หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 16 ตรวจบัญชี

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 ตรวจบัญชี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2563 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 ตรวจบัญชี
แบบอักษร

 

ในขณะที่เว่ยหยวนรีบร้อนบุกผ่านประตูเข้ามา ภาพที่ปรากฏให้เห็นข้างหน้าคือแสงแดดที่ส่องผ่านม่านเข้ามาในห้อง ใบหน้ายามหลับใหลของพระชายาของเขาช่างดูอ่อนหวานน่าหลงใหลนัก ในมือยังอุ้มงูดำตัวหนึ่งไว้ เว่ยหยวนขมวดคิ้ว เขาคิดว่าควรฟังคำแนะนำของพ่อบ้านให้ขังงูนั้นไว้เสียดีกว่า 

เว่ยหยวนดันล้อไม้ขยับ เอางูดำมาวางไว้บนตักตน งูตัวนั้นสะดุ้งขึ้น พอเห็นเว่ยหยวนก็เลื้อยพันไปบนบ่าเขาอย่างสนิทสนม 

ยากนักที่จะได้นอนหลับสบายเช่นนี้ หนิงอวี้ลุกขึ้นบิดกาย มือปัดผ้าห่มไหมออก ทันใดนั้นก็นึกถึงงูดำในมือขึ้นได้ งูดำล่ะ หนิงอวี้มุ่นหัวคิ้ว ก้มตัวลงหาใต้เตียงนอนเล่นนั้นว่ามีร่องรอยของงูตัวนั้นหรือไม่ 

“ตื่นแล้วหรือ” หนิงอวี้เหลียวหันตามเสียงไป เห็นเว่ยหยวนนั่งพลิกหนังสืออ่านอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ งูดำที่หาไม่เจอตัวนั้นกำลังคายลิ้นสีแดงสดในขณะที่กำลังเลื้อยพันอยู่บนบ่าของเขา 

ภายใต้แสงแดดที่ลอดผ่านช่องเข้ามาเป็นริ้วๆ หนิงอวี้นิ่งอึ้งอยู่กับที่ งูดำอยู่เคียงข้างเว่ยหยวนดูแล้วลึกลับชอบกลอยู่หลายส่วน นี่คือเว่ยหยวนในแบบที่นางไม่เคยพบมาก่อน มีกลิ่นอายจางๆ ของความดำมืดชั่วร้ายอันแฝงด้วยมนต์สะกดเจืออยู่ 

“บนโต๊ะมีขนมกุ้ยฮวาซู” หนิงอวี้รับคำ แล้วเดินก้มหน้าไปยังโต๊ะหนังสือ มือหยิบเอาขนมกุ้ยฮวาซูขึ้นมาหนึ่งชิ้นป้อนเข้าปากไป ดูเหมือนนางจะไม่เคยมองเว่ยหยวนออกเลยสักครั้ง หนิงอวี้ขมวดคิ้วนิ่งเงียบ 

“รสชาติดีไหม ทำไมถึงได้เหม่อลอยเช่นนี้”  

หนิงอวี้ได้สติกลับมา จึงตอบว่า “รสชาติดีทีเดียว ขอบพระทัยท่านอ๋อง” 

โยนอารมณ์นั้นทิ้งไปก่อน แล้วกินขนมจนหมดเกลี้ยง หนิงอวี้ถอนหายใจยืดยาวอย่างพอใจ ขนมกุ้ย 

ฮวาซูกลิ่นหอมละมุน รสชาติหวานฉ่ำถูกปาก ดูเหมือนตัวเองตื่นมาได้จังหวะดีเสียจริง ขนมกุ้ยฮวาซูนั้นกำลังร้อนอยู่พอดี 

“หากชอบ ก็ให้พ่อบ้านจัดเตรียมเพิ่มแล้วกัน” จากนี้เป็นต้นไปพ่อบ้านจึงมีหน้าที่เพิ่มขึ้นอีกอย่าง นั่นก็คือต้องไปร้านขนมทุกวัน 

“อืม” หนิงอวี้เอนกายลงนอนเล่นบนเตียง มือก็หยิบคัมภีร์เพลงกระบี่ขึ้นมาเล่มหนึ่ง พลิกเปิดอย่างใจลอยอยู่สองสามหน้าก็หน้านิ่วขมวดคิ้ว ทำไมท่านอ๋องยังไม่ไปเสียที ไม่ไปก็ช่างเถิด แต่เขากลับเอาแต่แอบมองมาทางนี้อยู่ตลอดนี่สิ 

หนิงอวี้เอาคัมภีร์ขึ้นบังหน้า กระแอมไอแล้วพูดขึ้น “ท่านอ๋องเพคะ พระองค์ทรงมีราชกิจยุ่งยากมากหลาย อย่าได้อยู่เป็นเพื่อนหม่อมฉันเลย” 

หนิงอวี้จ้องยังภาพเขียนสาธิตท่วงท่ารำกระบี่บนหน้าหนังสือ พลางรอคำตอบจากท่านอ๋อง 

“สองสามวันนี้ว่าง จึงมาอยู่เป็นเพื่อนชายารักได้ อีกไม่กี่วันก็คงมีราชกิจให้ยุ่งอีก เกรงว่าจะไม่ได้มาอยู่ด้วย” เว่ยหยวนยกยิ้มมุมปาก “ไหนจะมีเจ้าดำนั่นอยู่ด้วยอีก ข้ากลัวมันจะทำร้ายเจ้าเอา” 

เจ้าดำน่ะหรือ หนิงอวี้เหยียดมุมปาก จากจวนขุนพลเลี้ยวซ้ายไปสองโค้งก็ถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นมีตาเฒ่าเลี้ยงสุนัขไหว้อยู่หนึ่งตัว เรียกชื่อมันว่าเจ้าเหลือง ใยงูจึงมาใช้ชื่อของสุนัขตั้งเล่า 

หนิงอวี้สูดหายใจเข้าลึก พยายามที่จะสงบสติอารมณ์ของตน จู่ๆ ก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างไม่สามารถอธิบายได้ พลันแขนนางก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมา ที่แท้เจ้าดำเลื้อยพันขึ้นมาบนมือนางเงียบๆ นั่นเอง  

“อีกสองวัน พ่อบ้านจะเอาสมุดบัญชีค่าใช้จ่ายภายในตำหนักมามอบให้เจ้า”  

หนิงอวี้ขมวดคิ้วพูดขึ้น “หม่อมฉันคำนวณไม่เป็นเพคะ” นอกจากงานเย็บปักถักร้อยแล้ว สิ่งที่นางเกลียดที่สุดเห็นจะเป็นการคำนวณบัญชีนี่ละ 

“ค่อยๆ เรียนรู้ไป มีใครที่ไหนคำนวณได้โดยไม่เรียนเล่า ข้าหวังให้เจ้าดูแลทุกสิ่งในตำหนัก ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับข้า” เว่ยหยวนพูดขึ้นโดยไม่ลืมที่จะเลี่ยงความจริงที่ว่าพ่อบ้านนั้นอายุแค่สี่ขวบก็สามารถใช้ลูกคิดได้แล้ว ซ้ำยังพูดออกมาชัดถ้อยชัดคำและสงบนิ่งดูราวกับจริงใจ หนิงอวี้พยักหน้ารับ แล้วถอนหายใจออกมายืดยาว 

บทสนทนาหยุดลงชั่วขณะ แสงแดดอบอุ่นส่องสาดกระทบร่างกาย หนิงอวี้คลอเพลงอย่างสบายใจ เว่ยหยวนได้ยินบทเพลงที่ร้องด้วยเสียงอันเพี้ยนนั้น ทำให้เขารู้สึกว่าหนิงอวี้ช่างน่ารักเป็นที่สุด 

ประตูห้องถูกผลักเปิด สาวใช้คุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับดวงตาที่บวมแดงพลางพูดด้วยเสียงสะอื้นว่า “ขอท่านอ๋องทรงโปรดเสด็จเรือนข้าน้อยด้วยเถิด นายหญิงท่านล้มป่วยแล้วเพคะ” 

‘ซีเย่ว์หรือ’ หนิงอวี้คิด แต่นึกไม่ถึงว่าสาวใช้จะพูดขึ้นว่า “นายหญิงไฉ่เตี๋ยวันนี้ถูกทำให้ตกใจ พอกลับห้องไปก็ลมจับเพคะ” 

ความคิดเห็น