หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 16 ออกจวนไปจับจ่าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 ออกจวนไปจับจ่าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 ออกจวนไปจับจ่าย
แบบอักษร

 

ท่าทางเช่นนี้ไม่เหมือนคนที่ไร้วิชาความสามารถดั่งในอดีตแม้แต่น้อย 

ซูไท่นิ่งไปเล็กน้อย แม้เขาจะรู้สึกว่าข้อสงสัยของซูหลีไม่มีมูล แต่อย่างไรนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ซูหลีใช้สมองตรึกตรองเรื่องราวด้วยตนเอง ซูไท่จึงไม่อยากทำลายความตั้งใจของเขา 

ไม่แน่ว่าการส่งเขาไปหมู่บ้านหวงซานในครั้งนี้ อาจจะกลับกลายเป็นโชคดีของเขาก็เป็นได้ 

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซูไท่ก็ปรายตามองหลี่ซื่อปราดหนึ่ง พลางกล่าวว่า “ตรวจสอบสักหน่อยเถอะ” 

หลี่ซื่อพลันหน้าเปลี่ยนสี เรื่องนี้ยากจะเอ่ยจริงๆ 

คาดไม่ถึงว่าซูไท่จะเชื่อคำพูดเหลวไหลของซูหลี! 

“เช่นนั้นก็ต้องลำบากแม่ใหญ่แล้ว หากมีเบาะแสอันใด ก็ส่งมาที่เรือนข้าแล้วกัน” ซูหลีเดินไปข้างกายหลี่ซื่อ พลางมองหน้าอีกฝ่าย 

หลี่ซื่อเพิ่งจะพบว่า ซูหลีมีดวงตาใสกระจ่างดั่งดวงดารา 

มันสว่างไสวหาใดเปรียบ 

ราวกับจะสามารถส่องทะลุถึงใจคน... 

“ข้าง่วงแล้ว ไม่ขอรบกวนท่านพ่อกับท่านแม่ใหญ่แล้ว” ซูหลีมองนางปราดหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปทำความเคารพซูไท่ แล้วหมุนตัวเดินจากไป 

แต่ต้นจนจบ นางไม่เห็นหลี่ซื่ออยู่ในสายตาแม้แต่น้อย 

หลี่ซื่อพลันกำมือแน่น 

…… 

เช้าวันรุ่งขึ้น ซูหลีเพิ่งจะตื่น ก็ได้ยินไป๋ฉินรายงานว่า ซูเนี่ยนเอ๋อร์มาขอพบ 

นางเลิกคิ้วขึ้น หลี่ซื่อผู้นี้อดทนไม่ไหวแล้ว ถึงได้ส่งลูกสาวตนเองมาชิมลางก่อน เพื่อจะลองหยั่งเชิงนางกระมัง 

“อรุณสวัสดิ์ท่านพี่หลี” ซูเนี่ยนเอ๋อร์แต่งกายใหม่ เมื่อเห็นซูหลีก้าวออกมา นางก็รีบทำความเคารพอีกฝ่าย 

ซูหลีมีสีหน้าราบเรียบ กล่าวเพียงว่า “มีธุระอันใด” 

ในดวงตาซูเนี่ยนเอ๋อร์มีประกายตาพาดผ่าน ตั้งแต่ที่ซูหลีกลับมาเมื่อวาน ก็มีท่าทีแปลกไป ปกติเวลาอีกฝ่ายเห็นนางทำความเคารพ ก็จะรีบเข้ามาพยุงนางขึ้น 

ไฉนวันนี้อีกฝ่ายจึงมีท่าทีเช่นนี้เล่า 

ซูเนี่ยนเอ๋อร์ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านแม่บอกว่า ท่านพี่หลีต้องได้รับความทุกข์ยากอยู่ที่บ้านนอก จึงให้เนี่ยนเอ๋อร์มาชวนท่านพี่หลีออกไปเดินเล่นข้างนอก เลือกผ้าสักสองสามพับ มาตัดชุดใหม่ให้ท่านพี่” 

ซูหลีได้ยินดังนั้น ก็ปรายตามองหน้าอีกฝ่ายปราดหนึ่ง เห็นว่าบนใบหน้านางยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ คล้ายกับอยากจะมาใกล้ชิดสนิทสนมกับตนจริง 

“ได้ เจ้ารอพี่สักประเดี๋ยว” เห็นซูหลีตอบรับ ในดวงตาซูเนี่ยนเอ๋อร์ก็มีประกายตาวาดผ่าน 

แต่ก่อนซูหลีชอบความคึกคักเป็นที่สุด จุดนี้นางหาได้เปลี่ยนไปไม่ 

“นายน้อย พวกเราเพิ่งจะกลับมาก็ออกไปข้างนอกเลย ข้าว่า...” เมื่อซูหลีเข้าห้องด้านในมาแล้ว ก็เห็นไป๋ฉินมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย สาวใช้นางนี้ก็นับว่าฉลาดอยู่บ้าง รู้ว่าเวลานี้ออกไปข้างนอก ย่อมไม่เป็นการดี 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากซูหลีอยากจะทำตัวดีขึ้น ก็ไม่ควรออกไปข้างนอกในเวลานี้ 

ทว่าแต่ต้นจนจบ ซูหลีกลับมิได้คิดว่าจะแสร้งทำตัวเป็นหลานที่ว่านอนสอนง่ายกระไรนั้น โอ้ไม่สิ ต้องเป็นลูกที่ว่านอนสอนง่ายถึงจะถูก 

“ไปเอาชุดมา” นางมองไป๋ฉินเพียงปราดหนึ่ง ก็ทำเอาใบหน้าน้อยๆ ของไป๋ฉินแดงก่ำ ทั้งที่กล่าวเพียงประโยคเดียว  

ไป๋ฉินเห็นว่าตนเองเกลี่ยกล่อมอีกฝ่ายไม่สำเร็จ ก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะนำอาภรณ์ไปให้ซูหลี 

เพียงแต่...  

เมื่อเห็นเสื้อผ้าที่ไป๋ฉินนำมา ซูหลีก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก 

นิสัยอื่นๆ ของซูหลีตัวจริงก็แล้วไปเถิด แต่รสนิยมเช่นนี้ไม่ใคร่จะดีนัก 

คาดไม่ถึงว่านางจะมีชุดขาวอยู่เต็มตู้ 

สีขาวนั้นนับว่าน่ามองยิ่งนัก เมื่อสวมลงบนร่างแล้ว ก็ทำให้แลดูราวกับเซียน 

แต่กระนั้นก็ต้องดูคนใส่ด้วย ซูหลีนั้นนิสัยกระโตกกระตาก ท่าทีแข็งกร้าว แต่งชุดขาวขัดกับบุคลิกเช่นนี้ ย่อมน่าขันแล้ว 

และตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับอยู่ในงานศพก็มิปาน 

ซูไท่เห็นบุตรเป็นเช่นนี้ ก็นึกประหลาดใจอยู่ในอกยิ่งนัก 

และสาเหตุที่ซูหลีแต่งกายเช่นนี้เสมอมา ก็เป็นเพราะไหวอ๋อง 

“มีเสื้อผ้าที่สีสันสดใสกว่านี้ไหม” 

ความคิดเห็น