม่ของอะพาร์ตเมนต์ของผม โชคดีว่าที่นั่นสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ แต่มันค่อนข้างน่ากังวลนะ เพราะผมไม่เคยมีความคิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เลยสักนิด แต่พอได้ยินว่าหรูซื่อจะแวะมาเล่นกับมันบ่อยๆ ก็รู้สึกดีใจยังไงบอกไม่ถูก 

 

15 เมษายน 2018 

เราตั้งชื่อเจ้าแมวตัวนั้นว่า ‘ซู’ ล่ะ พออาบน้ำเสร็จแล้วขนของมันขาวสะอาดมาก ดวงตาสีฟ้าของมันก็ดึงดูดสุดๆ 

เจ้าแมวตัวนี้ค่อนข้างถือตัว ช่วงแรกผมได้แผลเยอะแยะจากมัน โชคดีที่วันนั้นเอามันไปให้ร้านสัตว์เลี้ยงช่วยจัดการให้ แต่หรูซื่อกลับเข้ากับมันได้อย่างน่าประหลาด บางทีซูอาจจะชอบหรูซื่อก็ได้นะ สายตาของคนที่อยากจะดูแลมันตั้งแต่วันแรกที่เจอกันน่ะ สัตว์ฉลาดๆ อย่างแมวก็คงจะรู้ดี 

หลังจากนั้นหรูซื่อก็แวะมาเล่นกับซูบ่อยๆ น่าแปลกที่มันเชื่องกับแค่หรูซื่อ แต่คนแปลกหน้าคนอื่นกลับจ้องจะขู่อย่างเดียว สำหรับผมน่ะเหรอ...อยู่ในระดับที่เป็นมิตรกันเท่านั้น 

 

20 ตุลาคม 2018 

ช่วงนี้เราทะเลาะกันเรื่องเล็กน้อยบ่อยมาก ทั้งหมดมันผิดที่ผมเองแหละ 

ผมบอกรักจนมันเป็นเรื่องปกติ แต่ในบางครั้งผมก็อยากได้ยินคำนั้นจากปากของคนที่ผมรักบ้าง เข้าใจนะว่าถึงหรูซื่อจะไม่เคยเอ่ยมันออกมา แต่การกระทำทุกอย่างของเขามันบอกว่าความรักของเรานั้นเป็นเรื่องจริง  

ผมรู้...หรูซื่อเป็นประเภทชอบแสดงออกผ่านการกระทำมากกว่าพูด...ผมเข้าใจ... 

ทั้งที่รู้แบบนั้น...ทั้งที่เข้าใจมาตลอด... 

แต่บางทีมันก็อดน้อยใจไม่ได้อยู่ดี 

 

วันเวลาผ่านไปอย่างมีความสุข เราอยู่ด้วยกันมาตลอด เราพบกันทุกวัน ยิ้มให้กันทุกวัน ผมมีความสุขมาก...มากจนไม่คิดว่า...เมื่อมีพบ ก็ต้องมีจากลา 

วันนั้น... 

วันที่ยังจำไม่เคยลืม...คริสต์มาสปีที่สามของเรา  

 

- อี้เฉิน – 

 

 

25 ธันวาคม 2018 

วันคริสต์มาส 

สองข้างทางเต็มไปด้วยแสงไฟสีทองอร่ามทั่วทั้งย่าน ร้านรวงตามท้องถนนต่างก็ตกแต่งด้วยสีสันหลากตาทั้งต้นคริสต์มาส ไฟระย้า หรือแม้กระทั่งถุงเท้าหลากสีที่ห้อยตามกระจกร้าน แข่งกันตกแต่งเพื่อดึงดูดลูกค้า 

วันนี้เป็นวันคริสต์มาส ท้องถนนตอนกลางคืนจึงคึกคักเป็นพิเศษ 

รอบกายเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย...ทั้งคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อนสนิท หลากหลายความสัมพันธ์ที่ต่างออกมาร่วมฉลองในวันแห่งความสุขนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มักจะได้ยินแต่เสียงหัวเราะ พูดคุยหยอกล้อกันเต็มไปหมด ชายหนุ่มเหม่อมองผู้คนเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะซุกมือเข้ากับโค้ทสีกรมตัวโปรดเพื่อคลายความหนาว 

เขากำลังรอใครบางคนอยู่ 

ใครบางคนที่ทำให้ชีวิตเป็นเหมือนคริสต์มาสในทุกๆ วัน 

“อี้เฉิน” 

เสียงนุ่มเอ่ยทักพร้อมใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม 

“รอนานไหม” 

ชายหนุ่มส่ายหน้า เพราะตนก็เพิ่งจะเดินทางมาถึงสถานที่นัดก่อนแค่ไม่กี่นาที มันไม่นานหรอก...สำหรับเขาแล้วการรอคอยอีกคนไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ” 

มือใหญ่ยื่นมาให้...มันช่างอบอุ่นยามเมื่อมือของพวกเราประสานกันไว้แบบนั้น 

อี้เฉินพูดไปเรื่อยเปื่อย และหรูซื่อก็เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ว่าชายหนุ่มจะเล่าอะไรและมันน่าเบื่อแค่ไหน แต่เขาไม่เคยเบื่อ เสียงของอี้เฉินมีเสน่ห์และน่าฟังเสมอ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ตาม 

คนทั้งคู่เดินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงคาเฟ่ที่มักจะมานั่งเล่นด้วยกันเป็นประจำ เพราะอากาศหนาวจัดด้านนอกทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะเข้ามานั่งอุ่นร่างกายด้านในเสียก่อน 

“วันนี้อากาศหนาวมากเลยนะ” หรูซื่อเปรยขึ้นหลังจากที่สั่งเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว 

“นั่นสิ” อี้เฉินเท้าคางพลางเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่าง ปากอิ่มขยับพึมพำตามเนื้อเพลงที่เปิดในร้าน ถึงแม้จะตื่นเต้นกับเทศกาลมากแต่การฉลองของพวกเขาก็ยังคงเป็นไปอย่างเรียบง่าย เพราะคนทั้งคู่ต่างก็รักในความไม่หวือหวา 

เวลาดำเนินไปอย่างช้าๆ...แม้จะมีเสียงเพลงคลออยู่รอบกาย แต่มันกลับเงียบงันในความรู้สึก ถึงอย่างนั้นก็เป็นความเงียบที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด 

“หรูซื่อ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่ 

เจ้าของชื่อหันมาตามเสียงเรียก และอี้เฉินก็ยังคงจ้องมองออกไปยังนอกหน้าต่างเช่นเดิม  

“หืม?” 

“คริสต์มาสปีนี้ ผมอธิษฐานล่ะ” ชายหนุ่มเว้นจังหวะไปชั่วครู่ 

“รู้ไหมว่าคำขอของผมคืออะไร” 

“ของแบบนั้นน่ะ เขาไม่ให้บอกคนอื่นไม่ใช่เหรอ” 

“ก็หรูซื่อไม่ใช่คนอื่นนี่” เจ้าตัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง  

“ผมน่ะ อธิษฐานนะ...” 

“...” 

“ว่าขอให้เราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ” 

“อะไรกัน” ร่างบางเอ่ยพลางหัวเราะ “คิดจะอยู่ไปด้วยกันถึงเมื่อไหร่ล่ะ” 

“ไม่รู้สิ” ใบหน้าคมคายหันกลับมา ก่อนจะระบายรอยยิ้ม “ตลอดไปเป็นไง” 

“น่าเบื่อแย่เลยนะ” 

“แล้วคุณล่ะ...หรูซื่อ” 

“หืม? คำขอเหรอ” คนถูกถามวางแก้วกาแฟก่อนจะลูบคางอย่างใช้ความคิด 

“ใช่...คำขอ” ใบหน้านั้นส่งยิ้มมาให้ มันส่องประกายและช่างงดงามเหลือเกินในสายตาของร่างบาง  

“วันคริสต์มาสปีนี้หรูซื่ออยากจะได้อะไรเป็นของขวัญอย่างนั้นเหรอ” 

“อืม...คำขอของผม”  

นิ่งคิดไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายคำตอบก็เป็นเพียงการไหวไหล่แล้วลุกขึ้นเดินไปที่เคาน์เตอร์หน้าร้าน 

“แบบนี้ขี้โกงนี่นา”  

แน่นอนว่าอี้เฉินรีบลุกตามคนรักไปทันที แบบนี้มันไม่แฟร์เอาซะเลย...ในเมื่อเขายอมบอกก่อนแต่มาตัดบทแล้วหนีกันดื้อๆ เนี่ยนะ 

“คุณเป็นคนอยากบอกผมเองนะ โอ๊ะ...อี้เฉิน ดูนี่สิ”  

มือเล็กชี้ไปยังเหล่าเทียนหอมที่วางเรียงรายอยู่บนเคาน์เตอร์ พวกมันถูกตกแต่งด้วยสีเขียวและสีแดงในแบบของคริสต์มาส 

“เทียนหอมรุ่นพิเศษค่ะ ทางร้านนำออกมาขายแค่ช่วงคริสต์มาสนี้เท่านั้น” พนักงานอธิบายอย่างรู้งาน เธอหยิบกลิ่นต่างๆ ออกมาให้ลองดมมากมายและหรูซื่อกำลังตกหลุมรักมัน 

“น่ารักจัง” 

“ทำไมซื้อมาตั้งหลายอันล่ะ”  

ร่างสูงเหลือบมองเทียนหอมสองกล่องที่ถูกยื่นมาให้ในถุงลายน่ารักโดยพนักงาน 

“อีกอันเป็นของคุณนะ”  

ถุงเทียนหอมถูกยื่นมาให้และอี้เฉินก็รับมันมาอย่างไม่ค่อยจะแน่ใจนัก คงไม่ใช่ว่านี่เป็นของขวัญวันคริสต์มาสหรอกนะ 

“ทำไมถึงเป็นเทียนหอมล่ะ” 

“ก็คุณชอบอ่านหนังสือถึงดึกๆ ไม่ยอมนอนทุกทีเลยนี่นา เทียนหอมน่ะช่วยให้ผ่อนคลายแล้วก็หลับสบายนะ” 

เป็นคำตอบที่ทำให้ต้องหัวเราะออกมา…มือใหญ่ยื่นไปลูบหัวคนรักก่อนจะเอ่ย “อย่างนั้นเหรอ...แต่ก็ขอบคุณนะ” 

“มีคนเคยบอกว่าเวลาที่คิดถึงใครมากๆ ให้จุดเทียนแล้วอธิษฐานล่ะ”  

ใบหน้าหวานก้มลงมองถุงเทียนหอมในมือ ยามที่ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมันริมฝีปากสีซีดก็คลี่ยิ้มตามไปด้วย และอี้เฉินก็ต้องยิ้มตามอย่างควบคุมไม่ได้ 

“ผมน่ะ ชอบอธิษฐานนะ...ขอให้อี้เฉินนอนหลับฝันดี ขอให้อี้เฉินไม่ป่วย...”  

คนตัวเล็กพูดไปเรื่อย โดยที่สายตานั้นก็เอาแต่จับจ้องไปยังกล่องเทียนหอมในมือ อี้เฉินได้แต่ยืนมองโดยไม่พูดอะไร หรูซื่อดูมีความสุขเสมอเวลาที่ชายหนุ่มกำลังเล่าเกี่ยวกับอะไรสักอย่างที่เขาสนใจ และรอยยิ้มในตอนนั้นมันงดงามมากจริงๆ 

ถึงแม้ว่าจะเป็นของขวัญที่แสนธรรมดา แต่น่าแปลก…ใช่…ช่วงเวลานั้น เขากลับมีความสุขมากๆ เลยล่ะ 

แต่ความสุขก็มักจะผ่านไปไวเสมอ 

“วันนี้ผมมีความสุขมาก” 

“เหมือนกัน” 

หลังจากที่ออกมาจากคาเฟ่ คนทั้งคู่ก็เดินเตร็ดเตร่มาเรื่อย ชื่นชมบรรยากาศแสนสวยงามและสีสันของแสงไฟที่ประดับไปทั่วเมือง อี้เฉินเหลือบมองหอนาฬิกาที่ตั้งอยู่อีกฟากของถนน ถึงแม้จะไกลจากจุดที่ยืนมากแต่เพราะความใหญ่ของมันจึงทำให้สามารถเห็นเวลาได้อย่างชัดเจน 

เวลาของวันนี้ใกล้จะหมดแล้วสินะ 

นี่พวกเขาเที่ยวเล่นกันมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย... 

ชายหนุ่มคิดในขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านต้นคริสต์มาสยักษ์ใจกลางเมือง เวลาที่ได้ใช้ร่วมไปกับหรูซื่อมักจะผ่านไปไวเสมอ 

“หรูซื่อ”  

เจ้าของชื่อทำเพียงหันมามองแทนการขานรับเท่านั้น 

“ผมรักคุณนะ” 

“อะไรกันเนี่ย...จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา”  

คนถูกบอกรักได้แต่หัวเราะเพราะรู้สึกขัดเขิน...อี้เฉินก็เป็นแบบนี้เสมอ ไม่เคยเหนื่อยกับการแสดงความรัก ชายหนุ่มสามารถพูดมันออกมาได้อย่างกล้าหาญ  

ซึ่งต่างจากตัวหรูซื่อ 

ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็แค่คำพูดธรรมดาๆ เท่านั้นเอง 

“ก็แค่อยากบอก” หยุดเดินก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับคนตัวเล็กกว่า “แล้วคุณล่ะ” 

“หืม?” 

“ผมอยากฟังมันจากคุณบ้าง” 

“ของแบบนี้ไม่เห็นต้องถามกันเลยนี่” ถึงแม้จะพูดพลางหัวเราะไปด้วย แต่ทำไมกันนะ...รอยยิ้มของคนตรงหน้ากลับค่อยๆ จางหายไป “คุณเองก็พูดอยู่ทุกวัน ไม่เบื่อเหรอ”  

หรูซื่อเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจแล้วหมุนตัวเดินต่อ แต่เพราะความรู้สึกว่างเปล่าข้างกายทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดเดินแล้วหันกลับมา 

อี้เฉินยังคงยืนอยู่ตรงนั้น 

“อี้ – “ 

“ผมคิดมาตลอดเลยล่ะ”  

น้ำเสียงทุ้มแสนสุภาพที่เคยชอบฟังนั้น...ตอนนี้มันดูแปลกไป... 

“ความจริงแล้ว...คุณเคยรักผมบ้างไหม” 

...มันไม่เหมือนเดิม 

หรูซื่อขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าร่างสูงเป็นอะไรไป ดวงตาคู่นั้นที่จ้องมองมามันดูว่างเปล่าจนไม่รู้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนี้ 

“พูดอะไรน่ะอี้เฉิน ทำไมจะไม่...” 

“ไม่อะไรล่ะ” เสียงนั้นดูตัดพ้อกว่าที่เคยเป็น แววตานั้นดูสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “สุดท้ายคุณก็ไม่พูดมันออกมาอยู่ดีนั่นแหละ” 

“ใช่ไหมล่ะ” 

“...” 

“ผมเคยสงสัยนะ ถึงแม้ว่าผมจะบอกตัวเองอยู่เสมอว่าผมเข้าใจคุณ ผมรู้...ทุกสิ่งที่คุณแสดงออกมามันชัดเจน แต่มันก็แค่นั้นแหละ หรูซื่อ...ความมั่นใจของผมมันเลือนรางลงทุกวัน และมันก็ทำให้ผมเริ่มคิดว่า...” 

ตลอดมามีเพียงแค่เขาที่เอาแต่พร่ำบอกรักอีกคน คิดอยู่เสมอว่ามันก็เป็นเพียงแค่คำพูดง่ายๆ ที่สามารถบอกได้ทุกวัน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายคงจะไม่ได้คิดแบบนั้น 

ร่างสูงหยุดก่อนจะเบือนหน้าออกไป 

“ความรักของเรามันเคยมีอยู่จริงหรือเปล่า หรือมีแค่ผมที่คิดไปเองคนเดียว” 

“...” 

“...ตั้งแต่แรก” 

คำพูดเหล่านั้นทำให้ร่างบางชาไปทั้งหัวใจ...เขามองไปยังชายคนรัก ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าอีกคนพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไงต่อหน้าเขา 

ในวันที่เราเพิ่งจะบอกกันว่ามีความสุข 

หรูซื่อเงียบไปพักใหญ่ เขาพูดอะไรไม่ออกจริงๆ และมันนานมากกว่าที่ชายหนุ่มจะค้นหาเสียงของตัวเองเจอ 

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ...” 

น้ำเสียงที่เปล่งออกไปนั้น ไม่รู้เลยว่ามันอ่อนแรงมากแค่ไหน...ไม่รู้เลยว่ามันจะเท่ากับน้ำเสียงของร่างสูงที่พูดออกมาไหม 

“แล้วที่ผ่านมามันจะเรียกว่าอะไรล่ะ ทั้งๆ ที่ผมยังอยู่ตรงนี้...อี้เฉิน...อยู่ข้างคุณเสมอมา แต่วันนี้คุณกลับพูดแบบนั้น” 

สิ่งที่ทำให้หรูซื่อรู้สึกเจ็บปวดไม่ใช่คำพูดตัดพ้อเหล่านั้น แต่เป็นเพราะการที่เขาพยายามจะเดินเข้าไปหา แต่อีกคนกลับถอยหนี 

“หรูซื่อ ผม...” น้ำเสียงของอี้เฉินอ่อนลง “ขอโทษที่เผลอโมโหใส่” 

“...” 

“ผมผิดเอง ขอโทษนะ” 

ใบหน้าคมคายเงยขึ้น มันยากลำบากมากที่จะมองหน้าของอีกคน...เพราะกลัวว่าจะเผลอพูดจาทำร้ายไปมากกว่านี้ 

เรื่องนี้ไม่มีใครผิด และถ้าหากว่ามันจะผิดจริงๆ ก็ขอให้เป็นที่ตัวเขา 

ชายหนุ่มหลับตาลงก่อนจะหันหลัง แต่ละถ้อยคำที่พยายามกลั่นออกมามันช่างยากเย็น ทั้งที่ไม่ได้อยากจะให้มันเป็นแบบนี้เลย ไม่ได้อยากจะพูดแบบนั้นเลยสักนิด 

“...วันนี้กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะนะ ขอโทษที่ไม่ได้ไปส่ง” 

ความคิดเห็น