ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 ไม่อยากนึกถึงอีก

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ไม่อยากนึกถึงอีก

คำค้น : มาเฟีย 18+ รักโรเมนติก ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2563 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ไม่อยากนึกถึงอีก
แบบอักษร

 

ตอนที่ 9 ไม่อยากนึกถึงอีก 

 

 

ผ่านไปหลายวันคำพูดของมารอวี้หลันยังกวนใจเสี่ยวเฟิงไม่หยุด ไม่ใช่ว่าเขาเป็นพวกดันทุรังแต่เขามองไม่เห็นว่าภพมารที่เรียกว่าปลอดภัยนั้นเป็นเช่นไร ไม่ว่าจะหันไปทางใดก็ไม่มีใครที่ไว้ใจได้เป็นเช่นนี้แล้วเขาจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร 

ส่วนเจ้ามารหลี่จิ้งหายตัวไปหลายวันจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่โผล่หน้ามา จะให้เขาฝากชีวิตตัวเองกับลูกไว้กับมารไร้ความรับผิดชอบตนนั้นนะหรือ ไม่มีทาง! 

"ท่านแม่ทำอะไรอยู่หรือขอรับ" 

"เปล่าหรอก แล้วนี่ลูกจะออกไปไหน" 

"วันนี้ท่านอาจารย์ชวนข้าออกไปดูการประลองของพวกทหารองครักษ์ขอรับ ข้าก็เลยเข้ามาบอกท่านแม่ก่อน" เด็กน้อยเข้ามาเพื่อขออนุญาตออกไปข้างนอกเพราะไม่อยากให้มารดาเป็นกังวลเหมือนครั้งที่แล้วอีก 

"การประลองรึ" 

"ท่านแม่ไปดูด้วยกันไหมขอรับ ท่านอาจารย์บอกว่าสนุกมากเลย" เสี่ยวเฟิงสนใจอยากดูขึ้นมาบ้าง เขาเก็บตัวอยู่แต่ในห้องมาหลายวันออกไปยืดเส้นยืดสายเสียหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร 

"เอาสิ แม่ก็ชักเบื่อแล้วเหมือนกัน" เสี่ยวเฟิงเดินตามแรงจูงของลูกชายไปจนถึงลานประลองที่ถูกจัดขึ้นไม่ไกลนัก 

"มากันแล้วรึ" อวี้หลันที่นั่งชมการประลองอยู่ก่อนแล้วกวักมือเรียกสองแม่ลูกให้มานั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่ยังไม่ทันได้นั่งลงเจ้าจิ้งจอกน้อยก็ชี้ไปยังลานประลองอย่างตื่นเต้น 

"นั่นท่านพ่อนี่ขอรับ! " 

เสี่ยวเฟิงที่กำลังจะย่อตัวลงนั่งถึงกลับดีดตัวลุกขึ้นในทันที เขาอุตส่าห์ออกมาเปิดหูเปิดตาแท้ๆ แต่กลับต้องมาเจอกับเจ้ามารชั่วหลี่จิ้งเข้าเสียได้ เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดขาทั้งสองข้างของเสี่ยวเฟิงก็ก้าวออกมาหวังจะกลับตำหนัก ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งร้องทักขึ้น 

"พึ่งมาถึงเหตุใดจึงจะกลับเสียแล้ว ทำไมไม่อยู่ดูการประลองสักหน่อยเล่า" รัชทายาทมารมายืนอยู่ข้างกายของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่เสี่ยวเฟิงก็ไม่อาจรู้ได้ 

"ไม่เห็นมีอะไรน่าดู เสียสายตาของข้าเปล่าๆ " จิ้งจอกหิมะตอบโดยไม่ได้คิดจะหันกลับไปมองหน้าคนถามด้วยซ้ำ 

"หึหึ ไม่ใช่ว่าเจ้าชมชอบการทำอาหารจัดดอกไม้มากกว่าหรอกหรือ" 

"เหตุใดเจ้าถึงได้คิดเช่นนั้น" เสี่ยวเฟิงถามอย่างสงสัย 

"ได้ยินว่าหลายวันมานี้เจ้าเอาแต่หมกตัวอยู่ในตำหนัก ข้าก็นึกว่าเจ้าจะฝึกทำตัวเป็นภรรยาที่ดีเสียอีก" หลี่จิ้งก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของเจ้าจิ้งจอกให้ได้ยินกันเพียงสองคน 

"นี่เจ้า! " 

"เรื่องดูแลสามีเป็นสิ่งที่ภรรยาควรกระทำ ส่วนเรื่องชกต่อยดูแล้วเจ้าคงไม่ค่อยถนัดนัก แขนเล็กๆ นั่นคงยกดาบของภพมารไม่ไหว" 

ได้ยินเช่นนั้นเสี่ยวเฟิงก็ก้าวฉับๆ ไปคว้าดาบขององครักษ์มารมาไว้ในมือแล้วยกขึ้นชี้หน้าท้าทายรัชทายาทภพมารอย่างมั่นคงไม่มีอาการแขนขาสั่นเหมือนอย่างที่หลี่จิ้งสบประมาทไว้ 

"เช่นนั้นก็ลองให้ข้าฟันคอของเจ้าดูดีหรือไม่! " พูดจบเสี่ยวเฟิงก็พุ่งเข้าหารัชทายาทมารทันที 

เรื่องความปราดเปรียวนั้นจิ้งจอกหิมะไม่เป็นรองใคร ยิ่งยามที่โทสะเข้าครอบงำแล้ว เสี่ยวเฟิงก็ยิ่งทุ่มกำลังสุดตัว วันนี้เขาจะเอาเลือดมารออกมาล้างเท้าให้ได้ 

"หึหึ มารดาของเจ้านี่อารมณ์เดือดง่ายจริงๆ " อวี้หลันนั่งมองการต่อสู้ของสามีภรรยาคู่นี้อย่างขบขัน ดูท่าหลี่จิ้งคงได้เจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกันแล้ว 

"ปกติท่านแม่ใจเย็นมากเลยนะขอรับท่านอาจารย์ ข้าเห็นมีแค่ท่านพ่อที่ทำให้ท่านแม่โกรธได้" เด็กน้อยเดินมานั่งข้างอาจารย์ของตน 

"หึหึ โบราณว่าไว้ยิ่งทะเลาะกันยิ่งลูกดก" 

"หมายความอย่างไรหรือขอรับท่านอาจารย์" ตากลมจ้องมองใบหน้าของอาจารย์เพื่อรอคำตอบ 

"หมายความว่าพ่อแม่เจ้าทะเลาะกับบ่อยๆ เจ้าก็อาจจะมีน้องออกมาเล่นด้วยหลายคนอย่างไรเล่า" อวี้หลันอธิบาย 

"อ่อออ เช่นนั้นก็ทะเลาะกันบ่อยๆ ก็ได้ขอรับ ข้าอยากมีน้อง" เสี่ยวไป๋ตอบอาจารย์ด้วยรอยยิ้มสดใส ในที่สุดเขาจะมีเพื่อนเล่นแล้ว 

ทางฝั่งของลานประลองก็กำลังดุเดือดแต่เป็นเสี่ยวเฟิงคนเดียวที่ไล่ฟันรัชทายาทมารอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนหลี่จิ้งเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบด้วยอย่างอารมณ์ดี ใช่ว่าฝีมือของเจ้าจิ้งจอกน้อยจะอ่อนหัด เพียงแต่ยังห่างชั้นกับเขาอยู่มากก็เท่านั้น แต่การทำเช่นนี้ยิ่งทำให้เจ้าจิ้งจอกน้อยคิดว่าหลี่จิ้งกำลังกลั่นแกล้งตนเองอยู่ เพราะรัชทายาทมารไม่ยอมสู้อย่างจริงจังเสียที 

"นี่เจ้าจะหลบไปจนถึงเมื่อไหร่" เสี่ยวเฟิงตวาด 

"เจ้าฟันไม่ถูกข้าเองต่างหากเล่า" หลี่จิ้งตอบพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

"หึึหึ เข้ามาสิครั้งนี้ข้าจะสู้กับเจ้าอย่างจริงจังแล้ว" หลี่จิ้งยกดาบขึ้นมาบ้าง 

"รับมือ! " 

สองสามีภรรยาประดาบกับจนทหารองครักษ์มองหน้ากับเลิ่กลั่ก พวกมันไม่คิดว่าทั้งคู่จะสู้กันราวกับจะเอาชีวิตของอีกฝ่ายขนาดนี้ ชื่อเสียงของพระชายาเล่าลือกันว่าดุดันยิ่งนั้นไม่ได้เกินจริงเลย 

"แฮ่กๆ " สู้กันมาได้สักพักเสี่ยวเฟิงก็เริ่มจะหมดแรง ขอเสียของเผ่าจิ้งจอกก็คือไม่ได้มีพละกำลังมากมายเหมือนเผ่าอื่นๆ ที่โดดเด่นคือเวทย์แปลงกายกับความเร็วเท่านั้น 

"หมดแรงแล้วหรือ เจ้าจะยอมแพ้ก็ได้นะ" หลี่จิ้งแสร้งทำเป็นหวังดีทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าชายาของตนนั้นพยศเพียงใด 

"ไม่มีทาง" 

ดาบของเสี่ยวเฟิงพุ่งตรงเข้าหาร่างของรัชทายาทมารด้วยความเร็วแต่ครั้งนี้หลี่จิ้งไม่ได้หลบหลีกแต่อย่างใด มารหนุ่มใช้เพียงปลายนิ้วคีบปลายดาบแล้วหักมันลงอย่างง่ายดาย ก่อนจะดึงร่างของเจ้าจิ้งจอกน้อยผู้แสนดื้อรั้นเข้ามาในอ้อมแขน 

"หลี่จิ้งปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้! " ร่างบางดิ้นเร้าๆ แต่ก็ไร้ผล 

 

แก้มของเสี่ยวเฟิงยามนี้แดงไปทั่วทั้งหน้า ดวงตากลมเบิกขึ้นเมื่อหลี่จิ้งก้มลงมาหอมแก้มของเขาจนได้ยินเสียงสูดลมหายใจ ร่างกายของเสี่ยวเฟิงแข็งทื่อเพราะทำอะไรไม่ถูก เขาไม่คิดว่าจะถูกหอมแก้มท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้ 

"คราวนี่จะยอมแพ้ได้หรือยัง หรือต้องให้ข้าทำมากกว่านี้"หลี่จิ้งอดใจไม่ไหวจึงลงโทษที่แก้มเนียนไปหนึ่งที เจ้าจิ้งจอกตัวนี้ช่างดื้อดึงไม่ยอมลดละเลยจริงๆ ทั้งที่ตัวเองสู้จนหมดแรงแล้วหากยังฝืนต่อไปก็มีแต่จะบาดเจ็บเสียเปล่า 

"ข้ายอมแพ้ก็ได้! จะวางข้าลงได้รึยัง" 

"เสี่ยวไป๋ พวกเราพาท่านแม่ของเจ้าไปอาบน้ำกันเถอะ ตัวเหม็นจะแย่" รัชทายาทมารแกล้งทำสีหน้ารังเกียจแต่กลับกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอีก 

"เย้ อาบน้ำด้วยกัน" ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรเด็กน้อยก็สนับสนุนท่านพ่อทุกอย่าง 

"ข้าไม่อาบกับเจ้า! ปล่อยข้านะ! " เสี่ยงเฟิงพยายามดิ้นรน แต่กลับกลายเป็นว่าหลี่จิ้งเปลี่ยนจากอุ้มมาเป็นแบกร่างของเขาเอาไว้บนบ่าแทน 

"อัก! อึก! " เสียงกระอักของรัชทายาทมารดังขึ้นจากแรงทุบของเสี่ยวเฟิง ที่ต่อให้ถูกอุ้มห้อยหัวอยู่อย่างนั้นเจ้าจิ้งจอกก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ 

"หากไม่อยากให้ข้าตีก้นเจ้าต่อหน้าลูก ก็จงอยู่นิ่งๆ ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ไว้หน้าเจ้าอีกแล้ว" หลี่จิ้งขู่ 

"เจ้ากล้าเหรอ! " 

"หึหึ ลูกมองอยู่นะ" 

"หลี่จิ้ง! " 

50%

ท้ายที่สุดแล้วฝ่ายที่ต้องยอมแพ้ก็คือเสี่ยวเฟิง เขายอมอยู่นิ่งๆ บนบ่าของรัชทายาทมารมาจนถึงตำหนักของพวกเขา ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้น เจ้าจิ้งจอกก็รีบถอยออกห่างจากหลี่จิ้งไปหลายก้าว

"รีบไปอาบน้ำเถอะ"

"ข้าไม่อาบ"

"เจ้าเพิ่งประลองกับข้ามา เหงื่อออกจนเหม็นไปทั้งตัวเช่นนี้เจ้าทนอยู่ได้อย่างไร" หลี่จิ้งแสร้งยกมือขึ้นมาปิดจมูกทั้งที่จริงแล้วร่างบางไม่ได้ตัวเหม็นอย่างที่พูดเลยสักนิด แต่กลับมากลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เขาชอบเสียด้วยซ้ำ

ฟุดฟิด ฟุดฟิด

การกระทำของรัชทายาทมารทำให้เสี่ยวเฟิงเริ่มไม่มั่นใจ เขาลองก้มลงดมกลิ่นของตัวเอง จมูกของจิ้งจอกหิมะนั้นดีกว่าคนปกติหลายเท่าแต่เสี่ยวเฟิงก็ยังไม่ได้กลิ่นอะไร แต่ตอนที่ประลองกันเหงื่อของเขาออกมากจริงๆ และก็เริ่มจะรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายเพราะไม่ได้ออกแรงเช่นนี้มานาน หากได้แช่น้ำอุ่นผ่อนคลายเสียหน่อยก็คงจะดีไม่น้อย

"เหม็นนักก็ออกไป ข้าจะอาบกับลูกสองคน" แม่จิ้งจอกออกปากไล่เจ้าของตำหนัก

"ข้าก็เหนียวตัวเหมือนกัน ทำไมหรือเจ้าคิดกลัวว่าข้าจะทำอะไรเจ้าต่อหน้าลูก" หลี่จิ้งยกยิ้ม

"หากเจ้าอยากตายก็ลองดูสิ"

 

ในหัวของหลี่จิ้งมีคำคำหนึ่งผุดขึ้นมาทันที'น่าลอง' แต่ก็เป็นเพียงความคิดหากเขาเอ่ยออกไป เจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้คงหนี้ไปก่อนแน่ คิดจะล่าเหยื่อที่ฉลาดอย่างจิ้งจอกหิมะก็ต้องซุ่มรออย่างใจเย็น

"น้ำอุ่นพร้อมแล้วเพคะองค์รัชทายาท" มารรับใช้เข้ามารายงานอย่างรู้หน้าที่

"พาองค์ชายไปก่อนเดี๋ยวข้ากับพระชายาจะตามไป"

"เพคะ"

เจ้าจิ้งจอกยังยืนนิ่งไม่ได้ขยับร่างตามหลี่จิ้งไป ร่างหนาเห็นว่าชายาของตนเองยังยืนอยู่เช่นเดิมจึงได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เจ้าจิ้งจอกดื้อตัวนี้ใช้ไม้อ่อนด้วยไม่ได้มีแต่ต้องใช้ไม่แข็งเท่านั้น

"เจ้าจะไปเองดีๆ หรือจะให้ข้าแบกไปเสี่ยวเฟิง"

"........" ไร้ซึ่งคำตอบ

"ได้! เจ้าคงอยากให้ข้าแบก..."

"ไม่ต้อง! ข้าเดินเองได้"

หลี่จิ้งกำลังจะก้าวเข้าหาร่างบาง ทว่าเสี่ยวเฟิงรีบวิ่งหนีไปเสียก่อน เรียกรอยยิิ้มประดับบนใบหน้าของมารหนุ่มยามที่ได้กลั่นแกล้งชายาของตัวเอง

"หึหึึ ช่างดื้อดึงนัก"

 

"ท่านแม่! ถังน้ำนี่ใหญ่มากเลยขอรับ"

ตอนนี้เจ้าจิ้งจอกน้อยถูกแก้ผ้าล่อนจ่อน หูแหลมโผล่ออกมาพร้อมกับพวงหางส่ายไปมาอย่างตื่นเต้น เวลาอาบน้ำเสี่ยวไป๋จะชอบกลายร่างเป็นครึ่งจิ้งจอกแล้วลงไปแช่น้ำกับเขา ขณะที่สองแม่ลูกกำลังสนใจอยู่กับถังน้ำอุ่น มารรับใช้ก็เข้ามารายงานเรื่องที่ทำให้เสี่ยวเฟิงรู้สึกโล่งใจมากที่สุด....

"พระชายา องค์รัชทายาทให้มารายงานว่ามาอาบน้ำด้วยไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ"

"ทำไมท่านพ่อถึงมาไม่ได้แล้วล่ะ" เสี่ยวไป๋ถามด้วยสีหน้าเสียดาย เขาอุตส่าห์ดีใจที่จะได้อาบน้ำกับท่านพ่อเป็นครั้งแรก

"ไม่ทราบเจ้าค่ะ องค์รัชทายาทบอกเพียงว่ามีเรื่องสำคัญต้องทำเจ้าค่ะ"

"ช่างเถอะๆ วันนี้เราอาบกันสองคนก่อน ไว้วันหลังค่อยอาบกับท่านพ่อก็ได้ น้ำกำลังอุ่นพอดีรีบลงไปแช่เถอะเดี๋ยวน้ำจะเย็นเสียก่อน"

 

เจ้าจิ้งจอกน้อยลงไปแช่น้ำรอมารดาในถังที่มารรับใช้จัดเตรียมไว้ให้ ส่วนเสี่ยวเฟิงจัดการถอดเสื้อผ้าของตนเองออกมือก็ถือผ้าสะอาดผืนเล็กไว้ใช้ถูกตัวไปด้วย ทว่าปลายเท้ายังไม่ทันได้ก้าวลงในถังน้ำ ร่างของเขาก็ลอยขึ้นกลางอากาศ กว่าจะรู้ตัวเขาก็ถูกอุ้มขึ้นไปแนบชิดกับอกเปลือยเปล่าของเจ้ามารราคะเสียแล้ว

"หลี่จิ้ง นี่เจ้า! " เสี่ยวเฟิงตื่นตะหนกเพราะไม่รู้ว่าหลี่จิ้งเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

"หึหึ" หลี่จิ้งไม่ได้สนใจเสียงของเสี่ยวเฟิงแม้แต่นิด เขาพาร่างเปลือยเปล่าของแม่จิ้งจอกลงไปแช่น้ำด้วยกัน กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งสามคนแช่อยู่ในถังน้ำเดียวกันทั้้งครอบครัว

"ท่านพ่อ! ข้านึกว่าท่านจะไม่มาแล้วเสียอีกขอรับ" เด็กน้อยพูดจ้ออย่างอย่างดีใจ

"พ่อรับปากเจ้าแล้วจะผิดคำพูดได้อย่างไร"

"อย่าบอกนะว่านี่เป็นแผนของเจ้า! " จากรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหลี่จิ้งทำให้เสี่ยวเฟิงรู้ได้ทันทีว่านี่เป้นแผนที่หลอกใหเขาตายใจ

"หึึหึ หากไม่ทำเช่นนี้เจ้าจะยอมอาบน้ำกับพวกเราหรือ" หลี่จิ้งส่งรอยยิ้มของผู้ชนะไปให้กับเสี่ยวเฟิง

"ท่านแม่ไม่อยากอาบน้ำกับข้าหรือขอรับ" เด็กน้อยทำตาปริบๆ ดูแล้วช่างน่าสงสาร แล้วคนเป็นแม่จะต้านทานตากลมๆ ขอเสี่ยวไป๋ได้อย่างไร แต่เขาก็ไม่อยากอยู่ใกล้กับหลี่จิ้งเช่นกันจึงได้แต่กัดฟันแสร้งยิ้มต่อหน้าลูกชายไปเท่านั้น

"จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรกัน มานี่มาแม่จะถูตัวให้"

 

ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วเสี่ยวเฟิงก็ทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลย เขาก็แค่รีบอาบให้เสร็จเร็วๆ ก็พอแล้วจะได้ไม่ต้องหายใจใกล้ๆ กับเจ้ามารชั่วนี่นานนัก

"อะ! " แต่หลี่จิ้งกลับไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น

มือหนาคว้าเอวบางของเสี่ยวเฟิงให้นั่งลงระหว่างขาของตนเอง กลายเป็นว่าทั้งสามคนนั่งเรียงกันเป็นแถวโดยมีเจ้าจิ้งจอกน้อยนั่งอยู่ตรงหน้าสุด แขนทั้งสองข้างลอดผ่านเอวบางไปถึงร่างของลูกชายก่อนที่จะออกแรงกอดรัดเข้ามารวมกันเหมือนก้อนอะไรสักอย่าง เรียกเสียงหัวเราะจากลูกชายได้เป็นอย่างดี

"หึหึ พุ่งน้อยๆ นี่ของใครกัน"

"ฮ่าฮาๆ พุ่งของเสี่ยวไป๋ขอรับ แขนของท่านพ่อกอดพวกเราได้หมดทุกคนเลย"

คราแรกเสี่ยวเฟิงคิดจะปัดมือของหลี่จิ้งออกแต่เมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของลูกชายแล้วเขาก็ทำไม่ลง ความสุขเช่นนี้เสี่ยวไป๋ไม่เคยได้รับมาก่อน เขาไม่อยากเป็นคนทำลายมันด้วยมือของตัวเอง ถือว่าเห็นแก่เสี่ยวไป๋เขาจะยอมอ่อนข้อให้รัชทายาทมารสักครั้งก็แล้วกัน

 

เมื่อหลี่จิ้งกระชับอ้อมแขนแผ่นหลังของเสี่ยวเฟิงก็ยิ่งเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่ง ใกล้เสียจนเขาได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นอยู่อย่างชัดเจน เสี่ยงเฟิงไม่ชินกันเรื่องเช่นนี้สุดท้ายก็ต้องหาทางออกให้ตัวเองจนได้

"พอแล้ว ข้าหายใจไม่ออก" สองพ่อลูกเล่นกันอยู่ครู่หนึ่งก็ยอมว่างมือ เสี่ยวเฟิงจึงจับลูกชายมาอาบน้ำถูตัวให้สะอาด

"เสี่ยวไป๋หันหลังมาแม่จะถูหลังให้"

"ขอรับ"

หลี่จิ้งนั่งมองสองแม่ลูกอาบน้ำอยู่ก็เกิดความคิดอยากจะช่วยอาบให้ชายาของตนเองบ้าง มือหนาคว้าผ้าสะอาดที่ขอบถังมาไว้ในมือก่อนจะรวบผมสีเงินยาวสลวยออกจากไหล่เนียนเพื่อถูหลังให้เสี่ยวเฟิงบ้าง แต่สิ่งที่เขาพบคือรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ยาวจากกลางหลังลงไปจนเกือบถึงเอว

"นี่เจ้าจะทำอะไร! " เสี่ยวเฟิงถามด้วยความตกใจ

"เจ้าได้รอยแผลนี้มาได้อย่างไร" นิ้วเรียวสัมผัสรอยแผลเป็นจนเจ้าของรอยแผลสะดุ้งเฮือก ทั้งที่น้ำก็อุ่นพอดีแต่เหตุได้สัมผัสที่ปลายนิ้วของรัชทายาทมารจึงได้ร้อนนัก

"ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนเจ้าไม่มีรอยแผลนี้" ครั้งนั้นเขาสำรวจทุกซอกทุกมุมของร่างบางแล้ว ยิ่งแผ่นหลังขาวเนียนหลี่จิ้งยิ่งจำได้ติดตา

 

เสี่ยวเฟิงนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ความทรงจำที่ได้แผลนี้มานั้นเจ็บปวดนักจนเขาไม่อยากนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นอีก

"ข้าไม่อยากนึกถึงมันอีก" เสี่ยวเฟิงตอบ

ถึงแม้ว่าหลี่จิ้งจะไม่เห็นหน้าเจ้าจิ้งจอกดื้อในยามนี้แต่เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดจากน้ำเสียงที่เอ่ยออกมา ท่ามกลางความเงียบรัชทายาทมารก็ทำให้เสี่ยวเฟิงต้องสะดุ้งตกใจอีกครั้ง เมื่อหลี่จิ้งประทับริมฝีปากอุ่นลงมาจุมพุติรอยแผลเป็นที่กลางหลังของเขา

ความอ่อนโยนของหลี่จิ้งทำให้เสี่ยวเฟิงทำตัวไม่ถูก หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ เขารู้สึกหายใจติดขัดจนทำอะไรไม่ถูกจึงได้ลุกพรวดพราดขึ้นทั้งที่ร่างกายเปลือยเปล่าเช่นนั้น

"ข้าอาบเสร็จแล้ว เจ้าก็พาลูกออกมาด้วย" เสี่ยวเฟิงรีบก้าวออกจากถังน้ำแล้วคว้าเสื้อมาคุมร่างก่อนจะวิ่งหนีออกไปโดยไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

 

ตึกตึกตึก

แม้ว่าเสี่ยวเฟิงจะวิ่งออกห่างจากหลี่จิ้งไปมากแล้วแต่หัวใจของเขากลับยังเต้นแรงไม่หยุดนี่ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขานัก

"เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ หรือว่าข้าจะป่วย คงเป็นเพราะว่าข้าแช่น้ำนานเกินไป ต้องใช่แน่ๆ " เสี่ยวเฟิงตบแก้มตัวเองแรงๆ สองสามทีก่อนจะรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ทางด้านสองพ่อลุกที่ยังแช่น้ำกันอยู่นั้น เมื่อมารดาลุกออกไปบรรยากาศรอบๆ ตัวของทั้งสองคนก็เงียบสงัดขึ้นมา โดยเฉพาะเสี่ยวไป๋ที่ไม่ได้มีท่าทีร่าเริงเหมือนอย่างในตอนแรก

"เป็นอะไรไปเสี่ยวไป๋"

"ท่านพ่อ เรื่องรอยแผลของท่านแม่...."

"ลูกรู้หรือ"

"......." เด็กน้อยพยักหน้าเป็นคำตอบ ความรู้สึกผิดยังฝังใจของเขามาโดยตลอด เพราะเขาคือสาเหตุที่ทำให้ท่านแม่ต้องบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้

"เล่าให้พ่อฟังได้หรือไม่"

ความคิดเห็น