เจ้าหญิงดอกไม้ - บุษบากร
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ฝากติดตามผลงานของ "เจ้าหญิงดอกไม้" ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของรีดทุกคนด้วยนะคะ ^^ (ดูนิยายเรื่องอื่น ๆ คลิกที่รูปโปรไฟล์ได้เลยน้า)

CHAPTER 24 50% I never give up on you

ชื่อตอน : CHAPTER 24 50% I never give up on you

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2563 19:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 24 50% I never give up on you
แบบอักษร

KEVIN PART :

 

"กูไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้..."

"...."

"กูไม่ได้อยากทิ้งลูกกับเมียไป"

"...."

"กูขอโทษ"

ผมไม่รู้ว่าไอกันต์มันจะได้ยินสิ่งที่ผมพูดออกไปรึเปล่า มันสมควรโกรธ...แต่มันก็ควรจะฟังความจริงจากปากผมเหมือนกัน เรื่องที่มันสมควรจะรู้

"ชาร์ลอทท้อง" พูดจบคนที่กำลังจะเดินไปเปิดประตูรถก็ชะงักค้าง ก่อนจะหันกลับมาทางผม

"มึงพูดว่าไงนะ"

"ชาร์ลอทท้อง...ลูกของมึง" และเธอเองก็เจ็บไม่แพ้กัน ผมหยัดตัวลุกขึ้นจากพื้นดิน เดินไปหามันแล้วหยิบกระดาษแผ่นนึงออกมาจากกระเป๋ากางเกงยื่นไปให้ไอกันต์

"ที่อยู่" ผมพูดสั้นๆ แค่นั้น...แล้วหมุนตัวกลับมา ได้ยินเสียงรถเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

หางตาเหลือบไปเห็นแหวนวงนึงที่หล่นอยู่บนพื้น ไม่สิมันคือแหวนที่เธอถอดทิ้งต่างหาก ผมหยิบมันขึ้นมาปัดเศษดินออก อย่างน้อยตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาเธอก็ยังสวมมันอยู่ มันแปลว่าเธอก็ยังรักผมอยู่ใช่มั้ย....

แปะ

แปะ

เม็ดฝนเล็กๆ กระทบผิวกาย เงยหน้ามองทองฟ้าที่กำลังจะมืดครึ้มในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า จากฝนที่ลงเม็ดกลายเป็นเทลงมาอย่างรวดเร็ว หึ ดีจริงๆ พระเจ้าคงสนุกที่เห็นผมทุกข์แบบนี้ คงจะมีความสุขที่ผมต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดแบบนี้ เจ็บกายยังไม่เท่าเจ็บใจ เวลาที่สายฝนมันกระทบกับผิวกาย ซึมเข้าไปในรอยฟกช้ำและรอยแผลตามตัวที่มีเลือดออก มันทำให้ผมเจ็บจี๊ดเข้าไปถึงสมอง แต่มันก็แค่วินาทีเดียว เพราะหลังจากนั้นจากที่เคยเจ็บมันเปลี่ยนเป็นชินชา ผมไม่รู้สึกเจ็บปวดกับอาการบาดเจ็บภายนอกร่างกายอีกแล้ว เพราะความเจ็บปวดในหัวใจมันเจ็บมากกว่า เจ็บจนหัวใจสลาย...

ครืดๆ

[มึงหายไปนานมาก เอาของไปให้หรือจะนอนที่นู้นเลยวะไอเควิน] เสียงกวนตีนแบบนี้เป็นใครไม่ได้อีกนอกจากไอเซน เฮ้อ ที่มันมากับผมไม่ได้เพราะในกำลังติดภารกิจดูแลเมียอยู่ครับ ผมเลยต้องเอาของมาให้น้องมันคนเดียว แทนน้ำใจและคำขอบคุณ...แต่เมื่อกี้ ของที่ผมให้มันถูกโยนออกมาข้างนอกระเบียงเรียบร้อยแล้ว เจ็บครับบอกเลย ได้ยินเสียงคุณน้าบอกให้น้องมันเอาไปทิ้ง แต่สงสัยเจ้าขุนไม่ยอมน้าเขาเลยโยนออกมานอกบ้านแทน โดนทิ้งทุกอย่างเลยว่ะ ทั้งคน ทั้งแหวน ทั้งของ

"อืม กูจะนอนที่นี่"

[มึงพูดจริงหรือพูดเล่น ว่าแต่มึงอยู่ไหนเนี่ย ทำไมได้ยินเสียงฝนชัดเจนเลยวะ อย่าบอกนะว่าตากฝนอยู่]

"ตามนั้นแหละ"

[ตลกละมึง จะตากฝนเพื่อ!!]

"เรื่องของกู"

[สัส กูอุส่าถามเพราะเป็นห่วง ตกลงมึงเป็นอะไร น้ำเสียงก็ไม่โอเคแถมพูดแปลกๆ อีก กูไม่น่าให้มึงขับรถไปคนเดียวเลย เฮ้อ รอนั่นล่ะกันเดี๋ยวกูไปหา] ห่วงยิ่งกว่าครอบครัวก็คงเป็นเพื่อนนี่แหละ ห่วงอย่างกะกลัวว่าผมจะคิดสั้นฆ่าตัวตายซะงั้น ผมไม่ใช่ไอแกริคนะ ถึงไม่มีเธอผมก็อยู่ได้ แค่อยู่แบบตายทั้งเป็น. และผมก็ผ่านมันมาได้แล้ว เพราะหลายเดือนที่ผ่านมา ผมใช้ชีวิตแบบตายทั้งเป็น...

"กูกำลังง้อเมียอยู่ มึงไม่ต้องมา"

[อะไรนะ!! ง้อเมีย เมียที่ไหนมึง มึงยังหาน้องเขาไม่...เชี่ย อิงดาวอยู่ที่นั่นเหรอ!]

ติ๊ด...

ไม่รอให้ไอ้เซนพูดจบผมก็กดตัดสายทันที หันมาสนใจกับบ้านไม้ตรงหน้าต่อ เธอจะไล่ให้ผมไปแค่นั้นจริงๆ เหรอวะ เธอไม่คิดจะพูดอะไรกับผมเลยนอกจากการตบหน้าผมไปสองทีรึไงกัน แต่ผมดีใจที่เธอตบนะครับ เหมือนคนโรคจิตเลยว่ะ ฮ่าๆ เหมือนที่ผมเคยพูดเอาไว้ว่าผมชอบให้เมียตบ เพราะมันทำให้ผมรู้ว่าเธอยังมีความรู้สึกให้ผมอยู่ ตอนนี้อาจจะทั้งรักทั้งเกลียดทั้งโกรธเลยก็ว่าได้

 

โดนเธอเกลียดก็ยังดีกว่าเธอไม่รู้สึกอะไรเลย....

 

เฮ้อ

อิงดาวต้องออกมาสิ ใช่มั้ยครับ เธอต้องออกมาหาผม...

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ความจริงผมไม่มั่นใจเอาเสียเลย

ตอนที่ผมสบตากับเธอ แววตาของเธอมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เหมือนเธอยืนอยู่ตรงหน้า แต่เธอไม่ใช่คนที่ผมรู้จักอีกต่อไปแล้ว เธอไม่ใช่คิตตี้ของผมอีกแล้ว...

เธอยืนอยู่ตรงหน้า แต่ผมกลับดึงเธอมากอดไม่ได้

เธอยืนอยู่ตรงหน้า ผู้หญิงที่ผมตามหามาตลอดหลายเดือน แต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้เลย หัวใจผมแตกสลายไม่เป็นชิ้นดีตั้งแต่ที่เธอถอดแหวนวงนี้ออก เธอกำลังคืนความรักที่ผมมีให้ เธอเลือกที่จะตัดผมออกไปจากชีวิตของเธอและลูก...

"พี่ กลับไปเถอะครับ อย่ามาเสียเวลาตากฝนอยู่แบบนี้เลย มันไม่มีประโยชน์" เสียงแว่วๆ ดังออกมาจากบนบ้าน เงยหน้าขึ้นไปก็พบกับเจ้าขุนที่ยืนคิ้วขมวดอยู่ริมระเบียง

ไอเด็กนี่ในจะให้ผมยอมแพ้รึไง เมียกับลูกอยู่ตรงหน้า จะให้ผมยอมแพ้ได้ไงกัน ผมเสียโอกาสหลายเดือนไปเพราะบิดาผู้บังเกิดเกล้าที่สั่งให้เมียผมหนีไป ผมเสียช่วงเวลาที่ควรจะได้อยู่กับเธอไปโดยเปล่าประโยชน์ ผมจะไม่ยอมเสียแม้แต่วินาทีเดียวอีกแล้ว!

"พี่ขอโทษ!" ผมตะโกนออกไปแข่งกับสายฝนที่ตกหนักลงทุกที เธอไม่อยากได้ยินคำนี้ แต่ผมจะพูดคำนี้จนกว่าเธอจะยอมออกมา

 

เวลาผ่านไปสักพัก

"พี่ขอโทษ" ผมเอาแต่พูดประโยคนี้ซ้ำๆ วนไปวนมานานนับชั่วโมง จนริมฝีปากเริ่มชา น้ำเสียงก็อ่อนลงเรื่อยๆ สุดท้ายเรี่ยวแรงทั้งหมดเริ่มอ่อนแรง เข่าสองข้างทรุดลงกับพื้นดินอยู่ตรงหน้าบันได สภาพผมดูไม่ได้เลยสินะ หนาวฉิบหาย แผลก็เจ็บ ฝนเหี้ยนี่ก็ไม่ยอมหยุดตกสักที มันจะตกทั้งคืนเลยรึไงวะ!

"พี่ขอโทษ..." ประโยคสุดท้ายก่อนที่จะรู้สึกว่ามีใครสักคนกำลังยืนค้ำหัวอยู่พร้อมกับเงาของร่ม...ใช่ร่มรึเปล่าที่ทำให้ผมไม่โดนฝน ถ้าเป็นละครหลังข่าว เงยหน้าไปคงจะได้เจอนางเอกที่กำลังกางร่มออกมาเพื่อกันฝนให้พระเอกใช่ไหม แต่ชีวิตผมไม่ใช่ละครหลังข่าว เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่จะเป็นอิงดาวแน่นอน

และมันก็เป็นจริงตามที่ผมคิด คนที่มายืนกางร่มให้ผมคือเจ้าขุน เฮ้อ ไอเด็กนี่มันยังไงกันนะ -_-!

"ตะโกนไปก็เท่านั้น พี่ดาวเขาไม่ได้ยินพี่หรอก น้าเอมพาเข้าห้องนอนไปนานแล้วพี่" ผมไม่แปลกใจที่น้องมันพูดเลยสักนิด คุณน้าเขารักอิงดาวมาก เขาพยายามปกป้องลูกสาวคนเดียว ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน และไม่ต้องการให้อดีตมันซ้ำรอยเดิม แต่สุดท้ายผมก็กลายเป็นคนเลวที่ทำให้อดีตมันซ้ำรอยเดิมทุกอย่าง ผมทิ้งเธอกับลูกไปโดยที่ผมไม่รู้ตัว ถ้าถามว่าผมมั่นใจเรื่องลูกได้ไง ก็เป็นตอนที่ไอกันต์มันรัวหมัดใส่ผมนั่นแหละ ผมยอมให้มันต่อยฟรีๆ โดยไม่คิดจะสู้กลับ ไอกันต์มันก็พลั้งพูดออกมาเอง ว่าผมมันโง่ที่ทิ้งอิงดาวกับลูกไป...ใช่ครับ ผมมันโง่ โง่ที่รักและไว้ใจคนในครอบครัว แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นคนในครอบครัวที่ทำร้ายผมแสนสาหัส ทำร้ายผมจนเจ็บเจียนตายอยู่นานหลายเดือน ผมจะกลายเป็นลูกทรพีไหมถ้าดีใจที่มัมบอกว่าจะหย่ากับแด๊ด มันคือประโยคสุดท้ายที่ท่านบอกผมก่อนที่ผมจะบินมาไทย

 

"ขอโทษที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ขอโทษที่ปกป้องลูกไม่ได้"

 

ผมไม่เคยโทษท่านเลยด้วยซ้ำ ท่านพยายามทุกอย่างเพื่อไม่ให้ผมแต่งงานกับชาร์ลอทแต่ก็ต้องแพ้ให้ประมุขของครอบครัวที่สั่งอะไรทุกคนก็ต้องทำตาม

"ลุกขึ้นเถอะพี่ เดี๋ยวผมพาไปทำแผล" เจ้าขุนช่วยพยุงผมให้ลุกขึ้น แต่ผมกลับไม่มีแรงเอาซะงั้น นั่งจนชา แถมทั้งตัวก็ช้ำเพราะยอมให้ไอกันต์ต่อยฟรีๆ

"พี่ไม่ได้สำออยใช่ป่ะเนี่ย" ดู ดูไอเด็กนี่มันพูดเข้า ผมตวัดสายตาหาน้องมันทันที "โว้ว ผมแค่แซวนิดหน่อยเอง ไม่ต้องมองด้วยสายตาน่ากลัวแบบนั้นก็ได้" ผมมองหน่อยก็รีบแก้ตัวทันควัน

และในที่สุดเด็กนี่มันก็พยุงผมขึ้นมาบนบ้านได้สำเร็จ

"ทำไมถึงยอมพาพี่ขึ้นมาบนนี้" ผมเองก็เสียวสันหลังวาบนะครับ กลัวแม่เมียจะออกมาตบอีกรอบ แต่ถ้าเมียยินดีให้ตบ นี่จิตอ่อนๆ ป่ะมึงเนี่ย อยากให้เมียตบ ผมด่าตัวเอง แต่คำตอบก็ยังเหมือนเดิม...ตัวเล็กเท่ามดแต่แรงตบเท่าช้างได้ละมั้ง แรงเยอะทั้งแม่ทั้งลูก เฮ้อ

"ไม่เป็นไรหรอกพี่ ถ้าผมพาพี่ทำแผลที่อื่นมันต้องเดินไกล ที่นี่ใกล้สุดแล้ว" เป็นเด็กที่มีน้ำใจที่สุดตั้งแต่ผมเคยเจอ

"ขอบใจมากนะ ฮะ ฮัดชิ่ว!" สัส จามอีก!! มึงจะมาป่วยม่สำออยตอนง้อเมียไม่ได้นะไอ้เควิน! ให้ตายเหอะ ดูท่าหวัดจะตามมาอีกไม่นาน

"ทำไมพี่สำออยไม่สมหน้าตาหล่อๆ เลยอ่ะ เฮ้อ รอตรงนี้นะ เดี๋ยวผมมา" ดู ดูไอเด็กนี่มันตอบสิครับ แถมยังทำหน้าเอือมระอาผมเต็มทน อยากจะตอบไปว่ากูแค่จามเฉยๆ แต่ต้องบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ นั่นน้องเมีย ท่องไว้ไอเควิน น้องเมีย!

หลังจากทำหน้าเอือมระอาใส่ผมก็ยังจะสั่งอีก มันบอกให้ผมนั่งรอแค่นั้นก่อนจะหายเข้าไปด้านใน ซึ่งผมไม่เห็นเพราะมันมีกำแพงกันอยู่เลยไม่รู้ว่าด้านในเป็นยังไง แต่ผมไม่ได้นั่งหรอกนะ ทำบ้านเขาเปียกทั้งบ้าน ทำเขาเจ็บทั้งครอบครัว จะมานั่งก็สบายใจก็รู้สึกผิด เลยมายืนรอตรงระเบียง เริ่มปวดหัวตุบๆ ไม่รู้ว่าปวดเพราะโดนหมัดไอกันต์หรือปวดหัวเพราะเรื่องเครียดๆ ตอนนี้

ว่าแต่ทำไมเจ้าขุนมันหายไปนานจังวะ ได้ยินเหมือนเสียงเดินมาด้านหลังก็หมุนตัวกลับไปเพราะคิดว่าเป็นเด็กนั่น

"Shit!" เผลอสบถออกมาด้วยความตกใจพราะไม่ใช่เจ้าขุนแต่เป็นแม่เมียที่ผมไม่อยากเจอที่สุด เดาอนาคตตัวเองออกเลยครับ

"เดี๋ยวผมไปรอข้างล่างก็ได้ครับ" ผมเปิดประเด็นก่อนเพราะเห็นสายตาดุๆ ของคุณน้าที่มองมาแล้วไม่อยากจะไปยั่วอารมณ์โมโหเขา

"ไม่ต้อง" แต่สิ่งที่ทำให้ผมชะงักคือคำตอบ

"คะครับ?" ผมเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถาม พูดตะกุกตะกุก แต่ผู้หญิงตรงหน้าพูดจบก็เอาแต่เงียบ เงียบจนผมหวั่นใจ แถมยังใช้สายตาสังเกตใบหน้าผมอีก คงไม่ได้จะหาพื้นที่เพิ่มแผลให้ผมใช่มั้ยนะ

"ไปนั่งรอด้านใน" คุณน้าตอบน้ำเสียงห้วนๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านโดยไม่รอผมเลย

ผมควรเข้าไปป่ะวะ แล้วนี่ไอเด็กเจ้าขุนนั่นหายไปไหน บอกให้ผมรอ แต่กลายเป็นแม่เมียออกมาแทนซะงั้น

รู้ตัวอีกทีก็ก้าวเท้าเดินตามท่านมาเรียบร้อยแล้ว เอาวะ เป็นไงเป็นกัน แค่เมียเมียเอง มึงจะกลัวอะไร!

"ไปนั่งรอที่โซฟา"

อึก...

จู่ๆ ท่านก็หยุดเดิน หันมาสั่งผมทางสายตา จนผมต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เชี่ย น่ากลัวสัส!!! กลัวอะไรไม่กลัว มากลัวแม่เมีย! รู้ถึงไหนอายถึงนั่น

"ครับ" กลัวแถมยังยอมทำตามโดยไม่มีขัด

ห้านาทีผ่านไปที่ผมนั่งรออยู่ที่เก้าอี้ไม้โดยไม่รู้ชะตาชีวิตตัวเอง เนื้อตัวเริ่มสั่นเทาเพราะความหนาว เสื้อผ้าก็เปียกไปหมด ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นตั้งใจจะเข้าไปด้านในว่าตกลงให้ผมมานั่งรอทำไม แต่ตอนที้กำลังจะลุกขึ้น แข้งขาก็อ่อนแรงเอาดื้อๆ ภาพก็เบลอจนผมทรงตัวไม่อยู่อีกนืงิดเดียวคงล้มหน้าคะมำกับพื้น แต่มีมือปริศนามาช่วยพยุงเอาไว้ ใช่เจ้าขุนอีกรึเปล่าวะ มันจะกลายเป็นนางเอกของเรื่องแล้ว!

"จะยืนทำไมคะ นั่งรอเฉยๆ ไม่เป็นรึไง" น้ำเสียงแบบนี้ กลิ่นตัวหอมๆ แบบนี้ มันมีแค่เธอคนเดียว...

เธอคือคนที่เข้ามาพยุงผมเอาไว้ไม่ให้ล้มโดยมีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พาดกับแขน ดีแค่ไหนที่ไม่ล้มทั้งคู่ ตัวเองก็เดินจะไม่รอดแล้วยังจะมาช่วยผมอีก น่าจูบลงโทษให้เข็ด

"ขอบคุณครับ" ตอบเสียงทุ้ม คลี่ยิ้มบางๆ ไปให้ แต่ผู้หญิงตรงหน้าเลือกที่จะเมิน ปล่อยมือผมออกอย่างรวดเร็ว

"เอาไปเช็ดตัวค่ะ ไม่อยากให้มีใครมาตายที่นี่" ผมคิดถึงเสียงเธอจัง เห็นปากเล็กๆ นั่นพูดมุบมิบๆ คนเดียวแล้วมันเขี้ยว อยากจับมาจูบให้หายคิดถึง รู้สึกเหมือนคนบ้าทุกวินาทีชอบให้เมียตบ ชอบให้เมียด่า ฮ่าๆ

"คนบ้า หยุดมองได้แล้ว!" ประโยคเรียสติทำให้ผมหลุดจากภวังค์ หลังจากที่เอาแต่จ้องเธออย่างเดียว

"โธ่ อย่าพึ่งตีกันสิครับ ผมขี้เกียจห้ามแล้วนะ" ตามด้วยเสียงขี้เล่นของไอเด็กเจ้าขุนที่หายไปเป็นชาติแต่กลับมาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลในมือแล้วมายื่นให้ผม

"ผมไปช่วยคุยกับคุณน้าจนเขายอมให้พี่ขึ้นมาทายาทำแผลด้านบนได้ แต่ต้องรีบไปรีบกลับนะครับ" ผมต้องขอบคุณมันสินะ ยกให้มันเป็นเด็กคนโปรดเลยล่ะกัน เดี๋ยวต้องหาของชิ้นใหญ่กว่าเดิมมาขอบคุณละ

"เดี๋ยวผมจะเข้าไปกินเค้กกับคุณน้าด้านใน พี่ดาวก็ช่วยพี่เขาทำแผลไปก่อนนะ" ประโยคแรกไอเด็กเจ้าขุนมันมองหน้าผม ประโยคหลังพูดกับอิงดาว

"ทำไมพี่ต้องทำแผลด้วยล่ะ เจ้าขุน เจ้าขุนกลับมาก่อน!" ผมมองภาพตรงหน้ายิ้มๆ ร่าวอุ้ยอ้ายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่หลังจากที่ถูกเด็กเจ้าเล่ห์แบบเจ้าขุนทิ้งให้อยู่กับผมแค่สองคน ไม่สิ ต้องบอกว่าคุณแม่เขาใจอ่อนให้ผมแล้ว (รึเปล่าวะ)

"ถ้าลำบากใจ เดี๋ยวพี่ทำเองก็ได้ แผลนิดเดียวเอง" ผมแกล้งพูดตัดพ้อพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดผมไปด้วย แอบมองท่าทีของคนที่ยืนทำหน้ากังวล แต่สุดท้ายก็ยอมมานั่งข้างผม

"นั่งเฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไรนะคะ ไม่อยากได้ยิน" ทำไมคิตตี้น้อยของผมถึงใจร้ายขึ้นทุกวัน

"ครับ"

"เอ๊ะ ก็บอกว่าห้ามพูดไงคะ หนูพูดได้คนเดียวเข้าใจไหม" คิตตี้น้อยแยกเขี้ยวใส่ทันทีที่ผมขานรับ ขานก็ไม่ได้ว่ะ ฮ่าๆ หลังจากนั้นผมก็ปล่อยให้อิงดาวทำแผลตามตัวให้ผม เธอเริ่มจากแผลตามตัวตามแขนแล้วค่อยมาทำที่ใบหน้าเป็นอย่างสุดท้าย

"ซี๊ด" ผมซี๊ดปากทันที่มือเล็กใช้สำลีจิ้มๆ บริเวณมุมปาก ทั้งโดนต่อยโดนตบจะให้ไม่เจ็บเลยคงไม่ใช่ ยิ่งอิงดาวทำแผลแบบรีบๆ เหมือนไม่อยากอยู่ท่านี่ ไม่อยากอยู่ใกล้ผมทำให้ผมอยากแกล้ง

"เบามือหน่อยก็ดะ อ๊าก!" ผมพูดยังไม่มันจบประโยค มือเล็กก็ออกแรงมากกว่าเดิม อันนี้เจ็บจริง!

"หนูยังไม่ได้ใช้ให้พูดก็ห้ามพูด!" ไปเรียนความโหดมาจากใครวะเนี่ย แต่คิดว่าผมจะยอมแพ้รึไง

"อยากพูด :)" พูดจบมือเล็กก็กดน้ำหนักลงไปที่แผลมากกว่าเดิม ต้องข่มความเจ็บเอาไว้ในใจ แผลแค่นี้เอง ท่องเอาไว้ต้องง้อเมีย ง้อเมีย ง้อเมีย!

"พี่มีเรื่องจะคุยกับเราตั้งเยอะแยะ จะไม่ยอมคุยกับพี่จริงๆ เหรอ" มองเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มที่ตั้งใจกับการทำแผลโดยไม่สนใจผมที่มองเลยสักนิดเดียว เธอตั้งใจจะเมินผมสินะ ดูสิ จะเมินได้สักกี่น้ำ!!

"คิตตี้..."

"....."

"คิตตี้ครับ.. "

"หยุดพูดดะ..อื้อ!!"

 

...........................

เสียงน้องหายไปไหนคะพี่เควิน 55555555 แม่ยังอยู่ในบ้านพี่ต้องใจเย็นก่อนนนนน 😳😳😳

 

ความคิดเห็น